15 ที่เที่ยวฉงชิ่ง สุดยอดนครน่าเที่ยวแดนมังกร ครบทั้งเมืองและธรรมชาติ
นครฉงชิ่งเป็นมหานครขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำแยงซีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจียหลิง ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสลับกับหุบเหว ทำให้ตัวเมืองเรียงตัวกันเป็นหลายระดับ จนได้รับฉายาว่าเมืองภูเขา และเมืองแปดมิติ ยามค่ำคืนแสงไฟจากตึกสูง และสะพานที่สะท้อนผิวน้ำยิ่งทำให้บรรยากาศโดดเด่นไม่เหมือนเมืองใดในจีน
อีกข้อดีคือปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมงครึ่งถึงฉงชิ่ง ทำให้เดินทางสะดวกโดยไม่ต้องต่อเครื่อง นอกจากเรื่องเดินทางสะดวกแล้ว นครฉงชิ่งที่เที่ยวยังครบทุกสไตล์ทั้งสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ และสายเดินเที่ยวในเมือง โดยบทความนี้รวบรวมที่เที่ยวฉงชิ่งที่ได้รับความนิยม พร้อมข้อมูลสำหรับวางแผนทริปเอาไว้ให้แล้ว
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ที่เที่ยวฉงชิ่งสายธรรมชาติและมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง?
- แลนด์มาร์กกลางเมืองฉงชิ่งที่ไม่ควรพลาดคือที่ไหน?
- ย่านเก่าและจุดถ่ายภาพยอดนิยมในฉงชิ่งอยู่ที่ไหน?
- เที่ยวฉงชิ่งช่วงไหนดีที่สุด?
- เดินทางไปฉงชิ่งและเดินทางภายในเมืองอย่างไร?
- อาหารขึ้นชื่อของฉงชิ่งมีอะไรบ้าง?
ที่เที่ยวฉงชิ่งสายธรรมชาติและมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง?
จุดเด่นของฉงชิ่งไม่ได้มีเพียงตัวเมือง แต่ยังมีแหล่งมรดกโลก และอุทยานธรรมชาติที่อยู่นอกเมืองให้เดินทางไปเยือน เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเผื่อไว้สำหรับทริปวันเดย์ทริป
อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)
แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติในเขตอู่หลง อยู่ห่างจากตัวเมืองราว 190 กิโลเมตร เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกจนกลายเป็นหลุมขนาดมหึมา และมีบางส่วนเป็นโพรงหินทะลุคล้ายสะพานทอดข้ามระหว่างหน้าผา ประกอบด้วยสะพานหินธรรมชาติสามแห่ง ได้แก่ เทียนหลง ชิงหลง และเฮยหลง ก่อนลงสู่หลุมฟ้าจะได้เดินบนระเบียงแก้วที่ยื่นออกจากหน้าผา แล้วลงลิฟต์แก้วริมผา ระหว่างเส้นทางเดินยังมีโรงเตี๊ยมโบราณที่จำลองจุดพักของผู้เดินทางในอดีต สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ชุด Transformers และภาพยนตร์จีนเรื่องศึกโค่นบัลลังก์วังทอง (Curse of the Golden Flower) ของจางอี้โหมว
ผาหินแกะสลักต้าจู๋ (Dazu Rock Carvings)
มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก ตั้งอยู่ในเขตต้าจู๋ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตก ใช้เวลาเดินทางราวสองชั่วโมง ไฮไลต์คืองานแกะสลักพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ และรูปเคารพต่าง ๆ ตามหลืบหน้าผา ซึ่งมีอายุนับพันปี ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานความเชื่อทั้งพุทธ เต๋า และคำสอนของขงจื๊อไว้ในงานศิลปะชุดเดียวกันอย่างกลมกลืน
อุทยานเขานางฟ้า (Fairy Maiden Mountain)
เที่ยวฉงชิ่งที่อุทยานธรรมชาติในเขตอู่หลงที่ได้รับฉายาว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งฉงชิ่ง โดดเด่นด้วยป่าสน เนินเขา และทุ่งหญ้ากว้างที่หาชมได้ยากในจีนตอนใต้ มีวัว แพะ และม้าเดินหากินอยู่ทั่วบริเวณ ด้วยระดับความสูงของพื้นที่ทำให้อากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวจะกลายเป็นลานหิมะขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวนิยมนั่งรถรางชมวิว หรือเล่นว่าวในทุ่งหญ้า
วัดสือเป่าจ้าย (Shibaozhai)
วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี ล้อมรอบด้วยแนวเขื่อนขนาดเล็ก และมีสะพานเชื่อมเข้าสู่ตัววัด จึงมองดูคล้ายวัดที่ตั้งอยู่กลางน้ำ จุดเด่นคือเจดีย์ไม้สีแดงสิบสองชั้นที่ก่อสร้างแนบไปกับหน้าผา ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ และมีบันไดให้ขึ้นไปชมทัศนียภาพโดยรอบ
เมืองผีเฟิงตู (Fengdu Ghost City)
สถานที่ท่องเที่ยวฉงชิ่งที่มีชื่อเสียงของฉงชิ่ง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม และงานประติมากรรมเก่าแก่ ภายในมีประตูนรก และประตูสวรรค์ที่สื่อถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษ พร้อมหลักคำสอนที่เตือนใจให้ตระหนักถึงผลของการกระทำ เหมาะกับผู้ที่สนใจวัฒนธรรม และความเชื่อดั้งเดิมของจีน
แลนด์มาร์กกลางเมืองฉงชิ่งที่ไม่ควรพลาดคือที่ไหน?
สำหรับผู้ที่มีเวลาไม่มาก แลนด์มาร์กในตัวเมืองต่อไปนี้อยู่ไม่ไกลกัน เดินทางถึงกันได้ด้วยรถไฟฟ้า และแท็กซี่ภายในเวลาไม่นาน และเป็นเสน่ห์ของนครฉงชิ่งที่เที่ยวได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน
ตลาดหงหยาต้ง (Hongyadong)
อาคารไม้หลายชั้นที่สร้างยึดตามไหล่เขาริมแม่น้ำเจียหลิง ภายในแบ่งเป็นหลายโซน มีทั้งตลาดของกิน แหล่งช้อปปิ้ง และส่วนที่พัก ยามค่ำคืนเมื่อเปิดไฟประดับทั่วทั้งอาคารจะให้บรรยากาศคล้ายฉากในภาพยนตร์แอนิเมชัน ชั้นบนมีระเบียงชมวิวที่มองเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย ถือเป็นภาพจำของเมืองที่หลายคนเคยเห็นผ่านสื่อออนไลน์
ราฟเฟิลส์ ซิตี้ (Raffles City Chongqing)
อาคารสูงกลุ่มใหญ่ย่านเฉาเทียนเหมิน ออกแบบร่วมสมัยโดยได้แรงบันดาลใจจากใบเรือ และประตูเมืองโบราณ จุดเด่นคือทางเดินลอยฟ้าความยาวราว 300 เมตรที่เชื่อมอาคารเข้าด้วยกันบนความสูงระดับ 250 เมตร มีจุดชมวิวให้มองเมืองได้รอบทิศ ส่วนด้านล่างเป็นศูนย์การค้าที่รวมแบรนด์ชั้นนำ และร้านอาหารนานาชาติ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเที่ยวฉงชิ่งห้ามพลาด
มหาศาลาประชาคมฉงชิ่ง (Great Hall of the People)
อาคารขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่คนท้องถิ่นเรียกว่าต้าหลี่ถัง ออกแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีนกับอิทธิพลโซเวียต มีโดมขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากหอสักการะฟ้าเทียนถานในกรุงปักกิ่ง ภายในเป็นหอประชุมขนาดหลายพันที่นั่งซึ่งใช้เป็นทั้งที่ประชุม และโรงละคร ด้านหน้าเป็นจัตุรัสกว้างที่ตกแต่งด้วยน้ำพุ ยามค่ำคืนจะเปิดไฟประดับรอบตัวอาคาร
สถานีหลีจื่อป้า (Liziba Station)
สถานีรถไฟฟ้าที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เพราะขบวนรถวิ่งทะลุผ่านอาคารที่พักอาศัยบริเวณชั้นกลางของตึกโดยไม่ต้องรื้อถอนอาคาร โครงสร้างได้รับการออกแบบพิเศษเพื่อลดเสียง และแรงสั่นสะเทือน ปัจจุบันมีชานชาลาชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ด้านล่างสถานียังมีงานศิลปะบนกำแพงให้แวะถ่ายภาพ
ย่านเจียฟางเป่ย (Jiefangbei Pedestrian Street)
ย่านธุรกิจ และถนนคนเดินใจกลางเมือง ศูนย์กลางคือ อนุสาวรีย์ปลดแอกประชาชน ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมือง โดยรอบเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า แบรนด์ชั้นนำ โรงแรม ร้านอาหาร และแผงอาหารท้องถิ่น บริเวณนี้ติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษในช่วงค่ำ
ย่านเก่าและจุดถ่ายภาพยอดนิยมในฉงชิ่งอยู่ที่ไหน?
ผู้ที่ชื่นชอบการเดินเล่น และเก็บภาพบรรยากาศ สามารถแบ่งเวลาครึ่งวันสำหรับย่านเก่า และจุดเช็กอินต่อไปนี้ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมือง และเข้าถึงได้ง่าย
หมู่บ้านโบราณฉือชี่โข่ว (Ciqikou Ancient Town)
ชุมชนเก่าริมฝั่งแม่น้ำเจียหลิงที่มีประวัติยาวนาน เคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าแห่งเครื่องเคลือบมาก่อน ปัจจุบันอาคารหลายหลังได้รับการอนุรักษ์ และปรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องสีเข้ม ชายคาไม้ และกำแพงหิน ภายในมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น ขนม โรงน้ำชา และการแสดงศิลปะพื้นบ้านให้ชม
ถนนเก่าแก่หลงเหมินห่าว (Longmenhao Old Street)
ย่านเก่าที่ตั้งอยู่บนเนินเขาลดหลั่นกันเป็นชั้น ภายในเต็มไปด้วยตรอกซอกซอย และอาคารสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ให้อารมณ์คลาสสิก มีร้านของที่ระลึก ร้านงานคราฟต์ ร้านอาหาร และคาเฟ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พร้อมน้ำตกจำลองที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่น จุดเด่นอีกอย่างคือทำเลที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำแยงซี จึงมองเห็นวิวสะพานได้ชัดเจน
ร้านหนังสือจงซูเก๋อ (Chongqing Zhongshuge Bookstore)
ร้านหนังสือที่ออกแบบภายในได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการจัดเรียงชั้นหนังสือให้เต็มทุกมุมของร้าน ประกอบกับบันไดที่ไล่ระดับสลับไปมา และเพดานกระจกซึ่งสร้างภาพสะท้อนคล้ายพื้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากเป็นจุดถ่ายภาพแล้วยังมีมุมเงียบสำหรับนั่งอ่านหนังสือ และเครื่องดื่มจำหน่ายภายในร้าน
กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Cableway)
กระเช้าลอยฟ้าที่เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำแยงซี เปิดใช้งานมาตั้งแต่ยุค 1980 เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อให้คนท้องถิ่นข้ามฝั่งไปทำงาน ก่อนจะกลายเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวต่อคิวกันยาว ระยะทางไม่ไกลนัก ใช้เวลาข้ามฝั่งราวห้านาที แต่ได้มุมมองเมืองแบบที่หาจากจุดอื่นไม่ได้ เพราะลอยอยู่เหนือผิวน้ำพอดี แนะนำให้ไปช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกแล้วรอไฟเมืองติด จะได้ทั้งสองบรรยากาศในรอบเดียว
สวนสัตว์ฉงชิ่ง (Chongqing Zoo)
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีไฮไลต์เป็นแพนด้ายักษ์ และแพนด้าแดง ช่วงเช้าเป็นเวลาให้อาหาร จึงเป็นจังหวะที่เห็นแพนด้าตื่นตัวมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกหลากหลายชนิด เช่น ช้าง เสือ ยีราฟ ฮิปโป และจิงโจ้ พื้นที่ภายในร่มรื่น เหมาะกับการเดินเล่นแบบสบาย ๆ และเดินทางมาพร้อมเด็ก
เที่ยวฉงชิ่งช่วงไหนดีที่สุด?
ฉงชิ่งที่เที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่อากาศกำลังสบาย และเดินเที่ยวได้สะดวกที่สุดคือราวกลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน และกลางเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคม ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะจะได้เห็นทั้งดอกไม้ผลิบาน และใบไม้เปลี่ยนสีริมแม่น้ำแยงซี ส่วนเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมอากาศร้อนจัด และตรงกับช่วงปิดภาคเรียนของจีน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างแน่น ผู้ที่ต้องการเลี่ยงความแออัดควรหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวประจำชาติของจีนด้วย สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับงบประมาณ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเป็นโลว์ซีซัน ค่าบัตรเข้าชมสถานที่มักปรับลดลง
เดินทางไปฉงชิ่งและเดินทางภายในเมืองอย่างไร?
ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยมายังท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง จากสนามบินเข้าสู่ใจกลางเมืองใช้เวลาราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงโดยรถไฟฟ้า หรือแท็กซี่
ภายในเมืองมีระบบรถไฟฟ้าที่ครอบคลุม และทันสมัย ฉงชิ่งที่เที่ยวสะดวกที่สุดจึงเป็นการใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะสาย 2 ที่วิ่งเลาะไปตามแนวแม่น้ำ และผ่านสถานีหลีจื่อป้า ทำให้ได้ชมวิวเมืองไปในตัว อีกทางเลือกที่ควรลองคือกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี ซึ่งเชื่อมสองฝั่งเมือง และมองเห็นทัศนียภาพจากมุมสูง สำหรับแหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองอย่างเขตอู่หลง และต้าจู๋ แนะนำให้ใช้รถไฟความเร็วสูง หรือเหมารถพร้อมคนขับ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล
อาหารขึ้นชื่อของฉงชิ่งมีอะไรบ้าง?
ฉงชิ่งเป็นต้นตำรับของรสชาติหมาล่า ซึ่งเป็นความเผ็ดร้อนผสมกับความชาลิ้นจากพริก พริกไทยเสฉวน และพริกหอม อาหารประจำเมืองที่ควรลองมากที่สุดคือหม้อไฟฉงชิ่ง ที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปเข้มข้น และวัตถุดิบให้เลือกจุ่มหลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ เครื่องใน ผักสด และเต้าหู้
นอกจากหม้อไฟแล้ว ยังมีบะหมี่ฉงชิ่งหรือเสี่ยวเมี่ยนที่คนท้องถิ่นนิยมรับประทานเป็นมื้อเช้า ผัดหมาล่าเซียงกัว ปลาเผา และอาหารปิ้งย่างตามตลาดกลางคืน ผู้ที่ไม่ถนัดรสเผ็ดสามารถแจ้งร้านให้ปรับระดับความเผ็ด หรือเลือกน้ำซุปแบบสองช่องได้
เมื่อเตรียมเอกสาร และวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยว และรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: Tourism, iChongqing, Dazu Rock Carvings, UNESCO World Heritage Convention
คำถามที่พบบ่อย
Q: ฉงชิ่งเที่ยวกี่วันจึงจะเที่ยวได้ครบ?
A: แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณสี่ถึงห้าวัน โดยแบ่งเป็นในเมืองสองวัน และเผื่ออีกสองถึงสามวันสำหรับเขตอู่หลงและต้าจู๋ที่อยู่นอกเมือง หากมีเวลาเพียงสองถึงสามวัน ควรเลือกเที่ยวเฉพาะในตัวเมืองเป็นหลัก เพราะการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวรอบนอกใช้เวลาค่อนข้างมาก
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีนหรือไม่?
A: ปัจจุบันไทยกับจีนมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาเพื่อการท่องเที่ยว ภายในระยะเวลาพำนักที่กำหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน รวมกันแล้วไม่เกิน 90 วัน เงื่อนไขอาจมีการปรับเปลี่ยน จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
Q: ควรเตรียมแอปพลิเคชันอะไรไว้ใช้ระหว่างทริป?
A: ในทางปฏิบัติ ร้านค้า และระบบขนส่งในจีนนิยมชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันมากกว่าเงินสด แนะนำให้ติดตั้งแอปชำระเงินที่รองรับบัตรต่างประเทศและผูกบัตรให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง รวมถึงแอปแปลภาษา และแอปแผนที่ที่ใช้งานในจีนได้ เนื่องจากป้ายบอกทางส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน
Q: ฉงชิ่งเหมาะกับผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุหรือไม่?
A: เดินทางได้ แต่ควรวางแผนเป็นพิเศษ เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชัน มีบันไดและทางต่างระดับจำนวนมาก แนะนำให้เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟฟ้า เผื่อเวลาเดินระหว่างจุด และเลี่ยงเส้นทางเดินขึ้นเขาที่ใช้เวลานาน
Q: เที่ยวฉงชิ่งสามารถต่อทริปจากฉงชิ่งไปเมืองใดได้บ้าง?
A: ฉงชิ่งเป็นศูนย์กลางรถไฟความเร็วสูงของจีนฝั่งตะวันตก จึงต่อทริปได้สะดวก เมืองที่นิยมเดินทางต่อคือเฉิงตู ซึ่งใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง รวมถึงซีอาน และจางเจียเจี้ย นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมของการล่องเรือแม่น้ำแยงซีสู่เขตสามผา