20 ที่เที่ยวปารีสชิค ๆ เมืองสุดโรแมนติกทริปเที่ยวยุโรป ปี 2569
ชับบ์ ชวนคุณบินไปสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของมหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ที่รุ่มรวยไปด้วยแฟชั่น แสงสี ดนตรี ศิลปะ ไวน์ และบรรยากาศสุดโรแมนติก หลังจากที่เราแนะนำ 5 เมืองน่าเที่ยวที่ฝรั่งเศสมาแล้ว ทริปนี้เราชวนคุณมาเดินชิลล์ ๆ ชมวิวหอไอเฟลยามบ่าย เสพย์งานศิลป์ล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์(Musée du Louvre) อร่อยกับอาหารมิชลินสตาร์ ผ่อนคลายกับกาแฟและครัวซองต์หอมกรุ่น ชมสถาปัตยกรรมสุดหรูในพระราชวังแวร์ซายส์ และช้อปปิ้งบนถนนสายแฟชั่น แต่จะ เที่ยวปารีสให้อุ่นใจต้องมี ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ไปด้วย ส่วน 20 ที่เที่ยวปารีสสุดชิคจะมีที่ไหนกันบ้าง ตามลิสต์ของเราไปเที่ยวได้เลย
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- เที่ยวฝรั่งเศสต้องขอวีซ่าหรือไม่? เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวปารีส
- 20 สถานที่ท่องเที่ยวปารีสชิคๆ ในเมืองสุดโรแมนติกของยุโรป
- หอไอเฟล (Eiffel Tower)
- พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Musée du Louvre)
- พระราชวังแวร์ซายส์ (Château de Versailles / Palace of Versailles)
- มหาวิหารน็อทร์ดาม (Cathédrale Notre-Dame de Paris)
- ย่านมงต์มาทร์ (Montmartre)
- ประตูชัยปารีส (Arc de Triomphe)
- ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs-Élysées)
- พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay)
- โบสถ์แซ็งต์-ชาแปล (Sainte-Chapelle)
- ล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River Cruise)
- สวนลุกซ็องบูร์ (Jardin du Luxembourg)
- โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย (Palais Garnier / Opéra Garnier)
- พิพิธภัณฑ์โรแด็ง (Musée Rodin)
- พิพิธภัณฑ์ออร็องเฌอรี (Musée de l'Orangerie)
- ย่านเลอ มาเร่ (Le Marais)
- อนุสรณ์สถานแปงเตอง (Panthéon)
- สุสานใต้ดินปารีส (Catacombes de Paris)
- จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)
- ศูนย์ศิลปะปงปิดู (Centre Pompidou)
- สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Pont Alexandre III)
เที่ยวฝรั่งเศสต้องขอวีซ่าหรือไม่? เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวปารีส
ก่อนจะไปตะลุยปารีสด้วยตัวเอง อย่าลืมวางแผนการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการท่องเที่ยว ที่สำคัญก่อนจะไปเที่ยวฝรั่งเศสต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วันก่อนการเดินทาง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถอยู่ในประเทศฝรั่งเศสได้ไม่เกิน 90 วัน สำหรับคนที่จะไปเที่ยวฝรั่งเศสด้วยตัวเองก็หมดกังวลเรื่องภาษาได้เลย เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันแปลภาษาที่ช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากจะพกบัตรเครดิตแล้วควรแลกเงินยูโรไปบางส่วน เพื่อความสะดวกในการชอปปิง
20 สถานที่ท่องเที่ยวปารีสชิคๆ ในเมืองสุดโรแมนติกของยุโรป
1. หอไอเฟล (Eiffel Tower)
นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของปารีสแล้ว หอไอเฟลยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรัก ความฝัน และความโรแมนติกอีกด้วย ใครได้มาเยือนปารีสแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับหอไอเฟล ถือว่ามาไม่ถึงที่นี่ ไฮไลต์ของการเที่ยวหอไอเฟลอยู่ที่การขึ้นไปชมวิวที่ชั้นบนสุด ซึ่งคุณสามารถเลือกเดินขึ้นบันไดหรือจะขึ้นลิฟต์ก็ได้เช่นกัน (ขึ้นอยู่กับความสตรองของร่างกายและจิตใจ) แต่หากเวลาน้อยแนะนำให้ขึ้นลิฟต์จะสะดวกรวดเร็วกว่า เพราะหอไอเฟลมีความสูงถึง 330 เมตรเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมความสูงของเสาอากาศด้านบนอีก 24 เมตร ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายก็เหมือนเดินขึ้นตึกสูง 75 ชั้นนั่นล่ะ!
วิวด้านบนของหอไอเฟลนั้นคุ้มค่ามาก ๆ เพราะคุณจะมองเห็นมุมเมืองปารีสแบบพาโนรามา ชมวิวแม่น้ำแซน (La Seine) ประตูชัย และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของปารีส แล้วยังมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกให้ช้อปปิ้งด้วยนะ แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงแดดจะอบอุ่น แถมบริเวณรอบหอไอเฟลก็มีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย แวะปิกนิกที่สวน Champ de Mars สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในบรรยากาศร่มรื่นและผ่อนคลายก็ได้ฟีลสุดๆ เดินถัดมาอีกนิดก็จะเจอกับแม่น้ำแซนที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเย็น ที่แสงอาทิตย์ตกกระทบกับผิวน้ำเป็นใจให้คู่รักมาเดินเล่นจับมือกันแบบสุดโรแมนติก
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/aTFidinmrx5CA8Gq6
- ค่าเข้าชม: ขึ้นบันไดไปชั้น 2 เริ่มต้น 14.80 ยูโร, ลิฟต์ไปชั้น 2 เริ่มต้น 23.10 ยูโร, ลิฟต์ขึ้นยอด (Summit) 36.70 ยูโร สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุ 4-11 ปี และเยาวชนอายุ 12-24 ปี ได้ราคาลดพิเศษ เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปีเข้าชมฟรี แนะนำจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า เพราะช่วง High Season ตั๋วมักหมดเร็วมาก
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30-23.45 น. และ 9.00-00.45 น. ช่วงกลางเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกันยายน (ยกเว้นวันที่ 1 พฤษภาคม) ควรตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดล่าสุดที่เว็บไซต์ทางการ เพราะอาจมีการปิดปรับปรุงบางส่วนเป็นระยะ
- เดินทาง: รถไฟฟ้า Metro สาย 6 ลงสถานี Bir-Hakeim หรือ RER สาย C ลงสถานี Champ de Mars – Tour Eiffel
2. พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Musée du Louvre)
ตะลุยดินแดนศิลปะระดับโลกภายในพีระมิดแก้วขนาดใหญ่ใจกลางกรุงปารีส ที่ใคร ๆ ก็ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งกับ ‘พิพิธภัณฑ์ลูฟว์’ แลนด์มาร์คสุดอลังการงานสร้างของฝรั่งเศส แน่นอนว่าการมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกแบบนี้ คิวเข้าชมยาวเหยียดเป็นธรรมดา แนะนำว่าควรซื้อตั๋วแบบ E-Ticket ผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าไว้ก่อนเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ที่สำคัญก่อนเริ่มสำรวจงานศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าลืมหยิบแผนที่ตรงทางเข้ามาศึกษาก่อน (มีภาษาไทยด้วยนะ) จะได้ไม่พลาดงานศิลปะล้ำค่า หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Louvre Museum ก็ได้เช่นกัน หนึ่งในผลงานเลื่องชื่อที่ทุกคนอยากมาเห็นด้วยตาคือ ภาพวาดโมนาลิซ่า (Mona Lisa) ของลีโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo DaVinci) ศิลปินเอกของโลก ที่มักจะรายล้อมไปด้วยนักท่องเที่ยวหนาตา เช่นเดียวกับ ‘Venus de Milo’ เทพีแห่งความรัก ความงาม และความอุดมสมบูรณ์ของกรีกโบราณ ที่ยังคงความสง่างามและทรงเสน่ห์ชวนหลงใหลไม่เสื่อมคลาย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/mXs8H71qkKo2VoyZ8
- ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป 32 ยูโร (สำหรับนักท่องเที่ยวนอก EU/EEA ตั้งแต่ 14 ม.ค. 2026), เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้พิการเข้าชมฟรี เยาวชน EU อายุ 18-25 ปี เข้าชมฟรี และทุกศุกร์แรกของเดือนหลัง 18.00 น. เข้าชมฟรี (ยกเว้นเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม)
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) ตั้งแต่ 09:00-18:00 น.
- เดินทาง: Metro สาย 1 หรือ 7 ลงสถานี Palais Royal – Musée du Louvre
3. พระราชวังแวร์ซายส์ (Château de Versailles หรือ Palace of Versailles)
เพียงก้าวแรกที่เข้าไปในบริเวณพระราชวังแวร์ซายส์ คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยายชวนฝัน หนึ่งในพระราชวังที่สวยที่สุดในโลกได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยทองคำและหินอ่อน สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่สวยงามอลังการจนแทบลืมหายใจ เดิมทีแวร์ซายน์เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ในปารีส กระทั่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ทรงโปรดปรานการล่าสัตว์อย่างมาก ทรงสร้างพระราชวังขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างการล่าสัตว์ แต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเห็นว่าแวร์ซายน์มีศักยภาพมากกว่านั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายและพัฒนาพระราชวังให้ยิ่งใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของฝรั่งเศสในที่สุด นอกจากจะมีห้องหรูหราให้ชื่นชมมากมาย ทั้งห้องบรรทมของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และห้องกระจก (Hall of Mirrors) ภายนอกก็ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้กัน เดินชมสวนของพระราชวังแวร์ซายส์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี น้ำพุ และประติมากรรมยุโรปอันอ่อนช้อย พระราชวังแวร์ซายส์ยังเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ฝรั่งเศสอีกหลายพระองค์ และยังเป็นสถานที่ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ หรือสัญญาสันติภาพที่ยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/mBxyQcXc1CBUvYV38
- ค่าเข้าชม: ตั้งแต่ 14 มกราคม 2026 ค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินอก EU ปรับขึ้นเป็น 35 ยูโร (จากเดิม 32 ยูโร) จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าที่เว็บไซต์ทางการ en.chateauversailles.fr
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่ 09:00-18:30 น. (เมษายน-ตุลาคม) และ 09:00-17:30 น. (พฤศจิกายน-มีนาคม) ปิดวันที่ 1 ม.ค., 1 พ.ค. และ 25 ธ.ค.
- เดินทาง: RER สาย C ลงสถานี Versailles Château – Rive Gauche แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
4. มหาวิหารน็อทร์ดาม (Cathédrale Notre-Dame de Paris)
สัมผัสมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลาของมหาวิหารน็อทร์ดาม มหาวิหารสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศสที่มีอายุเก่าแก่กว่า 860 ปี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1163 และใช้เวลาในก่อสร้างกว่า 2 ทศวรรษ ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO ในปี 1991 แม้ว่ามหาวิหารแห่งนี้จะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน 2019 แต่หลังจากการบูรณะฟื้นฟูอย่างยิ่งใหญ่นานกว่า 5 ปี มหาวิหารแห่งนี้ก็ได้เปิดให้เข้าชมอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมแบบกอธิคยังคงตราตรึงไม่เสื่อมคลาย ลองใช้เวลาเดินชมรอบ ๆ มหาวิหาร ชื่นชมซุ้มประตู หน้าต่างกระจกสี และยอดแหลมที่สูงตระหง่าน แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้อย่างเต็มอิ่ม
มหาวิหารน็อทร์ดามยังเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่สำคัญของโลก และเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งนวนิยายเรื่องดัง "คนค่อมแห่งน็อทร์ดาม" (The Hunchback of Notre Dame) ของวิกตอร์ อูโก (Victor Hugo) อีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HdHXT7ASDjZyhynC6
- ค่าเข้าชม: เข้าชมภายในมหาวิหารฟรี (แนะนำจองรอบเข้าชมฟรีผ่านเว็บไซต์ทางการ notredamedeparis.fr ล่วงหน้า 1-2 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อคิวนานกว่า 2-3 ชั่วโมง) หอระฆัง (Towers) เปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ 20 กันยายน 2025 ค่าเข้าชม 16 ยูโร ต้องจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า ส่วนห้อง Treasury (คลังสมบัติ) ค่าเข้าชม 12 ยูโร ซื้อตั๋วหน้างาน
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน หอระฆังเปิดทุกวัน 09:00-17:30 น. (พฤศจิกายน-มีนาคม) และ 09:00-23:00 น. (เมษายน-ตุลาคม)
- เดินทาง: Metro สาย 4 ลงสถานี Cité หรือ Saint-Michel Notre-Dame (RER B, C)
5. ย่านมงต์มาทร์ (Montmartre)
ย่านสุดฮิปบนเนินเขาสูงใจกลางกรุงปารีส ที่แค่ขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ก็ฟินอย่าบอกใคร ยิ่งได้เห็นวิวเมืองปารีสแบบพาโนรามายามบ่ายและใกล้พระอาทิตย์ตกดิน รับรองว่าคุ้มค่ากับการปีนขึ้นมา ย่านมงต์มาทร์ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะและดนตรีจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่ Street Art ร้านขายของที่ระลึก แกลเลอรี่ เบเกอรี่ และคาเฟ่ให้นั่งชิลล์เพียบ ที่พลาดไม่ได้คือการไปเยี่ยมชม มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (Sacré-Coeur Basilica) โบสถ์สีขาวโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา ภายในงดงามตระการตาด้วยกระจกสีที่ประดับประดาอย่างวิจิตร และชมวิวนครปารีสในมุมที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ ไม่ไกลเป็นที่ตั้งของ จัตุรัสเตร์ตร (Place du Tertre) ที่คราคร่ำไปด้วยศิลปินวาดภาพเหมือน นักดนตรี และร้านขายของที่ระลึก รวมถึง Moulin Rouge คาบาเรต์ชื่อดังระดับโลก ต้นกำเนิดของคาบาเรต์แบบปารีเซียง จากนั้นเพิ่มความโรแมนติก ด้วยการแวะไปเยือนที่ Le Mur des Je t'aime หรือ “กำแพงแห่งรัก” ที่เขียนคำว่า "ฉันรักคุณ" เป็นภาษาต่าง ๆ กว่า 300 ภาษา (อย่าลืมมองหาภาษาไทยด้วยนะ) เดินเล่นจนเหนื่อยแล้วแวะจิบกาแฟในคาเฟ่เล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย แล้วคุณจะผ่อนคลายไปกับเสน่ห์ของย่านมงต์มาทร์จนถอนตัวไม่ขึ้น มงต์มาทร์เป็นหนึ่งในที่เที่ยวปารีสที่เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะมาคนเดียว มากับคู่รัก หรือมากับเพื่อน ๆ ก็สนุกได้หมด
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wn8XFcMivAhaovCk8
- เดินทาง: Metro สาย 2 ลงสถานี Anvers แล้วเดินขึ้นเขา หรือนั่งรถรางไฟฟ้า Funiculaire ขึ้นไปได้สะดวก
6. ประตูชัยปารีส (Arc de Triomphe)
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของกองทัพฝรั่งเศสในสงครามนโปเลียน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส ประตูชัยเริ่มก่อสร้างในปี 1806-1836 โดยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 สถาปัตยกรรมของประตูชัยได้รับอิทธิพลจากประตูชัยแห่งติตุส (Arch of Titus) ในกรุงโรม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรวรรดิโรมัน นอกจากนี้ ประตูชัยยังเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้าที่เสียสละ สัญลักษณ์แห่งความเป็นชาติของฝรั่งเศส และเป็นจุดหมายปลายทางของขบวนพาเหรดไปจนถึงการเฉลิมฉลองต่าง ๆ ประตูชัยตั้งอยู่ที่สุดปลายถนนฌ็องเซลิเซ่ ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญของปารีส ที่คุณสามารถขึ้นไปชมวิวปารีสได้จากด้านบนของประตูชัย นอกจากนี้ ใต้ประตูชัยยังมีสุสานทหารนิรนามอีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/4J2B6DXMDtq4AK6S7
- ค่าเข้าชม: 16-17 ยูโร (ตุลาคม-มีนาคม) ซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ทางการ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และเยาวชน EU อายุ 18-25 ปี เข้าชมฟรี วันอาทิตย์แรกของเดือน (พฤศจิกายน-มีนาคม) เข้าชมฟรีสำหรับทุกคน
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 10:00-23:00 น. (เมษายน-กันยายน) และ 10:00-22:30 น. (ตุลาคม-มีนาคม) ปิดวันที่ 1 พ.ค., เช้า 8 พ.ค., เช้า 14 ก.ค. และเช้า 11 พ.ย.
- เดินทาง: Metro สาย 1, 2 หรือ 6 ลงสถานี Charles de Gaulle – Étoile
7. ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs-Élysées)
ถนนสายช้อปปิ้งชื่อดังระดับโลก ฌ็องเซลิเซ่เป็นแหล่งรวมร้านแบรนด์เนมสุดหรู ทั้ง Chanel, Dior, Louis Vuitton, Hermes เป็นต้น แม้คุณจะไม่ใช่สายแฟชั่น แต่ก็สามารถมาเดินเล่นชมความสวยงามของการตกแต่งร้านแบรนด์เนมที่มีเสน่ห์ นอกจากนั้น ถนนสายนี้ยังมีร้านอาหาร เบเกอรี่ ร้านครัวซองต์ มาการอง และคาเฟ่สวย ๆ อีกมากมายให้นั่งผ่อนคลายได้ตามรสนิยม เดินเพลินไปเรื่อย ๆ จนถึงประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) รับรองว่าได้รูปสวย ๆ ลงโซเชียลมีเดียจนคุณเลือกไม่ถูกเลย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/nxzo5Y4fvFLu8RsXA
- เดินทาง: Metro สาย 1 ลงสถานี George V หรือ Franklin D. Roosevelt จะอยู่กลางถนนพอดี
8. พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay)
อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวปารีส พิพิธภัณฑ์ออร์แซตั้งอยู่ริมแม่น้ำแซนฝั่งซ้าย ภายในอาคารสถานีรถไฟเก่าสไตล์ Beaux-Arts ที่ถูกแปลงโฉมเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตั้งแต่ปี 1986 ที่นี่เป็นบ้านหลังใหญ่ของผลงานศิลปะแนว Impressionist และ Post-Impressionist ที่ดีที่สุดในโลก รวบรวมผลงานของศิลปินระดับตำนานไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็นโมเนต์ (Monet) มาเนต์ (Manet) เรอนัวร์ (Renoir) เดอกาส์ (Degas) และแวนโก๊ะ (Van Gogh) รวมถึงภาพวาดชื่อดังอย่าง Starry Night Over the Rhône ของแวนโก๊ะ และ Bal du moulin de la Galette ของเรอนัวร์ ตัวอาคารเองก็สวยงามไม่แพ้งานศิลปะ โดยเฉพาะนาฬิกากระจกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม มองออกไปเห็นวิวแม่น้ำแซนและย่านมงต์มาทร์ได้ชัดเจน สำหรับคนที่ชอบศิลปะแต่ไม่อยากเดินเยอะเท่าลูฟว์ พิพิธภัณฑ์ออร์แซเป็นทางเลือกที่ลงตัวมาก เพราะมีขนาดกะทัดรัดกว่าแต่คุณภาพงานศิลปะไม่แพ้กัน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CWbFNQah98vUJaGX9
- เดินทาง: RER สาย C ลงสถานี Musée d'Orsay หรือ Metro สาย 12 ลงสถานี Solférino
9. โบสถ์แซ็งต์-ชาแปล (Sainte-Chapelle)
โบสถ์เล็ก ๆ ที่ซ่อนความงดงามระดับตำนานไว้ภายใน แซ็งต์-ชาแปลเป็นโบสถ์หลวงสไตล์กอธิคที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 เพื่อเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงมงกุฎหนามของพระเยซูคริสต์ ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือนคือหน้าต่างกระจกสี (Stained Glass) จำนวน 15 บาน สูงกว่า 15 เมตร ที่เล่าเรื่องราวจากพระคัมภีร์ไบเบิลกว่า 1,113 ฉาก เมื่อแสงแดดส่องผ่านกระจกสีเหล่านี้ ภายในโบสถ์จะเปล่งประกายด้วยแสงสีรุ้งสุดตระการตาจนแทบหยุดหายใจ แนะนำให้มาช่วงเช้าที่แดดส่องจากทิศตะวันออกจะสวยที่สุด แซ็งต์-ชาแปลตั้งอยู่บนเกาะอีล เดอ ลา ซิเต (Île de la Cité) ใกล้กับมหาวิหารน็อทร์ดาม สามารถเดินเที่ยวทั้งสองที่ได้ในวันเดียว ในช่วงค่ำยังมีคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกแบบ Candlelight Concert ที่บรรยากาศสุดพิเศษอีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VnDfvpx3caMUuDNA6
- เดินทาง: Metro สาย 4 ลงสถานี Cité หรือ RER สาย B, C ลงสถานี Saint-Michel Notre-Dame
10. ล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River Cruise)
ถ้ามาเที่ยวปารีสแล้วยังไม่ได้ล่องเรือแม่น้ำแซน ถือว่าพลาดประสบการณ์สุดโรแมนติกอย่างหนึ่งไปเลย แม่น้ำแซน (La Seine) ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ ๆ มากมาย ทั้งหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ มหาวิหารน็อทร์ดาม พิพิธภัณฑ์ออร์แซ และสะพานสวย ๆ อีกหลายแห่ง การล่องเรือทำให้คุณได้เห็นปารีสในมุมที่แตกต่างจากการเดินเท้า โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกดินหรือยามค่ำคืนที่แสงไฟจากสถานที่สำคัญต่าง ๆ สะท้อนลงบนผิวน้ำอย่างงดงาม มีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ล่องเรือชมวิว 1 ชั่วโมง ไปจนถึงล่องเรือพร้อมดินเนอร์สุดหรู ผู้ให้บริการยอดนิยมได้แก่ Bateaux Mouches และ Bateaux Parisiens ที่ท่าเรืออยู่ใกล้หอไอเฟล
- พิกัด: ท่าเรือ Bateaux Parisiens — Port de la Bourdonnais https://maps.app.goo.gl/bateaux-parisiens (ใกล้หอไอเฟล)
- เดินทาง: Metro สาย 6 ลงสถานี Bir-Hakeim หรือ RER สาย C ลงสถานี Champ de Mars – Tour Eiffel แล้วเดินไปท่าเรือ
11. สวนลุกซ็องบูร์ (Jardin du Luxembourg)
สวนสาธารณะที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของปารีสที่ชาวปารีเซียงรักมาก สวนลุกซ็องบูร์สร้างขึ้นในปี 1612 โดยพระราชินีมารี เดอ เมดิชิ (Marie de Médicis) เพื่อเป็นสวนประจำพระราชวังลุกซ็องบูร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวุฒิสภาฝรั่งเศส สวนแห่งนี้กว้างกว่า 23 เฮกตาร์ ตกแต่งในสไตล์สวนฝรั่งเศสและสวนอังกฤษผสมผสานกันอย่างลงตัว มีน้ำพุขนาดใหญ่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยเก้าอี้เหล็กสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวปารีเซียงชอบมานั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือแค่นั่งเพลิน ๆ ชมบรรยากาศ ภายในสวนยังมีรูปปั้นกว่า 100 ชิ้น สนามเทนนิส ลานเปตอง สนามเด็กเล่น และเรือจำลองให้เด็ก ๆ เล่นในสระน้ำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวปารีสที่เหมาะกับการพักผ่อนหลังจากเดินชมพิพิธภัณฑ์มาทั้งวัน เข้าชมฟรีทุกวัน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LM3o7hZ5nFf1qqv38
- เดินทาง: RER สาย B ลงสถานี Luxembourg หรือ Metro สาย 4 ลงสถานี Saint-Sulpice หรือ Odéon
12. โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย (Palais Garnier / Opéra Garnier)
โรงอุปรากรที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สร้างในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ออกแบบโดยสถาปนิก Charles Garnier ในสไตล์ Beaux-Arts ที่อลังการจนทุกคนที่เข้าไปต้องตะลึง ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อน ทองคำ กระจก และจิตรกรรมบนเพดาน โดยเฉพาะภาพเพดานในห้องแสดงที่วาดโดย Marc Chagall ศิลปินระดับโลก เต็มไปด้วยสีสันสดใส โรงอุปรากรปาแลการ์นีเยยังเป็นแรงบันดาลใจของนิยายเรื่องดัง "ปีศาจแห่งโรงอุปรากร" (The Phantom of the Opera) ของ Gaston Leroux อีกด้วย ใต้อาคารมีทะเลสาบใต้ดินจริง ๆ ที่ใช้เป็นฉากในนิยาย คุณสามารถเข้าชมภายในได้โดยไม่ต้องดูการแสดง หรือจะซื้อตั๋วชมบัลเลต์หรือโอเปร่าเพื่อประสบการณ์สุดพิเศษก็ได้
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/oAxNR3v2Fz9m3VJY8
- เดินทาง: Metro สาย 3, 7 หรือ 8 ลงสถานี Opéra
13. พิพิธภัณฑ์โรแด็ง (Musée Rodin)
สวรรค์ของคนรักงานประติมากรรมในบรรยากาศสวนสวยใจกลางปารีส พิพิธภัณฑ์โรแด็งตั้งอยู่ในคฤหาสน์ Hôtel Biron สไตล์โรโกโก ที่ Auguste Rodin ประติมากรเอกระดับโลกเคยใช้เป็นสตูดิโอทำงานจริง ๆ ภายในจัดแสดงผลงานชิ้นเอกมากมาย ทั้ง The Thinker (นักคิด) ประติมากรรมรูปชายนั่งครุ่นคิดที่โด่งดังไปทั่วโลก, The Kiss ประติมากรรมคู่รักที่แสดงออกถึงความรักอย่างงดงาม และ The Gates of Hell ผลงานชิ้นใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Divine Comedy ของดันเต สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือสวนประติมากรรมขนาดใหญ่ ที่จัดแสดงผลงานกลางแจ้งท่ามกลางดอกกุหลาบและต้นไม้ร่มรื่น มองเห็นโดมทองของวิหารแอ็งวาลีด (Les Invalides) เป็นฉากหลัง เหมาะกับการเดินเล่นชมงานศิลปะอย่างผ่อนคลาย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2NwNhC65vQjLuqHq5
- เดินทาง: Metro สาย 13 ลงสถานี Varenne หรือ สาย 8 ลงสถานี Invalides
14. พิพิธภัณฑ์ออร็องเฌอรี (Musée de l'Orangerie)
พิพิธภัณฑ์ขนาดกะทัดรัดที่เก็บสมบัติล้ำค่าของโลกศิลปะไว้อย่างงดงาม ตั้งอยู่ในสวนตุยเลอรี (Jardin des Tuileries) ใกล้กับจัตุรัสคองคอร์ด ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือนคือห้องจัดแสดงภาพชุด Water Lilies (Nymphéas) ของ Claude Monet ภาพวาดดอกบัวขนาดมหึมา 8 แผ่น ที่จัดแสดงในห้องรูปวงรี 2 ห้อง ออกแบบให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาจากเพดานกระจก ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางสวนบัวของโมเนต์ที่ Giverny จริง ๆ นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังอีกหลายท่าน เช่น Renoir, Cézanne, Matisse, Picasso และ Modigliani ในคอลเลกชัน Jean Walter and Paul Guillaume เป็นที่ท่องเที่ยวปารีสที่เหมาะกับคนรักศิลปะที่ต้องการบรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าลูฟว์
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HNE2z53PpTBjLfwX9
- เดินทาง: Metro สาย 1, 8 หรือ 12 ลงสถานี Concorde
15. ย่านเลอ มาเร่ (Le Marais)
ย่านเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ที่สุดของปารีส ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เลอ มาเร่ตั้งอยู่ในเขต 3 และ 4 ของปารีส เป็นหนึ่งในไม่กี่ย่านที่รอดพ้นจากการรื้อถอนครั้งใหญ่ในสมัยบารอน Haussmann จึงยังคงกลิ่นอายของปารีสยุคเก่าไว้ครบถ้วน ทั้งตรอกซอกซอยแคบ ๆ อาคารหินโบราณ และคฤหาสน์ยุคกลาง ปัจจุบันย่านนี้เป็นแหล่งรวมแกลเลอรี่ศิลปะ บูติกแฟชั่น ร้านวินเทจ คาเฟ่สุดชิค และร้านอาหารชื่อดัง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของจัตุรัส Place des Vosges จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในปารีสที่สวยงามมาก พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ (Musée Picasso) และย่านชาวยิว (Rue des Rosiers) ที่มี Falafel อร่อยระดับตำนาน เป็นย่านเดินเล่นชมเมืองที่สนุกมาก ช่วงวันอาทิตย์ร้านค้าในย่านนี้ยังคงเปิดให้บริการ ต่างจากย่านอื่น ๆ ในปารีสที่มักจะปิดวันอาทิตย์
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Le-Marais-Paris
- เดินทาง: Metro สาย 1 ลงสถานี Saint-Paul หรือ สาย 8 ลงสถานี Chemin Vert
16. อนุสรณ์สถานแปงเตอง (Panthéon)
อนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่บนยอดเนินเขาแซ็งต์-เฌอเนเวียฟ (Montagne Sainte-Geneviève) ในย่านลาแต็งควอเตียร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก มีโดมขนาดใหญ่สูงเด่นเป็นสง่าที่มองเห็นได้จากหลายมุมของปารีส เดิมสร้างเพื่อเป็นโบสถ์ แต่ภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่ฝังร่างบุคคลสำคัญของฝรั่งเศส อาทิ วอลแตร์ (Voltaire) ฌ็อง-ฌัก รูโซ (Jean-Jacques Rousseau) วิกตอร์ อูโก (Victor Hugo) มารี กูรี (Marie Curie) และอเล็กซานดร์ ดูมาส์ (Alexandre Dumas) ภายในยังมีลูกตุ้มฟูโกต์ (Foucault's Pendulum) อุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง จากด้านบนของโดมสามารถชมวิวพาโนรามาของปารีสได้อย่างสวยงาม เป็นที่เที่ยวปารีสที่เหมาะสำหรับคนรักประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pantheon-paris
- เดินทาง: RER สาย B ลงสถานี Luxembourg แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที หรือ Metro สาย 10 ลงสถานี Cardinal Lemoine
17. สุสานใต้ดินปารีส (Catacombes de Paris)
ที่เที่ยวสุดหลอนแต่ทรงเสน่ห์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นดินลึก 20 เมตรของกรุงปารีส สุสานใต้ดินปารีสเป็นอุโมงค์เหมืองหินเก่าที่ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่เก็บกระดูกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อสุสานในเมืองปารีสแออัดล้นจนเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข กระดูกของชาวปารีเซียงกว่า 6 ล้านคนถูกย้ายมาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตลอดทางเดินในอุโมงค์ยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร บรรยากาศภายในค่อนข้างขนลุกแต่ก็น่าสนใจมากในเชิงประวัติศาสตร์ อุณหภูมิภายในอุโมงค์คงที่ประมาณ 14 องศาเซลเซียส ควรพกเสื้อกันหนาวไปด้วย ที่สำคัญตั๋วเข้าชมมักหมดเร็วมาก ควรจองออนไลน์ล่วงหน้า เพราะรับนักท่องเที่ยวได้จำกัดเพียง 200 คนในเวลาเดียวกัน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/catacombes-paris
- เดินทาง: Metro สาย 4 หรือ 6 ลงสถานี Denfert-Rochereau
18. จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)
จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในปารีสที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ทั้งงดงามและน่าสะพรึง ตั้งอยู่ระหว่างสวนตุยเลอรี (Jardin des Tuileries) และถนนฌ็องเซลิเซ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และเคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตด้วยกิโยตินในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส รวมถึงพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อ็องตัวเน็ต ปัจจุบันจัตุรัสแห่งนี้งดงามด้วยเสาโอเบลิสก์ (Luxor Obelisk) อายุกว่า 3,000 ปีจากอียิปต์โบราณ สูง 23 เมตร ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยน้ำพุสีทองอันวิจิตร 2 แห่ง ที่สวยงามเป็นพิเศษในยามค่ำคืนเมื่อมีไฟประดับ จัตุรัสคองคอร์ดเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีมากในการเดินเที่ยว เพราะสามารถเดินไปสวนตุยเลอรี ถนนฌ็องเซลิเซ่ หรือข้ามแม่น้ำแซนไปพิพิธภัณฑ์ออร์แซได้สะดวก
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/place-de-la-concorde
- เดินทาง: Metro สาย 1, 8 หรือ 12 ลงสถานี Concorde
19. ศูนย์ศิลปะปงปิดู (Centre Pompidou)
ศูนย์ศิลปะร่วมสมัยที่มีสถาปัตยกรรมแหวกแนวที่สุดในปารีส ออกแบบโดย Renzo Piano และ Richard Rogers ในสไตล์ High-Tech ที่นำท่อ บันไดเลื่อน และโครงสร้างทั้งหมดมาไว้ด้านนอกอาคาร ทำให้ตัวอาคารดูเหมือนงานศิลปะขนาดยักษ์ที่โดดเด่นท่ามกลางอาคารสไตล์ปารีเซียงดั้งเดิม ภายในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติ (Musée National d'Art Moderne) มีคอลเลกชันศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยใหญ่ที่สุดในยุโรป มีผลงานกว่า 100,000 ชิ้น ตั้งแต่ Matisse, Kandinsky, Duchamp ไปจนถึงศิลปินร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดสาธารณะ โรงภาพยนตร์ และพื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียน ลานหน้าอาคารมักมีศิลปินข้างถนนมาแสดงโชว์ บรรยากาศสนุกสนาน (หมายเหตุ: ศูนย์ปงปิดูอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ มีกำหนดเปิดใหม่ปี 2030 ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนวางแผนไป)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/centre-pompidou
- เดินทาง: Metro สาย 11 ลงสถานี Rambuteau หรือ สาย 1 ลงสถานี Hôtel de Ville
20. สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Pont Alexandre III)
สะพานที่สวยงามที่สุดในปารีส และอาจจะสวยที่สุดในโลกด้วย สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซีย เปิดใช้ในงาน World Fair ปี 1900 ตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการด้วยเสาไฟสีทอง ประติมากรรมนางฟ้า เทพเจ้า และม้ามีปีก (Pegasus) สีทองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเสา 4 ต้นที่มุมสะพาน สะพานทอดข้ามแม่น้ำแซนเชื่อมระหว่างจัตุรัสคองคอร์ดกับวิหารแอ็งวาลีด ตรงกลางสะพานเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มองเห็นหอไอเฟลเป็นฉากหลัง ช่วงค่ำเมื่อไฟประดับสว่างขึ้น สะพานจะสวยงามสุดขีดจนเป็นฉากยอดนิยมในภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง เป็นจุดที่เหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูป โดยเฉพาะคู่รักที่อยากได้ภาพสุดโรแมนติก
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pont-alexandre-iii
- เดินทาง: Metro สาย 8 หรือ 13 ลงสถานี Invalides หรือ สาย 1, 13 ลงสถานี Champs-Élysées – Clemenceau
เที่ยวปารีส ประเทศฝรั่งเศส ให้สนุกและประทับใจ ควรซื้อประกันภัยการเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance)ที่คุ้มครองตั้งแต่ก่อนเดินทางจนจบทริป ครอบคลุมเกินกว่าคำว่าคุ้มค่า!สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02 611 4242ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-18.00 น. และบริการสายด่วนฉุกเฉินทั่วโลกตลอด 24/7 โทร.+662 039 5770
** อ้างอิง: 10 Best Neighborhoods in Paris
คำถามที่พบบ่อย
Q: เที่ยวปารีสช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวปารีสคือเดือนเมษายน-มิถุนายน และกันยายน-ตุลาคม อากาศจะอบอุ่นกำลังสบาย อุณหภูมิประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส ต้นไม้และดอกไม้ผลิบานสวยงาม ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมเป็น High Season อากาศร้อนและนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด แต่ข้อดีคือกลางวันยาวขึ้น (พระอาทิตย์ตกหลังสี่ทุ่ม) ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เป็น Low Season ที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่า ค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินถูกกว่า แต่อากาศจะหนาวเย็น
Q: ค่าใช้จ่ายเที่ยวปารีสประมาณเท่าไหร่ต่อวัน?
A: สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่วางแผนเที่ยวปารีส ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก) อยู่ที่ประมาณ 80-150 ยูโร (ประมาณ 3,000-5,500 บาท) ซึ่งครอบคลุมค่าอาหาร ค่าเดินทางในเมือง และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว การซื้อตั๋วรถไฟฟ้าแบบ Navigo Easy หรือ Paris Visite Pass จะช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มาก ส่วนค่าอาหารหากทานตามร้านท้องถิ่นหรือเบเกอรี่จะประหยัดกว่าร้านอาหารย่านนักท่องเที่ยว
Q: ปารีสปลอดภัยไหม? ต้องระวังอะไรบ้าง?
A: ปารีสเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยดี แต่เหมือนกับเมืองใหญ่ทั่วไป ควรระวังเรื่องนักล้วงกระเป๋า (Pickpocket) โดยเฉพาะในจุดท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หอไอเฟล รถไฟฟ้า Metro และย่านมงต์มาทร์ ควรเก็บกระเป๋าไว้ด้านหน้าตัว ไม่ควรวางโทรศัพท์บนโต๊ะอาหาร และระวังกลุ่มคนที่เข้ามาขอลายเซ็นหรือผูกสร้อยข้อมือ เพราะอาจเป็นกลลวงเพื่อล้วงกระเป๋า การมีประกันการเดินทางจะช่วยคุ้มครองในกรณีกระเป๋าหายหรือถูกขโมย
Q: เดินทางในปารีสใช้อะไรสะดวกที่สุด?
A: ระบบขนส่งสาธารณะของปารีสครอบคลุมและสะดวกมาก ทางเลือกหลักคือรถไฟฟ้า Metro ซึ่งมี 16 สาย ครอบคลุมทั่วเมือง เปิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 05:30-01:00 น. (คืนวันศุกร์-เสาร์ถึง 02:15 น.) นอกจากนี้ยังมีรถบัส RER (รถไฟชานเมือง) และรถราง สำหรับนักท่องเที่ยวแนะนำซื้อ Navigo Easy Card เพื่อเติมตั๋ว T+ ในราคา 2.15 ยูโรต่อเที่ยว หรือซื้อแบบแพ็ก 10 เที่ยว (Carnet) จะประหยัดกว่า อีกทางเลือกคือ Paris Visite Pass ที่ใช้ได้ไม่จำกัดภายใน 1-5 วัน
Q: เที่ยวปารีสกี่วันถึงจะเพียงพอ?
A: สำหรับการเที่ยวปารีสแบบครบรส แนะนำอย่างน้อย 4-5 วัน โดยจัดสรรเวลาดังนี้: วันที่ 1 หอไอเฟลและล่องเรือแม่น้ำแซน, วันที่ 2 พิพิธภัณฑ์ลูฟว์และย่านมาเร่ (Le Marais), วันที่ 3 มงต์มาทร์ ประตูชัย และฌ็องเซลิเซ่, วันที่ 4 มหาวิหารน็อทร์ดามและย่านลาแต็งควอเตียร์ (Latin Quarter), วันที่ 5 พระราชวังแวร์ซายส์ (ใช้เวลาเต็มวัน) หากมีเวลาเพิ่ม สามารถแวะชมพิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d'Orsay) หรือไปเที่ยว Disneyland Paris ได้อีก