26 ที่เที่ยวปักกิ่ง จุดเช็กอินห้ามพลาด ไปได้ตลอดปี
ปักกิ่ง (Beijing) เมืองหลวงของจีนที่ไม่ได้มีดีแค่กำแพงเมืองจีน แต่ยังอัดแน่นไปด้วยพระราชวังโบราณ วัดวาอาราม สวนสาธารณะกว้างใหญ่ ย่านศิลปะทันสมัย และสวนสนุกระดับโลก ไม่ว่าจะสายประวัติศาสตร์ สายกิน สายช้อป หรือสายถ่ายรูป ปักกิ่งตอบโจทย์ได้ครบ บทความนี้รวบรวม 26 ที่เที่ยวปักกิ่งที่ต้องไปสักครั้ง พร้อมเวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมครบจบในที่เดียว
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ด่านปาต้าหลิง (Badaling)
- ด่านมู่เทียนยู่ (Mutianyu)
- ด่านจูยองกวน (Juyongguan)
- ด่านซือหม่าไถ (Simatai)
- พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)
- จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square)
- พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)
- หอสักการะฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven)
- วัดลามะยงเหอกง (Lama Temple / Yonghegong)
- วัดขงจื้อ (Temple of Confucius)
- วัดไป๋ผู่ (Baipu Temple)
- ย่านสือช่าไห่ (Shichahai) ทะเลสาบสามแห่งใจกลางเมือง
- อุทยานเป่ยไห่ (Beihai Park)
- สวนจิงซาน (Jingshan Park) จุดชมวิวพระราชวังต้องห้าม
- ย่านหูท่ง (Hutong) ซอกซอยโบราณแห่งปักกิ่ง
- ถนนหวังฟู่จิน (Wangfujing Street) ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง
- ย่านซานลี่ถุน (Sanlitun) ย่านไลฟ์สไตล์ทันสมัย
- ตลาดแพนเจียหยวน (Panjiayuan Antique Market) ตลาดของเก่ายักษ์
- ถนนหนานลัวกูเซียง (Nanluoguxiang) ย่านฮิปสเตอร์
- ย่านศิลปะ 798 (798 Art Zone)
- สนามกีฬารังนก (Bird's Nest / National Stadium)
- สนามกีฬาลูกบอลน้ำ (Water Cube / National Aquatics Center)
- หอคอยซีซีทีวี (CCTV Headquarters)
- ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปักกิ่ง (Universal Beijing Resort)
- Popland พิพิธภัณฑ์ป๊อปคัลเจอร์
- อุทยานหลิงซาน (Lingshan Park) ธรรมชาติและกิจกรรมนอกเมือง
1. ด่านปาต้าหลิง (Badaling) กำแพงเมืองจีนที่ดังที่สุด
ด่านปาต้าหลิงเป็นส่วนของกำแพงเมืองจีนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางปักกิ่งประมาณ 70 กิโลเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งกระเช้าไฟฟ้าและร้านค้า วิวจากช่องสังเกตการณ์เห็นเทือกเขาและแนวกำแพงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีรถไฟความเร็วสูงไปถึงด่านนี้ได้โดยตรง ทำให้เหมาะกับทริปแบบไปเช้า–เย็นกลับ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ ครอบครัว หรือผู้ที่มีเวลาจำกัดแต่ยังอยากสัมผัสกำแพงเมืองจีนในมุมที่สะดวกและปลอดภัย
เวลาเปิด-ปิด : 06.30–19.00 น. (ฤดูร้อน) / 07.30–17.30 น. (ฤดูหนาว)
ค่าเข้าชม : ¥40 (พ.ย.–มี.ค.) / ¥45 (เม.ย.–ต.ค.)
2. ด่านมู่เทียนยู่ (Mutianyu) กำแพงเมืองจีนสายชิล
ด่านมู่เทียนยู่เป็นส่วนของกำแพงเมืองจีนที่มีความสมบูรณ์และสวยงาม นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าด่านปาต้าหลิง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ ด่านนี้มีกระเช้าไฟฟ้าขึ้น-ลง และสไลเดอร์ (Toboggan) ให้ลงจากกำแพงอย่างสนุกสนาน รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับสายชิล สายแอดเวนเจอร์ และสายถ่ายรูปที่อยากสัมผัสกำแพงเมืองจีนในบรรยากาศธรรมชาติ
เวลาเปิด-ปิด : 07.30–18.00 น. (ฤดูร้อน) / 08.00–17.00 น. (ฤดูหนาว)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ ¥40 / เด็กและผู้สูงอายุ ¥20 / เด็กต่ำกว่า 6 ปี ฟรี
3. ด่านจูยองกวน (Juyongguan) กำแพงเมืองจีนใกล้เมืองที่สุด
ด่านจูยองกวนเป็นป้อมปราการของกำแพงเมืองจีนที่สร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน มีบทบาทเป็นป้อมปราการเชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันเมืองหลวง ตั้งอยู่ใกล้กรุงปักกิ่งมากที่สุดในบรรดาด่านทั้งหมด ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวกำแพงเมืองจีนแบบรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลานาน เหมาะทั้งสายเที่ยวชิล มือใหม่ หรือคนที่มีเวลาจำกัดแต่ยังอยากเก็บแลนด์มาร์กระดับโลกให้ครบ
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม : ¥40
4. ด่านซือหม่าไถ (Simatai) กำแพงเมืองจีนสายแอดเวนเจอร์
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–22.00 น. (รอบกลางคืนต้องจองล่วงหน้า)
ค่าเข้าชม : ¥40 (กลางวัน) / ¥80 (กลางคืน)
5. พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)
เวลาเปิด-ปิด : เมษายน–ตุลาคม 08.30–17.00 น. / พฤศจิกายน–มีนาคม 08.30–16.30 น.
ค่าเข้าชม : เริ่มต้น ¥84
6. จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square)
จัตุรัสสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก กว้างขวางกว่า 440,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่งหน้าประตูทางเข้าพระราชวังต้องห้าม ภายในจัตุรัสมีอนุสาวรีย์วีรชนของประชาชน หอรำลึกประธานเหมา และอาคารรัฐสภาจีน หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการมาชม “พระอาทิตย์ขึ้น” ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศสวยงามและเต็มไปด้วยความขลัง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บภาพความทรงจำ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จีน สถาปัตยกรรม และแลนด์มาร์กระดับโลก รวมถึงสายถ่ายภาพที่ต้องการเก็บภาพมุม iconic ของปักกิ่ง
เวลาเปิด-ปิด : 06.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
7. พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)
สวนหลวงและพระราชวังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจีน สร้างในสมัยราชวงศ์ชิงเพื่อเป็นที่พักร้อนของจักรพรรดิ รอบๆ มีทะเลสาบคุนหมิงเป็นฉากหลังสวยงาม สามารถล่องเรือชมวิวและเดินชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณได้ Summer Palace ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่งดงามระดับโลก เป็นที่เที่ยวปักกิ่งเหมาะสำหรับสายชิล สายถ่ายรูป คนรักธรรมชาติ และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จีน
เวลาเปิด-ปิด : เมษายน–ตุลาคม 06.30–18.00 น. / พฤศจิกายน–มีนาคม 07.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม: เริ่มต้น ¥54
8. หอสักการะฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven)
หนึ่งในสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงโดยใช้เวลาถึง 14 ปี อายุกว่า 600 ปี เคยเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิมาประกอบพิธีบวงสรวงสวรรค์เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดิน ปัจจุบันบริเวณลานกว้างรอบหอเทียนถานกลายเป็นที่ออกกำลังกายของชาวปักกิ่ง เช่น ไทเก๊ก รำพัด ตีแบดมินตัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO สะท้อนถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระดับโลก Temple of Heaven คือแลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด ทั้งความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
เวลาเปิด-ปิด: 08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม: เริ่มต้น ¥54
9. วัดลามะยงเหอกง (Lama Temple / Yonghegong)
วัดทิเบตที่สวยที่สุดในกรุงปักกิ่งและเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดนอกทิเบต ภายในมีรูปปั้นพระพุทธเจ้าแกะสลักจากไม้จันทน์สูงถึง 18 เมตร ซึ่งได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นรูปปั้นไม้ชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดเต็มไปด้วยกลิ่นธูปหอมและบรรยากาศที่เงียบสงบ ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และขลัง เหมาะสำหรับการไหว้พระ ขอพร และสัมผัสวัฒนธรรมพุทธแบบทิเบต เหมาะสำหรับสายบุญ ผู้ที่สนใจศิลปะและสถาปัตยกรรมทางศาสนา รวมถึงนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสความสงบใจกลางเมืองใหญ่
เวลาเปิด-ปิด: 09.00–16.30 น.
ค่าเข้าชม: ¥25
10. วัดขงจื้อ (Temple of Confucius)
วัดขงจื้อตั้งอยู่ใกล้วัดลามะ เป็นวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจีน รองจากมณฑลซานตง บ้านเกิดของขงจื้อ สร้างมานานกว่า 700 ปีในสมัยราชวงศ์หยวน จุดเด่นของวัดคือ “แผ่นหินจารึก” ที่บันทึกชื่อผู้สอบผ่านการสอบจอหงวน หรือ Imperial Examination มากกว่า 51,000 ชื่อ สะท้อนระบบการคัดเลือกขุนนางในสมัยโบราณได้อย่างน่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์จีน วัฒนธรรม และระบบการศึกษาในอดีต รวมถึงนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศวัดโบราณใจกลางปักกิ่ง
เวลาเปิด-ปิด: 08.30–17.00 น.
ค่าเข้าชม: ¥30
11. วัดไป๋ผู่ (Baipu Temple)
วัดเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 900 ปีในสมัยราชวงศ์เหลียว ชื่อ “Tanzhe” แปลว่า “วัดน้ำตกสีขาว” เนื่องจากตัววัดหันหน้าเข้าหาน้ำตกสองแห่ง ทำให้บรรยากาศโดยรอบมีความสงบและเป็นธรรมชาติ วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากวัดจีนทั่วไป ผสมผสานความเก่าแก่เข้ากับรายละเอียดทางศิลปะที่วิจิตร สร้างความรู้สึกขลังและงดงามในเวลาเดียวกัน หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือ ศาลา Yunlei กลางน้ำ ที่มีรูปปั้นมังกรโอบล้อมอย่างสวยงาม กลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เหมาะสำหรับสายวัด สายประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความสงบ พร้อมชมสถาปัตยกรรมโบราณที่มีเอกลักษณ์
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
12. ย่านสือช่าไห่ (Shichahai) ทะเลสาบสามแห่งใจกลางเมือง
พื้นที่ประวัติศาสตร์ในเขตซีเฉิงที่รายล้อมด้วยชุมชนโบราณ "หูท่ง" หรือซอกซอยเก่าแก่ ไฮไลต์คือทะเลสาบสามแห่ง ได้แก่ เฉียนไห่ ซีไห่ และโฮ่วไห่ ที่เรียงตัวต่อกัน ริมทะเลสาบเต็มไปด้วยบาร์ ร้านอาหาร และร้านชาบรรยากาศดี ฤดูหนาวทะเลสาบจะแข็งตัวและกลายเป็นลานสเกตน้ำแข็งขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับสายชิล สายถ่ายรูป และคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศปักกิ่งทั้งแบบดั้งเดิมและทันสมัยในที่เดียว
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม : วันจันทร์–ศุกร์ ¥60 / วันเสาร์–อาทิตย์ ¥80
13. อุทยานเป่ยไห่ (Beihai Park)
สวนหลวงโบราณที่มีอายุกว่า 800 ปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง รอบ ๆ ทะเลสาบเป่ยไห่ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา พร้อมวิวสวยงามที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมจีนโบราณ โดยมี เจดีย์สีขาวบนเกาะ Jade Islet เป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป เหมาะสำหรับสายชิล คนรักธรรมชาติ คู่รัก และครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ ใจกลางเมือง
เวลาเปิด-ปิด : เมษายน–ตุลาคม 06.00–21.00 น. / พฤศจิกายน–มีนาคม 06.00–20.00 น.
ค่าเข้าชม : ¥10 (ฤดูหนาว) / ¥15 (ฤดูร้อน)
14. สวนจิงซาน (Jingshan Park) จุดชมวิวพระราชวังต้องห้าม
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเทียมที่ดินขุดจากการสร้างพระราชวังต้องห้าม จุดชมวิวบนยอดเขามองเห็นพระราชวังต้องห้ามในมุมพาโนรามาที่สวยที่สุด Jingshan Park เป็นจุดหมายของช่างภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่แสงจะค่อย ๆ สาดลงบนพระราชวังต้องห้าม สร้างภาพที่งดงามและมีมิติอย่างน่าทึ่ง เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ คนรักธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวที่อยากชมวิวมุมสูงของปักกิ่งแบบคลาสสิก
เวลาเปิด-ปิด : 06.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : ¥2
15. ย่านหูท่ง (Hutong) ซอกซอยโบราณแห่งปักกิ่ง
ย่านหูท่งคือตรอกซอกซอยแคบๆ ในชุมชนเก่าแก่ของปักกิ่งที่มีอายุนับร้อยปี เดินลัดเลาะตามซอยจะพบบ้านเก่าสไตล์จีนดั้งเดิม ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านค้าขนาดเล็กที่มีเสน่ห์ เป็นที่เที่ยวปักกิ่งยอดนิยมเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัส “ปักกิ่งแบบดั้งเดิม” ต่างจากความทันสมัยของเมืองใหญ่ เหมาะทั้งสายชิล สายถ่ายรูป และคนที่สนใจวัฒนธรรม
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี (ค่าทัวร์สามล้อ ¥100–¥200)
16. ถนนหวังฟู่จิน (Wangfujing Street) ย่านช้อปปิ้งชื่อดัง
ย่านช้อปปิ้งที่ดังที่สุดของปักกิ่ง ทอดยาวกว่า 800 เมตร เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์ดัง และตลาดกลางคืนที่ขายของแปลกๆ รวมถึงแมลงทอด แมงป่อง และสตรีทฟู้ดหลากหลาย ให้เลือกเดินช้อปได้แบบจุใจ เหมาะสำหรับทั้งสายแฟชั่น สายกิน และนักท่องเที่ยวที่มองหาของฝาก เพราะที่นี่ครบทั้งช้อป ชิม และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นในที่เดียว
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าเปิดประมาณ 09.00–22.00 น.)
ค่าเข้าชม : ฟรี
17. ย่านซานลี่ถุน (Sanlitun) ย่านไลฟ์สไตล์ทันสมัย
ย่านบาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และแฟชั่นชั้นนำที่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในปักกิ่งนิยมมารวมตัว Sanlitun Village เป็นคอมเพล็กซ์ช้อปปิ้งสุดทันสมัยที่มีร้านแบรนด์หรูและร้านอาหารดังจากทั่วโลก Sanlitun มีเสน่ห์ทั้งกลางวันและกลางคืน กลางวันเหมาะกับการเดินช้อปปิ้งและนั่งคาเฟ่ ส่วนกลางคืนเหมาะกับการแฮงเอาท์และดื่มด่ำกับบรรยากาศไนต์ไลฟ์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่ 10.00–22.00 น.)
ค่าเข้าชม : ฟรี
18. ตลาดแพนเจียหยวน (Panjiayuan Antique Market) ตลาดของเก่ายักษ์
ตลาดของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในจีน ตลาดแห่งนี้คึกคักที่สุดในช่วงเช้าวันเสาร์–อาทิตย์ มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ของโบราณ พอร์ซเลน เฟอร์นิเจอร์เก่า งานปักผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงงานศิลปะ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินตลาด สายวินเทจ และคนที่อยากหาของขวัญไม่ซ้ำใคร เพราะที่นี่เต็มไปด้วยไอเทมแปลกตาและมีเอกลักษณ์
เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์–ศุกร์ 08.30–18.00 น. / วันเสาร์–อาทิตย์ 04.30–18.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
19. ถนนหนานลัวกูเซียง (Nanluoguxiang) ย่านฮิปสเตอร์
Nanluoguxiang คือซอยเก่าแก่ชื่อดังของปักกิ่งที่มีความยาวกว่า 800 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารสุดเก๋ เหมาะสำหรับสายกิน สายชิล และสายถ่ายรูป สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านของที่ระลึกดีไซน์ครีเอทีฟ บาร์ และร้านอาหารรสชาติดี ให้คุณเดินเพลินได้ตลอดทั้งเส้นแบบไม่มีเบื่อ จุดเด่นของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างอาคารสไตล์ราชวงศ์ชิงแบบดั้งเดิมกับร้านค้าร่วมสมัย ทำให้ได้ฟีลทั้งความคลาสสิกและความฮิปในที่เดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายคาเฟ่ หรือสายช้อป ที่อยากสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ของปักกิ่ง พร้อมเก็บภาพสวย ๆ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านส่วนใหญ่เปิด 10.00–22.00 น.)
ค่าเข้าชม : ฟรี
20. ย่านศิลปะ 798 (798 Art Zone)
ย่านศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในปักกิ่ง ดัดแปลงมาจากโรงงานเก่าของรัฐ กลายเป็นแหล่งรวมแกลเลอรี่ สตูดิโอศิลปิน ร้านกาแฟ และร้านอาหาร ผลงานศิลปะหมุนเวียนตลอดปีไม่ว่าจะเป็นงานปั้น งานจิตรกรรม หรือลายพู่กันจีน เป็นที่เที่ยวปักกิ่งที่เหมาะสำหรับสายอาร์ต คนรักงานดีไซน์ และสายคอนเทนต์ที่ชื่นชอบมุมถ่ายรูปแนวสตรีทอาร์ต รวมถึงใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศฮิป ๆ ของปักกิ่ง
เวลาเปิด-ปิด : 10.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี (บางแกลเลอรี่อาจมีค่าเข้าชม)
21. สนามกีฬารังนก (Bird's Nest / National Stadium)
Beijing National Stadium หรือ “สนามรังนก” เป็นสนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันโอลิมปิก 2008 สนามแห่งนี้มีเอกลักษณ์ด้วยโครงสร้างเหล็กถักขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้าย “รังนก” สามารถรองรับผู้ชมได้มากถึง 91,000 ที่นั่ง บริเวณรอบสนามเหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟ เพิ่มความสวยงามและบรรยากาศของเมืองได้อย่างลงตัว
ในช่วงฤดูหนาวจะมีการจัดงาน Happy Snow and Ice Festival ภายในพื้นที่สนาม เปิดให้สนุกกับกิจกรรมหลากหลาย เช่น ลานสเกต สไลเดอร์น้ำแข็ง และรถเลื่อน เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์ฤดูหนาวในปักกิ่ง
เวลาเปิด-ปิด : 10.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : วันจันทร์–ศุกร์ ¥120 / วันเสาร์–อาทิตย์ ¥160
22. สนามกีฬาลูกบอลน้ำ (Water Cube / National Aquatics Center)
Beijing National Aquatics Center หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Water Cube” เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของปักกิ่ง ตั้งอยู่คู่กับสนามรังนก (Beijing National Stadium) ออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายฟองอากาศในน้ำ ฉาบผนังด้วยวัสดุ ETFE ที่โปร่งแสงทำให้อาคารเรืองแสงสีฟ้าสวยงามยามค่ำคืน ภายในเปลี่ยนเป็นสวนน้ำ "Water Cube National Aquatics Centre" มีสไลเดอร์และสระว่ายน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว
ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นระดับโลก บวกกับกิจกรรมความสนุกภายใน ทำให้ Water Cube เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบทั้งความสวยงามและความบันเทิง เหมาะสำหรับทั้งสายถ่ายรูปและสายแอดเวนเจอร์
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : ¥30 (สนาม) / ¥160–¥260 (สวนน้ำ)
23. หอคอยซีซีทีวี (CCTV Headquarters)
CCTV Headquarters หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หอคอยซีซีทีวี” เป็นอาคารสำนักงาน CCTV สูง 44 ชั้น ที่มีรูปทรงแปลกตาล้ำสมัยในย่าน CBD ของปักกิ่ง เริ่มสร้างปี 2004 และแล้วเสร็จในปี 2012 กลายเป็นแลนด์มาร์กสถาปัตยกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปด้านนอก ใกล้เคียงยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้แวะพักได้อีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชั่วโมง (ด้านนอก)
ค่าเข้าชม : ฟรี
24. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปักกิ่ง (Universal Beijing Resort)
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปักกิ่ง (Universal Beijing Resort) คือ สวนสนุกยูนิเวอร์แซลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในย่านถงโจวทางตะวันออกของปักกิ่ง พื้นที่กว่า 4 ตารางกิโลเมตรแบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ The Wizarding World of Harry Potter, Transformers Metrobase, Kung Fu Panda Land, Jurassic World, Minion Land, Water World และ Hollywood Boulevard เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2021 เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะแฟนหนังฮอลลีวูดที่อยากสัมผัสโลกภาพยนตร์แบบใกล้ชิด
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : เริ่มต้น ¥528 (ราคาแตกต่างตามช่วงเวลา แนะนำตรวจสอบล่วงหน้า)
25. Popland พิพิธภัณฑ์ป๊อปคัลเจอร์
พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่สำหรับสายคอลเลกเตอร์และแฟนคลับป๊อปคัลเจอร์ เหมาะสำหรับสายสะสมและแฟนคลับที่หลงใหลในโลกของป๊อปคัลเจอร์ ภายในถูกออกแบบให้เป็นแหล่งรวมของหายากและไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลิมิเต็ด ฟิกเกอร์ โมเดล และของสะสมสุดยูนิกที่หาชมได้ยาก
นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงที่หลากหลาย ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับคอลเลกชันสุดพิเศษ พร้อมมุมถ่ายรูปในธีมแฟนตาซีที่สวยงามและโดดเด่น เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ที่อยากได้ภาพปัง ๆ ไปลงโซเชียล
หากกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ที่รวมความสนุก ความแปลกใหม่ และแรงบันดาลใจไว้ในที่เดียว Popland ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวปักกิ่งที่ไม่ควรพลาด
เวลาเปิด-ปิด : 10.00–20.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ ¥150 / เด็ก ¥130
26. อุทยานหลิงซาน (Lingshan Park) ธรรมชาติและกิจกรรมนอกเมือง
สำหรับผู้ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ อุทยานหลิงซานเป็นที่เที่ยวปักกิ่ง ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของปักกิ่ง มีเส้นทางเดินป่า ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล และวิวภูเขาสวยงาม ฤดูหนาวมีหิมะตกสวยงาม ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดงและสีส้มสวยงาม
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม : ¥20
วางแผนเที่ยวปักกิ่งพร้อมแล้ว อย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางจาก Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
** อ้างอิง : Beijing Municipal Commission of Tourism – english.beijing.gov.cn China National Tourist Office – en.visitchina.com
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องทำวีซ่าก่อนไปปักกิ่งไหม?
A: ปัจจุบันจีนมีนโยบายยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยสำหรับการพำนักไม่เกิน 30 วัน อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตจีนหรือเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง
Q: ช่วงเวลาใดที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวปักกิ่ง?
A: ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เหมาะที่สุด เพราะอากาศสดชื่น อุณหภูมิอยู่ที่ 7–19 องศาเซลเซียส ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม และไม่แออัดเท่าช่วง Golden Week ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) ก็ดี แต่อาจเจอพายุทรายบ้าง ควรหลีกเลี่ยงช่วง Golden Week ทั้งสองช่วง คือวันแรงงาน (1–5 พฤษภาคม) และวันชาติจีน (1–7 ตุลาคม) ที่นักท่องเที่ยวจีนแน่นมาก
Q: ใช้เงินสกุลอะไรในปักกิ่ง และควรพกเงินสดไหม?
A: ปักกิ่งใช้เงินหยวน (CNY/RMB) ร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่รับ WeChat Pay และ Alipay เป็นหลัก นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถผูกบัตรเครดิตต่างประเทศกับแอปเหล่านี้ได้แล้วในปัจจุบัน แต่ควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้างสำหรับร้านค้าขนาดเล็กหรือตลาดท้องถิ่น
Q: ควรใช้เวลากี่วันในการเที่ยวปักกิ่งให้คุ้มค่า?
A: สำหรับการเที่ยวชิม 5–7 วันถือว่าเหมาะสม ให้เวลา 1 วันสำหรับกำแพงเมืองจีน 1 วันสำหรับพระราชวังต้องห้ามและบริเวณใกล้เคียง 1 วันสำหรับพระราชวังฤดูร้อนและย่านซีเฉิง และอีก 2–3 วันสำหรับสถานที่อื่นๆ ตามความสนใจ ใครมีเวลาน้อยสามารถย่อให้เหลือ 3–4 วันได้โดยโฟกัสเฉพาะสถานที่หลัก
Q: ปักกิ่งมีอาหารขึ้นชื่ออะไรที่ต้องลองบ้าง?
A: อาหารที่ห้ามพลาดในปักกิ่งได้แก่ เป็ดปักกิ่ง (Peking Duck) ที่ถือเป็นอาหารประจำเมือง นอกจากนี้ยังมีซาลาเปาปักกิ่ง (Baozi) บะหมี่เส้นหนา (Zha Jiang Mian) เต้าหู้ฝา และสตรีทฟู้ดในย่านหวังฟู่จินที่ทั้งแปลกและอร่อย