10 แอพจีนต้องมีตอนไปเที่ยวจีน 2026 และที่จีนใช้แอพอะไรไม่ได้บ้าง
ใครกำลังวางแผนเที่ยวจีนในปีนี้ บอกเลยว่าการเตรียมมือถือให้พร้อมสำคัญไม่แพ้การเตรียมพาสปอร์ตและกระเป๋าเดินทาง เพราะจีนแผ่นดินใหญ่มีระบบดิจิทัลที่แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิง ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่รับเงินสด ไม่รับบัตรต่างประเทศ และแอพยอดนิยมที่คนไทยใช้กันทุกวันอย่าง LINE, Facebook, Google Maps ก็เปิดไม่ได้ในจีน ทำให้หลายคนเจอปัญหาตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่อง บทความนี้จะพาไปรู้จัก 10 แอพจีน และแอพเดินทางในจีนที่ต้องโหลดก่อนบิน พร้อมสรุปให้ครบว่าจีนใช้แอพอะไรไม่ได้บ้าง เพื่อให้ทริปราบรื่นไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงิน เรียกแท็กซี่ ค้นหาร้านอาหาร หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- จีนใช้แอพอะไรไม่ได้บ้าง รวมลิสต์แอพที่โดนบล็อกในจีน
- 10 แอพจีนต้องโหลดก่อนบินไปเที่ยวจีน
- เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวจีน ให้ทริปราบรื่น
จีนใช้แอพอะไรไม่ได้บ้าง รวมลิสต์แอพที่โดนบล็อกในจีน
ก่อนจะไปรู้จักแอพที่ต้องโหลด ต้องเข้าใจก่อนว่าจีนมีระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Great Firewall ซึ่งบล็อกเว็บไซต์และแอพต่างประเทศจำนวนมาก โดยแอพยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยมักเจอปัญหาใช้งานไม่ได้มีดังนี้
- บริการของ Google ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Google Search, Gmail, Google Maps, YouTube, Google Drive, Google Translate และ Google Play Store โดนบล็อกตั้งแต่ปี 2010 หลัง Google ปฏิเสธที่จะเซ็นเซอร์ผลการค้นหาตามคำสั่งของรัฐบาล
- โซเชียลมีเดียสาย Meta ได้แก่ Facebook, Messenger, Instagram และ WhatsApp โดย Facebook และ Instagram ถูกบล็อกเพราะไม่ยอมทำตามกฎเกณฑ์ด้านข้อมูลของรัฐบาลจีน
- แอพแชทและคอนเทนต์ยอดนิยม เช่น LINE, Telegram, Snapchat รวมถึง X (Twitter เดิม) ที่ถูกบล็อกตั้งแต่ปี 2009
- แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Spotify, Twitch และเว็บข่าวต่างประเทศบางสำนัก เช่น BBC และ The New York Times
- TikTok สากล ไม่สามารถใช้งานในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะจีนมีแอพ Douyin ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่รัฐควบคุมเนื้อหา
- Reddit ถูกบล็อกตั้งแต่ปี 2018
การบล็อกนี้ครอบคลุมทั้ง Wi-Fi โรงแรม คาเฟ่ และเครือข่ายมือถือในประเทศ ดังนั้นการพกมือถือเปล่า ๆ โดยไม่เตรียมแอพเดินทางในจีนจะทำให้ติดต่อครอบครัว หาเส้นทาง หรือเช็กเมลไม่ได้เลย
10 แอพจีนต้องโหลดก่อนบินไปเที่ยวจีน
1. WeChat สุดยอดซูเปอร์แอพจีนที่ครบจบในแอพเดียว
ถ้าให้เลือกโหลดแอพจีนได้แค่แอพเดียว คำตอบต้องเป็น WeChat เพราะเป็นทั้งแอพแชทหลักของคนจีน กระเป๋าเงินดิจิทัล และแพลตฟอร์มเข้าถึงบริการอื่น ๆ นับร้อย เปรียบเสมือนการรวม Instagram, Venmo, X, Uber และ Booking.com ไว้ในแอพเดียว
นักท่องเที่ยวสามารถสมัครบัญชีด้วยเบอร์โทรไทยและผูกบัตรเครดิต Visa หรือ Mastercard เพื่อใช้งาน WeChat Pay ได้เลย ฟังก์ชันเด็ดคือการสแกน QR Code เพื่อจ่ายเงินตามร้านค้า สั่งอาหารในร้าน และเรียกรถผ่าน DiDi ที่ฝังอยู่ในแอพ แนะนำให้ตั้งค่าบัญชีและเติมบัตรให้เรียบร้อยตั้งแต่ยังอยู่ที่ไทย เพราะการสมัครหลังถึงจีนทำได้ยากกว่าและอาจติดขัดเรื่องการยืนยันตัวตน
2. Alipay แอพจ่ายเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ง่ายที่สุด
Alipay เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ WeChat Pay และเป็นอีกแอพจีนที่นักท่องเที่ยวต้องมี จุดเด่นคือเวอร์ชันสำหรับชาวต่างชาติใช้งานง่ายกว่า WeChat มาก รองรับภาษาอังกฤษเต็มรูปแบบ และสามารถผูกบัตรเครดิตต่างประเทศผ่านฟีเจอร์ Tour Pass โดยอัปโหลดพาสปอร์ตและถ่ายเซลฟี่เพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งอนุมัติได้ภายในไม่กี่นาที
หลังตั้งค่าเรียบร้อย สามารถใช้จ่ายได้ทุกที่ตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดยันห้างหรู ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน เรียกแท็กซี่ DiDi และจองโรงแรมได้ในแอพเดียว แนะนำให้มีทั้ง Alipay และ WeChat ติดเครื่องไว้ เพราะบางร้านรับเฉพาะแอพใดแอพหนึ่ง
3. DiDi Chuxing เรียกแท็กซี่ง่าย ไม่ต้องพูดภาษาจีน
DiDi คือ Uber เวอร์ชันจีน และเป็นแอพเดินทางในจีนที่ขาดไม่ได้ ใช้เรียกรถไปสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว หรือกลับโรงแรมได้สะดวกสุด ๆ จุดขายคือมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษและระบบแปลภาษาในตัว ทำให้สื่อสารกับคนขับได้ไม่ติดขัด และพิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องรู้ว่าออกเสียงภาษาจีนกลางว่าอย่างไร
ถ้าไม่อยากโหลดแอพแยก สามารถเรียก DiDi ผ่าน Mini Program ที่ฝังอยู่ใน Alipay หรือ WeChat ได้โดยตรง ซึ่งจ่ายเงินผ่านแอพได้เลยไม่ต้องใช้เงินสด
4. Baidu Maps และ Amap แผนที่ที่ใช้แทน Google Maps ในจีน
เพราะ Google Maps ใช้ในจีนไม่ได้ การมีแอพแผนที่ท้องถิ่นจึงสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังมองหาแอพเดินทางในจีน Baidu Maps และ Amap คือสองตัวเลือกยอดนิยม โดย Amap มีเวอร์ชันภาษาอังกฤษที่ใช้งานง่ายกว่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ Baidu Maps มีฐานข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำกว่า
ทั้งสองแอพให้ข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ ทั้งเส้นทางเดิน ตารางรถไฟใต้ดิน และสายรถเมล์ ข้อแนะนำคือโหลด Amap เวอร์ชันภาษาอังกฤษจากนอกประเทศจีนก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้เห็นเมนูเป็นภาษาอังกฤษ
5. Dianping ค้นหาร้านเด็ดสไตล์คนท้องถิ่น
Dianping คือ Yelp หรือ Wongnai เวอร์ชันจีน ที่รวบรวมรีวิวร้านอาหาร คาเฟ่ ชานมไข่มุก สปา และกิจกรรมไว้ครบ จุดเด่นคือรีวิวจริงจากคนจีน พร้อมรูปภาพ ราคาเฉลี่ยต่อคน และฟีเจอร์จองโต๊ะในแอพ
ถึงแอพจะเป็นภาษาจีนเป็นหลัก แต่มีฟีเจอร์แปลภาษาในตัวและไอคอนเข้าใจง่าย เหมาะมากเวลาอยากกินร้านที่คนท้องถิ่นกินจริง ๆ ไม่ใช่แค่ร้านท่องเที่ยว และยังสามารถเข้าใช้งานผ่าน Mini Program ใน Alipay หรือ WeChat ได้ด้วย
6. Meituan แอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่ครบวงจร
หลังเที่ยวเหนื่อยทั้งวันแล้วขี้เกียจออกไปหาของกิน Meituan คือคำตอบ เป็นแอพสั่งอาหารเดลิเวอรี่อันดับหนึ่งของจีน ที่นอกจากส่งอาหารแล้วยังจองโรงแรม ซื้อตั๋วหนัง และจองตั๋วท่องเที่ยวได้ในแอพเดียว
ข้อจำกัดคือการสั่งอาหารต้องใช้เบอร์โทรศัพท์จีน ถ้าไม่มี สามารถลงไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์โรงแรมช่วยใส่เบอร์โรงแรมให้ได้ เพราะโรงแรมส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการรับของเดลิเวอรี่ให้แขกอยู่แล้ว
7. Xiaohongshu ค้นพบ Hidden Gem จากรีวิวคนท้องถิ่น
Xiaohongshu หรือ Little Red Book เป็นแอพไลฟ์สไตล์ที่ผสม Instagram กับ TripAdvisor ใช้สำหรับหาคาเฟ่สวย จุดถ่ายรูปเก๋ ร้านอาหารลับ และกิจกรรมเฉพาะกลุ่มที่คนจีนใช้กันจริง ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษหรือจีน และแอพมีฟีเจอร์แปลภาษาในตัว ทำให้ดูรูปและโลเคชันประกอบไปเรื่อย ๆ ก็พอเข้าใจคอนเทนต์ได้ เหมาะมากสำหรับคนวางแผนเที่ยวเมืองรอง อย่างจางเจียเจี้ย กุ้ยหลิน หรือยูนนาน
8. Trip.com และ Railway 12306 แอพเดินทางในจีนสำหรับจองโรงแรมและตั๋วรถไฟ
Trip.com เดิมชื่อ Ctrip เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เหมาะสำหรับจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ และตั๋วรถไฟความเร็วสูง มีอินเทอร์เฟซภาษาอังกฤษที่ใช้งานง่าย ส่วน Railway 12306 คือแอพจองตั๋วรถไฟอย่างเป็นทางการของการรถไฟจีน ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมการจอง
ข้อควรรู้คือตั๋วรถไฟในจีนเปิดให้จองล่วงหน้าเพียง 15 วัน ถ้าอยากล็อกที่นั่งเร็ว Trip.com มีระบบ Waitlist ให้จองตั๋วล่วงหน้าได้
9. Google Translate หรือ Pleco แอพแปลภาษาที่ขาดไม่ได้
เพราะคนจีนส่วนใหญ่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ แอพแปลภาษาจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญมาก Google Translate สามารถใช้งานได้ในจีนผ่าน eSIM ที่ routing ผ่านเครือข่ายต่างประเทศ (แต่ไม่ทำงานบน Wi-Fi ท้องถิ่น) ส่วนทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตคือ Pleco ที่เป็นดิกชันนารีจีน-อังกฤษที่ดีที่สุดและใช้งานออฟไลน์ได้
อีกตัวเลือกน่าสนใจคือ Waygo ที่ใช้กล้องส่องเมนูหรือป้ายเพื่อแปลได้ทันที ใช้งานออฟไลน์ เหมาะมากเวลาเจอเมนูภาษาจีนล้วน ๆ
10. VPN เตรียมติดเครื่องก่อนบิน สำหรับเข้าถึงแอพบ้านเรา
ถ้าอยากใช้ Facebook, LINE, Instagram, Gmail หรือ Google Maps ในจีน จำเป็นต้องมี VPN ติดเครื่อง เพราะแอพเหล่านี้ถูกบล็อกทั้งหมด ตัวเลือกยอดนิยมได้แก่ ExpressVPN, NordVPN, Surfshark และ BullVPN สำหรับคนไทย
ข้อสำคัญคือต้องโหลดและตั้งค่า VPN ให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เพราะเว็บไซต์ผู้ให้บริการ VPN ส่วนใหญ่ถูกบล็อกในจีน ทำให้ดาวน์โหลดหรือติดตั้งหลังไปถึงแทบเป็นไปไม่ได้ และ Apple ถอด WhatsApp ออกจาก App Store จีนตามคำสั่งรัฐบาลในเดือนเมษายน 2024 ทางเลือกที่สะดวกกว่าคือการใช้ eSIM สำหรับจีนที่ route traffic ผ่านเครือข่ายต่างประเทศ ทำให้เข้าถึงแอพต่างประเทศได้โดยไม่ต้องพึ่ง VPN
เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวจีน ให้ทริปราบรื่น
นอกจากโหลดแอพเดินทางในจีนให้ครบ ควรเตรียมตัวเพิ่มเติมดังนี้
1. ตั้งค่าและผูกบัตรเครดิตกับ WeChat Pay และ Alipay ให้เสร็จตั้งแต่อยู่ไทย แนะนำใช้บัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมต่างประเทศ
2. โหลด VPN และทดสอบการเชื่อมต่อก่อนบิน
3. พิจารณาซื้อ eSIM สำหรับจีนที่รองรับการเข้าถึงแอพต่างประเทศ
4. เตรียมเงินสดหยวนไว้บ้างเผื่อฉุกเฉิน แม้ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายผ่านแอพก็ตาม
5. ถ่ายรูปหน้าพาสปอร์ตเก็บไว้ในมือถือ เพราะบางครั้งโรงแรมหรือจุดท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้ยืนยันตัวตน
นอกจากเตรียมแอพเดินทางในจีนและ VPN ให้พร้อมแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศควรเพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศจากชับบ์ Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง: Internet Society Pulse, Wikipedia
คำถามที่พบบ่อย
Q: ใช้ VPN ในจีนผิดกฎหมายไหม ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว
A: การใช้ VPN ในจีนอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย รัฐบาลจีนมักมุ่งเป้าไปที่ผู้ให้บริการ VPN เชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ VPN เพื่อเข้าถึงแอพจากบ้านเกิดไม่ได้ถูกดำเนินคดี แต่ควรใช้ผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงและไม่โพสต์คอนเทนต์อ่อนไหวบนโซเชียล
Q: บัตรเครดิตแบบไหนผูกกับ WeChat Pay และ Alipay ได้
A: ทั้งสองแอพรองรับบัตรเครดิตและเดบิต Visa, Mastercard และ JCB เป็นหลัก บัตรบางธนาคารอาจติดปัญหาเรื่องการยืนยันตัวตน แนะนำให้ลองผูกหลายใบเผื่อใบใดใบหนึ่งใช้ไม่ได้ และเลือกบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างประเทศเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
Q: ถ้าลืมโหลดแอพเดินทางในจีนก่อนไป พอไปถึงแล้วโหลดได้ไหม
A: แอพจีนอย่าง WeChat, Alipay, DiDi ยังคงโหลดได้ผ่าน App Store และ Play Store ในจีน แต่แอพต่างประเทศและ VPN ส่วนใหญ่จะโหลดไม่ได้ เพราะเว็บไซต์และสโตร์ของผู้ให้บริการถูกบล็อก ทางแก้คือใช้ eSIM ที่ route ผ่านเครือข่ายต่างประเทศ หรือขอใช้ Wi-Fi จากเพื่อนที่มี VPN ช่วยโหลดให้
Q: เที่ยวฮ่องกงหรือมาเก๊าต้องใช้แอพจีนแบบเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ไหม
A: ไม่จำเป็น เพราะฮ่องกงและมาเก๊าอยู่ภายใต้นโยบาย One Country Two Systems และไม่อยู่ภายใต้ Great Firewall สามารถใช้ Google, Facebook, LINE, WhatsApp ได้ปกติ รวมถึงรับบัตรเครดิตต่างประเทศและเงินสดสกุลท้องถิ่น (ฮ่องกงดอลลาร์ / มาเก๊าปาตากา) ได้กว้างขวางกว่าจีนแผ่นดินใหญ่
Q: ต้องมีเบอร์โทรศัพท์จีนจำเป็นสำหรับใช้แอพทั้งหมดไหม
A: ไม่จำเป็นสำหรับแอพหลัก WeChat, Alipay, DiDi, Xiaohongshu และ Trip.com รองรับการสมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศ แต่บางแอพเช่น Dianping และ Meituan ฟังก์ชันบางอย่างจำเป็นต้องใช้เบอร์จีน ถ้าอยากใช้งานเต็มรูปแบบอาจต้องซื้อซิมจีนหรือ eSIM ท้องถิ่นเสริม