Skip to Main Content

อัปเดต 20 ของฝากจากญี่ปุ่น 2026 ยอดนิยมที่ใครไปเที่ยวก็ต้องซื้อกลับมา

ของฝากจากญี่ปุ่น ยอดนิยมที่ต้องซื้อกลับมามีอะไรบ้าง

หากจะพูดถึง ‘ญี่ปุ่น’ ประเทศในฝันของนักเดินทางทั่วโลก หลายคนคงนึกถึงความสวยงามของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล อาหาร วัดและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ การ์ตูนอนิเมชั่น ประเพณี และเทศกาลต่าง ๆ แล้วญี่ปุ่นยังเป็นสวรรค์แห่งการช้อปที่หลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพียงคุณแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อน ๆ ก็ลุ้นรอของฝากจากคุณกันแล้ว สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าของฝากจากญี่ปุ่น ชับบ์รวม 20 ของฝากจากญี่ปุ่นที่ผู้รับสุขใจ-ผู้ให้ก็สบายกระเป๋ามาเป็นไอเดียดี ๆ ให้คุณ แถมยังอัปเดตเทรนด์ของฝากญี่ปุ่นล่าสุดที่กำลังฮิตในหมู่คนไทย พร้อมบอกแหล่งซื้อและราคาโดยประมาณให้ครบ

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

1. เครื่องรางนำโชค (Omamori)

ของฝากจากญี่ปุ่นอย่างเครื่องรางนำโชคช่วยปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่ดี

หนึ่งในของฝากจากญี่ปุ่นยอดนิยมต้องยกให้ ‘โอะมะโมะริ’ หรือเครื่องรางนำโชคของวัดศักดิ์สิทธิ์และศาลเจ้าต่าง ๆ ชาวญี่ปุ่นนิยมพกเครื่องรางนำโชคไว้เพื่ออธิษฐานขอพร รวมถึงปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง เครื่องรางยังมีหลายประเภทและแตกต่างกันตามเทพเจ้าที่สถิตอยู่ในแต่ละศาลเจ้า เช่น เทพแห่งการศึกษา เทพแห่งความสำเร็จ เทพแห่งความรัก เทพแห่งสุขภาพ เทพแห่งโชคลาภ เป็นต้น ทั้งนี้ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางไปขอพรและซื้อโอะมะโมะริเป็นของฝาก และพกเครื่องรางติดตัวเสมอ เครื่องรางนำโชคนี้จึงกลายเป็นของฝากยอดนิยมจากญี่ปุ่นที่เหมาะกับสายบุญและคนในครอบครัว ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 เยน ศาลเจ้าที่นิยมซื้อ ได้แก่ ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ในโตเกียว ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari) ในเกียวโต และวัดเซ็นโซจิ (Senso-ji) ในอาซากุสะ

** Tips: ควรพกเครื่องรางติดตัวไว้ทุกวัน ถ้าคุณอยากตั้งไว้ที่บ้านควรวางไว้ให้เห็นเด่นชัดในตำแหน่งที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะให้ดีควรเปลี่ยนเครื่องรางทุก ๆ ปีใหม่ ส่วนเครื่องรางเก่าชาวญี่ปุ่นจะนำกลับไปคืนให้กับศาลเจ้าหรือวัดเดิม แต่ถ้าคุณไม่ได้กลับไปอีกก็นำไปคืนที่ศาลเจ้าหรือวัดอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)

ตุ๊กตาดารุมะเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้ง

ตุ๊กตาประจำชาติและของฝากจากญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้งคือ ‘ตุ๊กตาดารุมะ’ ตุ๊กตาที่ทำจากกระดาษวาชิ (Washi) ที่มีต้นแบบมาจากภาพวาดของพระโพธิธรรม ลักษณะคล้ายตุ๊กตาล้มลุก ไม่มีแขน-ขาและไม่มีลูกตา เพราะเจ้าของตุ๊กตาจะต้องแต้มสีของดวงตาด้วยตัวเองเพื่อให้คำอธิษฐานเป็นจริง โดยตุ๊กตาดารุมะแต่ละสีจะมีความหมายที่แตกต่างกัน โดย

‘สีแดง’ เป็นสีจีวรของพระโพธิธรรมสมัยโบราณ หมายถึง การขับไล่ภูตผีปีศาจและโรคร้าย
 ‘สีม่วง’ หมายถึง ชีวิตยืนยาว
 ‘สีเหลือง’ หมายถึง ชื่อเสียงและความสำเร็จ
 ‘สีทอง’ หมายถึง โชคลาภและเงินทอง
 ‘สีขาว’ หมายถึง เรียนดี
 ‘สีเขียว’ หมายถึง สุขภาพแข็งแรง

ส่วนสีอื่น ๆ จะมีความหมายแตกต่างกันตามความเชื่อของศาลเจ้า โดยบริเวณคางของตุ๊กตาดารุมะจะเขียนคำอวยพรเอาไว้ เช่น โชคดี สุขภาพดี สอบผ่าน ประสบความสำเร็จ ฯลฯ

3. แมวกวักญี่ปุ่น (Manekineko)

แมวกวักญี่ปุ่นเป็นของฝากจากญี่ปุ่นเหมาะสำหรับคนทำอาชีพค้าขาย

‘มาเนคิเนโกะ’ หรือที่คนไทยเรียกว่า ‘แมวกวัก’ ของฝากจากญี่ปุ่นสุดคลาสสิกที่ความหมายดีและเหมาะสำหรับคนทำอาชีพค้าขาย เจ้าของกิจการ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และนักเสี่ยงโชค วิธีเลือกน้องแมวกวักที่เหมาะสมกับผู้รับให้ดูว่าน้องยกขาข้างไหน โดยน้องแมวกวักที่ยกขาหน้าข้างขวา หมายถึง ‘กวักเงินกวักทอง’ ส่วนแมวกวักที่ยกขาหน้าข้างซ้าย หมายถึง ‘ขายดีมีลูกค้าแน่นร้าน’ และแมวกวักที่ยกขาหน้าทั้งสองข้าง หมายถึง ‘ค้าขายร่ำรวย กิจการรุ่งเรือง’ นั่นเอง 

ตำนานแมวกวักมีต้นกำเนิดมาจากวัดโกโทคุจิ (Gotoku-ji Temple) วัดดังแห่งกรุงโตเกียว ในยุคเอโดะมีแมวตัวหนึ่งกวักเรียก ‘อิอิ นาโอทากะ’ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นไดเมียวในช่วงเวลานั้นให้เข้ามาหลบฝนภายในวัด และทำให้เขารอดพ้นจากการถูกฟ้าผ่า ท่านไดเมียวจึงเชื่อว่า วัดนี้เป็นที่สถิตของแมวที่นำพาความโชคดีมาสู่ผู้คน และกลายเป็นวัดแมวกวักที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

4. ขนมขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัด

ขนมขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

แต่ละจังหวัดของญี่ปุ่นต่างก็มีของฝากที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่ดัดแปลงมาจากวัตถุดิบเลื่องชื่อในแต่ละท้องถิ่น เช่น พายแอปเปิ้ลกรอบของอาโมโมริ (Kininaru Ringo) ขนมไข่นกนางนวลของอิวาเตะ (Kamome no Tamago) คัสตาร์ดครีมของมิยางิ (Hagi no Tsuki) พายปลาไหลของชิซุโอกะ (Unagi Pie) เป็นต้น เรียกว่าจังหวัดไหน ๆ ของญี่ปุ่นก็มีของดีที่ไม่ควรพลาดทั้งนั้น นักท่องเที่ยวที่ยังสงสัยว่าไปญี่ปุ่นซื้ออะไรดีในแต่ละเมือง แนะนำให้ลองมองหาขนมประจำจังหวัดนั้น ๆ เพราะนอกจากจะหาซื้อที่อื่นไม่ได้แล้ว ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี หากคุณมีโอกาสไปเที่ยวที่เมืองไหนก็อย่าลืมหาของฝากจากญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อจากแต่ละเมืองติดไม้ติดมือมาฝาก รับรองไม่ผิดหวัง

5. เครื่องสำอางญี่ปุ่น

เครื่องสำอางญี่ปุ่นเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่มีให้เลือกมากมาย

ไปถึงญี่ปุ่นแล้วต้องช้อปสกินแคร์และเมคอัพสุดปังจากแดนอาทิตย์อุทัย อีกหนึ่งของฝากจากญี่ปุ่นที่คุณพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะอุตสาหกรรมความงามของญี่ปุ่นโด่งดังไปทั่วโลก เครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่น มีหลากหลายสรรพคุณ และมีราคาเริ่มตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน โดยเฉพาะโฟมล้างหน้า ครีมกันแดด จนถึงน้ำตบ best seller

ด้วยญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์ความงามอันดับต้นของโลก และเป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางคุณภาพดีที่มีให้เลือกมากมาย แบรนด์น้องใหม่และสายออร์แกนิคที่ยังไม่เข้าไทยก็มีให้เลือกเพียบ แถมยังเข้ากันได้ดีกับสภาพผิวของชาวเอเชียอย่างชาวไทยเรา เรียกว่าซื้อไปฝากเพื่อนสาวรับรองต้องร้อง...ว้าว

6. ชาเขียว (Green Tea) และมัทฉะ (Matcha)

ชาเขียวและมัทฉะเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่

นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มสายเฮลท์ตี้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ชาเขียวและมัทฉะเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่และคนที่คุณห่วงใย มีถิ่นกำเนิด ปรัชญา กรรมวิธีการปลูก และรสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น โดย ‘ชาเขียว’ หมายถึง ใบชาที่นำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มต่าง ๆ ส่วน ‘มัทฉะ’ เป็นชาเขียวที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ประณีตบรรจงกว่า ใช้ผ้าคลุมในการปลูกเพื่อไม่ให้ชาโดนแสงมากเกินไป และเก็บด้วยมือทีละใบเพียงปีละครั้ง จากนั้นนำมาบดให้เป็นผงละเอียดและมีกลิ่นหอมที่นุ่มนวล ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนทำให้มัทฉะมีราคาแพงกว่าชาเขียว แล้วมัทฉะยังสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำขนมและอาหารได้ด้วย

** Note: ชาเขียวและมัทฉะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเพราะมีวิตามินซีและวิตามินบีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน กระตุ้นความจำและป้องกันโรคภาวะสมองเสื่อมอีกด้วย

7. ขนมวากาชิ (Wagashi)

ขนมวากาชิเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่มีสีสันสวยงาม ความหมายดี

เมื่อมีมัทฉะแล้วก็ต้องรับประทานคู่กับ ‘วากาชิ’ ของฝากจากญี่ปุ่นที่นอกจากจะมีหน้าตาหลากหลายและสีสันสวยงาม ความหมายดี และมีประวัติความเป็นมายาวนานหลายร้อยปีแล้ว เชื่อกันว่า ขนมวากาชิที่มีหน้าตาและสีสันสวยงามดังที่เห็นทุกวันนี้ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยเอโดะ (ยุคเฟื่องฟูของวากาชิ) ซึ่งบางร้านยังคงสืบทอดกิจการมาจนถึงปัจจุบัน วากาชิทำจากถั่วแดง ถั่วขาว และแป้งข้าวเหนียว มีรสชาติหวานละมุน จึงนิยมรับประทานคู่กับน้ำชาเป็นของว่างยามบ่าย ของหวานในพิธีชงชา และของขวัญสำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ  

8. ชีสเค้กเจ้าดังของญี่ปุ่น

ชีสเค้กเจ้าดังของญี่ปุ่นเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่เหมาะกับคนรักเบเกอรี่และชีสเค้ก

ญี่ปุ่นเป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักเบเกอรี่และชีสเค้กอย่างแท้จริง โดยเฉพาะชีสเค้กเจ้าดังที่มีให้เลือกมากมายหลายสูตร ใครไปถึงญี่ปุ่นแล้วต้องซื้อชีสเค้กเจ้าดังติดไม้ติดมือกลับมาฝากแทบจะทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นชีสทาร์ตในตำนานที่สร้างปรากฏการณ์ต่อคิวยาวแทบทุกสาขา ชีสเค้กเจ้าดังขนาดพอดีคำแยกเป็นซองบรรจุเล็ก ๆ แบ่งรับประทานง่าย ฝากเพื่อน ๆ ได้หลายแผนก ชีสเค้กสไตล์นิวยอร์กที่ เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ ไม่ใส่สารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นและสี โดยทุกร้านจะเน้นความพรีเมียมของชีสคุณภาพดีเป็นหลัก

9. อินคัง หรือ ฮังโกะ (Hanko)

อินคัง หรือ ฮังโกะเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใครในโลกมักใช้แทนลายเซ็น

ของฝากจากญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใครในโลกต้องยกให้ ‘อินคัง’ (Inkan) หรือ ‘ฮังโกะ’ (Hanko) ตราประทับและหมึกที่ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้แทนลายเซ็น ชาวญี่ปุ่นนำฮังโกะมาใช้ตั้งแต่ปี 1957 เป็นต้นมา โดยนิยมแกะสลักลงบนงาช้าง เขาสัตว์ หยก ไม้ และหิน มีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึง 10,000 เยน (ขึ้นอยู่กับความยากและวิจิตรบรรจงของลวดลาย) ฮังโกะที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันเรียกว่า ‘มิโตะเมอิน (Mitomein)’ เป็นตราประทับแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถเลือกซื้อฮังโกะสำเร็จรูปที่วางขายในร้าน 100 เยน หรือสนุกกับการทำฮังโกะภาษาอังกฤษสำหรับเป็นของที่ระลึกที่ตู้ทำฮังโกะอัตโนมัติที่ร้านดองกี้โฮเต้ (Don Quijote) ได้ด้วย

10. กาชาปอง (Gachapon)

กาชาปองเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ซื้อได้ตามตู้หยอดเหรียญ

นาทีนี้ไม่มีของฝากจากญี่ปุ่นชิ้นไหนจะโดนใจวัยรุ่นเท่ากับ ‘กาชาปอง’ อีกแล้ว ตู้หยอดเหรียญหลักร้อยเยนที่มีให้เลือกสนุกมากมาย แค่หยอดเหรียญแล้วลุ้นว่าคุณจะได้ของเล่นหรือตัวการ์ตูนอะนิเมชั่นชื่อดังตัวไหน กาชาปองมีให้เลือกสุ่มได้ทั่วประเทศ ทั้งสถานีรถไฟ ย่านท่องเที่ยว และร้านสะดวกซื้อ คาดการณ์ว่า ปัจจุบันมีตู้กาชาปองในประเทศญี่ปุ่นกว่า 5 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะโตเกียวที่เต็มไปด้วยศูนย์รวมกาชาปอง ไม่ว่าจะเป็น อากิฮาบาระ (Akihabara) ศูนย์รวมกาชาปองหายาก อูเอโนะ (Ueno) สวรรค์ของคนรักของเล่น อนิเมะ และกาชาปอง ชินจูกุ (Shinjuku) ศูนย์รวมกาชาปองนับร้อย โตเกียว สเตชั่น (Tokyo Station) ถนนแห่งกาชาปอง และสนามบินนาริตะ (Narita International Airport) ที่มีตู้กาชาปองเรียงรายทั้ง Terminal 1 แลTerminal 2

11. KitKat รสพิเศษเฉพาะญี่ปุ่น

KitKat รสพิเศษเฉพาะญี่ปุ่นเป็นของฝากจากญี่ปุ่นมีขายเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น

ถ้าถามว่าของฝากจากญี่ปุ่นเป็นของฝากแจกเพื่อน ๆ คำตอบแรกที่หลายคนนึกถึงคือ KitKat รสพิเศษ เพราะ KitKat ที่ญี่ปุ่นมีมากกว่า 300 รสชาติ หลายรสเป็นรุ่น Limited Edition ที่มีขายเฉพาะบางจังหวัดหรือบางฤดูกาลเท่านั้น รสยอดนิยมที่ต้องซื้อ ได้แก่ มัทฉะ (Matcha) รสคลาสสิกที่ขายดีอันดับหนึ่ง, โฮจิฉะ (Hojicha) ชาคั่วหอมละมุน, ซากุระ (Sakura) รสดอกซากุระหวานอ่อน ๆ ออกเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ, สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry) รุ่นดังจากเมืองโตจิกิ และรสสาเก (Sake) ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ราคาประมาณ 300-1,000 เยนต่อแพ็ก หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ สถานีรถไฟ และสนามบิน เหมาะสำหรับซื้อแจกเป็นจำนวนมากเพราะแพ็กเกจน่ารักและน้ำหนักเบา สำหรับสายแจกที่ยังคิดไม่ออกว่าไปญี่ปุ่นซื้ออะไรดีให้เพื่อนร่วมงานหลาย ๆ คน KitKat รสพิเศษถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ราคาไม่แพงและได้ความประทับใจกลับมาเต็ม ๆ

12.  ของจากร้าน 100 เยน

ถุงเท้าลายการ์ตูนเป็นของฝากจากญี่ปุ่นราคาประหยัดและดีไซน์น่ารัก

สำหรับใครที่ของฝากจากญี่ปุ่นในงบจำกัด คำตอบคือร้าน 100 เยน ร้านขายสินค้าครบจักรวาลในราคาเริ่มต้นเพียง 100 เยน (ประมาณ 25 บาท) ที่ซื้อในไทยราคาแพงกว่าเท่าตัว ร้าน 100 เยนชื่อดังอย่าง Daiso ที่มีมากกว่า 3,000 สาขาทั่วญี่ปุ่น, Seria ที่เน้นดีไซน์น่ารักสไตล์มินิมอล และ Can Do ที่มีสินค้าหลากหลาย ล้วนเป็นแหล่งซื้อของฝากญี่ปุ่นราคาประหยัดที่ดีที่สุด ของที่แนะนำให้ซื้อ ได้แก่ เครื่องเขียนลายน่ารัก ถุงเท้าลายการ์ตูน อุปกรณ์ครัวมินิ ที่คั่นหนังสือ กิ๊บติดผม หน้ากากชีท และขนมขบเคี้ยวหลากรสชาติ เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากแจกเพื่อน ๆ จำนวนมากในงบประมาณจำกัด แต่ความน่ารักและคุณภาพไม่จำกัดเลย

13. ช็อกโกแลต Royce' จากฮอกไกโด

Royce' Nama Chocolate เป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่มีวางจำหน่ายแทบทุกสนามบินในญี่ปุ่น

สำหรับคนรักช็อกโกแลต ของฝากจากญี่ปุ่นที่ไม่ซื้อไม่ได้คือช็อกโกแลตสดจากฮอกไกโด โดยเฉพาะ Royce' Nama Chocolate ช็อกโกแลตสดเนื้อนุ่มละลายในปากที่ทำจากโกโก้และครีมสดฮอกไกโดคุณภาพเยี่ยม ขายดีมากจนแทบทุกสนามบินในญี่ปุ่นมีวางจำหน่าย แต่ถ้าไปถึงฮอกไกโดจะมีรสพิเศษที่ไม่มีขายที่อื่น นอกจาก Royce' แล้วยังมี Shiroi Koibito คุกกี้ไวท์ช็อกโกแลตในตำนานจากบริษัท Ishiya, LeTAO Double Fromage ชีสเค้กสองชั้นจากโอตารุ และ Shiroi Black Thunder ช็อกโกแลตขาวรุ่นพิเศษจากฮอกไกโด ราคาช็อกโกแลต Royce' เริ่มต้นประมาณ 700-900 เยนต่อกล่อง ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็นตลอดเวลา

14. วิตามินและยาสามัญประจำบ้าน

วิตามินซองจาก DHC เป็นของฝากจากญี่ปุ่นราคาถูกกว่าที่ไทยค่อนข้างมาก

ของฝากจากญี่ปุ่นที่คนไทยหิ้วกลับมาเกือบทุกทริปคือวิตามินและยาสามัญประจำบ้าน เพราะมีคุณภาพดี ราคาถูกกว่าที่ไทยค่อนข้างมาก และบางสูตรเป็นเวอร์ชัน Japan Only ที่หาซื้อในไทยไม่ได้ ไอเทมยอดนิยมที่ต้องซื้อ ได้แก่ วิตามินซองจาก DHC ที่มีให้เลือกมากกว่า 60 สูตร ราคาเริ่มต้นเพียง 200-500 เยนต่อซอง, แผ่นแปะแก้ปวด Roihi-Tsuboko แผ่นแปะตัวเล็กกลิ่นเมนทอลที่คนไทยรู้จักกันดี, ยาแก้ปวดหัว EVE ที่ออกฤทธิ์เร็ว และยาสามัญประจำบ้านแบรนด์ Taisho เช่น Pabron Gold ยาแก้หวัดสูตรญี่ปุ่น หาซื้อได้ง่ายตามดรักสโตร์ทุกสาขา อย่าง Matsumoto Kiyoshi, Sundrug และ Welcia

15. น้ำยาหยอดตาญี่ปุ่น

น้ำยาหยอดตา Rohto Lycee ขวดสีชมพูเป็นของฝากญี่ปุ่นที่คนไทยนิยมซื้อกลับมา

ขอบคุณรูปภาพจาก : jp.rohto.com

อีกหนึ่งของฝากญี่ปุ่นที่คนไทยนิยมซื้อกลับมาเป็นอย่างมากคือน้ำยาหยอดตา เพราะสูตรของญี่ปุ่นมีความโดดเด่นเรื่องความชุ่มชื้น บรรเทาอาการตาแห้ง ตาล้า และตาแดงได้ดี โดยเฉพาะคนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Rohto และ Sante รุ่นที่คนไทยชอบซื้อ ได้แก่ Rohto Lycee ขวดสีชมพูสำหรับสาว ๆ ช่วยเพิ่มความสดใส, Rohto Z สูตรเย็นจัดสำหรับคนทำงานหนัก และ Sante FX NEO น้ำยาหยอดตาผสมวิตามิน ลดอาการล้าของตา ใช้แล้วสดชื่น ราคาประมาณ 400-1,500 เยน ซื้อได้ตามดรักสโตร์ทั่วไป

16. เสื้อผ้า Uniqlo, GU

เสื้อผ้า GU เป็นของฝากญี่ปุ่นมีหลายสไตล์ให้เลือก

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งแฟชั่น เสื้อผ้าที่นี่มีหลายสไตล์ให้เลือก ตั้งแต่มินิมอล สตรีท ไปจนถึงสไตล์หวาน ๆ แบรนด์ที่คนไทยนิยมซื้อมากที่สุดคือ Uniqlo ที่ราคาถูกกว่าที่ไทยประมาณ 20-40% โดยเฉพาะสินค้ารุ่น Collaboration กับศิลปินหรือแบรนด์ต่าง ๆ ที่เป็น Japan Exclusive, GU แบรนด์น้องสาวของ Uniqlo ที่ราคาย่อมเยากว่าและมีสไตล์ทันสมัยกว่า รวมถึง MUJI ที่มีเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลคุณภาพดี สำหรับสายวินเทจ ย่านชิโมคิตะซาว่า (Shimokitazawa) ในโตเกียวและย่านอเมริกามูระ (Amerikamura) ในโอซาก้า เป็นแหล่งรวมร้านเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดีราคาประหยัด เหมาะกับคนที่อยากได้ของฝากญี่ปุ่นสไตล์แฟชั่นไม่เหมือนใคร

17. ผ้าเทนูกุย (Tenugui)

ผ้าเทนูกุยเป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่สวยงามและใช้งานได้จริงเหมาะเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่

ของฝากจากญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมที่สวยงามและใช้งานได้จริงคือ ผ้าเทนูกุอิ (Tenugui) ผ้าฝ้ายบางพิมพ์ลายที่ชาวญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปัจจุบันมีลวดลายทันสมัยให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ลายดอกซากุระ ลายคลื่นทะเล ลายแมว ไปจนถึงลายอนิเมะ ใช้ได้ทั้งเช็ดหน้า ห่อของขวัญ หรือแขวนเป็นของตกแต่งบ้าน ราคาเริ่มตั้งแต่ 500-2,000 เยน หาซื้อได้ตามร้านขายของที่ระลึก ร้าน Tokyu Hands และร้านเฉพาะทางอย่าง Kamawanu ในไดคันยามะ นอกจากนี้พัดญี่ปุ่น (Sensu) แบบพับได้ก็เป็นของฝากที่สวยงามและใช้ได้จริง ราคาเริ่มต้น 1,000-3,000 เยน เหมาะเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่

18. เครื่องเขียนญี่ปุ่น

ปากกาหมึกซึม Pilot Kakuno เป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ทั้งใช้ได้จริงและสะสมได้ด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : pilotpen

คนรักเครื่องเขียนต้องกรี๊ดเมื่อไปถึงญี่ปุ่น เพราะเครื่องเขียนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ ดีไซน์ และนวัตกรรมที่เหนือชั้น เป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ทั้งใช้ได้จริงและสะสมได้ด้วย ไอเทมที่ต้องซื้อ ได้แก่ ปากกา Uni Jetstream ปากกาลูกลื่นที่เขียนลื่นที่สุดในโลก, ดินสอกด Pentel Orenz Nero ที่ไส้ไม่หัก, ปากกาหมึกซึม Pilot Kakuno ดีไซน์น่ารักราคาเริ่มต้นแค่ 1,000 เยน, สมุด Hobonichi Techo สมุดแพลนเนอร์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และยางลบ MONO จาก Tombow ที่ลบสะอาดหมดจด หาซื้อได้ตามร้าน Loft, Tokyu Hands (Hands), Itoya ในกินซ่า และร้าน 100 เยน ที่มีเครื่องเขียนน่ารัก ๆ ราคาเบา ๆ อีกมากมาย

19. สาเกและวิสกี้ญี่ปุ่น

วิสกี้ญี่ปุ่นเป็นของฝากญี่ปุ่นที่มีหลายเกรดและรสชาติแตกต่างกันตามแหล่งผลิต

สำหรับสายดื่ม ของฝากญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้คือสาเก (Sake) และวิสกี้ญี่ปุ่น (Japanese Whisky) ที่ได้รับการยกย่องระดับโลก สาเกญี่ปุ่นมีหลายเกรดและรสชาติแตกต่างกันตามแหล่งผลิต โดยสาเกเกรด Junmai Daiginjo เป็นเกรดสูงสุดที่ให้รสชาติละมุนและกลิ่นหอมผลไม้ แหล่งผลิตสาเกที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ นีงาตะ (Niigata) เกียวโต (Fushimi) และโกเบ (Nada) ส่วนวิสกี้ญี่ปุ่นแบรนด์ดังอย่าง Suntory Yamazaki, Hibiki และ Nikka ก็เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก ราคาสาเกเริ่มตั้งแต่ 500-5,000 เยนต่อขวด ส่วนวิสกี้เริ่มตั้งแต่ 2,000 เยนขึ้นไป แนะนำให้ซื้อขวดเล็กขนาด 180-300 มล. จะสะดวกในการพกพา โดยนำขึ้นเครื่องได้ต้องซื้อที่ Duty Free ในสนามบินหรือใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง

20. โมเดลฟิกเกอร์และของสะสม

โมเดลฟิกเกอร์ One Piece เป็นของฝากญี่ปุ่นที่มีหลากหลายราคา

สำหรับสายอนิเมะ มังงะ และของสะสมญี่ปุ่นคือสวรรค์ที่แท้จริง โมเดลฟิกเกอร์จากญี่ปุ่นมีให้เลือกตั้งแต่ตัวละครชื่อดังอย่าง One Piece, Dragon Ball, Gundam ไปจนถึงดีไซน์สุดพิเศษที่ออกเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น บางร้านมีขายเฉพาะเวอร์ชันลิมิเต็ดหรือฟิกเกอร์ที่วางขายเฉพาะงานอีเวนต์ แหล่งซื้อที่ดีที่สุดคือย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) ในโตเกียว และย่านนิปปงบาชิ (Nipponbashi / Den Den Town) ในโอซาก้า ร้านที่แนะนำ ได้แก่ Mandarake ร้านขายมังงะและฟิกเกอร์มือสองในตำนาน, Animate ร้านอนิเมะช็อปที่ใหญ่ที่สุด และ Kiddy Land ร้านของเล่นและตัวการ์ตูนสุดน่ารัก ราคาฟิกเกอร์เริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายหมื่นเยนสำหรับรุ่นหายาก

 

อยากเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกอย่าลืมซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ และได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรหลายประเทศทั่วโลก พร้อมช่วยเหลือคุณในกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ทรัพย์สินสูญหาย หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในต่างแดน ประกันภัยการเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance) พร้อมดูแลคุณอย่างดีที่สุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2611-4242

**อ้างอิง : japan.travel, tourism.jp

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ซื้อของฝากจากญี่ปุ่นที่ไหนถูกและคุ้มค่าที่สุด?

A: Don Quijote (ดองกิ) คือคำตอบสำหรับสายช้อปงบจำกัด เปิดดึก 24 ชั่วโมงหลายสาขา ราคาถูกกว่าห้างทั่วไป ครอบคลุมทั้งขนม เครื่องสำอาง ของใช้ และสินค้าคาแรกเตอร์ รองลงมาคือดรักสโตร์อย่าง Matsumoto Kiyoshi สำหรับของสุขภาพและเครื่องสำอาง และร้าน 100 เยน (Daiso, Seria) สำหรับของจุกจิกราคาประหยัด

Q: ควรพกเงินสดหรือบัตรเครดิตไปช้อปที่ญี่ปุ่น?

A: แม้ร้านค้าในญี่ปุ่นรับบัตรมากขึ้น แต่ยังมีหลายร้านโดยเฉพาะร้านเล็กๆ ตลาด และร้านวัดที่รับเฉพาะเงินสดเยนเท่านั้น แนะนำให้แลกเงินสดเยนติดตัวไว้สำหรับซื้อของฝากจุกจิก ขนม และกาชาปอง ส่วนการช้อปปิ้งใหญ่อย่างกระเป๋าหรือเครื่องสำอางค์ห้างใหญ่รับบัตรได้สะดวก

Q: นักท่องเที่ยวไทยขอคืนภาษี Tax Free ในญี่ปุ่นได้ไหม?

A: ได้เลยครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือนสามารถขอคืนภาษีสินค้าบางประเภทได้ที่ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Tax Free โดยยื่นพาสปอร์ตและซื้อสินค้าครบตามเกณฑ์ที่ร้านกำหนด (มักอยู่ที่ 5,000 เยนต่อร้านต่อวัน) เป็นการประหยัดเงินได้อีก 8–10% ต่อรายการ

Q: ของฝากญี่ปุ่นชิ้นไหนเหมาะสุดสำหรับฝากผู้ใหญ่?

A: สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสแนะนำขนม Yoku Moku Cigare หรือ Shiroi Koibito คุกกี้ในกล่องสวยหรู ซึ่งดูดีและรสชาติเหมาะทุกวัย หรือจะเป็นชาเขียวอย่าง Ippodo Matcha ที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงผ้าเช็ดหน้า Tenugui ลายงดงามที่ทั้งใช้ได้จริงและดูมีคุณค่า หลีกเลี่ยงของที่ดูเด็กหรือน่ารักเกินไปสำหรับกลุ่มนี้

Q: น้ำหนักกระเป๋าจะเกินได้ไหมถ้าซื้อของฝากเยอะ?

A: ของฝากประเภทขนมและของใช้จิปาถะมักหนักเกินคาด แนะนำให้ซื้อกระเป๋าเดินทางแบบมีน้ำหนักเบา และซื้อกระเป๋าเสริมแบบพับได้ติดไปด้วย หากน้ำหนักเกินสามารถชิปสินค้ากลับไทยผ่านบริการ Japan Post ได้ในราคาไม่แพงจากไปรษณีย์ญี่ปุ่น หรือใช้บริการ Luggage Delivery ฝากส่งกระเป๋าจากโรงแรมตรงไปสนามบินก็สะดวกดี