Skip to Main Content

15 ของฝากจากฝรั่งเศส ไปฝรั่งเศสซื้ออะไรดี ที่ไม่ควรพลาด

ของฝากฝรั่งเศส ทั้งขนมและของฝากขึ้นชื่อ

ฝรั่งเศสไม่ได้มีดีแค่หอไอเฟลหรือครัวซองต์ร้อน ๆ ตอนเช้า แต่ยังเป็นแหล่งรวมของขึ้นชื่อฝรั่งเศสที่หลายคนตั้งใจบินไปช้อปโดยเฉพาะ ตั้งแต่น้ำหอม สกินแคร์ ไปจนถึงไวน์และชีสระดับโลก ใครกำลังวางแผนทริปแล้วยังนึกไม่ออกว่าจะหิ้วอะไรกลับบ้านดี ลองไล่อ่านลิสต์ของฝากจากฝรั่งเศส 15 อย่างที่เราคัดมาให้ น่าจะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะ

หลายคนจึงมองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์และบ่งบอกความเป็นผลิตภัณฑ์จากแดนน้ำหอม เพื่อซื้อเป็นของฝากจากฝรั่งเศส คัดสรร 15 ของฝากจากฝรั่งเศส มาเป็นไอเดียให้คุณ

 

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

15 ของฝากจากฝรั่งเศส ไปฝรั่งเศสซื้ออะไรดี

นอกจากขนมฝรั่งเศสที่หลายคนชื่นชอบ แดนน้ำหอมแห่งนี้ยังมีของฝากอีกมากมายที่คุณสามารถเลือกซื้อได้อย่างเพลิดเพลิน แล้วยังสามารถเลือกให้เหมาะกับผู้รับแต่ละคนได้อีกด้วย ตั้งแต่ สกินแคร์ เมคอัพ (Makeup) น้ำหอม ไวน์ รวมถึงสินค้าแฟชั่นยอดนิยม อย่าง หมวกเบเร่ต์ (Beret), เสื้อลายทางเบรอตง (Breton Shirt), ผ้าพันคอ, ผ้าคลุมไหล่, เครื่องหนัง นอกจากนี้ น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกยังเป็นของที่ระลึกยอดนิยมอีกด้วย

 

1. สกินแคร์และเมกอัพ

ของฝากจากฝรั่งเศส สกินแคร์และเมกอัพ

วิถีความงามของชาวปารีเซียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์ความงามรวมถึงเมกอัพแบรนด์ดังระดับโลก นั่นทำให้เมกอัพและสกินแคร์จัดอยู่ในลิสต์ของฝากจากฝรั่งเศสยอดนิยมอันดับต้นเลยทีเรดียว แบรนด์ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมและซื้อเป็นของฝากจากฝรั่งเศส อาทิ ‘Clarins’ แบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรีเมียม ทำให้เป็นแบรนด์ที่ต้องซื้อเมื่ออยู่ในปารีส

‘Caudalie’ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่สาวฝรั่งเศส เพราะผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบรนด์ความงามชื่อดังของฝรั่งเศสที่ควรค่าแก่การซื้อเป็นของฝาก หรือคุณจะซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเอง ได้แก่ L'Occitane, Nuxe และ La Roche-Posay ที่มีเลือกทั้งสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และเมกอัพ รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้รับอย่างแน่นอน!

ที่ขาดไม่ได้เลยคือการแวะ 'ฟาร์มาซีฝรั่งเศส' (Pharmacie) ที่กลายเป็นหมุดหมายของสายบิวตี้ไปแล้ว เพราะรวมสกินแคร์ตัวดังในราคาที่ถูกกว่าซื้อในไทยพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Bioderma, Avène, La Roche-Posay หรือ Embryolisse ใครเป็นสายผิวแพ้ง่าย ลองกวาดมาสักสองสามชิ้น คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินอยู่นะ ของฝากจากฝรั่งเศสกลุ่มนี้ฝากใครก็ถูกใจ เพราะใช้ได้จริงทุกวัน

 

2. ขนมปังฝรั่งเศส

ของฝากจากฝรั่งเศส ขนมปังครัวซองต์อบใหม่สีทองวางเรียงบนโต๊ะไม้

แม้จะได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘ขนมคิปเฟิร์ล’ (Kipferl) จากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หากแต่ครัวซองต์ (Croissant) ก็จัดเป็นขนมปังฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ครัวซองต์ได้รับฉายาว่า “ขนมปังที่ต้องมีติดบ้าน” (pain de ménage) ของชนชั้นแรงงาน และ “ขนมปังเสบียง” (pain de munition) ของทหารในช่วงสงคราม จนถึงขนมปังบนโต๊ะอาหารของชนชั้นสูงชาวปารีเซียง

ครัวซองต์มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ขนมปังแห่งความเจ็บปวด" เพราะคำว่า Pain ในภาษาอังกฤษแปลว่า ‘ความเจ็บปวด’ ขณะที่ Pain ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ‘ขนมปัง’ ครัวซองต์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารฝรั่งเศสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18

นอกจากนี้ ‘บาแกตต์’ (Baguette) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมฝรั่งเศสและเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหารของชาวฝรั่งเศสทั่วประเทศ ต้นกำเนิดของบาแกตต์สามารถย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 หลังจากที่นักอบขนมปังหันมานิยมการทำขนมปังที่มีขนาดยาวและบางลง เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งและสะดวกในการเดินทาง ปัจจุบันมีขนมปังฝรั่งเศสหลายประเภท รวมถึงขนมปังเปรี้ยว โฮลวีต และข้าวไรย์ ซึ่งแต่ละประเภทก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอง คู่ควรแก่การเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

ในฝรั่งเศสขนมปังไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น ขนมปังยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีของฝรั่งเศสอีกด้วย ดังปรากฎให้เห็นตามงานสำคัญต่าง ๆ เช่น งานแต่งงานและพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งขนมปังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ‘บาแกตต์’ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2021 ถึงขั้นมีการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ 'ประเพณีการทำบาแกตต์' ซึ่งเปิดตัวในปี 1994 โดยที่นักอบขนมปังต้องแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่ง “เจ้าแห่งบาแกตต์ที่ดีที่สุดในปารีส” ชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับขนมปังอย่างจริงจัง และถือเป็นส่วนสำคัญของมื้ออาหารในทุกวันเลยล่ะ

 

3. มาการอง (Macaron)

ของฝากจากฝรั่งเศส มาการองโฮมเมดหลากสีวางบนโต๊ะ

มาการองเป็นขนมหวานยอดนิยมของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดดเด่นทั้งรสชาติที่ละเอียดอ่อน สีสันสวยงาม และความอร่อยไม่เหมือนใคร มาการองเป็นขนมที่ทำจากเมอแร็งก์ (Meringue) นำมาเติมสีสันหวาน ๆ ลงไปให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น โดยคำว่า "มาการอง" มาจากภาษาอิตาลี ‘Maccarone’ (ออกเสียงว่า มักกะโรเน่) หมายถึง การทุบหรือบด ซึ่งมีที่มาจากการนำอัลมอนด์มาบดเป็นขนมนั่นเอง

มาการองมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่ชื่นชอบของคนรักขนมหวานทั่วโลก โดยต้นกำเนิดของมาการองยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด หนึ่งในตำนานของมาการองเล่าว่า ขนมอบสีลูกกวาดนี้ถูกนำไปยังฝรั่งเศสโดยเชฟทำขนมชาวอิตาเลียนที่ชื่อ ‘แคทเธอรีน เดอ เมดิชี’ (Catherine de’ Medici) ในศตวรรษที่ 16 บางข้อมูลอ้างว่า มาการองเป็นขนมอบที่ทำขึ้นโดยแม่ชีชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18

อย่างไรก็ดี มาการองได้กลายเป็นหนึ่งในขนมอบที่มีบทบาทต่อวัฒนธรรมของฝรั่งเศสอย่างมาก ขนมที่ทำจากแป้งอัลมอนด์บดหรือแป้ง ไข่ขาว และน้ำตาล ในส่วนของไส้มาการองอาจแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น บัตเตอร์ครีม กานาซ (ช็อกโกแลตหน้านิ่ม) แยม และผลไม้ต่าง ๆ ด้วยความนิยมของมาการองจึงนำไปสู่การเฉลิมฉลอง "วันมาการอง" (Macaron Day) ในวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เพื่อสนับสนุนร้านเบเกอรี่ในท้องถิ่น ไม่ว่าคุณจะซื้อมาการองเป็นของฝากจากฝรั่งเศสก็รับรองว่า ถูกใจคนรักขนมอย่างแน่นอน

ถ้าจะซื้อมาการองเป็นของฝากให้ดูพรีเมียม สองชื่อที่คนนึกถึงก่อนเลยคือ Ladurée กับ Pierre Hermé ร้านแรกเด่นเรื่องกล่องพาสเทลสวยจนแทบไม่กล้าแกะ ส่วนร้านหลังคือเชฟที่ช่วยปลุกกระแส 'วันมาการอง' ขึ้นมา รสชาติจัดจ้านกว่าที่คิด ใครได้รับเป็นของฝากรับรองยิ้มแน่นอน

 

4. ไวน์และแชมเปญ

ของขึ้นชื่อฝรั่งเศส ไวน์แดงและแก้วไวน์วางคู่ชีสบนโต๊ะไม้

ไวน์และแชมเปญเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถเลือกซื้อไวน์ (Wine) ฝรั่งเศสที่มีให้เลือกมากมายในทุกเมือง ฝรั่งเศสยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตสปาร์กลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งทำจากองุ่น Pinot Meunier, Pinot Noir และ Chardonnay

นอกจากนี้ ‘แชมเปญ’ (Champagne) ก็เป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่คู่ควรมอบให้กับผู้ใหญ่หรือเป็นของขวัญแด่คนพิเศษ สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองนี้เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ แชมเปญยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความสำเร็จ และชัยชนะ คนทั่วโลกมักจะเสิร์ฟแชมเปญในงานเฉลิมฉลอง เช่น งานแต่งงาน วันส่งท้ายปีเก่า และงานรับปริญญา ในการเลือกขวดแชมเปญเป็นของที่ระลึก สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงโอกาสและเลือกขวดคุณภาพสูงที่บรรจุหีบห่ออย่างดีและพกพาสะดวก โดยโรงงานผลิตแชมเปญบางแห่งมีตัวเลือกการแกะสลักแบบเฉพาะบุคคลเพื่อความพิเศษอีกด้วย

หากคุณเลือกซื้อไวน์หรือแชมเปญเป็นของฝากจากฝรั่งเศส สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงคือ รสนิยมและโอกาสของผู้รับ เช่น ไวน์แดงจากบอร์กโดซ์ (Bordeaux) เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ เมื่อให้ไวน์หรือแชมเปญเป็นของขวัญ แนะนำให้คุณเขียนความรู้สึกลงไปในการ์ด เช่น การเขียนด้วยลายมือ หรือเลือกขวดแกะสลักที่มีให้บริการในฝรั่งเศส เพื่อให้คุณสามารถเลือกไวน์หรือแชมเปญที่เหมาะกับผู้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

5. น้ำหอม

ของขึ้นชื่อฝรั่งเศส น้ำหอม

ขึ้นชื่อว่า “แดนน้ำหอม” เพราะฝรั่งเศสมีชื่อเสียงด้านคุณภาพการผลิตน้ำหอมและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้น้ำหอมเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่ใคร ๆ ก็ใฝ่หา โดยเฉพาะแบรนด์ยอดนิยมระดับโลกอย่าง Chanel, Dior และ Guerlain ไม่เพียงเท่านั้น ฝรั่งเศสยังเลื่องชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ต่าง ๆ จากโพรวองซ์ (Provence) ที่มีส่วนช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สบู่ เทียนหอม สเปรย์ฉีดหมอน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ครีมบำรุงมือ ฯลฯ น้ำหอมและของที่ระลึกเหล่านี้บอกแทนความทรงจำถึงการเดินทางไป เที่ยวฝรั่งเศสทั้งยังเป็นของขวัญที่มีความหมายและไม่เหมือนใครสำหรับคนที่คุณรักอีกด้วย

เกร็ดที่หลายคนไม่รู้คือ เมืองกราส (Grasse) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงน้ำหอมของโลก และทักษะการปรุงน้ำหอมแถบนี้ก็ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรม UNESCO ตั้งแต่ปี 2018 ใครอยากได้น้ำหอมเป็นของฝากจากฝรั่งเศสแบบไม่ซ้ำใคร ลองมองแบรนด์นิช (Niche) อย่าง Diptyque หรือ Maison Francis Kurkdjian ดู กลิ่นจะเฉพาะตัวกว่าแบรนด์เคาน์เตอร์ทั่วไป

 

6. พวงกุญแจหอไอเฟล

ของฝากฝรั่งเศส พวงกุญแจหอไอเฟลจำลอง

หนึ่งในของฝากจากฝรั่งเศสยอดนิยมของคนทั่วโลก พวงกุญแจหอไอเฟล แก้วน้ำ เสื้อยืด กระเป๋า และของที่ระลึกต่าง ๆ ที่มีสัญลักษณ์ของหอไอเฟลนั้นมีให้เลือกมากมาย คุณสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายของที่ระลึกรวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วฝรั่งเศส โดยเฉพาะพวงกุญแจหอไอเฟลที่เหมาะกับการห้อยพวงกุญแจ ใส่ในเป้สะพายหลัง แถมยังจัดเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่มีราคาย่อมเยาว์เพียงไม่กี่ยูโรเท่านั้น และมีหลากสีสันให้เลือกอีกด้วย

ของฝากจากฝรั่งเศสสายประหยัดต้องยกให้หมวดนี้เลย พวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น โปสต์การ์ด ราคาไม่กี่ยูโร ซื้อแจกได้ทีละหลายคนแบบไม่เจ็บกระเป๋า แต่ขอเตือนนิดนึง ของแผงตามเชิงหอไอเฟลมักตั้งราคาสูงกว่าปกติ เดินเข้าไปในย่านที่มีร้านของที่ระลึกเยอะ ๆ จะต่อราคาง่ายกว่าและได้ของถูกกว่า

 

7. ช็อกโกแลต

ของฝากจากฝรั่งเศส ช็อกโกแลตคละชนิดในกล่องผูกโบสีแดงเป็นของขวัญ

ช็อคโกแลตเป็นหนึ่งในของฝากจากฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมสูงสุด ชนชั้นสูงของฝรั่งเศสตกหลุมรักช็อกโกแลตมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ปัจจุบัน ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศสมีชื่อเสียงทั้งในด้านคุณภาพการผลิตและรสชาติที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร นักท่องเที่ยวที่มาเยือนฝรั่งเศสต่างก็อยากลิ้มลองช็อกโกแลตของผู้ผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในฝรั่งเศสคือ ‘Philippe Jarasson’ ผู้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นดาร์กช็อกโกแลตกานาซ (Chocolate Ganache) ฟองดองท์ผลไม้ (Fruit Fondant) และเฟยติน (Feuilletine) ที่ผลิตด้วยเทคนิกแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ปารีสเป็นเมืองที่มีร้านช็อกโกแลตชื่อดังและเป็นสวรรค์ของคนรักช็อกโกแลต ร้านช็อกโกแลตที่ดีที่สุดในปารีส ได้แก่ La Maison du Chocolat, RICHART และ Pierre Marcolini ที่จำหน่ายช็อคโกแลตและขนมอบนานาชนิด ทำให้ร้านเหล่านี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับช็อคโกแลตที่ดีที่สุดของฝรั่งเศส นอกจากช็อกโกแลตแล้วร้านเหล่านี้ยังมีขนมหวานอื่น ๆ มากมายที่รับรองว่าถูกใจสายหวานแน่นอน!

ช็อกโกแลตเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่ฝากใครก็ไม่มีพลาด แต่ถ้าไปหน้าร้อน (ราว ๆ มิถุนายนถึงสิงหาคม) ต้องระวังเรื่องละลายระหว่างทาง แนะนำให้ซื้อช่วงท้ายทริป แพ็กไว้กลางกระเป๋า แล้วรีบแช่เย็นเมื่อถึงบ้าน รสชาติจะยังเป๊ะเหมือนตอนซื้อ

 

8. ชีส

ของขึ้นชื่อฝรั่งเศส ชีสหลากชนิดจัดจานเสิร์ฟพร้อมถั่วและผลไม้

เมื่อพูดถึงชีสของฝากยอดนิยมจากฝรั่งเศส ‘คองเต’ (Comté) เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของชาวฝรั่งเศสเลยทีเดียว ชีสจากเทือกเขาจูรา (Jura) ที่มีความบริสุทธิ์ของสภาพภูมิประเทศ ทำจากนมวัวที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ เนื้อชีสเข้มข้นมีรสหวานเล็กน้อย เป็นชีสอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ในการปรุงอาหารหรือรับประทานเปล่า ๆ ได้เลย ทำให้คองเตเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการนำรสชาติจากฝรั่งเศสเป็นของฝากติดมือกลับบ้าน

เช่นเดียวกับชีสกูร์แยร์ (Gruyere) เจ้าของฉายา “ราชาแห่งชีส” ที่คนไทยชื่นชอบมากเป็นพิเศษ กูร์แยร์เข้ากันได้ดีกับไวน์แดง รับประทานกับแครกเกอร์ แยม น้ำผึ้ง และชาร์กูว์ทรี (Charcuterie) หรือโคลด์คัทได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ นอกจากชีสทั้ง 2 ชนิดนี้ ฝรั่งเศสยังมีชีสอร่อย ๆ และได้รับความนิยมอีกมากมายทั้ง Brie, Roquefort และ Camembert หากต้องการเซอร์ไพร์สผู้รับด้วยประสบการณ์ที่ดื่มด่ำเป็นพิเศษ แนะนำให้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับชีสจากฝรั่งเศส หรือจัดเซ็ตของขวัญจากชีสฝรั่งเศสไปฝากก็เป็นวิธีที่อร่อยและน่าจดจำไปอีกแบบ

ชีสคือของขึ้นชื่อฝรั่งเศสตัวจริง ว่ากันว่าทั้งประเทศมีชีสมากกว่า 1,000 ชนิด แต่ก่อนจะหิ้วกลับ ต้องเช็กให้ดีก่อนว่าชนิดที่ซื้อนำเข้าไทยได้ไหม เพราะชีสจากนมดิบบางตัวมีข้อจำกัดด้านศุลกากร ถ้าอยากชัวร์ เลือกชีสเนื้อแข็งแบบ Comté ที่เก็บได้นาน แพ็กแบบสุญญากาศแล้วค่อยใส่กระเป๋าโหลด

 

9. หมวกเบเร่ต์ (Beret)

ของฝากฝรั่งเศส หมวกเบเร่ต์สีดำสวม

ใครที่ชื่นชอบซีรีส์ Emily in Paris ต้องเคยเห็นนางเอกของเรื่องสวมหมวกเบเร่ต์ (Beret) ที่ดูแปลกตาและน่ารักไปอีกแบบ หมวกเบเร่ต์มีลักษณะเป็นทรงกลม แบน และอ่อนนุ่ม ส่วนใหญ่ทำจากขนสัตว์ ผ้าฝ้าย หรือเส้นใยสังเคราะห์อื่น ๆ ซึ่งเป็นไอคอนิกของแฟชั่นสไตล์ปารีเซียง บาเร่ต์มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 17 ได้แรงบันดาลใจจากหมวกแบบ Basque Berets หรือหมวกแบบดั้งเดิมของคนเลี้ยงแกะบนเทือกเขาพิเรนีส (Pyrenees) ที่สวยงาม

กระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 18 หมวกเบเร่ต์จึงได้รับความนิยมแพร่หลายและกลายเป็นหมวกยอดนิยมของชาวฝรั่งเศสไปอย่างรวดเร็ว จนในปี 1889 หมวกเบเร่ต์ได้กลายเป็นหมวกที่ใช้กับเครื่องแบบทหารของฝรั่งเศส จนถึงทุกวันนี้หมวกเบเร่ต์จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของชาวปารีเซียงและได้รับความนิยมตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะวงการแฟชั่นที่มักจะหยิบเอาหมวกเบเร่ต์มาแมตท์กับเสื้อผ้าหลากสไตล์ แต่จะให้ปารีเซียงขั้นสุดต้องแมตท์กับเสื้อลายเบรอตง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวฝรั่งเศสเช่นกัน

อยากได้ลุคปารีเซียงขั้นสุด จับหมวกเบเร่ต์มาแมตช์กับเสื้อลายเบรอตงตามที่เล่าไปได้เลย ทั้งคู่เป็นไอเทมคลาสสิกที่ไม่ตกเทรนด์ หาซื้อได้ตั้งแต่ร้านวินเทจไปจนถึงห้างใหญ่ เป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่ทั้งใช้ได้จริงและถ่ายรูปออกมาสวย

 

10. เครื่องประดับและผ้าพันคอ

ของฝากจากฝรั่งเศส เครื่องประดับวินเทจและผ้าพันคอลายสวยวางบนโต๊ะไม้

เหตุที่ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศผู้นำเทรนด์แฟชั่นของโลก รวมถึงงานฝีมือ เครื่องประดับ และผ้าพันคอของศิลปินชาวฝรั่งเศสที่วางขายในหลายเมืองก็มีเสน่ห์เช่นกัน หากอยากได้ของฝากจากฝรั่งเศสที่มีสไตล์ ตลาดท้องถิ่นและร้านขายงานฝีมือต่าง ๆ เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการค้นหาของที่ระลึกเก๋ ๆ คุณจะได้พบกับงานคราฟต์หลายชนิด รวมไปถึงเครื่องปั้นดินเผา ของแต่งบ้าน และสิ่งทอต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินค้าเฉพาะของแต่ละเมือง ตลาดและร้านค้าเหล่านี้นำเสนอศิลปวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น รวมถึงเปิดโอกาสให้คุณสามารถสนับสนุนช่างฝีมือและผู้ผลิตสินค้ารายเล็ก ๆ ได้อีกด้วย

ถ้างบถึง ผ้าพันคอผ้าไหมของ Hermès คือของฝากจากฝรั่งเศสในฝันของใครหลายคน ลายสวยจนมีคนสะสมกันเป็นงานอดิเรก แต่ถ้าอยากได้สไตล์เฉพาะตัวในราคาเบากว่า ลองเดินตลาดงานคราฟต์หรือร้านดีไซเนอร์ท้องถิ่นดู มักเจอผ้าพันคอกับเครื่องประดับทำมือที่หาที่ไหนไม่ได้

 

11. เสื้อลายทางเบรอตง (Breton Shirt)

ของฝากจากฝรั่งเศส เสื้อลายทางเบรอตงสีดำสลับขาววางบนธงชาติฝรั่งเศส

เสื้อลายทางขวางสีน้ำเงินสลับขาวที่เห็นกันบ่อย ๆ ในหนังฝรั่งเศส จริง ๆ แล้วมีชื่อว่า 'มารีนิแยร์' (Marinière) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าเสื้อลายเบรอตง จุดเริ่มต้นมาจากเครื่องแบบกะลาสีเรือของกองทัพเรือฝรั่งเศสตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 ว่ากันว่าลายทาง 21 เส้นแทนชัยชนะของนโปเลียน (เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหนก็ยังเถียงกันอยู่) ก่อนที่โกโก ชาแนล (Coco Chanel) จะหยิบมาทำให้กลายเป็นแฟชั่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ทุกวันนี้มันกลายเป็นไอเทมสามัญประจำตู้เสื้อผ้าของคนฝรั่งเศส ใส่ง่าย แมตช์อะไรก็ดูเก๋ แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะคือ Saint James, Armor-Lux และ Orcival ซึ่งยังผลิตในฝรั่งเศสจริง ๆ เนื้อผ้าหนาทนใส่ได้หลายปี ใครมองหาของฝากจากฝรั่งเศสที่ใช้ได้จริงและบ่งบอกความเป็นฝรั่งเศสชัด ๆ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก ฝากผู้ชายก็ได้ ฝากผู้หญิงก็ดี

 

12. กระเป๋าและเครื่องหนัง

ของฝากจากฝรั่งเศส กระเป๋าหนังสไตล์ฝรั่งเศส

คนไทยที่ไปฝรั่งเศสน้อยคนจะพลาดหมวดนี้ โดยเฉพาะกระเป๋า Longchamp รุ่น Le Pliage ที่พับเก็บได้ น้ำหนักเบา ราคาจับต้องได้กว่าแบรนด์ลักชัวรีอื่น แถมซื้อที่ฝรั่งเศสยังถูกกว่าไทยพอสมควร พอขอคืนภาษีได้อีกก็ยิ่งคุ้ม เลยกลายเป็นของฝากจากฝรั่งเศสยอดฮิตที่ฝากกันรัว ๆ

ถ้าอยากได้แบรนด์ที่คนรู้จักน้อยลงมาแต่ดีไซน์เก๋ ลองดู Polène หรือ Lancel ส่วนสายงานหนังแท้แบบคลาสสิก ฝรั่งเศสก็ขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือเครื่องหนังมานาน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ เข็มขัด หรือสมุดโน้ตปกหนัง ล้วนเป็นของที่ระลึกที่ดูดีและใช้ได้นาน เลือกชิ้นที่พกง่ายหน่อยจะได้ไม่เปลืองที่ในกระเป๋าเดินทาง

 

13. ชาชั้นดีจากฝรั่งเศส

ของฝากจากฝรั่งเศส ชาชั้นดีในกระป๋องหลากสีวางบนชั้นวางสินค้า

พอพูดถึงชา หลายคนนึกถึงอังกฤษก่อน แต่ฝรั่งเศสก็มีวัฒนธรรมชาที่ลึกไม่แพ้กัน ชื่อที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น Mariage Frères ร้านชาเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1854 กลิ่นซิกเนเจอร์อย่าง Marco Polo เป็นที่ติดใจคนทั่วโลก กระป๋องสีดำคลาสสิกก็สวยจนซื้อมาวางโชว์ได้เลย

อีกสองแบรนด์ที่น่าหิ้วคือ Kusmi Tea กับ Dammann Frères กระป๋องสีสันสดใส ใส่ในกระเป๋าก็ไม่หนัก ราคาไม่แรงเท่าน้ำหอมหรือกระเป๋า เลยเป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่เหมาะกับการซื้อแจกหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสายชิลที่ชอบจิบชายามบ่าย รับรองว่าได้ใจคนรับแน่

 

14. มัสตาร์ดดิฌงและของชำกูร์เมต์

ของขึ้นชื่อฝรั่งเศส มัสตาร์ดดิฌงวางขายบนร้านของชำ

สายทำอาหารห้ามพลาดหมวดนี้เด็ดขาด มัสตาร์ดดิฌง (Dijon Mustard) จากแคว้นเบอร์กันดีคือของขึ้นชื่อฝรั่งเศสที่ใช้ได้สารพัด ตั้งแต่ทำน้ำสลัดไปจนถึงหมักเนื้อ แบรนด์อย่าง Maille หรือ Edmond Fallot รสจัดกว่าที่ขายในซูเปอร์ทั่วไปเยอะ

ไม่ใช่แค่มัสตาร์ด ของชำกูร์เมต์อื่น ๆ ก็น่าหิ้วไม่แพ้กัน เช่น เกลือดอกไม้ทะเล 'เฟลอ เดอ เซล' (Fleur de Sel) จากเกอร็องด์ น้ำผึ้ง แยม Bonne Maman หรือเครื่องเทศ 'แอร์บ เดอ พรอว็องส์' (Herbes de Provence) ของพวกนี้น้ำหนักเบา เก็บได้นาน แพ็กง่าย เป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่ดูมีรสนิยมและไม่เหมือนใคร

 

15. มาดแลนและคานาเล่

ของฝากจากฝรั่งเศส ขนมมาดแลนรูปเปลือกหอย

ถ้าอิ่มมาการองแล้วอยากได้ขนมอบฝรั่งเศสอย่างอื่นบ้าง ลองมองสองตัวนี้ดู มาดแลน (Madeleine) ขนมเนื้อนุ่มรูปเปลือกหอย ที่ดังขึ้นมาเพราะนักเขียนชื่อมาร์แซล พรุสต์ (Marcel Proust) เขียนถึงในนิยายจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำวัยเด็กไปเลย

ส่วนคานาเล่ (Canelé) เป็นของขึ้นชื่อจากเมืองบอร์กโดซ์ ข้างนอกกรอบเป็นคาราเมล ข้างในนุ่มหนึบ หอมกลิ่นเหล้ารัมกับวานิลลา สองอย่างนี้ถ้าซื้อแบบแพ็กกล่องสวย ๆ ก็เป็นของฝากจากฝรั่งเศสที่ดูพิเศษ เหมาะฝากคนที่ชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ แต่อย่าลืมว่าขนมสดมีอายุสั้น ควรซื้อช่วงท้าย ๆ ทริปแล้วรีบกินจะดีที่สุด

 

5 เรื่องควรรู้ เมื่อจะซื้อของฝากจากฝรั่งเศส

  • การจะเลือกของฝากจากฝรั่งเศสให้สมบูรณ์แบบ ควรเน้นสินค้าที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีของฝรั่งเศส เช่น งานคราฟต์ ชีส ไวน์ สิ่งทอที่ผลิตในท้องถิ่น เครื่องปั้นดินเผาจากโพรวองซ์ (Provence) หรือเซรามิกแฮนด์เมดจากแคว้นอาลซัส (Alsace) เป็นของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์และมีความหมาย ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของงานฝีมือและมรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสไว้อย่างลงตัว
  • สำรวจตลาดท้องถิ่นและร้านค้างานฝีมือในแต่ละเมือง เพื่อค้นหาของที่ระลึกคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์ เช่น ตลาดสินค้ามือสอง Marché aux Puces de Saint-Ouen ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในปารีส ที่ที่คุณจะค้นพบเสื้อผ้า งานคราฟต์ หรือเครื่องประดับวินเทจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครที่ชอบงานฝีมือเก๋ ๆ ต้องควรพลาดถนน Rue du Bac ในปารีส หรือโพรวองซ์ก็มีของที่ระลึกฝรั่งเศสให้เลือกมากมาย รวมถึงสบู่แฮนด์เมด น้ำหอม และผลิตภัณฑ์จากอาหารมากมาย
  • สำหรับคนที่ซื้อไวน์ แชมเปญ ชีส และช็อกโกแลตเป็นของฝาก ควรคำนึงถึงแพกเก็จจิ้งที่แข็งแรง สวยงาม และสะดวกสบายในการแพ็กใส่กระเป๋าเดินทาง แนะนำให้พกถุงปิดผนึกสุญญากาศ หรือถุงเก็บความเย็นเพื่อรักษาความสดใหม่ของชีสให้อร่อยจนถึงประเทศไทย อีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยม ได้แก่ เมนูช็อคโกแลตSignature จากร้านช็อกโกแลตชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง La Maison du Chocolat หรือ Pierre Hermé รวมถึงสมุนไพรและเครื่องเทศรสเลิศจากโพรวองซ์
  • ก่อนจะซื้อของฝากที่เป็นอาหารและผลไม้ ควรตรวจเช็กระเบียบของศุลกากรเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารเข้ามาในประเทศไทย เพราะสินค้าบางอย่าง เช่น เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผลไม้ ฯลฯ อาจอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดหรือเป็นสิ่งต้องห้าม
  • อีกเรื่องที่ช่วยประหยัดได้เยอะคือการขอคืนภาษี (Tax Refund) ตอนซื้อของ ใครซื้อของชิ้นใหญ่อย่างกระเป๋าหรือน้ำหอม อย่าลืมขอเอกสารคืนภาษีจากร้านไว้ด้วย วิธีทำแบบละเอียดดูได้ในหัวข้อคำถามที่พบบ่อยด้านล่าง

 

ที่สำคัญอย่าลืมลิสต์รายชื่อคนที่คุณอยากจะซื้อของฝากจากฝรั่งเศส ยิ่งถ้ารู้ว่าเขาชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษก็จะได้ความประทับใจเพิ่มขึ้น แต่สำหรับคนที่คิดไม่ออกว่า “ไปฝรั่งเศสซื้ออะไรดี” มาการอง ครัวซองต์ และบาแกตต์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังสะท้อนวัฒนธรรมการกินของชาวฝรั่งเศสอีกด้วย อีกทั้งแต่ละร้านค้ายังมีศิลปะในการอบขนมปังที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องการเก็บรักษาให้เหมาะสม พวงกุญแจหอไอเฟลก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

ช้อปของฝากจากฝรั่งเศสจนเต็มกระเป๋าแล้ว ก่อนออกเดินทางก็อย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจให้ทุกทริปด้วยประกันการเดินทางต่างประเทศจากชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่ช่วยดูแลตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือกระเป๋าเดินทางมาช้า ไปจนถึงความคุ้มครองสัมภาระและทรัพย์สิน (เผื่อของฝากชิ้นสำคัญมีอันเป็นไประหว่างทาง) มีให้เลือกทั้งแบบรายเที่ยวและรายปี เที่ยวฝรั่งเศสได้สบายใจ ไร้กังวลตลอดทริป สนใจสอบถามข้อมูลความคุ้มครองได้ที่ โทร. 0 2611 4242 หรือเช็กราคาเบี้ยประกันได้เลย

อ้างอิง:

UNESCO, French Customs (Douane)

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ขอคืนภาษี (Tax Refund / détaxe) ที่ฝรั่งเศสทำยังไง ใครขอได้บ้าง?

A: ได้ครับ นักท่องเที่ยวไทยถือว่าเป็นผู้พำนักนอกสหภาพยุโรป จึงมีสิทธิ์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือที่เรียกว่า ‘détaxe’ เงื่อนไขหลักคือ ต้องอายุ 16 ปีขึ้นไป อยู่ในฝรั่งเศสไม่เกิน 6 เดือน และซื้อของจากร้านที่ร่วมรายการให้ครบขั้นต่ำ 100 ยูโร (รวมภาษีแล้ว) ภายในร้านเดียวกันในวันเดียว ยอดที่ได้คืนจริงจะอยู่ราว 10 ถึง 15% ของราคา หลังหักค่าธรรมเนียม วิธีทำคือ ตอนจ่ายเงินให้ยื่นพาสปอร์ตเพื่อขอเอกสารคืนภาษี (มีบาร์โค้ด PABLO) จากร้าน พอถึงสนามบินก่อนเช็กอินกระเป๋า ให้นำเอกสารไปสแกนที่ตู้ PABLO แล้วเก็บของที่ซื้อไว้ให้พร้อมโดนตรวจ ทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายใน 3 เดือนนับจากวันซื้อ

Q: ของฝากจากฝรั่งเศสนำกลับเข้าไทยได้คนละเท่าไหร่ ต้องเสียภาษีไหม?

A: ตามระเบียบศุลกากรไทย ผู้โดยสารขาเข้านำของใช้ส่วนตัวที่ไม่ใช่ของต้องห้ามหรือของต้องกำกัด มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท เข้ามาได้โดยไม่ต้องเสียภาษี ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไวน์หรือแชมเปญ จำกัดที่ 1 ลิตรต่อคน (สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป) และบุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ถ้าเกินกว่านี้ต้องสำแดงที่ช่องแดง (Red Channel) และชำระภาษีตามจริง ส่วนของกินจำพวกเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม หรือผลไม้สด มักมีข้อจำกัดเพิ่มเติมหรือต้องขออนุญาต แนะนำให้เช็กกับกรมศุลกากรหรือกรมปศุสัตว์ก่อนซื้อกลับ จะได้ไม่มีปัญหาตอนผ่านด่าน

Q: ช่วงไหนของปีเหมาะกับการไปช้อปของฝากที่ฝรั่งเศสที่สุด?

A: ถ้าเป้าหมายคือช้อปให้คุ้ม ต้องเล็งช่วง ‘เทศกาลลดราคา’ (Les Soldes) ที่ฝรั่งเศสกำหนดโดยกฎหมาย ปีละ 2 รอบ รอบละประมาณ 4 สัปดาห์ รอบหน้าหนาวจะอยู่ช่วงต้นเดือนมกราคม ส่วนรอบซัมเมอร์จะอยู่ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม (ของปี 2026 ตรงกับ 24 มิถุนายน ถึง 21 กรกฎาคม) ช่วงนี้สินค้าแฟชั่น กระเป๋า และน้ำหอมลดราคากันกระหน่ำ อีกช่วงที่น่าไปคือปลายปี (พฤศจิกายนถึงธันวาคม) ที่มีตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) ขายของแฮนด์เมดและของขวัญน่ารัก ๆ ที่หาซื้อช่วงอื่นไม่ได้

Q: ซื้อของฝากจากฝรั่งเศสที่ไหนดี นอกจากร้านในย่านท่องเที่ยว?

A: นอกจากร้านของที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในปารีสก็รวมของไว้ครบจบในที่เดียว เช่น Galeries Lafayette และ Printemps แถวบูเลอวาร์ดโอสมาน (Boulevard Haussmann), Le Bon Marché ย่านฝั่งซ้าย รวมถึง BHV Marais และ La Samaritaine ข้อดีคือหลายแห่งช่วยทำเรื่องคืนภาษีให้ด้วย ถ้าเวลาน้อย ร้านดิวตี้ฟรีในสนามบิน (CDG หรือ Orly) ก็มีน้ำหอม เครื่องสำอาง ไวน์ และขนมให้เลือก ส่วนใครชอบล่าของแบรนด์เนมลดราคา ลองไปเอาท์เล็ตอย่าง La Vallée Village ที่อยู่นอกเมืองไม่ไกล

Q: ซื้อไวน์หรือแชมเปญใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ไหม?

A: ขึ้นเครื่องแบบถือติดตัว (carry-on) ไม่ได้ครับ เพราะของเหลวที่นำขึ้นห้องโดยสารต้องบรรจุในขวดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ขวดไวน์หรือแชมเปญขนาดปกติจึงต้องโหลดใส่กระเป๋าใต้ท้องเครื่อง โดยห่อกันกระแทกให้ดี หรืออีกทางที่สะดวกกว่าคือซื้อจากร้านดิวตี้ฟรีหลังผ่านจุดตรวจในสนามบิน ทางร้านจะแพ็กในถุงซีลปิดผนึก (STEB) ที่นำขึ้นเครื่องได้ แต่ต้องไม่แกะออกจนกว่าจะถึงปลายทาง ถ้ามีต่อเครื่อง ควรเช็กกฎของประเทศที่แวะพักด้วย เพราะบางที่อาจให้ถือผ่านได้เฉพาะบางกรณี