Skip to Main Content

12 ที่เที่ยวมาเลเซียห้ามพลาดปี 2026 เที่ยวได้ทุกซีซั่น ครบทุกสไตล์

สถานที่เที่ยวมาเลเซีย สัมผัสพหุวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์

ใครอยากเที่ยวต่างประเทศที่มีธรรมชาติที่สวยงามไปพร้อมสัมผัสพหุวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ ไม่ต้องลางานยาวแค่มีวันหยุด 3 วันก็บินตรงหรือขึ้นรถไฟไปเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ‘มาเลเซีย’ เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ชับบ์แนะนำ 12 สถานที่เที่ยวมาเลเซีย ที่เดินทางไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาลและจัดกระเป๋าเดินทางง่าย เพราะสภาพอากาศใกล้เคียงกับภาคใต้บ้านเรา หากคุณสงสัยว่า “เที่ยวมาเลเซียเดือนไหนดี” บอกเลยว่า เดือนเมษายนถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ว่าแล้วก็เตรียมแผนเที่ยวมาเลเซียให้พร้อม แล้วอย่าลืมซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของชับบ์ไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ

 

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

1. คาเมรอน ไฮแลนด์ (Cameron Highlands)

คาเมรอนไฮแลนด์ ไร่ชาสีเขียว ที่เที่ยวมาเลเซีย

แม้ประเทศมาเลเซียจะอยู่ในเขตภูมิอากาศที่มีลักษณะร้อนชื้นและฝนตกชุกเป็นส่วนใหญ่ และเพราะฝนนั่นเองที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาเลเซียตอนเหนือมีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะที่คาเมรอน ไฮแลนด์ มีไร่ชาสีเขียวสดให้คุณสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่น พร้อมดื่มชารสชาติดี และมีคาเฟ่เก๋ ๆ นั่งชิลล์ให้คุณดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ ไร่ชา BOH Sungai Palas Tea Centre ที่เปิดให้เดินชมฟรี พร้อมคาเฟ่ริมหน้าผาที่วิวสวยสุด ๆ และ Mossy Forest ป่าดึกดำบรรพ์อายุกว่า 200 ล้านปีที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวขจี อุณหภูมิช่วงกลางวันอยู่ราว 15 ถึง 25 องศาเซลเซียส ควรเตรียมเสื้อกันหนาวบาง ๆ ติดตัวไปด้วย

 

2. ยอดเขาคินาบาลู (Kinabalu National Park)

ยอดเขาคินาบาลู อุทยานแห่งชาติซาบาห์

ใครที่เป็นสายลุยและชอบเดินเท้าเป็นชีวิตจิตใจ ‘ยอดเขาคินาบาลู’ เป็นจุดหมายหลัก ที่นักปีนป่ายอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต ทั้งยังมีวิธีขึ้นเขาให้เลือก 2 ทาง โดยแบ่งออกเป็นทางราบ (ระยะทางประมาณ 6 กม.) กับทางชัน (ระยะทางประมาณ 8 กม.) ก่อนจะพบกันที่จุดหมายปลายทางบนยอดเขา ที่ที่คุณจะเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติสดชื่นกว้างไกลสุดสายตา

ยอดเขาคินาบาลูมีความสูง 4,095 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในมาเลเซีย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO การพิชิตยอดเขาต้องมีใบอนุญาต (Climbing Permit) และต้องมีไกด์ท้องถิ่น โดยปกติใช้เวลา 2 วัน 1 คืน พักค้างที่ Laban Rata ก่อนขึ้นสู่ยอดเวลาตี 2 เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน เพราะโควตาจำกัดมาก

3. ถ้ำซาราวัค แซมเบอร์ (The Sarawak Chamber)

ถ้ำซาราวัค แซมเบอร์ สถานที่เที่ยวมาเลเซีย

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของคนรักธรรมชาติและคนรักการเดินป่า เพราะถ้ำซาราวัคแชมเบอร์เป็นห้องถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดตามพื้นที่ (ส่วนที่ใหญ่ที่สุดโดยปริมาตรคือ Miao Room ในประเทศจีน) ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ภายในอุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู มีความยาวประมาณ 600 เมตร กว้างประมาณ 435 เมตร และสูงราว 115 เมตรโดยประมาณ ถ้ำแห่งนี้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มุ่งมั่นจะพิชิตถ้ำขนาดมหึมา และเดินทางมาชมความงดงามอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติโดยรอบ แล้วยังเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี ใครอยากมาเที่ยวที่นี่ควรเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม และต้องมีประกันภัยเดินทางต่างประเทศเผื่อเจ็บป่วย หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้หมดกังวล

การเข้าชมต้องสำรองที่นั่งกับไกด์ที่ได้รับอนุญาตจากอุทยานล่วงหน้าเท่านั้น ทริปปกติกินเวลาราว 14 ถึง 16 ชั่วโมง เป็นการเดินป่าและลุยถ้ำที่ค่อนข้างหนัก เหมาะกับสายผจญภัยที่มีประสบการณ์

 

4. ถ้ำบาตู (Batu Caves)

ถ้ำบาตู บันได 272 ขั้น กัวลาลัมเปอร์

ถ้ำหินปูนเก่าแก่ที่เชื่อกันว่า มีอายุยาวนานกว่า 400 ล้านปีแล้ว ถ้ำบาตูเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู โดดเด่นในเรื่องของความสวยงามราวกับต้องมนต์สะกด ด้วยรูปปั้นพระขันธกุมารสีทองสง่าสูงราว 42 เมตร ในท่ายืนก่อนทางขึ้นบันไดที่ทอดยาวมากถึง 272 ขั้น ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นทางเดินขึ้นสู่สวรรค์ หากคุณพร้อมที่จะก้าวเดินไปบนเส้นทางศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล เราแนะนำให้เตรียมร่างกายและน้ำดื่มให้พร้อม เพราะคุณจะเหนื่อยระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ถ้ำบาตูอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์เพียง 13 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟ KTM Komuter จากสถานี KL Sentral ได้ในราว 30 นาที และเข้าชมฟรีไม่เสียค่าเข้า ที่นี่ยังมีเทศกาลไทปูซัม (Thaipusam) ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ดึงดูดผู้ศรัทธากว่า 1 ล้านคน การแต่งกายควรสุภาพ ปิดไหล่ และหัวเข่า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

 

5. สะพานลังกาวีสกาย (Langkawi Sky Bridge)

สะพานลังกาวีสกาย สถานที่เที่ยวมาเลเซียยอดนิยม

หนึ่งในสถานที่เที่ยวมาเลเซีย ที่จะทำให้คุณมองเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาแบบ 360 องศาฯ โดยคุณสามารถเดินชมบรรยากาศทุกอย่างได้บนสะพานลังกาวีสกายที่มีความยาวประมาณ 125 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต แถมยังตั้งอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูลบ้านเราเพียง 4 กม. เท่านั้น

การเดินทางขึ้นสะพานต้องนั่ง Langkawi SkyCab กระเช้าลอยฟ้าชันที่สุดของโลกมุมเอียงกว่า 42 องศาก่อน และถ้าคุณกลัวความสูงมาก ๆ ลังกาวียังเปิดบริการ SkyGlide ลิฟต์ขึ้นสะพานเพื่อความสะดวกด้วย เปิดให้บริการทุกวัน 09.30 ถึง 19.00 น. และอย่าลืมว่าคนไทยเดินทางมาลังกาวีได้สะดวก มีเรือเฟอร์รี่ออกจากท่าเรือตัมมะลังในสตูลถึงลังกาวีวันละหลายรอบ

 

6. เกาะราวา (Rawa Island)

เกาะราวา เกาะขนาดเล็กที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

เกาะราวา หรือ ‘เกาะปูเลา’ เป็นเกาะขนาดเล็กที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสีคราม และหาดทรายสีขาวสะอาดตา บนเกาะแห่งนี้จะมีที่พักอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น แต่ครบครันด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น ดำน้ำดูปะการัง เล่นวินด์เซิร์ฟ เล่นบอลชายหาด หรือจะพายเรือแคนูก็ยังได้ ใครเป็นสายดำน้ำดูธรรมชาติใต้ท้องทะเล เกาะราวาต้องอยู่ในเช็กลิสต์ในช่วงซัมเมอร์

การเดินทางเริ่มที่ท่าเรือเมอร์ซิง (Mersing) ในรัฐยะโฮร์ ใช้เรือสปีดโบ๊ทประมาณ 30 นาทีก็ถึงเกาะ ช่วงที่ดีที่สุดคือเดือนมีนาคม-ตุลาคม เพราะในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) ทะเลจะค่อนข้างแรงและที่พักส่วนใหญ่จะปิดให้บริการ

 

7. เกาะเปอร์เฮนเทียน (Perhentian Islands)

สถานที่เที่ยวมาเลเซีย เกาะเปอร์เฮนเทียน เกาะน้ำทะเลใส

อีกหนึ่งหมู่เกาะขนาดเล็กที่ถูกยกให้เป็นเกาะสวยงาม แบ่งโซนออกเป็น 2 โซน คือเกาะเล็ก และเกาะใหญ่ ต่างกันที่กิจกรรมและรูปแบบของที่พัก แต่เหมาะกับการพากลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคนรักไปดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติเป็นอย่างมาก พร้อมกิจกรรมริมหาดที่เปิดโอกาสให้คุณได้ผ่อนคลายแบบสบาย ๆ

 

8. อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park)

อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู มรดกโลก UNESCO สถานที่เที่ยวมาเลเซียที่มีเอกลักษณ์

เอาใจสายเดินป่าและนักสำรวจถ้ำด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลูตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว (Borneo) รัฐซาราวัก (Sarawak) และเป็นอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบหน้าผาหินปูนสูงชัน โดยถ้ำที่มีชื่อเสียงของที่นี่คือ ‘ถ้ำซาราวัก แชมเบอร์’ (Sarawak Chamber) ถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดถึงขนาดที่มีคำกล่าวว่า ถ้ำนี้สามารถจอดเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 40 ลำได้เลย นอกจากนี้ ภายในอุทยานยังเต็มไปด้วยถ้ำน้อยใหญ่อีกมากมาย ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพื้นที่สูงต่ำของภูเขาหินปูนที่แปลกตา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

อุทยานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO และไฮไลต์ห้ามพลาดอีกอย่างคือ "Bat Exodus" ที่ถ้ำ Deer Cave ซึ่งในช่วงเย็นราว 17.00 ถึง 18.30 น. จะมีค้างคาวหลายล้านตัวบินออกจากถ้ำพร้อม ๆ กันเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก นอกจากนี้ยังมี The Pinnacles เสาหินแหลมยักษ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมาเลเซียให้ขึ้นไปชมด้วย

 

9. เกาะสิปาดัน (Sipadan Island)

เกาะสิปาดัน จุดดำน้ำระดับโลก ที่ซาบาห์

บรรยากาศที่เกาะสิปาดันเหมือนยกหาดมัลดีฟส์อย่างมาก ทั้งหาดทรายสีขาวตัดกับเส้นขอบฟ้ายาวจนสุดสายตา ทั้งยังอุดมไปด้วยสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งยังเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยาก เช่น ฉลามวาฬ ปลาฉลามหัวค้อน และเต่าตนุ เสียแต่ที่นี่ยังไม่มีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้นอนค้างแรมได้เท่านั้น

เกาะสิปาดันได้รับการยกย่องจาก Jacques Cousteau ว่าเป็นหนึ่งใน "จุดดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก" ปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียจำกัดจำนวนนักดำน้ำไว้เพียง 178 คนต่อวันเพื่อรักษาระบบนิเวศ จึงต้องจองใบอนุญาต (Sipadan Permit) ล่วงหน้าผ่านรีสอร์ตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ผู้ที่ต้องการดำน้ำต้องมีใบประกาศนียบัตรดำน้ำ Open Water ขึ้นไป

 

10. วัดชินสวี (Chin Swee Caves Temple)

วัดชินสวี พระพุทธรูปท่ามกลางธรรมชาติและหมอกบนเขา

สถานที่ท่องเที่ยวมาเลเซียที่ห้ามพลาดแหล่งต่อมาคือ วัดชินสวี วัดลัทธิเต๋าที่ตั้งอยู่บนความสูง 4,600 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 18 ปี วัดชินสวีเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธเป็นอย่างมาก ทั้งยังถือเป็นสถานที่ห้ามพลาดก่อนขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเก็นติ้งไฮแลนด์ (Awana SkyWay) นอกจากทิวทัศน์โดยรอบจะสวยงามและร่มรื่นไปด้วยไม้ใหญ่ บรรยากาศภายในวัดยังสงบเงียบ ร่มเย็น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ภายในวัดประกอบด้วย เจดีย์ทรงจีน พระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ รูปเคารพเจ้าแม่กวนอิม หอชมวิว สถานปฏิบัติธรรม และร้านอาหารเจ แล้วยังมีรูปปั้นต่าง ๆ ที่เล่าเรื่องราวของนรก-สวรรค์ เทวดาและเหล่าเซียนมากมายตั้งเรียงรายบริเวณทางเดินเลียบภูเขา ทำให้วัดชินสวีเป็นสถานที่ห้ามพลาดของสายบุญและคนที่ต้องการความสงบในจิตใจ

 

11. กระเช้าลอยฟ้าเก็นติ้งไฮแลนด์ (Awana SkyWay)

กระเช้าลอยฟ้าเก็นติ้งไฮแลนด์ เที่ยวมาเลเซียชมวิวธรรมชาติจากมุมสูง

ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปเป็นครอบครัวหรือเพื่อนฝูง กระเช้าลอยฟ้าเก็นติ้งไฮแลนด์ที่สวยงามแห่งนี้เหมาะมากที่จะมาเยี่ยมชมทัศนียภาพสวย ๆ ของธรรมชาติจากมุมสูง ไม่ว่าจะเป็นผืนป่าฝนที่มีอายุประมาณ 130 ล้านปี อาคาร และเจดีย์ที่มีสีสันสวยงาม รวมถึงวัดชินสวีที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร พร้อมบริการสุดน่ารักเพราะเราสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ภายในกระเช้า เรียกว่าสะดวกสบายขั้นสุด

Awana SkyWay มีระยะทางรวม 2.8 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในกระเช้าที่ยาวและเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีให้เลือกทั้งแบบกระเช้ามาตรฐานและ Glass Gondola พื้นกระจกใสให้มองเห็นวิวเบื้องล่าง เปิดบริการ 07.00 ถึง 23.00 น. ด้านบนยังมีสวนสนุก Genting SkyWorlds และ Resorts World Genting อีกด้วย

 

12. สวนสนุกเลโก้แลนด์ (Legoland Malaysia)

สวนสนุกเลโก้แลนด์ ที่ท่องเที่ยวมาเลเซียยอดฮิต

ใครที่มีสมาชิกตัวน้อยร่วมทริปไปด้วย หรือแพ็กกระเป๋าเที่ยวมาเลเซียกับชาวแก๊ง เราขอแนะนำสวนสนุก Legoland ดินแดนท่องเที่ยวที่คุณจะได้พบกับของเล่นรูปทรงเสมือนตัวต่อเลโก้หลากหลาย ผจญภัยไปเครื่องเล่นมากมาย และสวนน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย ไม่ว่าจะลอยล่องสบายใจไปในสระ หรืออยากจะตื่นเต้นกับสไลเดอร์ที่แสนหวาดเสียวก็ได้ ซึ่งที่นี่ถือเป็นเมืองเลโก้ 1 ใน 6 ทั่วโลกในปัจจุบัน

Legoland Malaysia ตั้งอยู่ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู (Johor Bahru) รัฐยะโฮร์ ทางตอนใต้ของมาเลเซียติดกับสิงคโปร์ ประกอบด้วย 3 โซนหลักคือ Theme Park สวนสนุก, Water Park สวนน้ำ, และ SEA LIFE อะควาเรียม แถมยังมีโรงแรม Legoland Hotel ที่ตกแต่งด้วยธีมเลโก้ทั้งหมดให้พักผ่อน เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัว

เตรียมตัวก่อนเที่ยวมาเลเซียให้พร้อม

การเดินทางไปเที่ยวมาเลเซียในปี 2026 คนไทยถือพาสปอร์ตไทยเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน แต่ต้องไม่ลืมกรอก Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ออนไลน์ล่วงหน้าก่อนเดินทางถึงมาเลเซียภายใน 3 วัน ผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงเว็บไซต์ปลอมที่อาจหลอกเก็บข้อมูลส่วนตัว

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย สกุลเงินที่ใช้คือริงกิตมาเลเซีย (MYR) อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 ริงกิต เท่ากับ 8 บาทไทย (เรทอาจเปลี่ยนแปลง) การเดินทางจากไทยไปมาเลเซียทำได้หลายทาง ทั้งบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองสู่กัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที หรือนั่งรถไฟ ETS จากหาดใหญ่ไปจอร์จทาวน์และกัวลาลัมเปอร์ รวมถึงรถทัวร์ข้ามแดนที่สะดวกสบาย

ปักหมุดที่เที่ยวมาเลเซียที่อยากไป แท็กชวนชาวแก๊ง คนรู้ใจ หรือครอบครัวไปด้วยกัน แล้วอย่าลืมทำประกันเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ  โทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: Tourism Malaysia - Visit Malaysia, Immigration Department of Malaysia

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: คนไทยเดินทางเข้ามาเลเซียต้องขอวีซ่าหรือไม่?

A: คนไทยที่ถือพาสปอร์ตธรรมดาสามารถเดินทางเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า สามารถพำนักในมาเลเซียเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจได้สูงสุด 90 วัน แต่พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทางเข้า และต้องกรอกแบบฟอร์ม Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ออนไลน์ล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทางถึงมาเลเซีย

Q: Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) คืออะไร ต้องทำอย่างไร?

A: MDAC คือบัตรขาเข้าดิจิทัลของมาเลเซียที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าประเทศ โดยกรอกข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดการเดินทาง และที่พักในมาเลเซีย ผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย (imigresen-online.imi.gov.my/mdac) เท่านั้น โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และควรพิมพ์หรือบันทึกหน้ายืนยันไว้แสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

Q: เดินทางจากไทยไปเที่ยวมาเลเซียทำได้กี่วิธี?

A: มีหลายวิธีให้เลือกตามความสะดวก ทางอากาศสามารถบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ/ดอนเมืองสู่กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง โกตาคินาบาลู หรือลังกาวี ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ส่วนทางรถไฟนั่งรถไฟสายใต้ของไทยไปหาดใหญ่ แล้วเปลี่ยนรถไฟ ETS ของมาเลเซียจากสถานีปาดังเบซาร์ไปจอร์จทาวน์ กัวลาลัมเปอร์ ไปจนถึงยะโฮร์บาห์รู ส่วนทางบกสามารถเดินทางด้วยรถทัวร์ข้ามพรมแดนผ่านด่านสะเดาหรือด่านสุไหงโกลกได้

Q: ค่าใช้จ่ายเที่ยวมาเลเซีย 3 วัน 2 คืนประมาณเท่าไหร่?

A: งบประมาณขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยวและที่พัก โดยเฉลี่ยแบบประหยัดใช้งบประมาณ 8,000-12,000 บาทต่อคน (รวมตั๋วเครื่องบิน โรงแรมระดับกลาง อาหารและการเดินทาง) ส่วนแบบสะดวกสบายระดับกลางราว 15,000-25,000 บาทต่อคน หากเป็นทริปหรูพักโรงแรม 4-5 ดาว อาจอยู่ที่ 30,000 บาทขึ้นไป อย่าลืมเผื่อค่าช็อปปิงและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งด้วย

Q: เที่ยวมาเลเซียช่วงเทศกาลใดดีที่สุด?

A: มาเลเซียมีเทศกาลน่าสนใจตลอดทั้งปี ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์มีเทศกาลไทปูซัมที่ถ้ำบาตู และตรุษจีนที่คึกคักในจอร์จทาวน์และกัวลาลัมเปอร์ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นเทศกาลฮารีรายา และช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นเทศกาลมาเลเซียแห่งชาติพร้อมงาน Merdeka Day ในปี 2026 ภายใต้แคมเปญ Visit Malaysia 2026 ยังมีงานเทศกาลวัฒนธรรมพิเศษมากกว่า 300 งาน อย่างไรก็ตาม ควรเลี่ยงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) หากแพลนจะเที่ยวชายฝั่งตะวันออกและเกาะต่าง ๆ