ไปเที่ยวจีนใช้เงินเท่าไหร่? รวมค่าใช้จ่ายเที่ยวจีนได้สบายใจ
จีนเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยมาตลอด ด้วยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว อาหารอร่อย และวัฒนธรรมที่น่าสัมผัส แต่คำถามที่หลายคนมักถามก่อนตัดสินใจจองตั๋วคือ "ไปเที่ยวจีนใช้เงินเท่าไหร่?" บทความนี้จะรวบรวมค่าใช้จ่ายทุกหมวดให้ครบ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง จนถึงระหว่างทริป เพื่อให้คุณวางแผนงบได้ชัดเจนและเที่ยวจีนได้อย่างสบายใจ
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ภาพรวมงบเที่ยวจีนแต่ละระดับ
- ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ – จีน
- วีซ่าเที่ยวจีนสำหรับคนไทย
- ค่าที่พักในจีน
- ค่าอาหารในจีน
- ค่าเดินทางภายในประเทศจีน
- ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในจีน
- เที่ยวจีนจ่ายเงินยังไง? อัปเดตปี 2025
- สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวจีน 5 วัน 4 คืน ต่อคน
- เคล็ดลับเที่ยวจีนประหยัดงบแต่ได้ประสบการณ์เต็ม
ภาพรวมงบเที่ยวจีนแต่ละระดับ
ก่อนลงรายละเอียด ขอสรุปภาพรวมงบเที่ยวจีนคร่าว ๆ สำหรับทริป 5 วัน 4 คืน ต่อคน ให้เห็นภาพก่อนเลยว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่:
- งบประหยัด (Budget): 8,000 – 10,000 บาท/คน
- งบระดับกลาง (Mid-range): 12,000 – 18,000 บาท/คน
- งบพรีเมียม (Premium): 25,000 บาทขึ้นไป/คน
งบดังกล่าวรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร การเดินทาง และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหลักเรียบร้อยแล้ว หากวางแผนดีและเดินทางด้วยตัวเอง ทริป 5 วัน 4 คืน เริ่มต้นหมื่นต้น ๆ ก็เที่ยวได้ครบทั้งกิน เดินทาง และเข้าสถานที่สำคัญ
ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ – จีน
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากกรุงเทพฯ ไปจีนอยู่ที่ประมาณ 6,500 – 12,000 บาท ราคาจะขึ้นหรือลงตามช่วงเวลาเดินทาง สายการบิน และระยะเวลาการจองล่วงหน้า โดยเส้นทางยอดนิยมของคนไทย ได้แก่:
- กรุงเทพฯ – คุนหมิง (ใกล้ที่สุด ใช้เวลาบินประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง)
- กรุงเทพฯ – เซี่ยงไฮ้ (ใช้เวลาบินประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง)
- กรุงเทพฯ – ปักกิ่ง (ใช้เวลาบินประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง)
- กรุงเทพฯ – กวางโจว / เฉิงตู (ใช้เวลาบินประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง)
เคล็ดลับประหยัดค่าตั๋ว: จองล่วงหน้า 2 – 3 เดือน และหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลสำคัญของจีน เช่น ตรุษจีน (ประมาณมกราคม – กุมภาพันธ์) และ Golden Week ทั้งสองช่วง ได้แก่ วันแรงงาน (1 – 5 พฤษภาคม) และวันชาติจีน (1 – 7 ตุลาคม) ช่วง Low Season ที่ตั๋วราคาดี ได้แก่ เดือนมีนาคม – เมษายน และกลางเดือนกันยายน
วีซ่าเที่ยวจีนสำหรับคนไทย
ข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย คือปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย – จีน ที่อนุญาตให้พำนักในจีนได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมระยะเวลาพำนักทั้งหมดไม่เกิน 90 วันภายใน 180 วัน ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นศูนย์ แต่ยังต้องเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบ ได้แก่ พาสปอร์ตที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน ตั๋วเครื่องบินขาออก ใบจองโรงแรม และประกันเดินทางต่างประเทศ
ค่าที่พักในจีน
ค่าที่พักในจีนมีให้เลือกหลายระดับตามงบประมาณและเมืองที่เลือกเที่ยว โดยประมาณการค่าที่พักต่อคืนได้ดังนี้:
- โฮสเทล / เกสต์เฮาส์ราคาประหยัด: 300 – 600 บาท/คืน
- โรงแรมระดับ 3 ดาว (ราคากลาง): 800 – 1,500 บาท/คืน
- โรงแรมระดับ 4 – 5 ดาว: 2,000 บาทขึ้นไป/คืน
สำหรับคนงบประหยัด แนะนำให้จองโรงแรมใกล้สถานีรถไฟฟ้า (MRT) เพื่อลดค่าเดินทางภายในเมือง และจองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อได้ราคาดีกว่า
ค่าอาหารในจีน
ค่าอาหารถือเป็นหนึ่งในข้อดีของการเที่ยวจีน เพราะสามารถกินอร่อยได้ในราคาไม่แพงหากรู้จักเลือก โดยแบ่งระดับราคาได้ดังนี้:
- สตรีทฟู้ดและร้านข้าวแผงลอย: 50 – 100 บาท/มื้อ
- ร้านอาหารทั่วไป มีที่นั่ง แต่ไม่หรูหรา: 250 – 500 บาท/คน/มื้อ
- ภัตตาคารระดับดี: 1,000 บาทขึ้นไป/คน
สำหรับคนที่อยากลองอาหารจีนแท้ในราคาที่เข้าถึงได้ ร้านอาหารในตรอกซอกซอยในละแวกชุมชนมักมีรสชาติดีและราคาถูกกว่าร้านในย่านนักท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด
ค่าเดินทางภายในประเทศจีน
ระบบขนส่งในจีนพัฒนาก้าวหน้ามาก มีตัวเลือกให้เลือกหลากหลาย ทั้งในเมืองและระหว่างเมือง:
การเดินทางในเมือง
รถไฟฟ้าใต้ดิน (Metro/MRT) ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 7 – 20 บาทต่อครั้ง ส่วนแท็กซี่และรถเรียก Didi (แอปเรียกรถคล้าย Grab) ราคาอยู่ที่ประมาณ 50 – 150 บาทต่อเที่ยว แนะนำให้ติดตั้ง Didi ก่อนเดินทางเพราะสะดวก ราคาโปร่งใส และไม่มีปัญหาภาษา
การเดินทางระหว่างเมือง
- รถไฟความเร็วสูง (High Speed Rail – HSR): ตัวเลือกยอดนิยม รวดเร็ว ราคาอยู่ที่ประมาณ 600 – 2,000 บาทขึ้นอยู่กับระยะทาง
- รถบัส: ราคาประหยัดกว่า แต่ใช้เวลาเดินทางนานกว่า เหมาะกับเส้นทางสั้น
- เครื่องบินภายในประเทศ: เร็วที่สุด แต่ราคาสูงกว่า เหมาะสำหรับเมืองที่อยู่ห่างกันมาก
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในจีน
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในจีนส่วนใหญ่มีค่าเข้าชม ซึ่งสามารถจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Klook หรือ Trip.com เพื่อรับส่วนลดได้ ตัวอย่างค่าเข้าชม เช่น:
- กำแพงเมืองจีน (ปักกิ่ง): ประมาณ 150 – 300 บาท
- พระราชวังต้องห้าม (ปักกิ่ง): ประมาณ 200 บาท
- The Bund เซี่ยงไฮ้: เข้าชมฟรี แต่ขึ้นตึก Shanghai Tower มีค่าเข้าชม
- จิ่วจ้ายโกว (เฉิงตู): ประมาณ 900 – 1,100 บาท
โดยเฉลี่ยควรตั้งงบค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวไว้ที่ประมาณ 300 – 800 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่วางไว้
เที่ยวจีนจ่ายเงินยังไง? อัปเดตปี 2026
จีนเป็นสังคมไร้เงินสดมากขึ้นเรื่อย ๆ ร้านค้าส่วนใหญ่รับชำระผ่านแอปมากกว่าเงินสด ดังนั้นการเตรียมช่องทางการชำระเงินให้พร้อมก่อนเดินทางจึงสำคัญมาก แอปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้งานได้ง่ายในปัจจุบัน ได้แก่:
- Alipay: แอปยอดนิยมที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงห้างสรรพสินค้า สามารถผูกบัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศ (Visa, Mastercard) ได้
- WeChat Pay: อีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช้แพร่หลาย ผูกบัตรต่างประเทศได้เช่นกัน
แนะนำให้เตรียมเงินสด หยวน ไว้เล็กน้อยประมาณ 300 – 500 หยวน สำหรับร้านค้าขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลที่อาจยังใช้เงินสด สำหรับการแลกเงิน บัตรทราเวลการ์ดให้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าบัตรเครดิตทั่วไปที่มักมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 2.5%
สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวจีน 5 วัน 4 คืน ต่อคน
ALT: ตารางสรุปค่าใช้จ่ายทริปจีน 5 วัน 4 คืน แยกตามหมวดงบประหยัดและระดับกลาง
หมวดค่าใช้จ่าย | งบประหยัด | งบระดับกลาง |
ค่าตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ) | 6,500 บาท | 10,000 บาท |
ค่าที่พัก (4 คืน) | 1,600 บาท | 4,800 บาท |
ค่าอาหาร (5 วัน x 3 มื้อ) | 1,500 บาท | 4,500 บาท |
ค่าเดินทางภายในประเทศ | 800 บาท | 2,000 บาท |
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว | 1,500 บาท | 3,000 บาท |
ค่าช้อปปิ้ง / ของฝาก | 1,000 บาท | 3,000 บาท |
รวม | ~12,900 บาท | ~27,300 บาท |
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นค่าประมาณการและอาจแตกต่างตามเมืองที่เลือก ฤดูกาล และรูปแบบการเดินทาง
เคล็ดลับเที่ยวจีนประหยัดงบแต่ได้ประสบการณ์เต็ม
วางแผนล่วงหน้าถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมล่วงหน้า 2 – 3 เดือน ให้ราคาดีกว่าจองกะทันหันอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่ช่วยประหยัดงบได้อีก ได้แก่ ใช้รถไฟฟ้าแทนแท็กซี่ กินอาหารในร้านท้องถิ่นแทนร้านในย่านนักท่องเที่ยว ซื้อบัตรเข้าสถานที่ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ Trip.com ที่มักมีราคาพิเศษ เที่ยวช่วง Low Season อย่างเดือนพฤษภาคม หรือกันยายน – ตุลาคม และเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟฟ้าเพื่อลดค่าเดินทาง
ก่อนบินไปจีน อย่าลืมเตรียมประกันการเดินทาง
เที่ยวจีนให้สนุกและสบายใจตลอดทริป ก่อนเดินทางควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการ ซื้อประกันการเดินทางจาก Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง: China National Tourism Administration – Official Travel Information Lonely Planet – China Travel Guide & Budget Tips
คำถามที่พบบ่อย
Q: ไปเที่ยวจีน 3 วันต้องใช้งบขั้นต่ำเท่าไหร่?
A: หากจองโปรและวางแผนดี ทริป 3 วันสำหรับงบประหยัดอยู่ที่ประมาณ 11,000 – 12,000 บาทต่อคน รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และการเดินทางภายใน เหมาะสำหรับเมืองที่อยู่ไม่ไกล เช่น คุนหมิง หรือกวางโจว
Q: เที่ยวจีนควรพกเงินสดไปเท่าไหร่?
A: ปัจจุบันจีนเป็นสังคมไร้เงินสด แนะนำพกเงินสดหยวนไว้ประมาณ 300 – 500 หยวน (ประมาณ 1,400 – 2,300 บาท) สำหรับร้านค้าขนาดเล็กหรือพื้นที่ที่ไม่รับแอปชำระเงิน ส่วนที่เหลือใช้ผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay ที่ผูกกับบัตรต่างประเทศได้สะดวกกว่า
Q: ช่วงเวลาไหนเที่ยวจีนประหยัดที่สุด?
A: ช่วง Low Season ที่ทั้งตั๋วและที่พักราคาดี ได้แก่ เดือนมีนาคม – เมษายน และกลางเดือนกันยายน ควรหลีกเลี่ยงช่วงตรุษจีน (มกราคม – กุมภาพันธ์) และ Golden Week ทั้งสองช่วง คือวันแรงงาน (1 – 5 พฤษภาคม) และวันชาติจีน (1 – 7 ตุลาคม) ซึ่งราคาสูงมากและนักท่องเที่ยวในประเทศล้นสถานที่
Q: เที่ยวจีนด้วยตัวเองหรือไปทัวร์ประหยัดกว่ากัน?
A: ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง โดยทั่วไปการเที่ยวด้วยตัวเองให้ความยืดหยุ่นสูงและอาจประหยัดกว่าหากวางแผนดี แต่การไปทัวร์เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดภาษาจีน ต้องการความสะดวกสบาย หรืออยากเที่ยวหลายเมืองในเวลาสั้น ซึ่งแพ็กเกจทัวร์จีนในปัจจุบันมีให้เลือกหลายระดับงบ เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 9,999 บาท
Q: คนไทยต้องทำวีซ่าก่อนไปจีนไหม?
A: ปัจจุบันคนไทยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวในจีน ตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย – จีน ที่อนุญาตให้พำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันใน 180 วัน ทำให้ประหยัดค่าวีซ่าและเวลาในการยื่นเอกสารได้