ล่าแสงเหนือแคนาดา เดือนไหนดี พร้อมรีวิว 2 เมืองฮิต ทริคเตรียมตัวฉบับเต็ม!
แสงเหนือ (Aurora Borealis) คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าในแถบขั้วโลกเหนือ มีลักษณะเป็นแสงสว่างหลากสีสันเต้นระบำบนท้องฟ้าดูราวกับดินแดนแห่งเวทมนตร์ ผู้คนทั่วโลกต่างก็ฝันอยากไปชื่นชมแสงเหนือด้วยตาตัวเองสักครั้ง โดยเฉพาะการตามล่าแสงเหนือที่แคนาดา (Canada) จุดหมายอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะสามารถมองเห็นแสงเขียวได้ชัดเจนและบ่อยกว่าโซนยุโรป ชับบ์ รีวิว 2 เมืองสุดฮิตในการชมแสงเหนือที่แคนาดา พร้อมทริคเตรียมตัวแบบจัดเต็ม!
ทำไมแคนาดาถึงเห็น ‘แสงเหนือ’ ได้ชัดเจนและบ่อยกว่าโซนอื่น
ประเทศแคนาดาตั้งอยู่บนแนววงแหวนแสงเหนือโดยตรง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผืนป่ากว้างใหญ่ ไม่มีแสงไฟจากเมืองใหญ่รบกวน ท้องฟ้าจึงมืดสนิท บวกกับสภาพอากาศแห้งเย็นและท้องฟ้าเปิดโล่งในช่วงฤดูหนาว ทำให้มองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจนและบ่อยกว่าโซนอื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของแคนาดา เช่น Yellowknife และ Yukon ที่อยู่ใต้แนววงแหวนออโรร่า (Auroral Oval) ทำให้เกิดแสงเหนือพาดผ่านตลอดเวลา
ชี้เป้า 2 เมืองฮิต ล่าแสงเหนือ แคนาดา ไปที่ไหนดี
พูดถึง “แสงเหนือในแคนาดา” ยังมี 2 เมืองสุดฮิตที่นักล่าแสงเหนือทั่วโลกเทใจให้เป็นที่สุดแห่งความประทับใจ ซึ่งทั้ง 2 เมืองต่างก็มีเสน่ห์และกิจกรรมสนุก ๆ แตกต่างกันไป โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการล่าแสงเหนือที่แคนาดา คือเดือนกันยายนถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ชับบ์ รีวิว 2 เมือง 2 สไตล์ ให้คุณตัดสินใจเลือก match ประสบการณ์ได้ตามรสนิยม
1. เยลโลว์ไนฟ์ (Yellowknife)
สำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่รักความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่มีที่ไหนจะตอบโจทย์คุณได้ดีเท่ากับ “เมืองหลวงแห่งแสงเหนือของโลก” (Aurora Capital of the World) โดดเด่นด้วยภูมิประเทศกว้างใหญ่ ไม่มีภูเขาสูงบดบังสายตา คุณจึงมองเห็นแสงเหนือได้แบบพาโนรามา ที่สำคัญเมืองนี้ตั้งอยู่ภายใต้แนววงแหวนออโรร่าที่มีประจุไฟฟ้าเข้มข้นที่สุด บวกกับลักษณะภูมิอากาศกึ่งอาร์กติก ทำให้ท้องฟ้าเคลียร์ใส (Clear Skies) มองเห็นแสงเหนือที่ส่องสว่างและชัดเจนกว่าที่อื่น ๆ บนโลก โดยเฉพาะการชมแสงเหนือภายใน Aurora Village หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “หมู่บ้านกระโจมทีปี” (Teepee) กระโจมแบบชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ที่เรียงรายภายใต้ท้องฟ้าและดวงดาวให้เราเข้าไปนั่งผิงไฟอุ่น ๆ รอชมแสงเหนือได้อย่างโรแมนติกสุด ๆ
- การเดินทาง: บินจากเมืองหลักอย่าง Edmonton หรือ Calgary ลงที่สนามบิน Yellowknife (YZF) ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง
- ช่วงเวลาล่าแสงเหนือ: สิงหาคมถึงกันยายน (ฤดูใบไม้ร่วง) และธันวาคมถึงเมษายน (ฤดูหนาว)
- ไฮไลต์กิจกรรม Outdoor: การนั่งรถลากเลื่อนน้องหมาฮัสกี้ (Dog Sledding), ตกปลาในน้ำแข็ง (Ice Fishing) หรือขับรถบนถนนน้ำแข็งก็มีให้เลือกครบครัน
2. ไวต์ฮอร์ส (Whitehorse)
เอาใจคนรักธรรมชาติที่แสวงหาความเงียบสงบ เพื่อชื่นชมความสวยงามอลังการของแสงเหนือและภูเขาสูงตระหง่าน ไวต์ฮอร์ส เมืองหลวงของรัฐยูคอน (Yukon) ตอบโจทย์นักล่าแสงเหนือที่อยากสัมผัสบรรยากาศของเทือกเขาแอลป์ในแบบแคนาดา ได้รับการขนานนามว่า “The Wilderness City” เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ที่ที่คุณจะได้เห็นแสงเหนือเต้นระบำอยู่เหนือเทือกเขาสูง หรือแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติ (Eclipse Nordic Hot Springs) ท่ามกลางหิมะ สนุกกับการนั่งสุนัขลากเลื่อน (Dog Sledding) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือขี่สโนว์โมบิลลุยป่าสนที่ตื่นเต้นเร้าใจ ส่วนคนที่อยากชื่นชมแสงเหนือพร้อมจิบไวน์สักแก้ว รับรองว่า บ้านพักสไตล์ Log Cabin กลางป่าที่สามารถชมแสงเหนือได้จากที่พัก จะสร้างความทรงจำสุดพิเศษให้กับคุณ
- การเดินทาง: บินตรงจากเมือง Vancouver มาลงที่สนามบิน Whitehorse ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง
- ช่วงเวลาล่าแสงเหนือ: ปลายสิงหาคมถึงกลางเดือนเมษายน
- ไฮไลต์กิจกรรม: ชมสัตว์เมืองหนาวอย่าง กวางมูส (Moose) และสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ชมหน้าผาหินบะซอลต์และสะพานแขวนข้ามแม่น้ำยูคอนสีมรกต และเรือกลไฟโบราณที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในยุคตื่นทอง (Gold Rush) ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ
ทริค(ไม่)ลับ: ทำยังไงให้เห็นแสงเหนือชัวร์ ๆ
การล่าแสงเหนือไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ที่เกิดจาก “จังหวะเวลา” ขอแค่คุณเข้าใจหลักในการพยากรณ์การชมแสงเหนือ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเจอแสงเหนือที่สวยที่สุดได้อย่างที่ใจปรารถนา มาดูทริค (ไม่) ลับกันดีกว่า
- ตรวจสอบสภาพอากาศและค่า KP: ใช้แอปพลิเคชันพยากรณ์แสงเหนือ (เช่น Aurora Forecast) ตรวจสอบค่า KP (ดัชนีชี้ความแรงของแสงเหนือ) หากค่า KP สูง 3 ขึ้นไป โอกาสเห็นแสงเหนือจะมากขึ้น โดยเฉพาะ KP สูงถึง 5 ขึ้นไปรับรองว่า คุณจะได้เห็นแสงเหนือเต้นระบำทั่วท้องฟ้า
- หนีแสงสีของเมืองใหญ่ (Light Pollution): แนะนำให้ไปหาสถานที่ที่มืดสนิท เช่น ริมทะเล, ทุ่งน้ำแข็ง หรือห่างจากเมืองใหญ่ เพื่อให้แสงเหนือปรากฏชัดเจน
- เผื่อเวลาและแผนสำรอง: แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่ได้ปรากฏให้เห็นทุกวัน แนะนำให้จองทริปประมาณ 3-5 คืน เพื่อเพิ่มโอกาสในคืนที่ฟ้าเปิดและควรมีแผนสำรองจุดชมแสงเหนือ 2-3 จุด
- ซื้อบริการทัวร์ท้องถิ่น: การซื้อ Aurora Hunting Tour เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมีไกด์นำทางหรือผู้เชี่ยวชาญขับรถไล่ตามหาจุดที่ท้องฟ้า เปิดที่สุดให้กับคุณ
เทคนิคถ่ายรูปแสงเหนือ ด้วยสมาร์ทโฟน
ปัจจุบัน การถ่ายภาพแสงเหนือด้วยสมาร์ทโฟนให้สวยเหมือนใช้กล้องโปรไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเซนเซอร์มือถือยุคนี้ฉลาดล้ำ แต่ต้องมี “ทริค” เล็กน้อยเพื่อให้ภาพไม่สั่นไหวและเก็บรายละเอียดแสงได้ครบ ชับบ์ มีเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณถ่ายแสงเหนือได้เหมือนกล้องโปร
- ขาตั้งกล้อง (Tripod): ไอเทมที่ขาดไม่ได้ เพราะการถ่ายแสงเหนือต้องเปิดหน้ากล้องไว้นาน (Long Exposure) หากมือสั่นเพียงเล็กน้อยจากความหนาวเย็นหรือเมื่อยล้า ภาพที่ออกมาจะเบลอไหวในทันที
- Power Bank: อากาศที่หนาวจัด (-20 ถึง -30°C) จะทำให้แบตเตอรี่มือถือลดฮวบอย่างรวดเร็ว ต้องเสียบสายชาร์จสำรองไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการถ่ายแสงเหนือ
- ตั้งค่า Night Mode: สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปส่วนใหญ่จะมีโหมดถ่ายภาพกลางคืนที่ดีมาก ระบบจะคำนวณการเปิดรับแสงให้โดยอัตโนมัติ (ปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-10 วินาที)
- ปิดแฟลช: ห้ามเปิดแฟลชเด็ดขาด เพราะจะทำให้ฉากหน้าขาวสว่างจนมองไม่เห็นแสงเหนือบนฟ้า
- Manual หรือ Pro Mode: หากคุณอยากปรับความสว่างของกล้องสมาร์ทโฟนด้วยตัวเอง ลองตั้งค่า ISO: 800 - 1600 (ถ้ามืดมากให้ปรับสูงขึ้น แต่ระวังภาพแตก) Shutter Speed 5 - 12 วินาที (ขึ้นอยู่กับความไวของแสงเหนือ) จากนั้นปรับ Focus เป็น Infinite (อินฟินิตี้) เพื่อให้เก็บแสงสว่างของดวงดาวและแสงเหนือได้ชัดที่สุด
** Tips: หากต้องการถ่ายรูปตัวคุณคู่กับแสงเหนือ ให้ใช้ไฟฉายจากมือถืออีกเครื่อง ส่องสว่างไปที่คุณแบบเร็ว ๆ (Light Painting) ในระหว่างที่กล้องกำลังเปิดหน้ากล้องอยู่ จะช่วยให้ใบหน้าของคุณสว่างชัดเจนขึ้นท่ามกลางความมืด
แชร์ทริคเช่าชุดกันหนาวหนาพิเศษ (Extreme Winter Gear) ในแคนาดา
แม้ความสวยของแสงเหนือจะดึงดูดใจ แต่หลายคนก็อดกังวลกับความหนาวระดับ -30 องศาฯ ไม่ได้ แต่สำหรับคนไทยที่ไม่ได้เดินทางไปท้าทายลมหนาวระดับติดลบอยู่บ่อยครั้ง ชับบ์ มีเคล็ดลับเตรียมจัดกระเป๋าเสื้อผ้าแบบงบไม่บานปลาย และไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางมาเป็นไอเดียให้คุณ
- เช่าดีกว่า: ที่ Yellowknife และ Whitehorse มีบริการเช่า Extreme Winter Gear (เสื้อพาร์กา, กางเกงกันลม, บูทลุยหิมะกันความหนาวได้ถึง -40°C) ซึ่งทั้งหาซื้อยากและราคาแพงในบ้านเรา การเช่าจึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า
- Layering System: การแต่งตัวแบบ 3 เลเยอร์ จะช่วยให้คุณรับมือกับความหนาวระดับติดลบได้ดี แนะนำให้เตรียม Base Layer (ลองจอน หรือ Heattech) เกรดหนาพิเศษ และเสื้อชั้นกลาง (Fleece หรือ Down) เพื่อเก็บความร้อนให้กับร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
- แผ่นแปะความร้อน (Heat Packs): ควรเตรียมแผ่นแปะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้มากเพียงพอ โดยเฉพาะคนขี้หนาว ทั้งสำหรับใส่ในถุงมือ เสื้อผ้า และรองเท้า จะช่วยให้ร่างกายทนกับความหนาวระดับติดลบได้ดียิ่งขึ้น
ความสวยงามอลังการของ “แสงเหนือในแคนาดา” เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุ้มค่าแก่การไปสัมผัส แต่ทริปนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมลุยหิมะที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด หรือการเจ็บป่วยจากสภาวะความเย็นจัด (Hypothermia) ได้ง่าย
เดินทางล่าแสงเหนืออย่างมั่นใจไปกับ ประกันเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุระหว่างกิจกรรมฤดูหนาว การเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทริปตะลุยแคนาดาของคุณเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ประทับใจ