อัปเดตการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว ขั้นตอนครบฉบับปี 2026
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่คนไทยใฝ่ฝันอยากไปสักครั้ง ด้วยความหลากหลายของธรรมชาติ สัตว์ป่าหายาก เมืองทันสมัย และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ หาดบอนได เกรทแบร์ริเออร์รีฟ หรือเมลเบิร์น ล้วนดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม คนไทยทุกคนต้องยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียก่อนเดินทางเข้าประเทศทุกครั้ง ซึ่งในปัจจุบันระบบการขอวีซ่าออสเตรเลียได้พัฒนาเป็นแบบออนไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว บทความนี้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับขั้นตอนวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว เอกสาร ค่าธรรมเนียม และเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้การยื่นคำร้องผ่านฉลุยในครั้งเดียว
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- วีซ่าออสเตรเลียสำหรับคนไทยคืออะไร
- คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าออสเตรเลียท่องเที่ยว
- เอกสารขอวีซ่าออสเตรเลียที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง
- ขั้นตอนการทำวีซ่าออสเตรเลียผ่านระบบออนไลน์มีกี่ขั้นตอน
- ค่าวีซ่าออสเตรเลียราคาเท่าไหร่
- ระยะเวลาพำนักและประเภทวีซ่าที่ขอได้คือกี่วัน
- เคล็ดลับเพิ่มโอกาสผ่านวีซ่าออสเตรเลียมีอะไรบ้าง
วีซ่าออสเตรเลียสำหรับคนไทยคืออะไร
สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อการท่องเที่ยว วีซ่าที่เหมาะสมที่สุดคือ Visitor Visa (Subclass 600) ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทผู้มาเยือนที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์หลายอย่าง ทั้งการท่องเที่ยว การเยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน การทำธุรกิจระยะสั้น รวมถึงการเรียนคอร์สภาษาหรือคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือออสเตรเลียใช้ระบบวีซ่าแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าผู้ยื่นคำร้องจะไม่ได้รับสติกเกอร์วีซ่าติดในหนังสือเดินทาง แต่วีซ่าจะเชื่อมโยงกับข้อมูลหนังสือเดินทางในระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติ
วีซ่าออสเตรเลียแบบ Subclass 600 มีกี่ประเภท
วีซ่า Subclass 600 แบ่งออกเป็นหลายสตรีมตามวัตถุประสงค์ ได้แก่
- Tourist Stream สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน และล่องเรือสำราญ
- Sponsored Family Stream สำหรับผู้ที่มีญาติเป็นพลเมืองออสเตรเลียหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรเป็นผู้สนับสนุน
- Business Visitor Stream สำหรับการประชุม สัมมนา หรือธุรกิจระยะสั้น
- Frequent Traveller Stream สำหรับผู้เดินทางบ่อยครั้งที่ต้องการวีซ่าระยะยาวอายุสูงสุด 3 ปี
สำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวทั่วไป Tourist Stream คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าออสเตรเลียท่องเที่ยว
ก่อนเริ่มกระบวนการยื่นคำร้อง ผู้สมัครต้องตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดดังต่อไปนี้
- ผู้ยื่นคำร้องต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากอายุต่ำกว่า 18 ปีและเดินทางคนเดียว จำเป็นต้องมีเอกสารให้ความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองประกอบด้วย
- ต้องไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสุขภาพแข็งแรงพร้อมสำหรับการเดินทาง
- สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 75 ปีหรือต้องการพำนักนานกว่า 3 เดือน อาจต้องผ่านการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
- สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจที่จะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากหมดระยะเวลาพำนัก เช่น มีงานประจำ มีทรัพย์สิน หรือมีครอบครัวรออยู่ที่ไทย
เอกสารขอวีซ่าออสเตรเลียที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง
เอกสารส่วนตัว
หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลืออีกอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง และมีหน้าว่างเพียงพอ หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีประวัติการเดินทางควรแนบไปด้วยเพื่อแสดงข้อมูลย้อนหลัง พร้อมรูปถ่ายสีขนาด 3.5 x 4.5 ซม. พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป
เอกสารด้านการเงิน
สเตทเมนท์บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ที่ออกโดยธนาคารและมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันยื่น โดยยอดเงินควรเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง ซึ่งโดยทั่วไปสำหรับการเดินทาง 30 วันควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 4,500-7,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
นอกจากนี้อาจแนบสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคารเพิ่มเติมได้ สิ่งสำคัญที่ควรระวังคือไม่ควรมีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวนมากผิดปกติในช่วงก่อนยื่น เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรูปแบบธุรกรรมทางการเงินอย่างละเอียด
เอกสารยืนยันการทำงาน
ผู้ที่ทำงานประจำต้องเตรียมหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และวันที่ได้รับอนุมัติลา แปลเป็นภาษาอังกฤษ ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวควรเตรียมหนังสือจดทะเบียนบริษัทและหลักฐานรายได้ ส่วนนักเรียนนักศึกษาควรแนบหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา
เอกสารแผนการเดินทาง
แผนการเดินทางโดยละเอียดตลอดทริป การจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ หรืออย่างน้อยตั๋วที่แสดงความตั้งใจในการเดินทาง และหลักฐานการจองที่พักตลอดระยะเวลาพำนักในออสเตรเลีย เช่น การจองโรงแรมหรือหนังสือเชิญกรณีพักกับครอบครัวหรือเพื่อนที่พำนักในออสเตรเลีย
ขั้นตอนการทำวีซ่าออสเตรเลียผ่านระบบออนไลน์มีกี่ขั้นตอน
ปัจจุบันการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียทำได้ทางออนไลน์เต็มรูปแบบผ่านระบบ ImmiAccount ของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) โดยมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 สร้างบัญชี ImmiAccount
เข้าเว็บไซต์ immi.homeaffairs.gov.au แล้วสมัครสร้างบัญชีผู้ใช้ด้วยอีเมลและรหัสผ่าน บัญชีหนึ่งบัญชีสามารถจัดการคำร้องของสมาชิกในครอบครัวได้หลายคนพร้อมกัน ควรใช้อีเมลที่ตรวจสอบได้สม่ำเสมอเพราะการแจ้งเตือนผลการพิจารณาและการขอเอกสารเพิ่มเติมจะส่งมาทางอีเมลทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 2 เลือกประเภทวีซ่าและกรอกแบบฟอร์ม
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้ใช้เครื่องมือ Visa Finder เพื่อยืนยันว่า Subclass 600 Tourist Stream ตรงกับวัตถุประสงค์ของคุณ จากนั้นกรอก Form 1419 ออนไลน์ โดยระบุข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดหนังสือเดินทาง ระยะเวลาที่ต้องการพำนัก ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพและประวัติอาชญากรรม รวมถึงระบุแผนการเดินทางที่ชัดเจน หากเดินทางเป็นกลุ่มสามารถเชื่อมคำร้องด้วย Group Code ได้
ขั้นตอนที่ 3 อัปโหลดเอกสารประกอบ
สแกนเอกสารทุกชิ้นเป็นไฟล์ PDF หรือ JPG ที่มีความละเอียดชัดเจน จัดเรียงให้เป็นระเบียบตามรายการที่ระบบกำหนด เอกสารที่เป็นภาษาไทยต้องแนบคำแปลภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 4 ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยค่าธรรมเนียมสำหรับ Visitor Visa (Subclass 600) Tourist Stream อยู่ที่ประมาณ 190 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 4,500 บาท ส่วน Frequent Traveller Stream มีค่าธรรมเนียมสูงกว่าที่ประมาณ 1,445 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี แม้วีซ่าจะถูกปฏิเสธ
ขั้นตอนที่ 5 รอผลการพิจารณา
ระยะเวลาการพิจารณาวีซ่าท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 สัปดาห์ แต่อาจนานกว่านั้นหากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือต้องรับการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ดังนั้นควรยื่นคำร้องล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง ผู้สมัครจะได้รับแจ้งผลทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ และเมื่อได้รับอนุมัติ วีซ่าจะเชื่อมกับหมายเลขหนังสือเดินทางในระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์หรือพกเอกสารวีซ่าแยกต่างหาก
ค่าวีซ่าออสเตรเลียราคาเท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมวีซ่าออสเตรเลีย Subclass 600 แตกต่างกันตามประเภทที่เลือกยื่น และขึ้นอยู่กับว่ายื่นจากนอกหรือในประเทศออสเตรเลีย โดยอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดมีดังนี้
ประเภท (Stream) | ค่าธรรมเนียม (AUD) | ประมาณ (บาท) |
Tourist Stream (ยื่นจากนอกออสเตรเลีย) | 195 AUD | ~4,600 บาท |
Tourist Stream (ยื่นจากในออสเตรเลีย) | 490 AUD | ~11,500 บาท |
Business Visitor Stream | 195 AUD | ~4,600 บาท |
Sponsored Family Stream | 490 AUD | ~11,500 บาท |
Frequent Traveller Stream (วีซ่าสูงสุด 10 ปี) | 1,435 AUD | ~33,700 บาท |
สำหรับคนไทยที่วางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวออสเตรเลียทั่วไป ค่าวีซ่าออสเตรเลียที่ต้องจ่ายคือ Tourist Stream ยื่นจากนอกประเทศ อยู่ที่ 195 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 4,600 บาท
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือค่าธรรมเนียมวีซ่าออสเตรเลียไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี แม้ว่าวีซ่าจะถูกปฏิเสธก็ตาม นอกจากนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องเตรียมไว้ เช่น ค่าแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ค่าตรวจสุขภาพ (กรณีที่เจ้าหน้าที่เรียก) และค่าถ่ายรูปสำหรับวีซ่า ซึ่งโดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดในกระบวนการขอวีซ่าออสเตรเลียอาจอยู่ที่ประมาณ 5,000-7,000 บาท สำหรับ Tourist Stream ทั่วไป
ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมอาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดที่เว็บไซต์ทางการ immi.homeaffairs.gov.au ก่อนยื่นคำร้องทุกครั้ง
ระยะเวลาพำนักและประเภทวีซ่าที่ขอได้คือกี่วัน
วีซ่า Subclass 600 Tourist Stream มีตัวเลือกระยะเวลาพำนักหลายแบบ ได้แก่ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน โดยระยะเวลาที่ได้รับขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และข้อมูลในคำร้องของผู้สมัคร สำหรับผู้ที่เดินทางไปออสเตรเลียบ่อยครั้ง อาจพิจารณาขอ Frequent Traveller Stream ซึ่งมีอายุวีซ่าสูงสุดถึง 3 ปี แต่ยังคงจำกัดระยะเวลาพำนักต่อครั้งไม่เกิน 6 เดือนเช่นเดิม
เคล็ดลับเพิ่มโอกาสผ่านวีซ่าออสเตรเลียมีอะไรบ้าง
จากข้อมูลอัปเดตปี 2026 สิ่งที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญในการพิจารณาวีซ่าออสเตรเลียมากที่สุดคือความสามารถในการพิสูจน์ว่าผู้สมัครจะเดินทางกลับประเทศหลังหมดวีซ่า
- ควรเตรียมหลักฐานความผูกพันกับประเทศไทยให้แข็งแกร่ง เช่น สัญญาจ้างงาน หลักฐานทรัพย์สิน หรือเอกสารที่แสดงว่ามีภาระรับผิดชอบในประเทศไทย
- การจัดเรียงเอกสารให้เป็นระเบียบ ครบถ้วน และตรงกับข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ทุกจุด ช่วยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ในทางกลับกัน ข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างแบบฟอร์มและเอกสารประกอบเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้วีซ่าถูกปฏิเสธ
เมื่อวีซ่าออสเตรเลียผ่านแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนออกเดินทางคือการเพิ่มความคุ้มครองให้กับตัวเองตลอดทริป ด้วย Chubb Travel Insurance ประกันภัยการเดินทางจากชับบ์ ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในออสเตรเลียที่ค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง ประกันการเดินทางยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเป็นพิเศษ และที่สำคัญหากยื่นวีซ่าแล้วไม่ผ่าน รับเงินคืนค่าเบี้ยประกันเต็มจำนวน ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน จึงสบายใจได้ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นวีซ่า รองรับทั้งประกันการเดินทางรายเที่ยวและรายปีที่เหมาะกับทุกรูปแบบการท่องเที่ยว เพื่อให้คุณเที่ยวออสเตรเลียได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทาง โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง: Department of Home Affairs, Australian Government – Visitor visa (subclass 600), Department of Home Affairs – Tips for Applying for a Visitor Visa
คำถามที่พบบ่อย
Q: วีซ่าออสเตรเลียต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะผ่าน
A: ไม่มีจำนวนเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้อย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปสำหรับการเดินทาง 30 วัน ควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อยประมาณ 4,500-7,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากยอดเงินสะสมโดยรวม รูปแบบธุรกรรม และสัดส่วนกับค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในออสเตรเลีย
Q: ขอวีซ่าออสเตรเลียแล้วต้องตรวจสุขภาพทุกคนหรือไม่
A: ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องตรวจสุขภาพ โดยทั่วไปผู้ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นไม่จำเป็นต้องตรวจ แต่จะถูกเรียกให้ตรวจในกรณีที่ต้องการพำนักนานกว่า 3 เดือน มีอายุมากกว่า 75 ปี หรือมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลในออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งทางอีเมลหากจำเป็น
Q: สามารถต่ออายุวีซ่าออสเตรเลียได้ในขณะที่อยู่ในออสเตรเลียหรือไม่
A: สามารถยื่นขอต่ออายุได้ในบางกรณีพิเศษ โดยต้องยื่นคำร้องล่วงหน้าอย่างน้อย 28 วันก่อนวีซ่าหมดอายุผ่านระบบ ImmiAccount อย่างไรก็ตามการต่ออายุไม่ใช่สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามสถานการณ์เป็นกรณีไป
Q: ขอวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์เองได้หรือต้องไปที่สถานทูต
A: คนไทยสามารถยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์ได้เองทั้งหมดผ่านระบบ ImmiAccount โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานทูต ยกเว้นในกรณีที่เจ้าหน้าที่ร้องขอเก็บข้อมูลไบโอเมตริกเพิ่มเติม ซึ่งในกรณีนี้จะได้รับแจ้งทางอีเมลให้ไปที่ศูนย์รับคำร้องวีซ่าที่กำหนด
Q: หากวีซ่าออสเตรเลียถูกปฏิเสธ ต้องรอนานเท่าไหร่ก่อนยื่นใหม่
A: ไม่มีระยะเวลาบังคับให้รอหลังวีซ่าถูกปฏิเสธ สามารถยื่นใหม่ได้ทันทีโดยเสียค่าธรรมเนียมใหม่เต็มจำนวน แต่แนะนำให้วิเคราะห์สาเหตุที่ถูกปฏิเสธให้ชัดเจนและแก้ไขจุดบกพร่องก่อน เช่น เพิ่มเติมหลักฐานทางการเงิน หรือเตรียมเอกสารยืนยันความผูกพันกับประเทศไทยให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสผ่านในการยื่นครั้งต่อไป