Skip to Main Content

ยาห้ามเข้าญี่ปุ่น รวมรายการยาต้องห้าม พร้อมกฎการนำยาติดตัวไปญี่ปุ่น

ยาห้ามเข้าญี่ปุ่น รวมรายการยาต้องห้าม พร้อมกฎการนำยาติดตัวไปญี่ปุ่น

การเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากเสื้อผ้าและของใช้แล้ว ยาประจำตัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนพกติดตัว แต่ในปัจจุบันแต่ละประเทศมีข้อกำหนดเรื่องการนำยาเข้าประเทศที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่มีการควบคุมค่อนข้างเข้มงวด

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เคยออกประกาศเตือนเกี่ยวกับยาที่ห้ามเอาเข้าญี่ปุ่นหลายรายการ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ผิดกฎหมายของญี่ปุ่น บทความนี้รวบรวมรายการยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น พร้อมเหตุผล ข้อกำหนดการนำยาติดตัว และวิธีเตรียมเอกสาร เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างถูกต้องและไม่ทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

ทำไมญี่ปุ่นจึงห้ามนำยาบางชนิดเข้าประเทศ?

ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมยาและสารเสพติดที่เข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้นำเข้ายาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทหรือมีส่วนผสมของสารตั้งต้นยาเสพติด แม้จะนำไปใช้เพื่อรักษาตนเองก็ตาม

สาเหตุหลักที่ทำให้ยาบางชนิดกลายเป็นยาห้ามเข้าญี่ปุ่น คือส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่สามารถนำไปผลิตยาเสพติดได้ และสารไดเฟนอกไซเลต (Diphenoxylate) ที่จัดเป็นสารเสพติดกลุ่มหนึ่ง หากตรวจพบว่ามีการนำยากลุ่มนี้เข้าประเทศ ไม่ว่าจะนำติดตัวมาเอง มากับสัมภาระ หรือส่งทางพัสดุไปรษณีย์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่น

ด้วยเหตุนี้ ยาที่ห้ามเอาเข้าญี่ปุ่น จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะยาเสพติดที่รู้จักกันทั่วไป แต่ยังรวมถึงยาสามัญบางชนิดที่หาซื้อได้ในต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนผสมของสารควบคุมโดยที่ผู้ใช้อาจไม่ทราบ การตรวจสอบส่วนผสมของยาก่อนเดินทางจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้การเตรียมเอกสารเดินทาง

ยาห้ามเข้าญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?

รายการยาที่ห้ามเอาเข้าญี่ปุ่นตามประกาศเตือนแบ่งได้เป็นสามกลุ่มหลักตามส่วนผสมและสถานะการขึ้นทะเบียน โดยส่วนใหญ่เป็นยาแก้หวัดและยาแก้ท้องเสีย ซึ่งหลายรายการไม่มีวางขายในประเทศไทยแล้ว

 

กลุ่มยาแก้หวัดและลดน้ำมูกที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน

ยาห้ามเข้าญี่ปุ่น กลุ่มยาแก้หวัดและยาลดน้ำมูกที่มีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน

กลุ่มนี้เป็นยาบรรเทาอาการหวัด แก้แพ้ และลดน้ำมูกที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน ได้แก่ TYLENOL COLD, SUDAFED, ADVIL COLD & SINUS, ACTIFED, DRISTAN COLD (No Drowsiness), DRISTAN SINUS และ DRIXORAL SINUS

 

กลุ่มยาแก้หวัดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย

ยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น กลุ่มยาแก้หวัดชนิดน้ำและยาสูดดมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในไทย

กลุ่มนี้เป็นยาแก้หวัดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย จึงพบได้น้อย แต่ยังจัดเป็นยาต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นเช่นกัน ได้แก่ NYQUIL, NYQUIL LIQUICAPS และ VICKS INHALER

 

กลุ่มยาแก้ท้องเสียที่ยกเลิกการขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว

กลุ่มนี้เป็นยาแก้ท้องเสียที่มีส่วนผสมของไดเฟนอกไซเลต ซึ่งยกเลิกการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว ได้แก่ LOMOTIL

แม้รายการข้างต้นจะเป็นยาที่ประกาศเตือนไว้ แต่รายชื่อและส่วนผสมที่ควบคุมอาจมีการปรับเปลี่ยน จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางทุกครั้ง

นำยารักษาโรคประจำตัวติดตัวไปญี่ปุ่นได้หรือไม่?

ยาห้ามเข้าญี่ปุ่น ยาประจำตัวในแผงบรรจุเดิมพร้อมใบสั่งแพทย์ภาษาอังกฤษ

ผู้ที่มีโรคประจำตัวและจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะสามารถนำยาติดตัวได้ แต่ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยแนะนำว่า ไม่ควรแกะยาออกจากแผงบรรจุที่มีชื่อยากำกับไว้ และปริมาณยาที่นำติดตัวเพื่อใช้รักษาตนเองโดยทั่วไปไม่ควรเกินการใช้ประมาณหนึ่งเดือนสำหรับยาตามใบสั่งแพทย์ ส่วนยาสามัญที่ซื้อได้ทั่วไปมักนำได้ในปริมาณที่มากกว่าเล็กน้อย ทั้งนี้ควรพกยาในบรรจุภัณฑ์เดิมพร้อมเอกสารกำกับยา และหากเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ แนะนำให้เตรียมใบรับรองแพทย์ที่ระบุรายละเอียดของยาเป็นภาษาอังกฤษไปด้วย เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ

สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาในปริมาณเกินกว่าที่กำหนด หรือเป็นยาที่มีส่วนผสมของยาเสพติดที่ใช้ทางการแพทย์ เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีส่วนประกอบของเฟนทานิล (Fentanyl) หรือเพทิดีน (Pethidine) จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตและได้รับเอกสารรับรองจากหน่วยงานของญี่ปุ่นก่อนออกเดินทาง

ใบรับรองการนำยาเข้าญี่ปุ่นขออย่างไร?

ใบรับรองการนำยาเข้าญี่ปุ่นที่เรียกว่า Yakkan Shoumei หรือ Yunyu Kakunin-sho เป็นเอกสารบังคับสำหรับผู้ที่ต้องการนำยาบางประเภทหรือปริมาณเกินกำหนดเข้าประเทศ

ในทางปฏิบัติ หากนำยาตามใบสั่งแพทย์ในปริมาณไม่เกินที่กำหนด และไม่ใช่ยากลุ่มที่ควบคุมเป็นพิเศษ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องขอเอกสารนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบปริมาณยา ณ จุดตรวจ แต่หากต้องนำยาในปริมาณมากกว่าที่กำหนด นำยาฉีดสำหรับใช้เอง หรือเป็นยาที่มีการควบคุมเข้มงวด ควรยื่นขอใบรับรองล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยยื่นต่อสำนักงานสาธารณสุขประจำภูมิภาคที่ใกล้กับสนามบินที่จะเดินทางเข้า

ขั้นตอนการขอควรดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณสองสัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อเผื่อเวลาสำหรับการตรวจสอบเอกสาร เมื่อได้รับเอกสารแล้วต้องนำติดตัวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรพร้อมกับยาเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น รายละเอียดและแบบฟอร์มสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในส่วนอ้างอิงด้านล่าง

เตรียมตัวก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นอย่างไรให้ปลอดภัย?

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ด่านตรวจ การเตรียมตัวเรื่องยาล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กับการเตรียมเอกสารการเดินทางอื่น

แนะนำให้ตรวจสอบส่วนผสมของยาที่จะนำติดตัวว่าอยู่ในรายการยาที่ห้ามเอาเข้าญี่ปุ่น หรือมีสารที่อยู่ในกลุ่มควบคุมหรือไม่ โดยเฉพาะยาแก้หวัดและยาลดน้ำมูก หากพบว่ายาที่ใช้ประจำอยู่ในรายการควบคุม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อหายาทดแทนที่นำเข้าได้ นอกจากนี้ควรจัดเตรียมยาในบรรจุภัณฑ์เดิม แยกยาประจำตัวไว้ในกระเป๋าถือ พร้อมสำเนาใบสั่งแพทย์และใบรับรองที่จำเป็น เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น

เพิ่มความอุ่นใจก่อนเดินทางด้วยประกันการเดินทาง

เมื่อเตรียมเอกสารและตรวจสอบเรื่องยาเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: kouseikyoku.mhlw.go.jp, jp.usembassy.gov, us.emb-japan.go.jp

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: หากยาที่ใช้ประจำอยู่ในรายการห้ามแต่จำเป็นต้องใช้ ควรทำอย่างไร?

A: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรล่วงหน้าเพื่อหายาทดแทนที่มีสรรพคุณใกล้เคียงแต่ไม่มีส่วนผสมที่ญี่ปุ่นควบคุม หากไม่มีทางเลือกอื่นและเป็นยาที่สามารถขออนุญาตได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขและยื่นขอเอกสารรับรองจากหน่วยงานของญี่ปุ่นก่อนเดินทาง โดยดูข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการที่เกี่ยวข้อง

Q: วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพรนำเข้าญี่ปุ่นได้หรือไม่?

A: ส่วนใหญ่นำเข้าได้ในปริมาณสำหรับใช้ส่วนตัว โดยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยาสามัญและควอไซดรัก แต่ต้องระวังสองเรื่อง เรื่องแรกคือสมุนไพรบางชนิดอาจมีสารที่ญี่ปุ่นควบคุม เช่น อีเฟดรา (ma huang) เรื่องที่สองคือผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่าช่วยเรื่องการทำงานของสมองหรือกระตุ้นระบบประสาท ญี่ปุ่นมีรายการสารที่ห้ามนำเข้าเฉพาะสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถ่ายรูปฉลากส่วนผสมไว้แล้วสอบถามหน่วยงานที่ดูแลสนามบินปลายทางล่วงหน้า

Q: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาต้องห้ามที่ด่านตรวจจะเกิดอะไรขึ้น?

A: ขึ้นอยู่กับว่ายานั้นอยู่ในกลุ่มไหน กรณีเบาที่สุดคือถูกยึดและทำลายทิ้ง แต่ถ้าเป็นยาที่มีสารตั้งต้นยาเสพติดหรือสารกระตุ้นประสาท อาจถูกเชิญตัวไปสอบปากคำ ควบคุมตัว และดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น ที่ต้องรู้คือ การไม่ทราบว่ายานั้นมีสารควบคุมอยู่ ไม่ถือเป็นข้อแก้ตัวตามกฎหมาย และการมีใบสั่งแพทย์จากประเทศต้นทางก็ไม่ได้ทำให้ยาที่ญี่ปุ่นห้ามกลายเป็นยาที่นำเข้าได้

Q: ส่งยาทางไปรษณีย์ไปญี่ปุ่นได้หรือไม่?

A: การส่งยาทางพัสดุไปรษณีย์อยู่ภายใต้กฎเดียวกันกับการนำยาติดตัว และพัสดุจะถูกตรวจสอบเช่นกัน หากเป็นยาที่ต้องมีเอกสารรับรองหรือมีปริมาณเกินกำหนด อาจต้องยื่นขอใบรับรองการนำเข้าก่อน จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ

Q: ยากลุ่มโรคสมาธิสั้นบางชนิดนำเข้าญี่ปุ่นได้หรือไม่?

A: ยากลุ่มที่มีส่วนผสมของแอมเฟตามีนบางชนิดจัดเป็นสารที่ญี่ปุ่นห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด แม้จะมีใบสั่งแพทย์ก็ตาม ขณะที่ยาบางตัวในกลุ่มเดียวกันอาจมีการจัดประเภทต่างกันและมีเงื่อนไขเฉพาะ ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้จึงควรตรวจสอบสถานะของตัวยากับหน่วยงานทางการของญี่ปุ่นเป็นรายกรณีก่อนเดินทาง