Skip to Main Content

ยาที่ห้ามนำเข้ายุโรป: รู้ก่อนบิน เตรียมยังไงให้ผ่านด่านไม่มีปัญหา

A masked young woman sits cross-legged at an airport terminal bench, looking at her smartphone next to her luggage

รู้หรือไม่ว่า ยาสามัญประจำบ้านอย่างยาแก้ปวด ยาแก้ไอ หรือยาแก้ไข้ที่หาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้านขายยาในบ้านเรา อาจเข้าข่าย “ยาต้องห้าม” ในประเทศยุโรป ซึ่งหากเราพกยาบางประเภทเข้ากลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) อาจทำให้เราต้องเผชิญกับขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่ยุ่งยาก ถูกยึดสิ่งของ หรือเลวร้ายที่สุดอาจเข้าข่ายผิดตามกฎหมายของประเทศนั้นไปเลยก็ได้ ชับบ์ ชวนคุณทำความรู้จักยาที่ห้ามนำเข้ายุโรป ทางที่ดีก่อนแพ็กกระเป๋าเดินทางอย่าลืมเช็กยาต้องห้ามเหล่านี้จะดีกว่า

ทำไมยุโรปถึงตรวจสอบ “ยา” ก่อนเข้าประเทศ

การตรวจสอบยาถือเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย เพราะส่วนผสมในยาสามัญประจำบ้านบางชนิดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาในประเทศไทย อาจเป็นยาเสพติดในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปได้ เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด หรือยาลดน้ำมูก ในยุโรปมักจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์” (Prescription Only) หรือร้ายแรงกว่านั้นอาจถูกจัดเป็น “สารควบคุมทางกฎหมาย” (Controlled Substances) เนื่องจากส่วนผสมบางตัวสามารถดัดแปลงเป็นสารเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้

ยาต้องห้ามเข้ายุโรป มีอะไรบ้าง

สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องพกยาประจำตัว หรือยาบางชนิดเข้าไปในประเทศแถบยุโรป แนะนำให้ตรวจสอบกฎเกณฑ์ของประเทศปลายทางก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะยาเหล่านี้

1. ยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ หรือยาแก้แพ้บางชนิด:

ยาลดน้ำมูกชนิดคัดจมูกรุนแรงที่มีส่วนผสมของ Pseudoephedrine เป็นสารตั้งต้นที่สามารถนำไปสังเคราะห์สารเสพติดได้ หลายประเทศของยุโรปจึงควบคุมการเข้า-ออกของสารเคมีชนิดนี้อย่างเข้มงวด ยาแก้หวัดทั่วไปที่เราคุ้นเคยในไทยจึงอาจเข้าข่ายและถูกตรวจสอบได้

2. ยาคลายเครียด ยารักษาอาการซึมเศร้า และยานอนหลับ:

ยาในกลุ่ม Psychotropic จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมถึงยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) เข้มข้น ยาเหล่านี้ถือเป็นสารควบคุมขั้นสูง จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษกำกับทุกครั้ง และต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรทันทีเมื่อเดินทางเข้าประเทศ

3. ยาสมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิด:

ยาสมุนไพรแผนโบราณ ยาหม้อ หรืออาหารเสริมที่ไม่มีฉลากภาษาอังกฤษชัดเจน มักจะโดนเพ่งเล็งจากด่านตรวจพืชและสัตว์ของยุโรป เนื่องจากความกังวลเรื่องสารปนเปื้อน รวมถึงส่วนผสมจากพืชหรือสัตว์ต้องห้ามตามอนุสัญญา CITES เช่น สารสกัดจากพืชบางชนิด หรือชิ้นส่วนสัตว์ป่า

Medicines and packed clothes inside an open suitcase on a bed

แชร์ทริค: วิธีเตรียมตัวหากต้องนำยาเข้ายุโรป

หากคุณมีความจำเป็นที่ต้องนำยาต้องห้ามเข้าประเทศในยุโรป ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ โรคประจำตัว หรือการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล เรามีหลักการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนำยาเข้ายุโรปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ได้แก่

  • เก็บยาในบรรจุภัณฑ์เดิม: ห้ามตัดยาออกจากแผง หรือเทยารวมกันในตลับใส่ยาเป็นอันขาด ควรเก็บยาไว้ในกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือแผงเดิมที่ระบุชื่อยาชัดเจน หากเป็นยารักษาโรคที่ได้รับจากแพทย์ควรเก็บไว้ในซองยาที่ได้จากคลินิก หรือโรงพยาบาล
  • ฉลากต้องมีภาษาอังกฤษ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบนกล่องยา ซองยา หรือฉลากยา มีชื่อสามัญทางยา (Generic Name) เป็นภาษาอังกฤษ
  • เตรียมยาไม่เกิน 30 วัน: ควรเตรียมยาเท่าที่จำเป็น เพราะกฎหมายของยุโรปส่วนใหญ่จะอนุญาตให้นำยาติดตัวเข้าประเทศได้ในปริมาณการรักษาไม่เกิน 30 วัน
  • ขอใบรับรองแพทย์: หากเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคประจำตัว ต้องให้แพทย์ออกใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ (Doctor's Prescription) ระบุชื่อโรค ชนิดยา และปริมาณที่ต้องใช้อย่างชัดเจน

เอกสารที่ต้องเตรียม เมื่อพกยาประจำตัวไปยุโรป

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวและจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะทาง ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อมเพื่อความอุ่นใจ

  • ใบสั่งยาภาษาอังกฤษ: ควรเป็นใบสั่งยาที่ออกโดยสถานพยาบาล หรือแพทย์ผู้ทำการรักษา ระบุชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างถูกต้อง (ตรงกับพาสปอร์ต) และระบุชื่อยา ขนาดรับประทานไว้อย่างชัดเจน
  • ใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate): เอกสารภาษาอังกฤษฉบับจริงจากแพทย์ที่ระบุถึงโรคประจำตัวของคุณ ความจำเป็นในการใช้ยา และปริมาณที่ต้องพกพา
  • เอกสารเสริม (ถ้ามี): กรณีที่เป็นยาฉีด เช่น อินซูลินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรมีจดหมายจากแพทย์กำกับเพื่อขออนุญาตพกพาเข็มฉีดยาขึ้นเครื่องบินจะดีที่สุด
An open red first aid kit filled with medical supplies and pills, held by two hands on a table

เช็กลิสต์ให้พร้อม ก่อนเตรียมแพ็กยาไปยุโรป

เพื่อความมั่นใจในการเตรียมยารักษาโรคไปเที่ยวยุโรป ไม่ต้องเสียเวลาหรือเสียอารมณ์หากโดนตรวจค้นกระเป๋าระหว่างเดินทางเข้าประเทศ ชับบ์ ชวนคุณมา เช็กลิสต์ อีกครั้งก่อนจัดกระเป๋าเดินทาง

  • ยาอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม: ไม่แกะยาออกจากแผงหรือกล่อง และแผงยาควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์
  • ฉลากภาษาอังกฤษชัดเจน: มีชื่อสามัญทางยา (Generic Name) ภาษาอังกฤษระบุไว้ชัดเจน
  • ใบสั่งยา/ ใบรับรองแพทย์: ควรใส่ไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่หยิบง่าย (Hand Carry) ไม่โหลดลงใต้เครื่อง
  • ปริมาณไม่เกิน 30 วัน: นับจำนวนเม็ดให้พอดีกับจำนวนวันที่เดินทาง สามารถเผื่อฉุกเฉินได้เล็กน้อย
  • ตรวจสอบกฎของแต่ละประเทศ: บางประเทศในยุโรปอาจมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่า

แม้ว่าคุณจะเตรียมยาสามัญหรือยาประจำตัว พร้อมทำตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างอาหารเป็นพิษ ไข้หวัด หรืออาการป่วยกะทันหันจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แน่นอนว่า ค่ารักษาพยาบาลในยุโรปนั้นขึ้นชื่อว่าแพงติดอันดับโลก

ประกันภัยการเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance) พร้อมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินในต่างแดน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24/7 หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่างทันท่วงที เที่ยวยุโรปได้อย่างสบายใจ ไร้ความกังวลในทุกเส้นทาง