15 ของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน เช็กไว้ก่อนเดินทาง ฉบับอัปเดต 2026
วันเดินทางใกล้เข้ามาทุกที หลังจากจัดกระเป๋าเสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางไปต่างประเทศ คือการสำรวจดูว่าในกระเป๋าของเรามีสิ่งของที่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้หรือเปล่า เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเดินทางของเรา
สำหรับนักเดินทางมือใหม่ คำถามที่ว่า “เอาอะไรขึ้นเครื่องได้บ้าง?” มักเป็นหนึ่งในคำถามที่นึกถึงเมื่อต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน จะจัดกระเป๋าแต่ละครั้งก็ไม่ค่อยมั่นใจ ว่าของชิ้นนี้ชิ้นนั้นที่เราเตรียมมา จะนำขึ้นเครื่องบินได้หรือเปล่า จะทำผิดกฎของสายการบินหรือไม่ วันนี้จะขอนำรายการสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่อนุญาตให้พกติดตัวขึ้นเครื่องบิน รวมถึงในกระเป๋าใบใหญ่ที่โหลดลงใต้เครื่องบิน
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- 15 ของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินมีอะไรบ้าง
- เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของเหลว เจล สเปรย์
- แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank)
- อาวุธ ของมีคม
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด
- อาหารที่มีกลิ่นแรง
- สัตว์มีพิษ สัตว์ดุร้าย
- สารอันตรายต่างๆ หรือสารเสพติด
- บุหรี่ไฟฟ้า
- แม่เหล็กแรงสูง
- วัตถุที่แตกหักง่าย
- ของประดับมูลค่าแพง
- เนื้อสัตว์ ของสด หรือแช่แข็ง
- อุปกรณ์กีฬาและเครื่องดนตรี
- สิ่งของอื่นๆ
- เคล็ดลับจัดกระเป๋าให้ผ่านจุดตรวจอย่างราบรื่นมีอะไรบ้าง
- สิ่งของใดบ้างที่ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
15 ของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินมีอะไรบ้าง
1. เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของเหลว เจล สเปรย์
ของเหลวทุกชนิดที่มีความจุต่อชิ้นเกิน 100 มล. รวมไม่เกิน 1 ลิตร (1,000 มล.) เช่น เจล น้ำหอม สบู่เหลว สเปรย์ ห้ามพกติดตัวขึ้นเครื่องบิน แต่สามารถนำใส่กระเป๋าที่จะโหลดได้ ทั้งนี้เป็นมาตรการป้องกันการก่อการร้าย ที่เข้มงวดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ 911 แต่ถ้าเป็นยาที่จำเป็นต้องพกติดตัว ก็สามารถพกพาได้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ชุดยาแก้เบาหวาน
ตามมาตรฐาน ICAO ผู้โดยสารที่ต้องการนำของเหลวขึ้นเครื่อง จะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และใส่รวมในถุงพลาสติกใสแบบเปิด-ปิดผนึกได้ (Ziplock Bag) ขนาดไม่เกิน 1 ลิตร โดยอนุญาตเพียง 1 ถุงต่อผู้โดยสาร 1 ท่าน สำหรับเครื่องสำอาง ครีมกันแดด โลชั่น แชมพู ครีมอาบน้ำ ที่ต้องการนำติดตัว ก็ต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกัน หากมีขนาดเกิน 100 มล. ต้องโหลดใส่กระเป๋าเดินทางเท่านั้น
ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้ แต่ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 70% และไม่เกินคนละ 5 ลิตร หากมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่า 70% จะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่ว่าจะเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องหรือสัมภาระโหลดก็ตาม
2. แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank)
แบตเตอรี่สำรองหรือ Power Bank ถือเป็นหนึ่งใน สิ่งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงผิดปกติ (Thermal Runaway) ซึ่งอาจนำไปสู่การระเบิดหรือไฟลุกไหม้ จึงต้องพกพาในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น เพื่อให้ลูกเรือสามารถรับมือได้ทันทีหากเกิดเหตุผิดปกติ แต่สามารถพกพาใส่กระเป๋าถือขึ้นไปได้ โดยต้องเป็นแบตเตอรี่สำรองที่มีค่าความจุไฟฟ้าไม่เกิน 32,000 mAh ไม่เกินคนละ 2 ชิ้น
ตามมาตรฐาน IATA และ FAA กำหนดเกณฑ์ดังนี้
- ความจุไม่เกิน 100 Wh (ประมาณ 27,000 mAh) :อนุญาตให้พกในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องแจ้งสายการบิน
- ความจุ 100-160 Wh (ประมาณ 27,000-43,000 mAh): ต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อน จำกัดไม่เกิน 2 ชิ้นต่อคน
- ความจุเกิน 160 Wh (เกินประมาณ 43,000 mAh) : ห้ามนำขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาดสำหรับสายการบินในไทยส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 32,000 mAh และไม่เกินคนละ 2 ชิ้น ทั้งนี้ Power Bank ที่ไม่ระบุค่าความจุบนตัวเครื่องอาจถูกห้ามนำขึ้นเครื่องเลย ดังนั้นควรตรวจสอบฉลากให้ชัดเจนก่อนเดินทาง
3. อาวุธ ของมีคม
ปืน และอาวุธทุกชนิด รวมถึงอาวุธโดยสภาพ เช่น มีด สนับมือ ดาบ ทวน กระบอง และสิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนไฟแช็ก ระเบิดไฟแช็ก ปืนเด็กเล่น ไม้บรรทัดเหล็ก คัตเตอร์ กรรไกรตัดเล็บ เข็มเย็บผ้า มีด มีดพับ มีดพก และของมีคมทุกชนิด ที่อาจทำให้เกิดอันตราย ล้วนจัดเป็นของห้ามขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือ
แต่หากเป็นของใช้ที่จำเป็น อาจอนุญาตให้เก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ที่โหลดใต้เครื่องบินได้ แต่ไม่อนุญาตให้พกพาขึ้นเครื่องบิน สำหรับกรรไกรขนาดเล็กที่มีความยาวใบมีดไม่เกิน 6 ซม. บางสายการบินอาจอนุญาตให้พกในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ แต่อาจถูกห้ามหากเจ้าหน้าที่ตัดสินว่ามีปลายแหลมที่อาจเป็นอันตราย ทางที่ดีควรโหลดใต้ท้องเครื่องเพื่อความปลอดภัย
4. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
หากประเทศที่กำลังเดินทางไป มีกฎหมายในเรื่องลิขสิทธิ์ อาจถูกยึดสิ่งของนั้นได้ในกรณีที่เราพกพาของที่ผิดลิขสิทธิ์ขึ้นเครื่องบินไปด้วย โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศที่เข้มงวดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป หากพบสินค้าที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดของและดำเนินคดีได้
5. วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด
วัตถุที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้ถือเป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาดทั้งในกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระเบิดหรือเพลิงไหม้ เช่น น้ำมันไฟแช็ก เชื้อเพลิงแข็ง สีน้ำมัน ไม้ขีดไฟ ดอกไม้ไฟ พลุ ทินเนอร์ และก๊าซกระป๋อง สำหรับไฟแช็กแบบธรรมดา อนุญาตให้พกติดตัวได้คนละ 1 อัน แต่ไฟแช็กแบบซิการ์ (ไฟฟู่แรง) และไฟแช็กที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวแบบไม่มีตัวดูดซับ ห้ามนำขึ้นเครื่องและห้ามโหลดใต้เครื่อง
6. อาหารที่มีกลิ่นแรง
อาหารต่าง ๆ ที่มีกลิ่นรุนแรง เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์สด/แช่แข็ง ทุเรียน ปลาร้า ปลาเค็ม ต้องแพ็กมาอย่างเหมาะสม และอาจถูกห้ามนำขึ้นเครื่องในบางสายการบิน เนื่องจากกลิ่นอาจรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น สำหรับเนื้อสัตว์สดหรือแช่แข็ง หลายประเทศปลายทางมีกฎหมายห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากด่านกักกันสัตว์ ดังนั้นควรตรวจสอบกฎระเบียบของประเทศปลายทางก่อนนำอาหารเหล่านี้ขึ้นเครื่อง
7. สัตว์มีพิษ สัตว์ดุร้าย
สัตว์มีพิษ สัตว์ดุร้าย รวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่ สัตว์สงวน ถือเป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาดนอกจากอาจรบกวนผู้อื่นแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย ยังผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าตามอนุสัญญา CITES อีกด้วย การลักลอบนำสัตว์สงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองขึ้นเครื่องบินอาจมีโทษทั้งจำและปรับ
8. สารอันตรายต่างๆ หรือสารเสพติด
สารเคมีอันตราย เช่น สารกำจัดแมลง สารหนู วัตถุออกซิไดซ์ เช่น แอมโมเนียไนเตรท แคลเซียมเปอร์ออกไซด์ วัตถุก๊าซกัมมันตรังสี เช่น ธาตุยูเรเนียม วัตถุกัดกร่อน เช่น แบตเตอรีที่บรรจุสารกัดกร่อน น้ำกรด ปรอท ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน ทั้งในกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดสำหรับสารเสพติดทุกประเภทเป็นสิ่งผิดกฎหมายและห้ามนำขึ้นเครื่องบินอย่างเด็ดขาด หากถูกตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ซึ่งบางประเทศมีโทษรุนแรงมาก
9. บุหรี่ไฟฟ้า
บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตเป็นสิ่งของที่มีกฎเกณฑ์ซับซ้อนในการนำขึ้นเครื่องบิน ตามมาตรฐาน IATA อนุญาตให้นำบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นเครื่องได้เฉพาะในกระเป๋าถือเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมในตัวเครื่อง และห้ามใช้งานหรือชาร์จบนเครื่องบิน
ทั้งนี้ ในประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้ายังถือเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย การครอบครองอาจถูกดำเนินคดีได้ นอกจากนี้บางประเทศปลายทางก็มีกฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเช่นกัน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เม็กซิโก และเวียดนาม (มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2025) ดังนั้นควรศึกษากฎหมายของประเทศปลายทางให้ดีก่อนเดินทาง
10. แม่เหล็กและวัตถุที่แตกหักง่าย
แม่เหล็กแรงสูง เช่น แม่เหล็กนีโอไดเมียม (Neodymium) ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมหรืองานอดิเรก ถือเป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินในบางกรณี เนื่องจากสนามแม่เหล็กแรงสูงอาจรบกวนระบบนำทางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องบินได้ ตามข้อกำหนดของ IATA แม่เหล็กที่มีค่าสนามแม่เหล็กเกิน 0.00525 เกาส์ ที่ระยะ 4.6 เมตรจากพัสดุ จัดเป็นวัตถุอันตรายที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดพิเศษ สำหรับแม่เหล็กขนาดเล็กที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แม่เหล็กติดตู้เย็น โดยทั่วไปสามารถนำขึ้นเครื่องได้ แต่ควรแพ็กแยกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ส่วนวัตถุที่แตกหักง่าย เช่น เครื่องแก้ว เซรามิก กรอบรูป หรือของตกแต่งที่เปราะบาง แม้ไม่ได้ถูกจัดเป็นสิ่งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินโดยตรง แต่สายการบินส่วนใหญ่จะไม่รับผิดชอบหากสิ่งของเหล่านี้เสียหายระหว่างการขนส่ง ทางที่ดีควรห่อหุ้มด้วยวัสดุกันกระแทกอย่างดีและพกเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง หรือหากโหลดใต้ท้องเครื่องควรติดป้าย "Fragile" ให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการด้วยความระมัดระวัง
11. ของประดับมูลค่าแพง
เครื่องประดับ อัญมณี นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม และของมีค่าอื่น ๆ ไม่ได้ถูกจัดเป็นของห้ามขึ้นเครื่องโดยตรง แต่มีข้อควรระวังสำคัญที่ผู้เดินทางควรทราบ สายการบินส่วนใหญ่ไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายของสิ่งของมีค่าที่อยู่ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง ดังนั้นควรพกติดตัวในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเสมอ
หากนำของประดับมูลค่าสูงเดินทางไปต่างประเทศ ควรถ่ายรูปและจดรายการสิ่งของไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ของใช้ส่วนตัวที่มีมูลค่าสูงกว่า 20,000 บาท ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องภาษีนำเข้าเมื่อเดินทางกลับ
และหากเดินทางไปยังประเทศที่มีกฎศุลกากรเข้มงวด เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศในสหภาพยุโรป อาจถูกสอบถามเกี่ยวกับมูลค่าของสิ่งของที่นำติดตัวด้วย การมีใบเสร็จหรือใบรับรองราคาจะช่วยให้ผ่านด่านศุลกากรได้สะดวกยิ่งขึ้น
12. เนื้อสัตว์ ของสด หรือแช่แข็ง
เนื้อสัตว์สด เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารทะเลสด และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินที่มีข้อจำกัดหลายชั้น บางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องได้หากแพ็กอย่างเหมาะสมในกล่องโฟมหรือกระเป๋าเก็บความเย็น แต่ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเป็นสัมภาระถือ เนื่องจากของเหลวจากน้ำแข็งที่ละลายอาจรั่วซึมและกลิ่นอาจรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือกฎระเบียบของประเทศปลายทาง หลายประเทศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยเด็ดขาด เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น มีกฎหมายกักกันโรคสัตว์และสินค้าเกษตรที่เข้มงวดมาก หากถูกตรวจพบอาจถูกปรับตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท และของจะถูกยึดทำลายทันที ดังนั้นก่อนนำ สิ่งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน ประเภทอาหารสดไปด้วย ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางให้แน่ใจ
13. อุปกรณ์กีฬาและเครื่องดนตรี
อุปกรณ์กีฬาหลายชนิดถูกจัดเป็นของห้ามขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือเนื่องจากอาจถูกใช้เป็นอาวุธได้ เช่น ไม้เบสบอล ไม้คริกเก็ต ไม้กอล์ฟ ไม้ฮ็อกกี้ ไม้สกี สเก็ตบอร์ด ไม้บิลเลียด คันเบ็ดตกปลา และอุปกรณ์ดำน้ำ สิ่งของเหล่านี้ต้องโหลดใส่กระเป๋าเดินทางใต้ท้องเครื่อง หลายสายการบินมีบริการรับโหลดอุปกรณ์กีฬาขนาดใหญ่แยกต่างหาก แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและต้องแจ้งล่วงหน้า
สำหรับเครื่องดนตรี เช่น กีตาร์ ไวโอลิน อูคูเลเล่ และเครื่องดนตรีขนาดเล็กอื่น ๆ หลายสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องเป็นสัมภาระถือได้ หากขนาดไม่เกินข้อกำหนดของสายการบิน บางสายการบินอาจให้ซื้อที่นั่งเพิ่มสำหรับเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ เช่น เชลโล ส่วนเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถนำเข้าห้องโดยสารได้ เช่น คีย์บอร์ดไฟฟ้า กลองชุด จะต้องโหลดใต้ท้องเครื่องในเคสแข็งที่แข็งแรง และแนะนำให้ทำประกันสิ่งของมีค่าเพิ่มเติม
14. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จอมอนิเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องเล่นเกมคอนโซล (PlayStation, Xbox, Nintendo Switch) พัดลม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ แม้จะไม่ใช่ของห้ามขึ้นเครื่องโดยตรง แต่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้โดยมีข้อจำกัดที่ต้องทราบ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ลิเทียมในตัว เช่น แล็ปท็อป แท็บเล็ต หรือโดรน ต้องปิดเครื่องให้สนิทก่อนโหลด และแบตเตอรี่ต้องไม่เกินขีดจำกัดที่กำหนด
โดรนเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีกฎเกณฑ์เฉพาะ ตัวโดรนสามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้หากปิดเครื่องแล้ว แต่แบตเตอรี่ลิเทียมของโดรนต้องถอดออกมาพกในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง และต้องมีค่าความจุไม่เกิน 160 Wh บางประเทศมีกฎหมายควบคุมการนำเข้าโดรนโดยเฉพาะ
15. ของใช้ส่วนตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
ของใช้ส่วนตัวบางชนิดที่ดูไม่เป็นอันตราย แต่อาจถูกจัดเป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินในบางกรณี เนื่องจากใช้ความร้อนสูงหรือใช้เชื้อเพลิง โดยเฉพาะอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าพกพาที่นักเดินทางมักนำติดตัว
เครื่องม้วนผม เครื่องหนีบผม และเครื่องเป่าผมแบบใช้ไฟฟ้า สามารถนำขึ้นเครื่องได้ทั้งกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลด แต่ต้องปิดสวิตช์ให้สนิทและควรมีฝาครอบป้องกันส่วนที่ให้ความร้อน สำหรับเครื่องม้วนผมแบบใช้แก๊สบิวเทน (Gas-Powered Curling Iron) อนุญาตให้พกในกระเป๋าถือได้เพียงคนละ 1 เครื่อง ต้องมีฝาครอบนิรภัยปิดสนิท ห้ามเติมแก๊สบนเครื่องบิน และห้ามนำตลับแก๊สสำรองขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด
เตารีดพกพา (Travel Iron) และเตารีดไอน้ำขนาดเล็ก สามารถโหลดใส่กระเป๋าใต้ท้องเครื่องได้ แต่บางสายการบินไม่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่อง ควรปล่อยให้เย็นสนิทก่อนบรรจุลงกระเป๋า เช่นเดียวกับอุปกรณ์ใช้ความร้อนอื่น ๆ อย่าง Garment Steamer หรือหม้อต้มน้ำไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ควรโหลดใต้ท้องเครื่องเช่นกัน หลักสำคัญคือ หากอุปกรณ์ใช้แก๊สหรือเชื้อเพลิงเหลว จะมีข้อจำกัดเข้มงวดกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ทั่วไป
เคล็ดลับจัดกระเป๋าให้ผ่านจุดตรวจอย่างราบรื่นมีอะไรบ้าง
เพื่อให้เดินทางได้อย่างไม่มีสะดุด ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงสนามบิน โดยแยกของเหลวใส่ถุงซิปล็อกใสไว้ให้เรียบร้อย นำ Power Bank และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ลิเทียมใส่กระเป๋าถือ หากไม่แน่ใจว่าสิ่งของใดเป็นของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินให้โหลดใส่กระเป๋าเดินทางไว้ก่อนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
นอกจากนี้ หากมีของที่ลืมเอาออกจากกระเป๋าถือแล้วถูกตรวจพบที่สนามบิน ไม่ต้องตกใจ ปัจจุบันที่สนามบินใหญ่ ๆ ในไทยมีบริการส่งของต้องห้ามทางไปรษณีย์ โดยสนามบินสุวรรณภูมิมีบริการไปรษณีย์ไทยที่ชั้น 2 ประตู 8 และสนามบินดอนเมืองมีบริการที่อาคารผู้โดยสารชั้น 3
สิ่งของใดบ้างที่ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
นอกจากรายการ สิ่งของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินแล้ว ยังมีของบางประเภทที่ต้องสำแดงหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนเดินทาง ได้แก่ ของใช้ส่วนตัวที่มีมูลค่าสูงกว่า 20,000 บาท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปริมาณมากกว่า 1 ลิตร บุหรี่เกิน 200 มวน หรือยาเส้นเกิน 250 กรัม และสินค้าที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์
ถ้ามั่นใจว่าทุกอย่างในกระเป๋าของเรา ไม่มีของชิ้นไหนที่เสี่ยงต่อการไปเที่ยวไม่สนุกแล้วล่ะก็ สิ่งสำคัญอีกอย่างที่อยากแนะนำก็คือ ประกันการเดินทางต่างประเทศ ช่วยคุ้มครองคุณในหลายเรื่องในขณะที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไฟลท์ดีเลย์ อุบัติเหตุ การเจ็บป่วย รวมถึงของหายด้วย เรียกว่าอุ่นใจตลอดทริป ถ้าจัดกระเป๋าและเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ไปเที่ยวได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ ทริปนี้สนุกแน่นอน
สนใจประกันภัยการเดินทาง โทร. 0 2611 4242
** อ้างอิง: What Can I Bring?, PackSafe for Passengers, Dangerous Goods
คำถามที่พบบ่อย
Q : ยาสามัญประจำบ้านและยาตามใบสั่งแพทย์ นำขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่?
A : ยาสามัญประจำบ้านสามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ แต่ควรเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ระบุชื่อยาชัดเจน สำหรับยาตามใบสั่งแพทย์ เช่น ยาฉีดอินซูลินหรือยาที่ต้องพกเข็มฉีดยา ควรพกใบรับรองแพทย์หรือใบสั่งยาเป็นภาษาอังกฤษไปด้วย เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อถูกตรวจ ยาที่เป็นของเหลวเพื่อการรักษาจะได้รับการยกเว้นจากกฎ 100 มล. แต่ต้องมีเอกสารรับรองความจำเป็นทางการแพทย์
Q : สามารถนำอาหารแห้ง ขนม หรือผลไม้สดขึ้นเครื่องบินได้ไหม?
A : อาหารแห้งและขนมทั่วไปสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทั้งในกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลด อย่างไรก็ตาม ผลไม้สด ผัก เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม อาจถูกห้ามนำเข้าในหลายประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มีกฎระเบียบเรื่องการนำเข้าสินค้าเกษตรที่เข้มงวดมาก ควรตรวจสอบกฎของประเทศปลายทางก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดหรือถูกปรับ
Q : หากพบของต้องห้ามในกระเป๋าตอนผ่านจุดตรวจ จะเกิดอะไรขึ้น?
A : หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบของที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินในกระเป๋าถือของคุณ จะมีทางเลือกให้คือ ทิ้งสิ่งของนั้น นำกลับไปฝากคนมาส่ง หรือส่งกลับทางไปรษณีย์ (หากสนามบินมีบริการ) ในกรณีที่เป็นสิ่งของผิดกฎหมาย เช่น อาวุธจริง สารเสพติด หรือวัตถุระเบิด ผู้โดยสารจะถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีทันที
Q : มาร์คหน้านำขึ้นเครื่องได้ไหม
A : มาร์คหน้าแผ่น (Sheet Mask) สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยนับเป็นของเหลว/เจลตามกฎสากล แต่ต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาตรไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 1 ลิตร (1,000 มล.) แนะนำให้ใส่ในถุงซิปล็อกใสเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้สะดวก
Q : ร่ม ไม้เท้า หรือขาตั้งกล้อง (Tripod) ถือขึ้นเครื่องได้หรือไม่?
A : ร่มพับขนาดเล็กสามารถนำขึ้นเครื่องได้ในกระเป๋าถือ แต่ร่มยาวอาจถูกปฏิเสธในบางสายการบินหากมีปลายแหลม สำหรับไม้เท้าที่จำเป็นทางการแพทย์สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ส่วนขาตั้งกล้อง (Tripod) มักถูกจัดเป็นของห้ามขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือ เนื่องจากอาจถูกใช้เป็นอาวุธได้ ควรโหลดใส่กระเป๋าเดินทางใต้ท้องเครื่องแทน