Skip to Main Content

Turbulence คืออะไร? เครื่องบินตกหลุมอากาศเกิดจากอะไร อันตรายไหม

ภาพเครื่องบินโดยสารบินผ่านเมฆในชั้นบรรยากาศเกิดการสั่นสะเทือนจากหลุมอากาศ

ใครที่เคยนั่งเครื่องบินแล้วรู้สึกว่าลำตัวเครื่องสั่น โยกขึ้น-ลงอย่างกะทันหัน หรือรู้สึกเหมือน "ตก" ลงไปชั่วขณะ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า "หลุมอากาศ" หรือในภาษาอังกฤษว่า Turbulence  ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักเดินทางโดยเครื่องบินทั่วโลกต่างคุ้นเคย แต่หลายคนยังสงสัยว่า Turbulence คืออะไรกันแน่ อันตรายจริงหรือเปล่า และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์นี้?

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเรื่องเครื่องบินตกหลุมอากาศอย่างครบถ้วน ตั้งแต่สาเหตุ ระดับความรุนแรง ไปจนถึงวิธีรับมือ เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างสบายใจทุกครั้ง

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

Turbulence คืออะไร?

Turbulence  หรือหลุมอากาศ คือปรากฏการณ์ที่กระแสลมในชั้นบรรยากาศมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วหรือทิศทางอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เครื่องบินสั่นสะเทือนหรือโยกขึ้น-ลงโดยไม่คาดคิด โดย "หลุมอากาศ" ที่พูดถึงนั้นไม่ได้เป็นหลุมจริง ๆ แต่เป็นบริเวณอากาศที่มีความหนาแน่นและความเร็วแตกต่างกัน เมื่อเครื่องบินบินผ่านชั้นอากาศที่ไม่เสถียรเหล่านี้ จึงเกิดแรงกระแทกทำให้รู้สึกเหมือนเครื่องบินกำลังตกลง หรือลอยขึ้นชั่วขณะ พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่หลายคนรู้สึกตกใจ

อุปมาอุปไมยที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ การนั่งเรือในทะเลที่มีคลื่นสูงต่ำ เมื่อเรือแล่นผ่านคลื่น ลำเรือก็ย่อมโยกขึ้น-ลงตามแรงน้ำ เครื่องบินก็เช่นกัน เพียงแต่แทนที่จะเป็นน้ำ สิ่งที่ทำให้โยกคือกระแสอากาศในชั้นบรรยากาศ

เครื่องบินตกหลุมอากาศจากกระแสลมในชั้นบรรยากาศ

เครื่องบินตกหลุมอากาศเกิดจากอะไร?

หลุมอากาศไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่เกิดได้จากหลายปัจจัยทางธรรมชาติ ดังนี้

1. Thermal Turbulence  (ความร้อน)

เกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศร้อนและมวลอากาศเย็น อากาศร้อนที่ลอยขึ้นจากพื้นดินในเวลากลางวันและอากาศเย็นในชั้นสูงสร้างกระแสอากาศไม่เสถียร โดยเฉพาะในเส้นทางที่บินผ่านเขตร้อนหรือบินในช่วงบ่ายที่ความร้อนพื้นดินสูง

2. Frontal Turbulence  (แนวปะทะมวลอากาศ)

เกิดบริเวณที่มวลอากาศต่างอุณหภูมิปะทะกัน เช่น บริเวณหน้าพายุหรือแนวอากาศ ทำให้เกิดการปั่นป่วนในชั้นบรรยากาศ นักบินสามารถตรวจจับได้จากเรดาร์และอาจเบี่ยงเส้นทางหลีกเลี่ยง

3. Mechanical Turbulence  (ภูมิประเทศ)

เกิดจากลมพัดปะทะกับสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาหรือแนวเกาะ ทำให้กระแสลมวนและเกิดความปั่นป่วนบริเวณด้านหลังภูเขา เรียกอีกชื่อว่า Mountain Wave Turbulence  ซึ่งนักบินมักคาดการณ์ได้จากเส้นทางบิน

4. Convective Turbulence  (พายุฝนฟ้าคะนอง)

เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองที่สร้างกระแสลมขึ้น-ลงอย่างรุนแรงในบริเวณกลุ่มเมฆพายุ ซึ่งนักบินสามารถตรวจพบได้ด้วยเรดาร์อากาศและมักหลีกเลี่ยงการบินเข้าใกล้

5. Clear Air Turbulence  – CAT (อากาศแจ่มใส)

นี่คือประเภทที่อันตรายและคาดเดาได้ยากที่สุด CAT เกิดขึ้นในบริเวณที่อากาศแจ่มใสไม่มีเมฆ แต่กระแสลมเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างขอบนอกของ "กระแสลมกรด" (Jet Stream) กับบริเวณสภาพอากาศปกติ ทำให้นักบินไม่สามารถมองเห็นหรือตรวจจับด้วยเรดาร์ได้ล่วงหน้า ส่งผลให้ผู้โดยสารเผชิญกับการสั่นสะเทือนโดยไม่ได้รับการแจ้งเตือน

ระดับความรุนแรงของ Turbulence  ตั้งแต่ระดับเบาจนถึงรุนแรงมาก

ระดับความรุนแรงของหลุมอากาศมีกี่ระดับ?

องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แบ่งระดับความรุนแรงของหลุมอากาศออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 หลุมอากาศแบบเบา (Light Turbulence )

เครื่องบินสั่นสะเทือนเล็กน้อย อาจรู้สึกไม่สบายตัว แต่ยังสามารถเดินในเครื่องได้อยู่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่มักไม่รู้สึกตกใจมากนัก ถือเป็นระดับที่พบบ่อยที่สุดในเที่ยวบินทั่วไป

ระดับที่ 2 หลุมอากาศแบบปานกลาง (Moderate Turbulence )

เครื่องบินสั่นมากขึ้น ผู้โดยสารอาจถูก "ยก" ออกจากที่นั่งเล็กน้อยหากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย วัตถุหรือเครื่องดื่มอาจหกหล่น ลูกเรือที่กำลังเดินอาจต้องจับราวหรือนั่งลง

ระดับที่ 3 หลุมอากาศแบบรุนแรง (Severe Turbulence )

เครื่องบินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เปลี่ยนระดับความสูงอย่างฉับพลัน ผู้โดยสารที่ไม่ได้คาดเข็มขัดมีความเสี่ยงบาดเจ็บจากการถูกยกขึ้นกระแทกเพดาน หรือหกล้มได้ ระดับนี้พบได้น้อยกว่า แต่เป็นระดับที่ข่าวหลายกรณีรายงาน เช่น เหตุการณ์เที่ยวบิน SQ321 ของ Singapore Airlines ในปี 2024

ระดับที่ 4 หลุมอากาศแบบสุดขีด (Extreme Turbulence )

เกิดขึ้นน้อยมาก แต่เมื่อเกิดแล้วนักบินอาจไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ชั่วคราว เครื่องบินถูกโยนขึ้น-ลงอย่างรุนแรงและอาจสร้างความเสียหายต่อตัวเครื่อง

เครื่องบินตกหลุมอากาศโดยทั่วไปแล้วไม่อันตราย

เครื่องบินตกหลุมอากาศอันตรายไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ โดยทั่วไปแล้ว "ไม่อันตราย" ต่อตัวเครื่องบิน เพราะเครื่องบินพาณิชย์ทุกลำได้รับการออกแบบและทดสอบให้รองรับแรงกระแทกจากหลุมอากาศในระดับสูงมากอยู่แล้ว โครงสร้างของเครื่องสามารถบิดตัวและรับแรงได้โดยไม่เสียหาย

อย่างไรก็ตาม อันตรายที่แท้จริงจากหลุมอากาศไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องบิน แต่อยู่ที่ผู้โดยสารและลูกเรือที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ในกรณีที่เกิดหลุมอากาศรุนแรงโดยไม่มีการแจ้งเตือน ผู้ที่ลุกเดินอยู่ในเครื่องหรือไม่ได้รัดเข็มขัดมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกยกขึ้นกระแทกเพดาน บาดเจ็บที่ศีรษะ หรือหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บจากหลุมอากาศในทุกกรณีที่รายงาน

นอกจากนี้ หลุมอากาศยังส่งผลต่อสภาพจิตใจด้วย ผู้โดยสารบางรายอาจเกิดความเครียด หัวใจเต้นเร็ว หรือนำไปสู่อาการกลัวการขึ้นเครื่องบิน (Aviophobia) ในระยะยาวได้

 

วิธีรับมือเมื่อเครื่องบินตกหลุมอากาศ

เมื่อเผชิญกับหลุมอากาศ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "มีสติ" และปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • รัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่นั่ง แม้ไฟสัญญาณเข็มขัดยังไม่ติด ผู้เชี่ยวชาญและลูกเรือทั่วโลกแนะนำให้รัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนเครื่องบิน เพราะหลุมอากาศโดยเฉพาะประเภท CAT อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
  • อย่าลุกเดินหรือยืนขณะเกิดการสั่นสะเทือน ให้นั่งลงและรัดเข็มขัดทันที หากกำลังอยู่ในห้องน้ำให้นั่งหรือเกาะราวให้มั่นคง
  • ปฏิบัติตามคำสั่งลูกเรือ เพราะนักบินและลูกเรือได้รับการฝึกฝนเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้โดยเฉพาะ ไม่ควรตื่นตระหนกหรือลุกขึ้น
  • ควบคุมลมหายใจ หายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อลดความวิตกกังวล และเตือนตัวเองว่าเครื่องบินออกแบบมาให้รองรับสถานการณ์นี้ได้
  • หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของบนถาดหรือพื้นระหว่างเดินทางในเส้นทางที่อาจพบหลุมอากาศบ่อย เพราะสิ่งของอาจตกและก่อให้เกิดอันตรายได้

 

เส้นทางบินที่พบหลุมอากาศบ่อย

ไม่มีเส้นทางบินใดที่ปลอดหลุมอากาศ 100% แต่มีบางเส้นทางที่พบบ่อยกว่าเนื่องจากสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ เช่น เส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา เส้นทางที่บินผ่านเทือกเขาหิมาลัยหรือเทือกเขาแอนดีส รวมถึงเส้นทางในแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีพายุฝนฟ้าคะนองบ่อย สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เส้นทางที่ผ่านโซนพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ก็มีโอกาสพบหลุมอากาศสูงกว่าปกติ

นักบินในห้องควบคุมเครื่องบินตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศก่อนเผชิญหลุมอากาศ

นักบินรับมือกับหลุมอากาศอย่างไร?

ก่อนทำการบินทุกครั้ง นักบินจะศึกษาข้อมูลสภาพอากาศจากเอกสารประกอบการบิน (Flight Folder) และข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเพื่อประเมินเส้นทาง ระหว่างบินนักบินจะรับข้อมูลอัปเดตสภาพอากาศจากศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ และรายงานจากเครื่องบินลำอื่นที่บินผ่านเส้นทางเดียวกัน

หากตรวจพบหลุมอากาศล่วงหน้า นักบินจะแจ้งเตือนผู้โดยสาร ติดไฟสัญญาณเข็มขัดนิรภัย และอาจขอเปลี่ยนระดับบินหรือเบี่ยงเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ Clear Air Turbulence  (CAT) ที่ไม่ปรากฏบนเรดาร์ นักบินอาจไม่ทราบล่วงหน้า ทำให้บางครั้งผู้โดยสารเผชิญกับการสั่นสะเทือนอย่างกะทันหัน

 

การตกหลุมอากาศเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ 100% เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางโดยเครื่องบินทุกครั้ง ควรเพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการ ซื้อประกันการเดินทางจากชับบ์ Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242

**อ้างอิง: Federal Aviation Administration (FAA) – Turbulence  International Air Transport Association (IATA) – Safety Report

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: Turbulence  จะทำให้เครื่องบินตกหรือเปล่า?

A: โดยทั่วไปแล้วไม่มีโอกาสที่หลุมอากาศจะทำให้เครื่องบินตกจากท้องฟ้า เครื่องบินพาณิชย์ทุกลำถูกออกแบบและทดสอบให้รับแรงกระแทกจากหลุมอากาศในระดับสูงได้ โครงสร้างมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ความเสี่ยงจริง ๆ อยู่ที่ผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดซึ่งอาจบาดเจ็บจากการกระแทก

Q: ช่วงเวลาไหนของปีที่พบหลุมอากาศบ่อยที่สุด?

A: ไม่มีช่วงเวลาตายตัว แต่โดยทั่วไปในช่วงฤดูร้อนที่ความร้อนพื้นดินสูงจะพบ Thermal Turbulence  บ่อยขึ้น ส่วนในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงพายุมรสุม เส้นทางบินในแถบร้อนชื้นจะมีโอกาสเจอ Convective Turbulence  จากพายุฝนฟ้าคะนองมากกว่า ทั้งนี้ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ความถี่และความรุนแรงของ Clear Air Turbulence  เพิ่มขึ้นในระยะหลัง

Q: ที่นั่งไหนในเครื่องบินสั่นน้อยที่สุดเมื่อเจอหลุมอากาศ?

A: โดยทั่วไปที่นั่งบริเวณกลางเครื่องใกล้ปีกเครื่องบินจะรู้สึกสั่นน้อยกว่า เนื่องจากปีกเป็นจุดรับน้ำหนักหลักของลำตัวเครื่อง ส่วนที่นั่งท้ายเครื่องมักรู้สึกสั่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะนั่งแถวไหน การรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาสำคัญที่สุด

Q: เครื่องบินตกหลุมอากาศระยะเวลานานแค่ไหน?

A: หลุมอากาศส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที นักบินมักพยายามเปลี่ยนระดับบินหรือเส้นทางเพื่อออกจากบริเวณอากาศปั่นป่วนให้เร็วที่สุด ในบางกรณีที่บริเวณพายุกว้าง อาจนานกว่าปกติ แต่นักบินจะแจ้งให้ทราบและพยายามหาเส้นทางที่สั้นกว่าอยู่เสมอ

Q: ถ้าคลื่นไส้หรือกลัวมากเมื่อเจอหลุมอากาศ ควรทำอย่างไร?

A: ให้รัดเข็มขัดไว้ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นมองไปที่จุดนิ่งภายนอกหน้าต่างหรือปิดตาและหายใจช้า ๆ เพื่อลดอาการคลื่นไส้ หากกังวลมากสามารถพูดคุยกับลูกเรือซึ่งผ่านการฝึกมาเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจขึ้น สำหรับผู้ที่มีอาการกลัวการขึ้นเครื่องบิน (Aviophobia) อาจปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม