Skip to Main Content

เช็กขนาดกระเป๋าเดินทางก่อนซื้อ! พร้อมขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องบินที่ควรรู้

เช็กขนาดกระเป๋าเดินทางก่อนซื้อ! พร้อมขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องบินที่ควรรู้

ต่อให้คุณจะมีประสบการณ์การเดินทางมากแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่จะไปเที่ยวต่างประเทศก็อดกังวลเรื่อง “กระเป๋าขึ้นเครื่อง” ไม่ได้ทุกที ไม่ว่าจะเป็นคำถามว่ากระเป๋าเดินทาง 20 นิ้วขึ้นเครื่องได้ไหม? ของห้ามขึ้นเครื่องบินมีอะไรบ้าง? ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้กี่ใบ? เรียกว่าจะบินเมื่อไหร่ก็ต้องเช็คนโยบายของสายการบินให้แน่ใจทุกครั้ง เพราะแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดเรื่องขนาดกระเป๋าเดินทาง น้ำหนัก และจำนวนกระเป๋าถือขึ้นเครื่องที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาหลายสายการบินเริ่มเข้มงวดกับการตรวจสอบไซส์กระเป๋าเดินทางและน้ำหนักที่หน้าเกตมากขึ้น เพื่อบริหารพื้นที่ในห้องโดยสารให้เพียงพอกับผู้โดยสารทุกคน ชับบ์ รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกกระเป๋าขึ้นเครื่องบินที่ควรรู้ก่อนการเดินทางมาฝาก

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

กระเป๋าเดินทางขนาดไหน ถือขึ้นเครื่องบินได้?

เมื่อพูดถึงกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน (Carry-on luggage) ส่วนใหญ่ขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้กัน 56 x 36 x 23 ซม. (สูง x กว้าง x หนา) ขณะที่บางสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่านั้น พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือสายการบินอนุญาตให้นำกระเป๋าขนาด 14, 16, 18 และ 20 นิ้ว ถือขึ้นเครื่องบินได้ แต่ถ้าขนาดใหญ่กว่านั้นจำเป็นต้องโหลดกระเป๋าใต้เครื่องเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เพราะหากเราเลือกกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง ดังนั้น การรู้ขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้นมากนั่นเอง

ทั้งนี้หากคุณกำลังเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ ควรเปรียบเทียบไซส์กระเป๋าเดินทางกับข้อกำหนดของสายการบินที่คุณใช้บินบ่อยเป็นหลัก เนื่องจากกระเป๋าขนาด 20 นิ้วของแต่ละแบรนด์อาจมีสัดส่วนภายนอกแตกต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะกระเป๋าที่มีล้อและหูจับยื่นออกมา ซึ่งสายการบินจะนำมานับรวมในการวัดขนาดด้วย การซื้อกระเป๋าเดินทางที่ขนาดใกล้เคียงกับข้อกำหนดแบบเฉียด ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาที่หน้าเกตได้

กระเป๋าขึ้นเครื่องบินห้ามเกินกี่กิโลกรัม เกินนิดหน่อยได้ไหม?

ผู้โดยสารลากกระเป๋าเดินทางเดินในสนามบินก่อนขึ้นเครื่อง

คุณอาจจะเคยเห็นผู้โดยสารหลายคนต้องมานั่งจัดกระเป๋าเดินทางที่สนามบินเพราะน้ำหนักเกิน ซึ่งคงไม่ใช่สถานการณ์ที่ใคร ๆ อยากเจอแน่นอน โดยทั่วไปแล้วสายการบินส่วนใหญ่จะกำหนดน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไว้ที่ประมาณ 7 กิโลกรัม และสามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้ท่านละ 1 ใบ (ขึ้นอยู่กับสายการบิน) โดยสัมภาระที่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้ต้องมีขนาดพอดีกับพื้นที่ใต้เบาะที่นั่งด้านหน้า หรือช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ

หากกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ใส่สิ่งของข้างในไว้จนเต็มความจุของกระเป๋า ก็มีโอกาสที่กระเป๋าจะไม่สามารถใส่ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ หรือใต้เบาะที่นั่งด้านหน้าได้ ส่วนคนที่สงสัยว่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้น

เครื่องเกินนิดหน่อยได้หรือไม่? ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของแต่ละสายการบิน ทางที่ดีควรชั่งน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบินก่อนออกจากบ้านและไม่ควรเกิน 7 กิโลกรัม เพราะสายการบินอาจจะให้คุณโหลดกระเป๋าใต้เครื่องและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก็เป็นได้

สำหรับสายการบินโลว์คอสต์ในปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องแบบซื้อหน้าเคาน์เตอร์อาจแพงกว่าการซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้าออนไลน์ถึง 2 ถึง 3 เท่า การเตรียมตัวและรู้ขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องบินของตัวเองให้ดีตั้งแต่ที่บ้านจึงช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

กระเป๋าขึ้นเครื่องกับกระเป๋าถือ (Personal Item) ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่าง "กระเป๋าขึ้นเครื่อง (Carry-on Bag)" กับ "กระเป๋าถือติดตัว (Personal Item)" ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ทั้งสองใบ โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างดังนี้

  • กระเป๋าขึ้นเครื่อง (Carry-on Luggage): เป็นกระเป๋าใบใหญ่ที่ใช้เก็บของใช้ส่วนตัวในทริป ขนาดไม่เกิน 56 x 36 x 23 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับสายการบิน) ต้องวางในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ
  • กระเป๋าถือติดตัว (Personal Item): เช่น กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าโน้ตบุ๊ก หรือกระเป๋าเป้เล็ก ขนาดมาตรฐานไม่เกิน 40 x 30 x 15 ซม. สามารถวางใต้เบาะที่นั่งด้านหน้าได้

แนะนำให้เก็บของสำคัญ เช่น พาสปอร์ต เอกสารเดินทาง โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ยาประจำตัว และกระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋าถือติดตัว เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวกตลอดการเดินทาง

เช็กขนาดกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on luggage)

แต่ละสายการบินมีนโยบายเกี่ยวกับขนาด น้ำหนัก และค่าโหลดสัมภาระแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะกำหนดขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไม่เกิน 20-22 นิ้ว หากเกินกว่านั้นจำเป็นต้องโหลดกระเป๋าใต้เครื่องเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ส่วนน้ำหนักของสัมภาระไม่ควรเกิน 7-10 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับนโยบายของสายการบิน โดยคุณสามารถเช็ครายละเอียดเบื้องต้นได้ ดังนี้

สายการบิน

จำนวนสัมภาระ (ชิ้น)

ขนาดกระเป๋าเดินทาง(กว้าง x สูง x หนา)

น้ำหนักสัมภาระ (กก.)

Thai Airways

1

45 x 56 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

Bangkok Airways

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

5

AirAsia

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

7

AirAsia X

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

7

Nok Air

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

7

Scoot

1

38 x 54 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

10

Thai Vietjet Air

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

7

Thai Lion Air

1

30 x 40 x 20 ซม. (15 นิ้ว)

7

Japan Airlines

1

40 x 55 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

Emirates

1

45 x 56 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

Qatar Airways

1

45 x 56 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

EVA Air

1

45 x 56 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

Korean Air

1

40 x 55 x 20 ซม. (22 นิ้ว)

7

China Airlines

1

36 x 56 x 23 ซม. (22 นิ้ว)

7

Air France

1

35 x 55 x 25 ซม. (22 นิ้ว)

7

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับชั้นประหยัด และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประเภทตั๋วและนโยบายของสายการบิน ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของสายการบินอีกครั้งก่อนเดินทาง ทั้งนี้ Thai Airways ได้เปลี่ยนระบบสัมภาระโหลดใต้เครื่องเป็นแบบ Piece Concept หรือนับเป็นชิ้น ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 แต่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องยังคงเดิมที่ 7 กิโลกรัม

 

เคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกกระเป๋าขึ้นเครื่องฉบับคนเที่ยวบ่อย

กระเป๋าเดินทางขนาดพอดีวางข้างทางเดินพร้อมหมวก

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่า ควรเลือกกระเป๋าขึ้นเครื่องแบบไหน? ถึงจะปลอดภัยและสามารถถือขึ้นเครื่องได้อย่างไม่มีปัญหา รวมถึงสามารถเก็บใส่ช่องสัมภาระเหนือศีรษะ หรือสอดไว้ในพื้นที่ใต้เบาะที่นั่งด้านหน้าได้พอดี เรามีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกกระเป๋าเดินทางมาเป็นไอเดียให้คุณ

เลือกกระเป๋าที่มีขนาดพอดี

ควรเลือกกระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใกล้เคียงกับมาตรฐานที่สายการบินนั้น ๆ กำหนด เช่น กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นขณะเช็คอิน

เลือกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบา

กระเป๋าเดินทางควรทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและทนทาน เพื่อให้คุณสามารถบรรจุสัมภาระได้มากขึ้น

เลือกกระเป๋าที่มีหลายช่อง

ช่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกระเป๋าเดินทางจะช่วยให้คุณจัดระเบียบสัมภาระต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ค้นหาสิ่งของที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้นด้วย

เลือกวัสดุ Hard Case หรือ Soft Case ให้เหมาะกับการใช้งาน

กระเป๋าแบบ Hard Case (โพลีคาร์บอเนต หรือ ABS) เหมาะกับผู้ที่นำของเปราะบาง เพราะป้องกันแรงกระแทกและน้ำได้ดี ส่วน Soft Case น้ำหนักเบากว่า มีช่องเก็บของด้านนอก และยืดหยุ่นได้ดี เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นหรือคนที่ต้องบรรจุของเยอะ

ตรวจสอบล้อและหูจับ

ควรเลือกกระเป๋าล้อคู่แบบ 360 องศา (Spinner) ที่ลื่นไหลและลากได้คล่องตัว พร้อมหูจับแข็งแรงและปรับระดับได้หลายความสูง เพื่อให้เหมาะกับส่วนสูงของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ การเลือกกระเป๋าเดินทางที่มีล้อจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และการลงทุนในกระเป๋าเดินทางคุณภาพดี ไม่เพียงช่วยให้การเดินทางของเราสบายขึ้น แล้วยังช่วยป้องกันปัญหาการชำรุด หรือกระเป๋าเสียหายระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย

 

จัดกระเป๋าขึ้นเครื่องยังไง ไม่ให้น้ำหนักเกิน?

ผู้หญิงกำลังจัดกระเป๋าขึ้นเครื่องและเรียงเสื้อผ้าลงในกระเป๋าเดินทาง

เริ่มต้นด้วยการเลือกสิ่งของที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เช่น เสื้อผ้าที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลายชุด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็น การใช้ถุงสุญญากาศก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัดพื้นที่และน้ำหนักได้ดี แล้วยังช่วยให้คุณสามารถนำสิ่งของเพิ่มขึ้นได้อีกหลายชิ้น โดยน้ำหนักกระเป๋าไม่เกินที่กำหนดอีกด้วย

เทคนิคเพิ่มเติมในการจัดกระเป๋าขึ้นเครื่องให้น้ำหนักไม่เกิน ได้แก่

  • ม้วนเสื้อผ้าแทนการพับ: วิธีนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ 20 ถึง 30% และยังลดรอยยับบนเสื้อผ้าด้วย
  • ใช้ Packing Cubes: แบ่งเสื้อผ้าตามหมวดหมู่ช่วยให้จัดกระเป๋าเดินทางง่ายขึ้นและบีบอัดของได้ดี
  • สวมเสื้อผ้าชิ้นหนัก ๆ ขณะเดินทาง: เช่น เสื้อโค้ท รองเท้าบูท ช่วยลดน้ำหนักในกระเป๋าได้
  • เลือกอุปกรณ์อาบน้ำขนาดเล็ก: เลือกผลิตภัณฑ์แบบ Travel Size หรือเติมใส่ขวดเล็กที่จัดเตรียมไว้
  • ชั่งน้ำหนักก่อนออกจากบ้าน: ควรมีเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าแบบพกพา (Luggage Scale) ไว้ที่บ้านเพื่อเช็กก่อนออกเดินทาง

การวางแผนและเตรียมตัวล่วงหน้า ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การเดินทางราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข นอกจากการเช็กไซส์กระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมและจัดกระเป๋าให้พร้อมแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศควรเพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การชดเชยไฟลต์ดีเลย์ กรณีกระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือสูญหาย และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: International Air Transport Association (IATA), Transportation Security Administration (TSA)

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้วมีขนาดเท่าไหร่ และเหมาะกับการเดินทางกี่วัน?

A: กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วโดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 50-56 x 35-36 x 20-23 ซม. เป็นไซส์กระเป๋าเดินทางยอดนิยมที่สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ เหมาะกับการเดินทางระยะสั้น 3-5 วัน สามารถบรรจุเสื้อผ้าได้ประมาณ 4-6 ชุด พร้อมของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Q: ถ้ากระเป๋าขึ้นเครื่องหนักเกินกำหนด 1-2 กิโลกรัม สายการบินจะให้ผ่านไหม?

A: ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของแต่ละสายการบินและเจ้าหน้าที่เช็คอิน บางสายการบินอาจอนุโลมให้ แต่ปัจจุบันหลายสายการบินโดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์เริ่มเข้มงวดมากขึ้น หากน้ำหนักเกินอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโหลดใต้เครื่องทันที ทางที่ดีควรชั่งและจัดกระเป๋าขึ้นเครื่องให้ไม่เกิน 7 กิโลกรัมตั้งแต่ที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

Q: ถ้าไม่ได้ซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มล่วงหน้า ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ที่สนามบิน?

A: โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมซื้อน้ำหนักเพิ่มที่หน้าเคาน์เตอร์สนามบินจะแพงกว่าการซื้อออนไลน์ล่วงหน้าประมาณ 2-3 เท่า โดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์ที่อาจคิดค่าบริการสูงถึง 500-2,000 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเส้นทางบินและสายการบิน แนะนำให้ซื้อน้ำหนักล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบินก่อนเดินทางอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง

Q: กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case กับ Soft Case แบบไหนดีกว่ากัน?

A: ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน กระเป๋า Hard Case ทำจากโพลีคาร์บอเนตหรือ ABS ป้องกันแรงกระแทกและน้ำได้ดี เหมาะกับของเปราะบาง แต่ไม่ยืดหยุ่น ส่วน Soft Case ทำจากผ้า น้ำหนักเบากว่า มีช่องเก็บของด้านนอก และยืดหยุ่นได้ดีเมื่อบรรจุของเยอะ เหมาะกับการเดินทางระยะสั้น คนที่เดินทางบ่อยมักเลือกใช้ Hard Case เพราะทนทานและปกป้องสัมภาระได้ดีกว่าในระยะยาว

Q: พาวเวอร์แบงก์และโน้ตบุ๊กควรใส่ในกระเป๋าขึ้นเครื่องหรือกระเป๋าถือติดตัว?

A: ตามกฎการบินสากล พาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ลิเธียมทุกชนิดต้องนำขึ้นเครื่องไปกับผู้โดยสารเท่านั้น ห้ามโหลดใต้เครื่องเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ส่วนโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตแนะนำให้เก็บในกระเป๋าถือติดตัว (Personal Item) เพื่อให้หยิบออกมาได้ง่ายเวลาผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัย และช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการขนส่งด้วย