เที่ยวยุโรปครั้งแรก ไปไหนดี? แนะนำ 3 ประเทศเที่ยวง่าย พร้อมทริคเตรียมตัวฉบับมือใหม่
เชื่อเถอะว่า ใคร ๆ ก็อยากไปเที่ยวยุโรปสักครั้งในชีวิต ดินแดนที่รุ่มรวยด้วยศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และความสวยงามของบ้านเมือง แต่พอเจอเรื่องวีซ่าเชงเก้น ค่าครองชีพ ไปจนถึงข่าวแก๊งล้วงกระเป๋า ก็เริ่มทำให้หลายคนลังเลใจ กลัวไปเที่ยวจะกลายเป็นผู้ประสบภัยมากกว่านักเดินทาง ชับบ์ คัดสรร 3 ประเทศตอบโจทย์มือใหม่หัดเที่ยวยุโรป ที่ครบทั้งความงาม ความปลอดภัย และเที่ยวง่ายด้วยตัวเอง ถ้าไม่อยากเป็นผู้ประสบภัยก็แค่ซื้อ ชับบ์ประกันเดินทางต่างประเทศ เพื่อความอุ่นใจ
มือใหม่เที่ยวยุโรป ช่วงไหนดีสุด
คนส่วนใหญ่ที่ฝันอยากไปเที่ยวยุโรป เพราะอยากสัมผัสอากาศหนาวเย็น หิมะฟู ๆ ตลาดคริสต์มาส สถาปัตยกรรมอลังการ หรือความสวยงามของธรรมชาติ แต่สำหรับบางคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวจัดเกินไป และถ้าไปฤดูร้อนก็ร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านเราเลยล่ะ ชับบ์ แนะนำมือใหม่ให้เริ่มจาก 3 ฤดูกาลนี้
- เมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ): ช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป ดอกไม้หลากสีสันผลิบานทั่วเมือง และกลางวันยาวนานทำให้เราเที่ยวได้คุ้มสุด ๆ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวน้อยกว่าฤดูร้อนอีกด้วย
- มิถุนายน – สิงหาคม (ฤดูร้อน): ช่วงไฮซีซั่นของยุโรป ตอบโจทย์คนที่ชอบบรรยากาศคึกคัก แต่อากาศร้อนจัดและคนพลุกพล่าน โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมจะหนาแน่นเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงวันหยุดของคนท้องถิ่น
- กันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง): ช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนยุโรปให้กลายเป็นเมืองแห่งความโรแมนติก อากาศเริ่มเย็นลง แต่ไม่หนาวจัดเหมือนฤดูหนาว และนักท่องเที่ยวไม่หนาตาเท่าช่วงหน้าร้อน (สิงหาคม)
** ข้อควรรู้: ใครชอบหิมะ ลานสกี หรือตลาดคริสต์มาส แนะนำช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคม แม้อากาศจะหนาวเย็นจนถึงขั้นติดลบ (บางแห่ง) แต่คุณสามารถประหยัดค่าที่พักและเที่ยวได้แบบส่วนตัวมากขึ้น
เที่ยวยุโรปครั้งแรก ประเทศไหนดี
เพื่อเติมเต็มความฝันที่อยากจะไปเที่ยวยุโรปสักครั้ง ชับบ์ คัดสรร 3 เส้นทางยอดนิยมสำหรับคนอยากไปเที่ยวชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์ สถาปัตยกรรมสวยงาม เน้นเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัย ส่วนจะมีที่ไหนบ้างมาดูกันดีกว่า
1. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ปลอดภัยเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป จึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เหมาะกับการเที่ยวยุโรปครั้งแรก และเป็นดินแดนในฝันที่ตอบโจทย์มือใหม่หัดเที่ยว ด้วยระบบขนส่งมวลชนเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ ที่โดนใจมือใหม่ที่สุดคือ Swiss Travel Pass ใบเดียวขึ้นได้ทั้งรถไฟ รถบัส และเรือได้ทั่วประเทศ แนะนำให้ปักหมุดที่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เพื่อชมสะพานไม้เก่าแก่และขึ้นยอดเขา Pilatus จากนั้นต่อรถไฟไปยังหมู่บ้านในฝัน Grindelwald หรือ Lauterbrunnen ในเขต Jungfrau เพื่อสัมผัสวิวเทือกเขาแอลป์ที่สวยงามอลังการ ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีมาก ช่วยให้การเดินทางครั้งแรกของคุณราบรื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอน
** Tips: ดาวน์โหลดแอป SBB Mobile ติดเครื่องไว้สำหรับเช็กตารางรถไฟที่แม่นยำ และควรพกกระบอกน้ำไว้เติมน้ำพุที่สะอาดและดื่มได้ฟรีทั่วเมือง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
2. ออสเตรีย-เช็ก (Austria & Czech Republic)
สำหรับคนที่อยากเที่ยวยุโรปราคาไม่แรง แต่วิวแพงหลักล้าน “ออสเตรีย-เช็ก” เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ทั้งสองประเทศมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามระดับโลก ค่าครองชีพเป็นมิตร และเดินทางข้ามประเทศได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มต้นที่ กรุงปราก (Prague) เดินชมสะพานชาร์ลส์ยามเช้าและปราสาทปรากที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง จากนั้นนั่งรถไฟไป กรุงเวียนนา (Vienna) เพื่อเสพงานศิลปะและสถาปัตยกรรมระดับโลก ปิดท้ายที่ ฮัลชตัท (Hallstatt) หมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในออสเตรีย ทั้งสองประเทศเดินทางเชื่อมต่อกันง่ายด้วยรถไฟหรือรถบัสข้ามเมือง ทำให้บริหารจัดการงบประมาณและเวลาได้อย่างลงตัว
** Tips: แนะนำให้จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าผ่านแอป ÖBB เพื่อราคาประหยัดกว่า อย่าลืมพกเงินสดติดตัวไว้ เพราะร้านอาหารเล็ก ๆ บางแห่งอาจไม่รับบัตรเครดิต
3. สหราชอาณาจักร (England / Scotland)
สหราชอาณาจักร (UK) เป็นที่เที่ยวยอดนิยม ซึ่งมือใหม่ก็สามารถเที่ยวเองได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มต้นที่ ลอนดอน (London) เมืองหลวงของอังกฤษที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟใต้ดินครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วทั้งเมือง จากนั้นนั่งรถไฟขึ้นเหนือสู่ เอดินบะระ (Edinburgh) ประเทศสก็อตแลนด์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าสุดคลาสสิกและปราสาทบนเนินเขาที่ดูลึกลับน่าค้นหา คุณจะได้สัมผัสทั้งความทันสมัยและประวัติศาสตร์เก่าแก่ในทริปเดียว
** Tips: ใช้บัตร Contactless หรือ Travel Card แตะจ่ายค่ารถสาธารณะได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องซื้อตั๋วแยก และควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มพับติดตัวเสมอ เพราะอากาศที่อังกฤษเปลี่ยนแปลงบ่อย
กฎเหล็กที่ต้องรู้: การขอวีซ่าเชงเก้น
การขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ในปี 2026 มีการปรับเปลี่ยนกฎและระบบใหม่เพื่อให้การคัดกรองเข้มข้นขึ้น นี่คือ 5 กฎเหล็กที่มือใหม่ควรรู้ก่อนไปขอวีซ่า
- การเลือกสถานทูต: ยื่นกับประเทศที่คุณพักนานที่สุด (นับตามจำนวนคืนที่เช็กอิน) ถ้าพักประเทศใดประเทศหนึ่งเท่ากัน ให้ยื่นกับประเทศที่คุณเดินทางเข้าเป็นที่แรก (First Entry) หากยื่นขอวีซ่ากับประเทศที่พักน้อยกว่า หรือประเทศที่ไม่ได้ไปพักจริง ๆ อาจเสี่ยงถูกปฏิเสธวีซ่า หรือโดนส่งกลับหน้าด่านได้
- เงินต้อง "เป๊ะ" และมีที่มาชัดเจน: ยอดเงินควรครอบคลุมค่าใช้จ่ายประมาณ 100 ยูโร (ราว 4,000 บาท) ต่อวัน อย่าใช้วิธีฝากก้อนใหญ่ครั้งเดียวก่อนยื่น เพราะระบบจะมองว่าเป็นความเสี่ยงได้ ที่สำคัญหลักฐานการทำงานต้องสอดคล้องกับรายได้ในบัญชี เพื่อพิสูจน์ว่าคุณมีภาระผูกพันและจะเดินทางกลับประเทศไทยแน่นอน
- กฎ 90/ 180 วัน: วีซ่าท่องเที่ยว อนุญาตให้คุณอยู่ในเขตเชงเก้นได้ ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน ระบบ EES (Entry/ Exit System) ใหม่ในปี 2026 จะนับจำนวนการเข้า-ออกของคุณแบบวินาทีต่อวินาที ผ่านข้อมูลชีวมาตร (ลายนิ้วมือ/ สแกนใบหน้า) หากอยู่เกินเพียงวันเดียวระบบจะขึ้น “ธงแดง” ทันที
- ค่าธรรมเนียมและระบบดิจิทัลใหม่ในปี 2026: ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นปรับขึ้นเป็น 90 ยูโร (ประมาณ 3,500 บาท) สำหรับผู้ใหญ่ ควบคู่กับการนำระบบเก็บข้อมูลชีวมาตรที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด บางประเทศเริ่มเปลี่ยนไปใช้การยื่นเอกสารแบบดิจิทัลผ่านระบบ EU VAP แล้ว
- ต้องมีประกันเดินทาง: คุณไม่สามารถขอวีซ่าเชงเก้นได้ถ้าไม่มีประกันเดินทาง วงเงินคุ้มครองต้องไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร (หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท) รวมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินและการส่งตัวกลับประเทศ โดยบริษัทประกันจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตด้วย
ข้อควรรู้: การเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ ไม่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้นได้ ต้องยื่นวีซ่าประเทศอังกฤษแยก และสามารถเดินทางได้ในอีก 3 ประเทศภายใต้สหราชอาณาจักร คือ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
ทริคเอาตัวรอด: ระวังแก๊งล้วงกระเป๋าในยุโรป
แม้ยุโรปจะเป็นประเทศที่สวยงามและบางประเทศอาจดูเจริญก้าวล้ำกว่าบ้านเรา แต่ปัจจุบันมีข่าวการล้วงกระเป๋าและฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวไม่เว้นแต่ละวัน ชับบ์ มีทริคเอาตัวรอดจากแก๊งล้วงกระเป๋าที่กำลังแพร่ระบาดในยุโรปมาฝาก
- ใช้กระเป๋าคาดอก (Sling Bag): พยายามสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้าเสมอ และเลือกใช้กระเป๋าที่มีระบบล็อกซิปหรือเนื้อผ้ากันการกรีด (Cut-proof)
- สายคล้องโทรศัพท์ (Phone Tether): สมาร์ทโฟนคือเป้าหมายอันดับหนึ่งของมิจฉาชีพ การใช้สายคล้องคอหรือคล้องข้อมือจะช่วยป้องกันการถูกฉกจากมือขณะกำลังดูแผนที่ได้ดีมาก
- พก Money Belt: หากพกเงินสดจำนวนมากหรือพาสปอร์ต ให้ใส่ไว้ในกระเป๋าแบน ๆ ซ่อนไว้ใต้กางเกงหรือเสื้อตัวใน
- ระวังสถานที่ที่คนพลุกพล่าน: หลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนพลุกพล่าน อย่าประมาทรถไฟฟ้า และไม่ควรวางโทรศัพท์หรือกระเป๋าเงินไว้บนโต๊ะอาหารโดยเด็ดขาด เพราะอาจหายได้ในเสี้ยววินาทีที่คนเดินผ่าน
- อย่าเป็นนักท่องเที่ยวใจดี: หากมีคนเดินเข้ามาทักทายแปลก ๆ อย่างขอกอด, ยื่นดอกไม้ หรือทำเครื่องดื่มหกใส่ ให้รีบเดินหนีทันที เพราะมักจะเป็นการดึงความสนใจเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมเข้ามาล้วงกระเป๋าเราจากด้านหลัง
- แยกเก็บเงิน: อย่าใส่เงินทั้งหมดไว้ในกระเป๋าใบเดียว ให้แบ่งเงินสดส่วนหนึ่งไว้ในกระเป๋าเดินทางที่โรงแรม และพกติดตัวเฉพาะที่ต้องใช้ในวันนั้นจะดีกว่า
- เตรียมสำรอง Digital: ถ่ายรูปหน้าพาสปอร์ต วีซ่า และเอกสารประกันเดินทางเก็บไว้ใน Cloud หรืออีเมล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีฉุกเฉิน
แม้ 3 ประเทศน่าเที่ยวในยุโรปที่เราแนะนำจะขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย เที่ยวง่าย และสวยงามน่าประทับใจ แต่ก็ไม่ควรประมาท หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การมีประกันเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่คุ้มครองทรัพย์สินสูญหายหรือถูกโจรกรรมจะช่วยให้คุณอุ่นใจขึ้นมาก ด้วยแผนการประกันภัยที่ครอบคลุมคุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่า ด้วยวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโรตามที่สถานทูตกำหนด ให้ทริปยุโรปครั้งแรกมีแต่รอยยิ้มและความอุ่นใจตลอดการเดินทาง