Road Trip คืออะไร เตรียมตัวและขับรถเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัย
การเดินทางท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบ แต่การเดินทางด้วยรถยนต์หรือที่เรียกว่าโร้ดทริปกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะให้อิสระในการกำหนดเส้นทางและเวลาได้ด้วยตัวเอง อยากแวะจุดไหนหรือใช้เวลานานเท่าใดก็ได้ตามต้องการ หลายคนจึงสนใจลองขับรถเที่ยวต่างประเทศเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่
แต่ก่อนออกเดินทาง หลายคนอาจสงสัยว่า Road Trip คืออะไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง บทความนี้จะอธิบายความหมาย การเตรียมตัว และเทคนิคการขับรถเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัยเพื่อให้การเดินทางราบรื่นและอุ่นใจตลอดทริป
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- Road Trip หรือโร้ดทริปคืออะไร?
- ขับรถเที่ยวต่างประเทศต้องเตรียมเอกสารและอะไรบ้าง?
- เทคนิคขับรถเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัยมีอะไรบ้าง?
- ทำไมควรมีประกันเมื่อขับรถเที่ยวต่างประเทศ?
Road Trip หรือโร้ดทริปคืออะไร?
ก่อนเริ่มวางแผน ควรทำความเข้าใจความหมายของการเดินทางรูปแบบนี้ก่อน เพื่อให้เห็นภาพและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
โร้ดทริป (Road Trip) คือการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลัก เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งตามเส้นทางที่วางไว้ โดยสามารถแวะพักหรือเที่ยวชมสถานที่ระหว่างทางได้อย่างอิสระ กล่าวได้ว่า Road Trip คือรูปแบบการเดินทางที่เน้นทั้งจุดหมายปลายทางและประสบการณ์ระหว่างทางไปพร้อมกัน
จุดเด่นของโร้ดทริป คือ ความยืดหยุ่น เพราะผู้เดินทางสามารถกำหนดเส้นทาง เวลา และจุดแวะพักได้เอง ไม่ต้องยึดตามตารางของขนส่งสาธารณะ จึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการวางแผนการเดินทางด้วยตัวเองและต้องการสัมผัสบรรยากาศสองข้างทาง ทั้งนี้คำว่า Road Trip คือคำที่ใช้เรียกการเดินทางลักษณะนี้ได้ทั้งในและต่างประเทศ
ขับรถเที่ยวต่างประเทศต้องเตรียมเอกสารและอะไรบ้าง?
การขับรถเที่ยวต่างประเทศจำเป็นต้องเตรียมตัวมากกว่าการเดินทางทั่วไป ทั้งเรื่องเอกสาร ตัวรถ และการวางแผน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและปลอดภัย
เตรียมเอกสารและใบขับขี่สากล
เอกสารสำคัญสำหรับการขับรถในต่างประเทศคือใบขับขี่สากลหรือใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ ซึ่งขอได้ที่กรมการขนส่งทางบก โดยมีหลายประเภทตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ควรเลือกให้ตรงกับประเทศปลายทาง ปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่
- แบบอนุสัญญาเจนีวา 1949 อายุ 1 ปี ใช้ได้ 101 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และ
- แบบอนุสัญญาเวียนนา 1968 อายุ 3 ปี ใช้ได้ 84 ประเทศ เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ โดยเช็กรายชื่อประเทศได้จากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก และต้องใช้ควบคู่กับใบขับขี่ในประเทศ
ตรวจสอบและทำความคุ้นเคยกับรถ
ก่อนออกเดินทางควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม ทั้งระบบเบรก ยาง ไฟส่องสว่าง และที่ปัดน้ำฝน หากเป็นรถเช่าควรตรวจสอบว่าตรงกับสัญญา อ่านเงื่อนไขและความคุ้มครองประกันให้ครบถ้วน พร้อมถ่ายรูปร่องรอยรอบคันไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ควรใช้เวลาสักระยะทำความคุ้นเคยกับรถ โดยเฉพาะรถที่มีพวงมาลัยหรือทิศทางการขับต่างจากที่คุ้นเคย
วางแผนเส้นทางและที่พัก
การขับรถในสถานที่ไม่คุ้นเคยอาจหลงทางได้ง่าย จึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้า ปักหมุดจุดหมายและจุดสังเกตให้ชัดเจน พร้อมเผื่อเวลามากกว่าที่ระบบนำทางแนะนำ เพื่อไม่ต้องขับแบบเร่งรีบ รวมถึงเลือกที่พักตามเส้นทางให้เหมาะสม จะช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
เทคนิคขับรถเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัยมีอะไรบ้าง?
นอกจากการเตรียมตัวแล้ว การขับรถเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัยยังต้องอาศัยความเข้าใจกฎจราจรและการขับขี่อย่างระมัดระวัง
ศึกษากฎจราจรและป้ายสัญลักษณ์
แต่ละประเทศมีกฎจราจรและป้ายสัญลักษณ์ที่อาจแตกต่างจากประเทศไทย ทั้งทิศทางการขับ ความเร็วที่กำหนด จุดห้ามจอด และสัญลักษณ์บางอย่างที่ไม่คุ้นเคย จึงควรศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการถูกปรับ
ขับขี่อย่างระมัดระวังและพักเป็นระยะ
ควรขับขี่ด้วยความไม่ประมาท คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง และไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ หากต้องขับทางไกลควรแวะพักเป็นระยะเพื่อลดความเหนื่อยล้า โดยเฉพาะเส้นทางนอกเมืองที่อาจคดเคี้ยวหรือมีสภาพถนนไม่คุ้นเคย ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
แม้จะวางแผนมาอย่างดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรเติมน้ำมันให้เพียงพอ ชาร์จโทรศัพท์หรือพกแบตเตอรี่สำรอง และจดเบอร์ติดต่อฉุกเฉินที่จำเป็น เช่น หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ตำรวจ และศูนย์บริการรถเช่า รวมถึงเตรียมอุปกรณ์จำเป็นติดรถไว้ เพื่อให้พร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุ
ทำไมควรมีประกันเมื่อขับรถเที่ยวต่างประเทศ?
การขับรถเที่ยวต่างประเทศมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดการเดินทาง การมีประกันจึงช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ในทางปฏิบัติแนะนำให้ตรวจสอบความคุ้มครองประกันของรถเช่า และในบางประเทศอาจต้องมีประกันภัยสำหรับบุคคลที่สามตามที่กำหนด นอกจากนี้ควรมีประกันการเดินทางที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากประกันรถยนต์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลของผู้เดินทาง จึงควรวางแผนความคุ้มครองให้รอบด้านก่อนออกเดินทาง
เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: gov.uk, travel.state.gov, smartraveller.gov.au
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ใบขับขี่สากลกับใบขับขี่ในประเทศต่างกันอย่างไร?
A: ใบขับขี่สากลเป็นเอกสารที่แปลใบขับขี่ในประเทศเพื่อใช้ขับขี่ในต่างประเทศ โดยต้องใช้ควบคู่กับใบขับขี่ในประเทศเสมอ ไม่สามารถใช้แทนกันได้ ทั้งนี้แต่ละประเทศมีข้อกำหนดต่างกัน จึงควรตรวจสอบว่าประเทศปลายทางต้องใช้ใบขับขี่สากลหรือไม่ก่อนเดินทาง
Q: ประเทศที่ขับรถคนละทิศทางกับไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?
A: ควรศึกษาว่าประเทศปลายทางขับรถในทิศทางใด และฝึกทำความคุ้นเคยก่อนออกถนนจริง โดยเฉพาะประเทศที่ตำแหน่งพวงมาลัยและทิศทางการขับต่างจากที่คุ้นเคย การเริ่มขับบนถนนที่รถไม่พลุกพล่านจะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
Q: ควรวางแผนโร้ดทริปต่างประเทศล่วงหน้านานแค่ไหน?
A: แนะนำให้เริ่มวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อให้มีเวลาจองรถเช่าและที่พักในราคาที่ดี รวมถึงศึกษาเส้นทางและกฎจราจรของประเทศปลายทาง ส่วนใบขับขี่สากลสามารถยื่นขอที่สำนักงานขนส่งได้โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า และรับเอกสารได้ภายในวันเดียว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในส่วนนี้
Q: ควรเตรียมอุปกรณ์ใดติดรถเมื่อขับทางไกลในต่างประเทศ?
A: ควรเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ไฟฉาย ที่ชาร์จโทรศัพท์หรือแบตเตอรี่สำรอง แผนที่ออฟไลน์ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเดินทาง
Q: หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับรถต่างประเทศควรทำอย่างไร?
A: ควรตั้งสติและแจ้งตำรวจท้องถิ่นเพื่อขอเอกสารบันทึกเหตุการณ์ ติดต่อบริษัทเช่ารถและบริษัทประกัน พร้อมเก็บหลักฐานไว้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม ทั้งนี้เบอร์ติดต่อฉุกเฉินของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน จึงควรศึกษาไว้ล่วงหน้า