วิธีกรอก Visit Japan ลงทะเบียนก่อนเข้าญี่ปุ่นทำยังไงบ้าง อัปเดต 2026
จะกี่ฤดูกาล ‘ญี่ปุ่น’ ก็เป็นประเทศในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่เสื่อมคลาย ยิ่งช่วงเวลาที่ดอกซากุระผลิบานและฤดูใบไม้แดง (ใบไม้เปลี่ยนสี) ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ญี่ปุ่นดูจะเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวชาวไทยโปรดปรานเป็นที่สุด แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องแสดงหลักฐานอะไรบ้าง หรือต้องขอวีซ่าหรือเปล่า บทความนี้จะพาคุณอัปเดตทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นปี 2026 รวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียน Visit Japan Web แบบละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณผ่านด่านได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบิน
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- Visit Japan Web คืออะไร และอัปเดตอะไรบ้างในปี 2026?
- 4 เรื่องควรรู้ก่อนเตรียมตัวไปญี่ปุ่นปี 2026
- วิธีลงทะเบียน Visit Japan Web ทุกขั้นตอน อัปเดต 2026
Visit Japan Web คืออะไร และอัปเดตอะไรบ้างในปี 2026?
Visit Japan Web คือแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกรอกข้อมูลพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้าได้ก่อนถึงสนามบิน เข้าถึงได้ฟรีที่เว็บไซต์ vjw.digital.go.jp รองรับหลายภาษา และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใดเพิ่มเติม
อัปเดตสำคัญที่ต้องรู้สำหรับปี 2026
ตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 ระบบ Visit Japan Web ได้รวมขั้นตอน ตม. และศุลกากรเข้าด้วยกัน จากเดิมที่ต้องใช้ QR Code แยก 2 ใบ ปัจจุบันเหลือเพียง 1 QR Code ใบเดียว ใช้แสดงได้ทั้ง 2 ด่าน ทำให้ขั้นตอนง่ายและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ Visit Japan Web ยังเพิ่มฟีเจอร์ Tax-free QR Code สำหรับใช้ซื้อสินค้าปลอดภาษีในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโดยไม่ต้องแสดงพาสปอร์ต อย่างไรก็ตาม ระบบ Tax-free นี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก่อนเดินทาง
4 เรื่องควรรู้ก่อนเตรียมตัวไปญี่ปุ่นปี 2026
1. ไม่ต้องขอวีซ่าหากพักไม่เกิน 15 วัน
แม้การเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน จะไม่ต้องขอวีซ่า สิ่งที่ต้องเตรียมคือหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทางกลับ พร้อมหลักฐานการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินขากลับ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเดินทางได้เลย หากหนังสือเดินทางใกล้หมดอายุหรือยังไม่มีพาสปอร์ต ควรดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการดำเนินเอกสาร สามารถศึกษาจุดบริการทำพาสปอร์ตในกรุงเทพฯ และเอกสารที่ต้องเตรียมได้ก่อนเดินทาง
2. ยกเลิกข้อกำหนดโควิด-19 ทั้งหมดแล้ว
ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นมีข้อกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นต้องฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม และเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เท่านั้น ได้แก่ Pfizer / Moderna / AstraZeneca / Johnson & Johnson (เข็มแรกนับเป็น 2 เข็ม) / COVAXIN / Bharat Biotech / Novavax / Sinovac หรือSinopharm (สามารถฉีดไขว้ได้) โดยไม่ต้องตรวจ PCR และไม่ต้องกักตัวเมื่อถึงประเทศญี่ปุ่น
แต่ข่าวดีก็คือ นับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2566 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกเลิกมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งกลุ่มประเทศเป็นสีต่าง ๆ ไม่มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในทุกสนามบิน (ยกเว้นผู้ที่แสดงอาการ) รวมถึงยกเลิกมาตรการกักตัว ทำให้เราสามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีนหรือไม่? ทั้งยังไม่จำกัดยี่ห้อและจำนวนเข็มที่ฉีดวัคซีนอีกด้วย รวมถึงไม่ต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซัน หรือใบรับรองการตรวจโควิดก่อนเดินทาง เนื่องจากญี่ปุ่นได้ลดระดับมาตรการของโควิด-19 อยู่ที่ระดับ 5 เทียบเท่ากับไข้หวัดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย (อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.mhlw.go.jp/stf/covid-19/bordercontrol.html)
3. ลงทะเบียนออนไลน์ให้พร้อม ก่อนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการกรอกแบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมือง (สีเหลือง) และแบบฟอร์มพิธีการศุลกากร (สีฟ้า) ที่ลูกเรือแจกให้กับผู้โดยสารบนเครื่องบิน (ปัจจุบันไม่มีการแจกแบบฟอร์มทั้งสองบนเครื่องบินแล้ว) แต่มาตรการใหม่ที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 แนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Visit Japan เพื่อให้การเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้รับความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น
ไม่ต้องรอคิวนานบริเวณจุดตรวจคนเข้าเมืองในสนามบิน ได้แก่ แบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Form) และพิธีการศุลกากร (Customs Declaration) หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับ QR Code สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากร
4. ซื้อประกันภัยการเดินทาง ที่น่าเชื่อถือและคุ้มครองความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ถึงแม้ว่าโควิดอาจจะเริ่มซาลงแล้ว แต่สิ่งที่ควรระวังคือโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ เวลาไปเที่ยว ประกันภัยการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เราจะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือไม่ เช่นเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ทรัพย์สินสูญหาย กระเป๋าชำรุด หรือเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งอาจทำให้เราเสียเวลาและเสียเงิน แถมยังกังวลใจทำให้เที่ยวไม่สนุก
วิธีลงทะเบียน Visit Japan Web ทุกขั้นตอน อัปเดต 2026
ขั้นตอนที่ 1 สมัครบัญชีและเข้าสู่ระบบ
เข้าไปที่เว็บไซต์ Visit Japan Web (vjw.digital.go.jp) แล้วคลิก "Sign up for a new account" กรอกอีเมลและตั้งรหัสผ่าน จากนั้นยืนยันบัญชีด้วยรหัส 6 หลักที่ส่งมาทางอีเมล เมื่อยืนยันสำเร็จให้ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ระบบจะถามว่าต้องการเปิดการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (Two-Factor Authentication) หรือไม่
ขั้นตอนที่ 2 กรอกข้อมูลส่วนตัว (Your Details)
คลิก “Your Details” ตอบคำถามเกี่ยวกับประเภทผู้เดินทาง นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ตอบ “No” ในทุกข้อ จากนั้นเลือก “Scan with camera” เพื่อให้ระบบสแกนข้อมูลจากพาสปอร์ตโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบความถูกต้องแล้วกด Next เมื่อกรอกครบ ระบบจะแสดง “Registration complete” และถามเรื่องวีซ่า นักท่องเที่ยวที่พักไม่เกิน 15 วัน ตอบ “No” แล้วกด “Back to Home”
ขั้นตอนที่ 3 ลงทะเบียนทริป (Register New Planned Entry/Return)
คลิก “Register New Planned Entry/Return” เลือก “Proceed to registration without copying details” แล้วกรอกข้อมูลทริป ได้แก่ ชื่อทริป (ภาษาอังกฤษ) วันที่เดินทาง สายการบินและหมายเลขเที่ยวบิน ที่อยู่โรงแรมคืนแรก และวัตถุประสงค์การเดินทาง (เลือก “Tourism”) หากเดินทางกับครอบครัวสามารถเพิ่มสมาชิกได้สูงสุด 10 คน ในบัญชีเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 4 กรอกพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (Immigration & Customs)
คลิก “Immigration clearance and Customs declaration” ในหน้า Plan ที่สร้างไว้ ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งของที่พกมาตามความเป็นจริง สิ่งของต้องห้ามที่ควรทราบ ได้แก่ ยาที่มีสารซูโดอีเฟดรีนหรือโคเดอีน กัญชา และอาหารสดบางประเภท ควรตรวจสอบรายการก่อนเดินทางเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 รับ QR Code 1 ใบและบันทึกไว้
เมื่อดำเนินการครบ ระบบจะสร้าง QR Code 1 ใบ สำหรับแสดงทั้งด่าน ตม. และศุลกากร คลิก "Display QR Code" แล้วกด "Agree and display the QR code" สำคัญมาก: QR Code ต้องแสดงจากหน้าจอโทรศัพท์โดยตรงเท่านั้น ไม่สามารถใช้ภาพถ่าย (Screenshot) แทนได้ ควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อนแสดง QR Code ที่สนามบิน
การมีประกันภัยการเดินทาง จะช่วยทำหน้าที่ประสานงานในการเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลในญี่ปุ่น รวมถึงให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างอยู่ต่างแดน เพื่อให้คุณรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากขึ้น และสำคัญที่สุดควรเลือกประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับระดับโลก และครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะเดินทางได้ เราขอ แนะนำประกันภัยการเดินทางชับบ์เพื่อเที่ยวสนุกและมั่นใจได้ทุกจุดหมาย (Chubb Travel Insurance) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2611-4242
**อ้างอิง: JRailPass — Visit Japan Web: Online Customs & Immigration Registration
คำถามที่พบบ่อย
Q: Visit Japan Web ต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลาที่สนามบินหรือไม่ มีวิธีสำรองไหม?
A: ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการแสดง QR Code ที่สนามบิน แนะนำให้เตรียม SIM การ์ดหรือ eSIM ญี่ปุ่นล่วงหน้าก่อนเดินทาง หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีให้ในสนามบินหลัก เช่น นาริตะ ฮาเนดะ และคันไซ ได้เลย
Q: เดินทางครั้งก่อนเคยใช้แอป MySOS มาแล้ว ต้องสมัคร Visit Japan Web ใหม่ไหม?
A: ต้องสมัครบัญชีใหม่ที่ Visit Japan Web โดยตรง เนื่องจากแอป MySOS หมดอายุการใช้งานแล้ว ข้อมูลจาก MySOS ไม่ได้ถูกโอนมายัง Visit Japan Web โดยอัตโนมัติ แต่ขั้นตอนการสมัครใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
Q: หากมีเด็กเล็กร่วมเดินทาง ต้องลงทะเบียน Visit Japan สำหรับเด็กแยกต่างหากไหม?
A: เด็กทุกคนที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นต้องลงทะเบียนด้วย สำหรับเด็กที่ยังไม่สามารถกรอกข้อมูลเองได้ ผู้ปกครองสามารถเพิ่มข้อมูลบุตรหลานผ่านส่วน "Details on family members traveling with you" ในบัญชีของตนได้ โดยสามารถเพิ่มได้สูงสุด 10 คน หากใช้เที่ยวบินและที่พักคืนแรกเดียวกัน
Q: ถ้าข้อมูลเที่ยวบินเปลี่ยนหลังจากลงทะเบียนแล้ว ต้องทำอย่างไร?
A: สามารถล็อกอินเข้าระบบเดิมและแก้ไขข้อมูลในส่วน "Planned Entry/Return" ได้ตลอดเวลาก่อน Check-in ไม่ต้องสมัครบัญชีใหม่หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวซ้ำ เพียงอัปเดตเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น
Q: Visit Japan Web รองรับสนามบินครบทุกแห่งในญี่ปุ่นหรือไม่?
A: Visit Japan Web รองรับสนามบินนานาชาติหลักในญี่ปุ่น ได้แก่ นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ และฟุกุโอกะ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางบินจากไทยทั้งหมด แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ Visit Japan Web ก่อนเดินทางทุกครั้ง