35 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2569 พาสปอร์ตไทยเที่ยวสบาย ไม่ต้องขอวีซ่า
ทุกวันนี้ ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้า 35 ประเทศทั่วโลกได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) ช่วยให้เราสามารถท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ และไม่ต้องวางแผนจัดการเรื่องวีซ่าล่วงหน้า นึกอยากจะไปเที่ยวเดือนไหนก็ซื้อตั๋วเครื่องบิน และลาพักร้อนไปเที่ยวได้ ส่วนจะมีประเทศฟรีวีซ่าไหนบ้างที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้าได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า ชับบ์รวบรวมมาให้แล้ว
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- Free Visa กับ Visa on Arrival แตกต่างกันอย่างไร?
- 35 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยปี 2569
- 31 ประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถขอ Visa on Arrival ได้
- 3 สิ่งที่ต้องเตรียมตัว เช็กให้ชัวร์ก่อนเดินทางไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่ามีอะไรบ้าง?
Free Visa กับ Visa on Arrival แตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ‘Free Visa’ แตกต่างจาก ‘Visa on Arrival’ อย่างไร ชับบ์มีคำอธิบายที่เข้าใจง่าย ๆ มาฝาก
Free Visa คืออะไร?
หมายถึง ประเทศที่มีนโยบาย “ยกเว้นการตรวจลงตรา” ระหว่างประเทศที่ทำสนธิสัญญาทวิภาคีระหว่างกัน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “ไม่ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าล่วงหน้า” คุณจึงสามารถถือพาสปอร์ตไทยพร้อมเอกสารจำเป็นอื่น ๆ นำไปยื่นให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ ตรวจสอบความถูกต้อง และประวัติการเข้าประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะลงตราวันที่เข้าประเทศ และระบุระยะเวลาที่สามารถอยู่ในประเทศนั้น ๆ ให้ทราบในพาสปอร์ต
Visa on Arrival คืออะไร?
หมายถึง ประเทศที่ยังจำเป็นต้องมีวีซ่าในการเข้าประเทศ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการขอวีซ่า จากที่ต้องขอในประเทศไทยล่วงหน้าตามสถานทูต หรือสถานกงสุลต่าง ๆ กลายเป็นขอวีซ่าตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางนั้น ๆ ได้เลย แม้จะเป็นการขอวีซ่า แต่ก็ไม่ทำให้คุณเสียเวลาจองคิวนานเป็นสัปดาห์ แค่ยื่นพาสปอร์ตกับเอกสารสำคัญอื่น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ ตรวจลงตราก็สามารถเดินทางเข้าประเทศได้เลย
35 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยปี 2569
ปัจจุบัน พาสปอร์ตสำหรับบุคคลธรรมดา (ปกสีน้ำตาล) สามารถใช้กับประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่ารวมทั้งสิ้น 35 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า แม้จะไม่ต้องขอวีซ่า แต่ก็มีข้อกำหนด เงื่อนไข และระยะเวลาที่สามารถอยู่ในประเทศนั้น ๆ แตกต่างกันไป ดังนี้
ระยะเวลา (วัน) | รายชื่อประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า | หมายเหตุ |
14 | บรูไน* | โอมาน* | เมียนมา | ไต้หวัน* | เมียนมา (เฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ) ไต้หวัน เฉพาะช่วง 1 ส.ค. 2569 ถึง 31 ก.ค. 2570 |
15 | ญี่ปุ่น* | เฉพาะช่วง 1 ก.ค. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2570 |
30 | จีน | ฮ่องกง | อินโดนีเซีย* | คาซัคสถาน | สาธารณรัฐคีร์กีซ* | ลาว | มาเก๊า | มองโกเลีย | มาเลเซีย* | มัลดีฟส์* | ฟิลิปปินส์* รัสเซีย | เซเชลส์* | สิงคโปร์* | แอฟริกาใต้* | ทาจิกิสถาน* | ตุรกี* | เวียดนาม | ติมอร์-เลสเต | จีนขยายระยะเวลาเป็น 30 วันต่อครั้ง รวมแล้วไม่เกิน 90 วันภายในระยะเวลา 180 วัน |
60 | กัมพูชา* | ซามัว* | ซามัวเปลี่ยนเป็น 60 วันในปี 2569 |
90 | อาร์เจนตินา | บราซิล | ชิลี | เอกวาดอร์* | สาธารณรัฐเกาหลี | เปรู | เฮติ* | ปานามา* | เฮติเป็นรายชื่อใหม่ปี 2569 / แอลเบเนียถูกถอดออก |
365 | จอร์เจีย* | - |
** อ้างอิงข้อมูล กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ **
หมายเหตุ: เครื่องหมายดอกจัน (*) หลังชื่อประเทศ หมายถึงประเทศ และดินแดนที่ประกาศ "ยกเว้นการตรวจลงตราแก่ไทยฝ่ายเดียว" (Unilateral Visa Exemption) ส่วนประเทศที่ไม่มีเครื่องหมาย * เป็นประเทศที่ทำ "ความตกลงทวิภาคี" (Bilateral Agreement) กับไทย ซึ่งทั้งสองประเทศตกลงยกเว้นวีซ่าให้แก่กัน รายชื่อในกลุ่มที่ยกเว้นฝ่ายเดียวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของประเทศปลายทาง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนการเดินทาง หรือสอบถามกับสถานทูตประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศ
31 ประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถขอ Visa on Arrival ได้
นอกจาก 35 ประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องขอวีซ่า (Free Visa) แล้วยังมีอีก 31 ประเทศที่คุณสามารถขอ Visa on Arrival (VOA) โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าจากประเทศไทย เพียงแค่ถือพาสปอร์ตไทยไปขอวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ ได้เลย ประกอบด้วย
ระยะเวลาพำนัก | รายชื่อประเทศที่ขอ Visa on Arrival ได้ | หมายเหตุ |
ไม่เกิน 14 วัน | บาห์เรน | - |
ไม่เกิน 15 วัน | ปารากวัย | เฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ Silvio Pettirossi |
ไม่เกิน 30 วัน | เบนิน | โบลิเวีย | บุรุนดี | กาบูเวร์ดี | จอร์แดน | นีวเว | ปาเลา | กาตาร์ | รวันดา | เซเนกัล | เซียร์ราลีโอน | ติมอร์-เลสเต | วานูอาตู | - |
ไม่เกิน 31 วัน | หมู่เกาะคุก | - |
ไม่เกิน 40 วัน | ตูวาลู | - |
ไม่เกิน 45 วัน | คอโมโรส | - |
ไม่เกิน 60 วัน | มอริเชียส | - |
ไม่เกิน 90 วัน | เอธิโอเปีย | กินี-บิสเซา | นามิเบีย | ซาอุดีอาระเบีย | เซเชลส์ | ซูรินาม | แซมเบีย | หมู่เกาะมาร์แชลล์ | - |
ไม่เกิน 3 เดือน | หมู่เกาะโซโลมอน | - |
ไม่เกิน 4 เดือน | ฟิจิ | - |
หลายช่วง | เนปาล | มาลาวี | เนปาล ขอ VOA ได้ 15 / 30 / 90 วัน และมาลาวี ขอได้ 30 / 90 วัน |
3 สิ่งที่ต้องเตรียมตัว เช็กให้ชัวร์ก่อนเดินทางไปประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่ามีอะไรบ้าง?
แม้จะเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า แต่คุณก็อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศได้เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของตัวบุคคลว่า เมื่อเข้าประเทศไปแล้วคุณจะลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ อยู่เกินระยะเวลาที่กำหนดหรือเปล่า เนื่องจากปัญหา ‘ผีน้อย’ ที่ลักลอบเข้าเกาหลีใต้ ทำให้คนไทยจากบางจังหวัดต้องได้รับการคัดกรองเป็นพิเศษ และโดนส่งตัวกลับทันที ดังนั้น การเตรียมเอกสารเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เราแนะนำให้เตรียมเอกสารเหล่านี้ประกอบการยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
- ตั๋วเครื่องบินขากลับ เอกสารสำคัญที่แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าคุณมีแผนเดินทางกลับประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนด แนะนำให้ปริ้นท์ตั๋วเครื่องบินทั้งขาไป - ขากลับติดตัวไป รวมถึงแคปหน้าจอเก็บไว้ในมือถือเผื่อกรณีฉุกเฉิน
- แผนการท่องเที่ยวในประเทศนั้น กำหนดการเดินทางที่ชัดเจน ระบุว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เป็นเวลากี่วัน เป็นการแสดงเจตนาว่าคุณเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจมาแอบทำงาน หรือพำนักผิดกฎหมาย
- หลักฐานการจองโรงแรม ที่พัก หรือสถานที่ที่จะไปพักชั่วคราว Booking Confirmation จากแพลตฟอร์มจองที่พัก หรือจากโรงแรมโดยตรง ที่ครอบคลุมระยะเวลาที่จะอยู่ในประเทศปลายทาง สามารถปริ้นท์ หรือบันทึกไว้ในมือถือก็ได้
ก่อนไปอย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญให้เรียบร้อย เพราะแม้จะเป็นประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ก็อาจได้รับการปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวประเทศไหน จะเที่ยวให้สนุกและอุ่นใจ ก็ควรซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ไปด้วยทุกครั้ง เพื่อดูแลให้ความคุ้มครองทั้งกรณีเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุในต่างประเทศ ทรัพย์สินสูญหาย หรือเสียหาย รวมไปถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินขณะอยู่ต่างแดน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2611-4242
อ้างอิง** IATA Travel Centre, VisaGuide.World
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถ้าพำนักเกินกำหนดในประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า จะเป็นอย่างไร?
A: หากอยู่เกินระยะเวลาที่ประเทศปลายทางกำหนด จะถือว่า "Overstay" ซึ่งมีผลร้ายแรงมาก โดยอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก ถูกกักตัวก่อนส่งกลับ ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศนั้น ๆ ในอนาคต (Blacklist) ตั้งแต่ 1 - 10 ปี หรือบางกรณีอาจถูกห้ามถาวร ที่สำคัญคือประวัตินี้จะตามไปแสดงในการขอวีซ่าประเทศอื่น ๆ ในอนาคตด้วย ดังนั้นจึงควรนับวันให้ดี และเดินทางกลับก่อนกำหนดเสมอ
Q: เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะใช้พาสปอร์ตอย่างเดียวเดินทางได้หรือไม่?
A: เด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถใช้พาสปอร์ตเดินทางไปประเทศฟรีวีซ่าได้ แต่ต้องมีพาสปอร์ตในชื่อตัวเอง (พาสปอร์ตเด็กมีอายุ 5 ปี) และต้องเดินทางพร้อมผู้ปกครอง หากเดินทางคนเดียว หรือกับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง หลายประเทศกำหนดให้ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดามารดาที่ผ่านการรับรองจากเขตหรืออำเภอ พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ในบางกรณีต้องมีสำเนาสูติบัตรของเด็กแนบไปด้วย
Q: พาสปอร์ตเล่มสีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีแดง ใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่าต่างกันอย่างไร?
A: ประเทศไทยมีพาสปอร์ต 4 ประเภทหลัก ได้แก่ พาสปอร์ตธรรมดา (ปกสีน้ำตาล) สำหรับประชาชนทั่วไป พาสปอร์ตราชการ (ปกสีน้ำเงินเข้ม) สำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานต่างประเทศ พาสปอร์ตทูต (ปกสีแดง) สำหรับเจ้าหน้าที่การทูต และบุคคลพิเศษ และพาสปอร์ตชั่วคราว (Emergency Passport) สำหรับเหตุฉุกเฉิน ซึ่งแต่ละประเภทมีสิทธิ์ฟรีวีซ่าที่แตกต่างกัน โดยพาสปอร์ตทูต และราชการมักได้สิทธิ์เข้าประเทศที่มากกว่า รายชื่อ 35 ประเทศที่กล่าวมาในบทความนี้ใช้กับพาสปอร์ตธรรมดา (ปกสีน้ำตาล) เท่านั้น
Q: พาสปอร์ตอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือน เข้าประเทศฟรีวีซ่าได้หรือไม่?
A: โดยส่วนใหญ่ประเทศปลายทางมักกำหนดให้พาสปอร์ตต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง บางประเทศเข้มงวดเป็นพิเศษ เช่น ประเทศในกลุ่ม Schengen, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย หากพาสปอร์ตเหลืออายุน้อยกว่านี้ อาจถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องบินตั้งแต่ที่สนามบินต้นทาง หรือถูกห้ามเข้าประเทศที่ปลายทาง ดังนั้นควรตรวจสอบอายุพาสปอร์ต และต่ออายุก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 - 2 เดือน
Q: หากเปลี่ยนเส้นทาง (Transit) ในประเทศที่ต้องใช้วีซ่า แต่จุดหมายปลายทางเป็นประเทศฟรีวีซ่า ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องตรวจสอบนโยบาย Transit Visa ของประเทศที่ใช้เปลี่ยนเครื่อง โดยทั่วไปหากเป็น Transit ภายในสนามบินเดียวกันไม่ออกจากเขต Air Side และระยะเวลาไม่เกินที่กำหนด (เช่น 24 หรือ 72 ชั่วโมง) มักจะไม่ต้องขอวีซ่า แต่บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา และสหราชอาณาจักร ต้องขอ Transit Visa แม้จะนั่งรออยู่ในสนามบินก็ตาม จึงควรเช็กกับสายการบิน และเว็บไซต์ของสถานทูตประเทศ Transit ก่อนเดินทางเสมอ