Skip to Main Content

ขอวีซ่าอิตาลีต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ พร้อมเอกสารและขั้นตอนการยื่น

วีซ่าอิตาลี ตราประทับอนุมัติบนหนังสือเดินทางสำหรับเดินทางเข้าประเทศ

อิตาลีเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวหลายคน ไม่ว่าจะเป็นโคลอสเซียมกลางกรุงโรม คลองเล็ก ๆ ในเวนิส หรืออาหารอิตาเลียนแท้ ๆ ที่ต้องลิ้มลองถึงถิ่น อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทาง ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าอิตาลีก่อน

การขอวีซ่าอิตาลีด้วยตนเองไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกังวล หากเตรียมเอกสารครบถ้วนและเข้าใจเงื่อนไข โดยเฉพาะคำถามที่พบบ่อยว่า ขอวีซ่าอิตาลีต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ บทความนี้รวบรวมข้อมูลอัปเดตปี 2026 ตั้งแต่รายการเอกสาร ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงขั้นตอนยื่นที่ศูนย์ VFS

 

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

วีซ่าอิตาลีคืออะไร ใครต้องขอบ้าง?

อิตาลีอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าอิตาลีก่อนเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยว วีซ่าที่ใช้คือวีซ่าเชงเก้นระยะสั้น (Type C) พำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วง 180 วัน ตามกฎ 90/180 ที่ใช้ทั่วทั้งยุโรป

หลักการคือ หากการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาในอิตาลีมากที่สุด หรืออิตาลีเป็นประเทศแรกที่เข้า ให้ยื่นขอวีซ่าอิตาลีกับสถานทูตอิตาลีหรือศูนย์รับยื่น VFS ผู้สมัครต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป หากต่ำกว่านั้นต้องมีผู้ปกครองและเอกสารยินยอมเพิ่มเติม

วีซ่าอิตาลีไม่ได้จำกัดเฉพาะการเดินทางในอิตาลีเท่านั้น เมื่อได้รับแล้วสามารถเดินทางต่อไปประเทศอื่นในเขตเชงเก้นได้ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ หรือนครรัฐวาติกัน ตราบใดที่ยังอยู่ในช่วงเวลาที่วีซ่าอนุญาต

 

ขอวีซ่าอิตาลีด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ขอวีซ่าอิตาลีด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

เอกสารเป็นปัจจัยสำคัญของการขอวีซ่าอิตาลี การยื่นครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้ผ่านเร็ว ไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมในภายหลัง เอกสารราชการไทยทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และส่วนใหญ่กำหนดให้เอกสารมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันยื่น

เอกสารส่วนตัวและแบบฟอร์ม

  • หนังสือเดินทาง อายุใช้งานเหลือเกิน 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า หากมีเล่มเก่าให้แนบไปด้วย
  • รูปถ่ายสีพื้นหลังขาว ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. จำนวน 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน หน้าตรง ไม่ยิ้มเห็นฟัน ไม่สวมแว่น และห้ามปรับแต่งภาพ
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น กรอกให้ครบทุกช่อง
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (หากมี) พร้อมฉบับแปล

 

เอกสารการงานและการเงิน

ส่วนนี้สถานทูตใช้ประเมินว่าผู้ยื่นมีงาน มีรายได้ และมีเหตุผลที่จะกลับประเทศไทย แบ่งตามอาชีพดังนี้

  • พนักงานบริษัทหรือข้าราชการ: ใช้จดหมายรับรองการทำงานฉบับจริงเป็นภาษาอังกฤษ ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันลา และลงท้ายว่า To Whom It May Concern โดยไม่ต้องระบุชื่อสถานทูต อายุไม่เกิน 30 วัน
  • เจ้าของกิจการ: ใช้หนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 90 วัน
  • นักเรียนนักศึกษา: ใช้จดหมายรับรองสถานภาพจากสถาบันเป็นภาษาอังกฤษ อายุไม่เกิน 30 วัน

ด้านการเงิน ใช้รายการเดินบัญชี (Statement) บัญชีออมทรัพย์ตัวจริงย้อนหลัง 3 เดือน โดยรายการล่าสุดต้องไม่เกิน 7 วันนับจากวันยื่น หลายคนยังนิยมแนบ Cover Letter หรือจดหมายแนะนำตัวภาษาอังกฤษไปด้วย เพื่ออธิบายวัตถุประสงค์การเดินทาง ที่พัก และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

 

เอกสารการเดินทางและประกัน

  • ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • ใบจองที่พักตลอดระยะเวลาเดินทาง
  • โปรแกรมการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษ
  • กรมธรรม์ประกันการเดินทางต่างประเทศ วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท ตามที่เชงเก้นกำหนด ตอนยื่นใช้ทั้งหน้ากรมธรรม์และตารางผลประโยชน์

ประกันการเดินทางเป็นเอกสารบังคับ หากเอกสารอื่นครบถ้วนแต่ประกันไม่เป็นไปตามเกณฑ์ มีโอกาสถูกปฏิเสธได้

 

ขอวีซ่าอิตาลีต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?

ขอวีซ่าอิตาลีต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่

อิตาลีไม่ได้กำหนดยอดเงินตายตัวเป็นตัวเลขเดียว แต่มีสองระดับที่ต้องทราบ ระดับแรกคือเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างเป็นทางการ ระดับที่สองคือยอดที่ควรมีจริงเพื่อให้ผ่านการพิจารณา ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ทางการพอสมควร

เกณฑ์ขั้นต่ำอย่างเป็นทางการของอิตาลี

กระทรวงมหาดไทยอิตาลีกำหนดตารางเงินค่าครองชีพขั้นต่ำ (means of subsistence) ดังนี้

  • เดินทาง 1-5 วัน: ต้องมีประมาณ 269.60 ยูโร หรือประมาณ 10,200 บาท
  • เดินทาง 6-10 วัน: วันละประมาณ 44.93 ยูโร หรือประมาณ 1,700 บาทต่อวัน
  • เดินทาง 11-20 วัน: มียอดตั้งต้น 51.64 ยูโร (ประมาณ 1,950 บาท) บวกวันละ 36.67 ยูโร (ประมาณ 1,390 บาท)
  • เดินทางเกิน 20 วัน: มียอดตั้งต้น 206.58 ยูโร (ประมาณ 7,800 บาท) บวกวันละ 27.89 ยูโร (ประมาณ 1,050 บาท)

ตัวอย่าง: หากเดินทาง 14 วัน จะต้องมีประมาณ 565 ยูโร หรือประมาณ 21,400 บาทตามเกณฑ์ทางการ ตัวเลขนี้เป็นเพียงขั้นต่ำเท่านั้น

 

ในทางปฏิบัติควรมีเงินในบัญชีเท่าไหร่

จากข้อมูลของบริษัทรับยื่นวีซ่าหลายแห่ง แนะนำว่ายอดเงินควรอยู่หลักแสนจะอุ่นใจกว่า สูตรที่ใช้กันบ่อยคือ มีอย่างน้อยคนละ 100,000 บาท บวกค่าใช้จ่ายวันละประมาณ 5,000 บาทตามจำนวนวันที่เดินทาง

ตัวอย่าง: การเดินทาง 14 วัน ควรมีในบัญชีประมาณ 170,000 บาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีกำลังทางการเงินเพียงพอสำหรับการเดินทาง

ข้อควรระวัง: ไม่ควรโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีก่อนยื่นไม่กี่วัน เนื่องจากเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติอาจทำให้สถานทูตสงสัย สถานทูตต้องการเห็นบัญชีที่มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอตลอด 3 เดือน มากกว่ายอดที่เพิ่มขึ้นทันทีโดยไม่มีที่มา

สำหรับผู้ที่เงินในบัญชีไม่ถึงเกณฑ์ สามารถให้บุคคลในครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย โดยแนบจดหมายรับรองพร้อม Statement ของผู้สนับสนุน

 

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

ตั้งแต่กลางปี 2024 ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นปรับขึ้นและยังใช้อัตรานี้ในปี 2026 โดยชำระเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันยื่น

 

รายการ

ราคา

ผู้ใหญ่

90 ยูโร (~3,400 บาท)

เด็ก 6-12 ปี

45 ยูโร (~1,700 บาท)

เด็กต่ำกว่า 6 ปี

ฟรี

ค่าบริการ VFS

หลักร้อยบาท

 

นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมที่ชำระเพิ่มตามความต้องการ เช่น ค่า SMS แจ้งสถานะ ค่าส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์ หรือบริการยื่นนอกเวลา สำหรับผู้ที่ยื่นกระชั้นน้อยกว่า 5 วันก่อนเดินทาง บางกรณีต้องชำระค่าด่วนพิเศษเพิ่ม รวมถึงค่าแปลเอกสารหน้าละประมาณ 300-400 บาท และค่าประกันเดินทาง

แนะนำให้ตรวจสอบค่าบริการล่าสุดบนเว็บไซต์ VFS ก่อนเดินทางไปยื่นจริง

 

ขั้นตอนยื่นวีซ่าอิตาลีด้วยตัวเอง

เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วน ขั้นตอนที่เหลือไม่ซับซ้อน ดำเนินการตามได้ดังนี้

1. รวบรวมเอกสารทั้งหมดให้ครบ ตรวจสอบวันหมดอายุของแต่ละฉบับให้เรียบร้อย

2. จองคิวนัดหมายออนไลน์ผ่านระบบของ VFS Global

3. ในวันนัดหมาย เดินทางถึงก่อนเวลาเล็กน้อย พกใบนัด เอกสาร และค่าธรรมเนียมให้พร้อม

4. ยื่นเอกสาร สแกนลายนิ้วมือ (หากเคยสแกนทำวีซ่าเชงเก้นแล้ว ข้อมูลจะอยู่ในระบบ 5 ปี) แล้วชำระค่าธรรมเนียม

5. ติดตามสถานะผ่าน SMS หรือกรอกเลขอ้างอิงบนเว็บไซต์ศูนย์รับยื่น

6. รับหนังสือเดินทางคืน เลือกได้ว่าจะให้ส่งทางไปรษณีย์หรือไปรับด้วยตนเอง

 

ยื่นขอวีซ่าอิตาลีที่ไหน รอผลกี่วัน?

ปัจจุบันวีซ่าอิตาลีท่องเที่ยวยื่นผ่านศูนย์ VFS Global ซึ่งมี 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ (อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ออลซีซั่นเพลส ถนนวิทยุ) เชียงใหม่ และภูเก็ต ทั้งสามแห่งรับเฉพาะวีซ่าระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน หากต้องการวีซ่าระยะยาวเกิน 90 วัน ต้องยื่นตรงกับสถานทูตอิตาลี

สามารถยื่นล่วงหน้าได้ไม่เกิน 180 วันก่อนเดินทาง และควรยื่นอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง ระยะพิจารณาทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15 วันทำการ บางกรณีอาจยืดถึง 30-45 วัน โดยเฉพาะช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมากอย่างเดือนเมษายนกับตุลาคม ช่วงนั้นคิวมักเต็มเร็ว แนะนำให้จองล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ

 

เคล็ดลับให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

ขอวีซ่าอิตาลี ต้องมีประกันการเดินทางคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลขั้นต่ำ 30,000 ยูโร

วีซ่าอิตาลีจะผ่านได้ง่ายขึ้นหากทำให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพชัดว่าเดินทางท่องเที่ยวจริง มีเงินเพียงพอ และจะกลับประเทศไทยแน่นอน

  • เอกสารต้องสอดคล้องกัน: วันที่ในตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม และโปรแกรมเดินทางต้องตรงกัน ไม่มีจุดที่ขัดแย้งกัน
  • แสดงความผูกพันกับประเทศไทย: ทั้งงานประจำ ทรัพย์สิน หรือครอบครัว เนื่องจากเป็นเหตุผลที่แสดงว่าต้องกลับ
  • ประวัติการเดินทางที่ดี: ผู้ที่เคยเดินทางไปประเทศที่ต้องขอวีซ่ามาก่อน มีโอกาสได้วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งที่มีอายุยาวขึ้น
  • ไม่ควรโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีก่อนยื่นอย่างผิดปกติ
  • ซื้อประกันที่คุ้มครองถึง 30,000 ยูโร ตามเกณฑ์เชงเก้น

 

เดินทางไปอิตาลีอย่างอุ่นใจตลอดทริป ก่อนเดินทางควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการซื้อประกันการเดินทางจาก Chubb Travel Insurance ที่ช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือโทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: vistoperitalia, visa.vfsglobal

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ขอวีซ่าอิตาลีต้องสัมภาษณ์ไหม

A: วีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นโดยทั่วไปไม่มีขั้นตอนสัมภาษณ์ ยื่นเอกสารที่ศูนย์ VFS ตามนัดหมายก็เพียงพอ อย่างไรก็ตาม บางกรณีสถานทูตอาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม หรือในกรณีที่ข้อมูลยังไม่ชัดเจนก็อาจถูกเรียกสัมภาษณ์ได้ หากถูกเรียก ให้ตอบตามความเป็นจริงเรื่องแผนการเดินทางและค่าใช้จ่าย

Q: ถ้ายื่นวีซ่าอิตาลีไม่ผ่าน จะได้ค่าธรรมเนียมคืนไหม และยื่นใหม่ได้เลยหรือไม่

A: ค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นค่าดำเนินการพิจารณา ไม่ใช่ค่ารับประกันผล จึงไม่สามารถขอคืนได้แม้จะถูกปฏิเสธ การยื่นใหม่สามารถทำได้ทันที แต่ควรอ่านเหตุผลในจดหมายปฏิเสธให้เข้าใจก่อน แล้วแก้ไขจุดที่เป็นปัญหา เช่น หลักฐานการเงินหรือเอกสารไม่ครบ ก่อนจะยื่นอีกครั้ง

Q: จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินและจ่ายค่าโรงแรมจริงก่อนยื่นวีซ่าไหม

A: ไม่จำเป็นต้องออกตั๋วจริงหรือชำระเต็มจำนวน ใช้เพียงใบจองตั๋วและใบจองที่พักสำหรับยื่นวีซ่าก็เพียงพอ หลายคนเลือกจองแบบยกเลิกได้ฟรีไว้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงระหว่างรอผล แล้วค่อยชำระจริงเมื่อวีซ่าได้รับอนุมัติ

Q: ผู้ที่ไม่มีงานประจำ เช่น ฟรีแลนซ์หรือแม่บ้าน ขอวีซ่าอิตาลีได้หรือไม่

A: ยื่นขอได้ ฟรีแลนซ์อาจใช้จดหมายชี้แจงอาชีพและรายได้ภาษาอังกฤษ พร้อมหลักฐานการเงินที่มั่นคง ส่วนแม่บ้านหรือผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ มักใช้วิธีให้คู่สมรสหรือบุคคลในครอบครัวเป็นผู้สนับสนุน โดยแนบเอกสารความสัมพันธ์และ Statement ของผู้สนับสนุน

Q: ต้องเดินทางเข้าอิตาลีเป็นประเทศแรกเสมอไหม ถ้าวีซ่าออกโดยสถานทูตอิตาลี

 A: หลักการคือต้องเข้าผ่านอิตาลีเป็นประเทศแรก หรืออิตาลีต้องเป็นจุดหมายหลักของการเดินทาง หากแผนการเดินทางเปลี่ยนจนเข้าประเทศอื่นก่อน อาจถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสอบถาม จึงควรวางแผนเส้นทางให้สอดคล้องกับวีซ่าที่ขอ