Skip to Main Content

WeChat Pay ใช้ยังไง สอนใช้ผูกบัตรไทย สแกนจ่ายทั่วจีนได้ทุกร้าน

WeChat Pay ใช้ยังไง สอนใช้ผูกบัตรไทย สแกนจ่ายทั่วจีนได้ทุกร้าน

การเดินทางไปประเทศจีนในปัจจุบันแทบไม่จำเป็นต้องพกเงินสดอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าริมทาง รถไฟใต้ดิน หรือร้านอาหารเล็ก ๆ ในซอย เกือบทุกแห่งรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code และที่ประเทศจีนส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนมาใช้ระบบนี้แทนเงินสดกันหมดแล้ว หากไม่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง อาจพบปัญหาเมื่อถึงหน้าร้านได้

ในอดีต นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการใช้ WeChat Pay จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารจีนก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 เป็นต้นมา Tencent ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันได้เปิดให้ผูกบัตร Visa และ Mastercard จากต่างประเทศได้ และภายหลังยังขยายการรองรับไปถึงบัตร JCB, Amex และ Discover อีกด้วย ทำให้คนไทยสามารถใช้บัตรที่มีอยู่แล้วผูกเข้ากับระบบและสแกนจ่ายได้ทันที

บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอน ตั้งแต่ WeChat Pay ใช้ยังไง วิธีสมัคร วิธีผูกบัตร ไปจนถึงการใช้งานจริงหน้าร้าน รวมถึงค่าธรรมเนียมและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ควรทราบก่อนเดินทาง

 

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

WeChat Pay คืออะไร ทำไมไปจีนถึงขาดไม่ได้

WeChat Pay คือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อยู่ภายในแอปพลิเคชัน WeChat (หรือที่เรียกในภาษาจีนว่า Weixin ซึ่งเป็นตัวเดียวกัน) ตัวแอปพลิเคชันหลักเป็นแอปแชทคล้าย LINE เพียงแต่ WeChat ใช้งานได้หลากหลายกว่ามาก ทั้งการสนทนา ชำระเงิน เรียกรถแท็กซี่ สั่งอาหาร และซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว

เหตุผลที่ WeChat Pay จำเป็นสำหรับการเดินทางในจีน เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศจีนไม่รับเงินสดแล้ว และบางร้านไม่มีเงินทอนให้ ส่วนบัตรเครดิตต่างประเทศก็ใช้ได้เฉพาะบางสถานที่ เช่น โรงแรมใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่รองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่ร้านเล็ก ๆ ที่มักมีอาหารอร่อยและราคาดี มักรับเฉพาะการสแกน QR เท่านั้น

ดังนั้น หากต้องการเดินทางท่องเที่ยวในจีนได้อย่างสะดวก แนะนำให้เตรียม WeChat Pay ไว้ล่วงหน้า

นักท่องเที่ยวกำลังจ่ายเงินร้านค้าด้วย WeChat Pay

เตรียมอะไรบ้างก่อนสมัคร WeChat Pay

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสมัครใช้งาน WeChat Pay มีดังนี้

  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถรับ SMS ได้ (หมายเลขไทยใช้ได้)
  • พาสปอร์ตตัวจริง สำหรับยืนยันตัวตน
  • บัตร Visa หรือ Mastercard ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของธนาคารไทย หรือบัตรท่องเที่ยวอย่าง YouTrip ก็สามารถใช้ได้ทั้งหมด โดยชื่อบนบัตรต้องตรงกับชื่อในพาสปอร์ต

สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต WeChat Pay จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ไม่มีโหมดออฟไลน์ ดังนั้นควรเตรียม eSIM หรือซิมการ์ดจีนไว้ด้วย และควรปิด VPN ระหว่างขั้นตอนการสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาระบบขัดข้อง

คำแนะนำ: ควรดำเนินการสมัครและผูกบัตรให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่ในประเทศไทย ไม่ควรรอไปทำที่ประเทศจีน เนื่องจากบางขั้นตอน โดยเฉพาะการยืนยันความปลอดภัย จะจัดการได้ง่ายกว่าเมื่ออยู่ที่บ้าน

เตรียมบัตรเครดิตและพาสปอร์ตเพื่อเตรียมสมัคร WeChat Pay ผ่านโทรศัพท์มือถือ

วิธีสมัคร WeChat ทีละขั้นตอน

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WeChat จาก App Store หรือ Google Play

2. เปิดแอปพลิเคชันและกด Sign Up

3. เลือก Sign Up via Mobile แล้วใส่หมายเลขโทรศัพท์พร้อมเลือกรหัสประเทศไทย (+66) ให้ถูกต้อง

4. ระบบจะส่งรหัส OTP ทาง SMS นำรหัสมากรอกยืนยัน

5. ตั้งรหัสผ่านและกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน

6. อ่านเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว จากนั้นกดยอมรับ

ในขั้นตอนนี้ บางรายอาจพบหน้า Security Check ซึ่งระบบต้องการยืนยันว่าผู้สมัครเป็นบุคคลจริง

นอกจากนี้ WeChat อาจขอให้มี "เพื่อนที่ใช้ WeChat อยู่แล้ว" สแกน QR Code เพื่อช่วยยืนยันบัญชี หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่ใช้ WeChat อยู่ก่อนแล้ว สามารถขอให้ช่วยสแกนยืนยันได้ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว ถือว่าการสมัครบัญชี WeChat เสร็จสมบูรณ์

หน้าจอกรอกหมายเลขบัตรเครดิตเพื่อผูกเข้ากับ WeChat Pay

วิธีผูกบัตรไทยเข้า WeChat Pay

การผูกบัตรไทยกับ WeChat Pay สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. เปิดแอปพลิเคชัน WeChat

2. กดแท็บ Me ที่มุมขวาล่าง

3. เลือก Pay & Services

4. เข้า Wallet แล้วกด Bank Cards

5. กด Add a Bank Card

6. กรอกหมายเลขบัตร 16 หลัก

7. เลือกประเภทบัตรให้ถูกต้อง (Visa หรือ Mastercard)

8. กด Next แล้วใส่วันหมดอายุและหมายเลข CVV 3 หลักหลังบัตร

9. อ่านเงื่อนไขแล้วกด Agree

10. ตั้งรหัสชำระเงิน (Payment Password) 6 หลัก โดยต้องกรอกซ้ำเพื่อยืนยัน

11. กด Done

เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอน บัตรจะเข้าสู่ระบบและพร้อมใช้งานทันที

 

วิธีใช้งาน WeChat Pay เมื่อต้องชำระเงินจริง

การใช้งาน WeChat Pay มี 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของร้านค้า

รูปแบบที่ 1: ร้านค้าสแกน QR Code ของผู้ใช้

พบได้บ่อยในร้านค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟ วิธีการคือ กด Me > Pay หรือกดปุ่ม + ที่หน้าแชตแล้วเลือก Money จะมี Barcode และ QR Code ปรากฏขึ้น จากนั้นยื่นให้พนักงานสแกน

รูปแบบที่ 2: ผู้ใช้สแกน QR Code ของร้านค้า

พบได้บ่อยในร้านค้าขนาดเล็กหรือร้านริมทางที่มี QR Code แปะไว้ที่เคาน์เตอร์ วิธีการคือ กด Scan ในแอปพลิเคชัน ส่องไปที่ QR Code ของร้าน พิมพ์จำนวนเงิน แล้วยืนยันด้วยรหัสชำระเงิน

นักท่องเที่ยวเปิด QR Code ใน WeChat Pay ให้พนักงานร้านสแกนจ่ายเงิน

ค่าธรรมเนียมและลิมิตจำนวนเงินที่ควรทราบ

ค่าธรรมเนียม

  • หากยอดชำระต่อครั้งต่ำกว่า 200 หยวน จะไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
  • หากยอดชำระต่อครั้งเกิน 200 หยวน WeChat จะคิดค่าบริการประมาณ 3% ของยอดชำระ

เทคนิคประหยัดค่าธรรมเนียม: หากรับประทานอาหารเป็นกลุ่มและยอดรวมสูง สามารถแยกชำระเป็นรายบุคคลให้แต่ละยอดต่ำกว่า 200 หยวน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม

 

ลิมิตการใช้จ่าย

  • บัตรต่างชาติมีเพดานสูงสุดประมาณ 6,000 หยวนต่อรายการ
  • มีเพดานจำกัดต่อวันและต่อปีเพิ่มเติม

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น 7-14 วัน ลิมิตเหล่านี้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายทั่วไป

ข้อจำกัดของบัญชีต่างชาติที่ใช้ WeChat Pay ได้

ข้อจำกัดของบัญชีต่างชาติ

บัญชี WeChat Pay ของผู้ใช้ต่างชาติมีข้อจำกัดดังนี้

  • ไม่สามารถโอนเงินระหว่างบุคคล (P2P) และไม่สามารถรับเงินโอนเข้าได้
  • ใช้ได้เฉพาะการชำระค่าสินค้าและบริการ
  • ใช้ได้เฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่รวมฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางไปหลายเขตพื้นที่ ควรเตรียมวิธีการชำระเงินสำรองไว้ด้วย

แม้ WeChat Pay จะช่วยให้การชำระเงินในจีนสะดวกขึ้นอย่างมาก แต่การเดินทางที่ดีควรครอบคลุมมากกว่าเรื่องการจ่ายเงิน เพื่อความอุ่นใจตลอดทริป แนะนำให้ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ มีให้เลือกทั้งแบบรายเที่ยวและรายปี สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือโทร 0 2611 4242

อ้างอิง: realchinatrip.com, chinaguidelines.com

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: WeChat Pay กับ Alipay ต่างกันยังไง ควรใช้ตัวไหน?

A: ทั้งสองแอปพลิเคชันเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลคนละค่าย สามารถสแกน QR Code ชำระเงินได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม บางร้านค้าอาจรับเฉพาะตัวใดตัวหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่เดินทางบ่อยจึงนิยมติดตั้งไว้ทั้งสองแอป เพื่อสำรองในกรณีที่ตัวใดตัวหนึ่งใช้ไม่ได้

Q: ต้องเติมเงินเข้ากระเป๋าก่อนไหม หรือตัดจากบัตรโดยตรง?

A: บัตรต่างชาติส่วนใหญ่จะตัดจากบัตรโดยตรง ไม่ต้องเติมเงินเข้ากระเป๋าล่วงหน้าเหมือนในอดีต ระบบเติมขั้นต่ำแบบเดิมถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นจะชำระเท่าไรก็ตัดจากบัตรเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินค้างในแอป

Q: ทำโทรศัพท์หายระหว่างเที่ยว เงินกับบัตรที่ผูกไว้จะปลอดภัยไหม?

A: ค่อนข้างปลอดภัย เนื่องจากทุกครั้งที่ชำระเงินต้องใส่รหัสหรือสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ ทำให้เครื่องที่ล็อกอยู่เข้าถึงได้ยาก หากโทรศัพท์หาย ควรรีบเข้าสู่ระบบจากเครื่องอื่นหรือเข้าเว็บไซต์ WeChat เพื่ออายัดกระเป๋าเงิน พร้อมทั้งแจ้งธนาคารผู้ออกบัตรให้ระงับบัตรทันที

Q: ผูกบัตรไว้แล้ว ทริปหน้าต้องผูกใหม่ทุกครั้งไหม?

A: โดยปกติบัตรที่ผูกไว้จะยังคงอยู่ในระบบ ทริปถัดไปสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผูกใหม่ ยกเว้นกรณีที่บัตรหมดอายุหรือถูกถอดออก อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ตรวจสอบก่อนเดินทาง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่หรือบัตรใกล้หมดอายุ

Q: จ่ายเงินผิด หรืออยากขอเงินคืน ทำได้ไหม?

A: การคืนเงินขึ้นอยู่กับร้านค้าเป็นหลัก หากร้านค้ายินยอมคืนเงิน ระบบจะคืนกลับเข้าบัตรที่ผูกไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ได้คืนเป็นเงินสด ดังนั้น หากชำระผิดจำนวนหรือต้องการยกเลิก ควรติดต่อร้านค้าโดยตรงทันที