Skip to Main Content

20 ที่เที่ยวลาวฉบับอัปเดต ไม่ต้องหยุดยาวก็เที่ยวได้ปี 2026

ที่เที่ยวลาวฉบับอัปเดต ไม่ต้องหยุดยาวก็เที่ยวได้

ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวบรรยากาศเงียบสงบเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ประเทศลาวเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่รอให้คุณไปสัมผัส ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวลาวส่วนใหญ่ยังคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมที่อบอุ่น และมีความใกล้ชิดกับคนไทย แถมยังเดินทางง่ายได้ด้วยเครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ และรถยนต์ส่วนตัว โดยไม่ต้องขอวีซ่า ขอแค่มีพาสปอร์ต (Passport) คุณก็สามารถเดินทางเข้า - ออกลาวได้ 30 วัน เที่ยวลาวด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ชับบ์รวม 20 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวลาวมาฝาก

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

อัปเดต! 20 ที่เที่ยวลาวยอดนิยมปี 2026 มีที่ไหนบ้าง?

ลาวเป็นประเทศที่มีเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง นอกจากจะไปพักผ่อนให้สบายใจแล้ว ยังเป็นที่ชื่นชอบของสายบุญเป็นอย่างมาก นั่นคือ หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ ปากเซ จำปาสัก และสะหวันนะเขต (เดินทางง่ายเพียงนั่งเรือข้ามฟากจากจังหวัดมุกดาหารประมาณ 20 นาที) ฯลฯ ชับบ์แนะนำให้เตรียมกระเป๋าเดินทางสัก 3 วัน 2 คืน แล้วไปเที่ยวลาวให้อิ่มบุญสุขใจกันดีกว่า 

หอพระบาง ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองลาว ที่เที่ยวลาวยอดฮิต

1. หอพระบาง (Haw Pha Bang)

หนึ่งในที่เที่ยวลาวยอดนิยม สายบุญต้องเดินทางไปการสักการะ ‘พระบาง’ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลาว พระบางเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรศิลปะขอมยุคหลังบายน ภายในหอพระแห่งนี้ยังมีพระพุทธนาคปรก 4 องค์ และกลองโบราณ หอพระบางอยู่ในพระราชวังหลวงพระบาง (Royal Palace) และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง (Museum Luang Prabang) ได้ทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 8.00 - 11.30 น. และ 13.30 - 16.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น.) ส่วนวันพฤหัสบดีจะปิดทำความสะอาดเวลา 15.00 น. ปัจจุบันค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 60,000 กีบ (ประมาณ 90 บาท) และต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม หรือเสื้อแขนกุดเข้าเขตพิพิธภัณฑ์เด็ดขาด

วัดเชียงทอง วัดเก่าแก่ ที่เที่ยวลาวที่ได้รับความนิยมสูง

2. วัดเชียงทอง (Wat Xiengthong)

วัดสำคัญที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศลาว ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว’ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช และเป็นศิลปะล้านช้างที่ยังคงความสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์ของวัดเชียงทองอยู่ที่ด้านหลังของพระวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอพระม่าน และหอพระพุทธไสยาสน์ ผนังด้านนอกตกแต่งลวดลายดอกไม้สวยงาม และทาพื้นด้วยสีชมพูกุหลาบ

น้ำตกตาดกวางสีสีมรกตที่เที่ยวลาวยอดฮิตในหลวงพระบาง

3. น้ำตกตาดกวางสี (Tat Kuang Si Waterfalls)

คนรักธรรมชาติต้องไม่พลาดน้ำตกหินปูนสีมรกตที่สวยงามราวต้องมนต์ ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุที่อยู่ในบริเวณน้ำตกที่ลดหลั่นลงมา 4 ชั้น ด้วยความสูง 75 เมตร น้ำตกตาดกวางสีโอบล้อมด้วยต้นไม้ และพรรณไม้ท้องถิ่นที่ดูร่มรื่นสบายตา อีกทั้งยังเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบางอีกด้วย สำหรับใครที่จะมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้เที่ยวช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม เพราะน้ำใสเป็นสีเขียวมรกตสวยที่สุด และสามารถเล่นน้ำได้ ส่วนในเขตเดียวกันยังมีศูนย์อนุรักษ์หมีดำ (Kuang Si Bear Rescue Centre) ให้เข้าชมฟรีอีกด้วย

ตักบาตรข้าวเหนียว กิจกรรมที่นักท่องชอบเวลามาเที่ยวลาว

4. ตลาดเช้า-ตักบาตรข้าวเหนียว หลวงพระบาง

อีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบเป็นอย่างมาก คือการเดินตลาดเช้าหลวงพระบาง ที่มีผัก – ผลไม้พื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่นให้เลือกชม ชิม ชอป กันอย่างจุใจ อาหารเช้าอร่อย และอาหารแปลก ๆ ก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน รวมถึงการตักบาตรข้าวเหนียวที่มีเสน่ห์ และเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบาง สะท้อนถึงวิถีชีวิตเรียบง่าย และยังยึดมั่นในประเพณีตามหลักศาสนาพุทธ โดยคุณสามารถแจ้งโรงแรม หรือที่พักให้ช่วยจัดเตรียมชุดตักบาตรเช้าได้อีกด้วย (หากมีให้บริการ) พิธีตักบาตรข้าวเหนียวเริ่มราว 05.30 - 06.30 น. ควรเงียบ และไม่ใช้แฟลชเพื่อไม่รบกวนพระสงฆ์ ที่สำคัญควรนั่งเพื่อให้อยู่ต่ำกว่าพระ เพราะเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวหลวงพระบางยึดถือมานานนับร้อยปี

พระธาตุหลวงเวียงจันทน์สีทอง ที่เที่ยวลาวสายบุญยอดฮิต

5. พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ หรือพระเจดีย์โลกะจุฬามณี (Pha That Luang Vientiane)

เที่ยวลาวทั้งทีต้องสักการะพระธาตุหลวงเพื่อเสริมสิริมงคล ตำนานเล่าว่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างนครเวียงจันทน์ โดยพระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ โดยพระไชยเชษฐาธิราชได้สถาปนาเวียงจันทน์เป็นราชธานีอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2103 (กว่า 465 ปี) และมีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นใหม่พร้อมขนานนามว่า ‘พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี’ แต่คนส่วนใหญ่นิยมเรียก ‘พระธาตุหลวง’ เป็นปูชนียสถานสำคัญของเวียงจันทน์ รวมไปถึงศูนย์รวมใจของคนลาวอีกด้วย โดยทุกช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานบุญพระธาตุหลวง ถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดของเวียงจันทน์ มีขบวนแห่ ตลาดนัดกลางคืน และการแสดงวัฒนธรรมตลอดสัปดาห์ ใครสนใจสามารถแวะมาเที่ยวกันได้

หอพระแก้วที่เที่ยวลาวที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

6. หอพระแก้ว (Haw Phra Kaew)

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งของลาว ทั้งยังเป็นที่เที่ยวลาวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เดิมวัดโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2108 โดยพระไชยเชษฐาธิราช เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตระหว่างปีพ.ศ. 2108 - 2322 และเป็นสถานที่บูชาส่วนตัวของพระองค์ (ก่อนจะสูญหายไปในสยามเมื่อปี พ.ศ. 2371) หอพระแก้วถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2479 จึงไม่มีพระสงฆ์อาศัยอยู่เหมือนกับวัดอื่น ๆ ในลาว กระทั่งในปี พ.ศ. 2513 วัดได้รับการดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ และที่เก็บวัตถุโบราณ พระพุทธรูุป และแท่นจารึก โดยจากระเบียงหอพระแก้วสามารถมองเห็นวังประธานาธิบดี และสวนได้อีกด้วย ทั้งยังมีค่าเข้าชมเพียง 5,000 กีบ (ประมาณ 20 บาทเท่านั้น)

ประตูชัยเวียงจันทน์แลนด์มาร์กที่เที่ยวลาวห้ามพลาด

7. ประตูชัย หรือประตูไซ (Patuxay Monument)

แลนด์มาร์กที่สำคัญของเวียงจันทน์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 - 2511 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสดุดีวีรชนผู้ร่วมรบ และประกาศเอกราชจากประเทศฝรั่งเศส โดยคำว่า ‘ไซ’ มาจากภาษาสันสกฤตว่า ‘ชยะ’ หมายถึง ‘ชัยชนะ’ นั่นเอง โดยการนำศิลปะล้านช้างมาใช้ในการออกแบบ และประดับตกแต่งด้วยสัตว์มงคลตามความเชื่อทางพุทธศาสนา

สวนพระ หรืออุทยานรูปปั้นที่เที่ยวลาวเชิงอนุรักษ์

8. สวนพระ (Buddha Park) หรือ วัดเชียงควน (Xieng Khuan Temple)

หากคุณชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้องไม่พลาดวัดเชียงควน หรือสวนพระ เพราะที่นี่ คืออุทยานรูปปั้น โดยมีรูปปั้นแบบต่าง ๆ ทั้งพระวิษณุ พระศิวะ พระอินทร์ และพระพุทธรูปต่างๆ กว่า 200 องค์ เรียงรายอยู่ภายในสวนพื้นที่สีเขียวทางธรรมชาติแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งภาพที่หาดูได้ยาก และไม่ควรพลาดในการเดินทางมาเที่ยวที่สวนพระให้ได้

ทะเลลาว ณ ท่าลาดที่เที่ยวลาวยอดฮิต

9. ท่าลาด (Tha Lath)

หรือที่รู้จักกันว่า ทะเลเมืองลาว อยู่ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทร์ไปประมาณ 80 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางราว 1.30 ชั่วโมง คุณจะได้พบกับทะเลเมืองลาว ที่เที่ยวลาวยอดฮิตของนักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่น เป็นเมืองที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  หลายคนจึงนิยมเรียก ‘ทะเลลาว’ เพราะมีกิจกรรมทางน้ำ ให้เล่นมากมาย อาทิ เจ็ตสกี แคมป์ปิ้ง ล่องเรือรับประทานอาหาร รวมถึงบ้านพักตากอากาศท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

สะพานส้มจุดเช็กอินสุดฮิต เมื่อมาเที่ยวลาวที่วังเวียง

10. สะพานส้ม (Orange Bridge)

เป็นสะพานสีส้มที่ทอดยาวไปถึงทางเข้าถ้ำจัง ด้วยเพราะเส้นทางเดินเท้าที่ทอดยาวราว 1 กิโลเมตร โดยมีถ้ำจังเป็นที่เที่ยวปลายทางที่อยู่รออยู่อีกฝั่ง ซึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำให้สะพานส้มกลายเป็นจุดถ่ายรูป และที่เที่ยวลาวสุดไฮป์ คือบรรยากาศโดยรอบที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขา ผาตั้ง และแม่น้ำไหลผ่านไม่ขาดสาย จึงถือเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การเดินทางไปให้ได้สักครั้ง

บลูลากูน สระน้ำสีฟ้าที่เที่ยวลาว

11. บลูลากูน (Blue Lagoon)

ถ้าไม่สามารถเที่ยวลาวช่วงฤดูหนาว ลองเปลี่ยนแผนมาเที่ยวในช่วงฤดูร้อนก็ได้ สำหรับท่านที่ตั้งใจอยากท่องเที่ยวเพื่อคลายร้อนที่ต่างประเทศ บลูลากูนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวลาวที่ต้องเดินทางมาเที่ยวสักครั้งให้ได้ ด้วยไฮไลต์สระน้ำสีฟ้าเย็นชื่นใจ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศลาวส่วนใหญ่เลือกเดินทางมาที่นี่เป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนบลูลากูนที่สุดคือตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงมีนาคมของปีถัดไป ปัจจุบันบลูลากูนมีทั้งหมด 4 จุด (Blue Lagoon 1 - 4) โดย Blue Lagoon 1 เป็นจุดดั้งเดิมที่คนเยอะที่สุด Blue Lagoon 2 อยู่ไม่ไกลจากจุดแรกมีระเบียงให้ขึ้นไปกระโดดน้ำ ส่วน Blue Lagoon 3 และ 4 จะเงียบ และมีธรรมชาติยังสมบูรณ์กว่า เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศส่วนตัว

ถ้ำจัง ที่เที่ยวลาวสุดอัศจรรย์ต้องไปให้ได้สักครั้ง

12. ถ้ำจัง (Jang Cave)

เดินข้ามฝั่งผ่านสะพานส้มที่ทอดยาวสุดสายตากันมาแล้ว เราจะพบกับอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวลาวที่สุดอัศจรรย์นั่นคือ ถ้ำจัง (จัง หมายถึงความอดทน) เพราะต้องเดินขึ้นบันได 147 ขั้น เป็นถ้ำที่มีขนาดกว้าง และค่อนข้างลึก ซึ่งภายในเราจะได้พบกับหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะแปลกตา แต่คงความสวยงาม และหาดูได้ยาก

แม่น้ำซอง ที่เที่ยวลาวสายธรรมชาติ

13. แม่น้ำซอง (Nam Song River)

สถานที่เที่ยวลาวที่คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตัวเอง พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่มีกลิ่นอายย้อนยุค สำหรับคนที่จะเที่ยวลาวด้วยตัวเอง และชื่นชอบการถ่ายภาพ แม่น้ำซองเปรียบเสมือนสถานที่ที่หยุดทุกอย่างไว้ เพื่อให้คุณได้ถ่ายภาพเก็บความทรงจำ และความประทับใจ นอกจากนี้ แม่น้ำซองยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมทางน้ำมากมาย ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมคือ การล่องห่วงยาง (Tubing) ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ให้เราได้เที่ยวแบบชิลอีกด้วย

น้ำตกตาดฟานจำปาสัก หนึ่งในที่เที่ยวลาวใต้ยอดนิยม

14. น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane Waterfall)

น้ำตกที่สูงที่สุด และสวยที่สุดแห่งหนึ่งในจำปาสัก เป็นที่มาของฉายา ‘สรวงสรรค์แห่งจำปาสัก’ ซึ่งมีความสูงมากกว่า 210 เมตร ในอดีตเคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟมาก่อน มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สายคือ Champi River และ Pak Koot River ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันกลางหุบเขาสีเขียวชอุ่ม ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดต้องมาช่วงฤดูฝนเพราะน้ำจะเยอะ และให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสายผาดโผนชื่นชอบเมื่อมาเยือนน้ำตกตาดฟานคือการชมวิวทิวทัศน์สัมผัสความตื่นเต้นขณะใช้บริการ Zipline

ปราสาทหินวัดพู หนึ่งในมรดกโลก โบราณสถานที่เที่ยวลาว

15. ปราสาทหินวัดพู (Vat Phou Temple complex)

ปราสาทหินวัดพูหรือวัดภูหนึ่งในมรดกโลก เป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศลาว ตั้งอยู่บนเนินเขาภูเก้า สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 สมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน ตัวปราสาทสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบเทวสถานขอม (คล้ายกับเขาพระวิหาร) สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระศิวะตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู โดยสมัยโบราณเคยใช้เป็นสถานที่แข่งเรือ และที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ พิธีกรรมกับความเชื่อต่าง ๆ ในอดีตบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นประเพณีทางศาสนา และความเชื่อของผู้คนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ ยังคงสืบทอดมาให้เห็นในทุกวันนี้  ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าร่วมประเพณีบุญนมัสการปราสาทหินวัดพู มีการทำบุญตักบาตร (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือเดือนกุมภาพันธ์)

โบสถ์คาทอลิกเซนต์เทเรซ่า สถาปัตยกรรมตะวันตก ที่เที่ยวลาวที่ไม่ควรพลาด

16. ลานตลาดเย็น สุกสะหวัน หรือจัตุรัสลานอเนกประสงค์ (Savanh Night Market)

อดีตอาคารสำนักงานของชาวตะวันตกที่เคยปกครองลาว มีห้างร้านขายสินค้าหลายแห่ง ตัวตลาดเย็นจึงล้อมรอบด้วยตึกทรงโคโลเนียลยุคล่าอาณานิคมฝรั่งเศส และมีโบสถ์คาทอลิกเซนต์เทเรซ่า (Saint Theresa Catholic Church) ตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของตลาดเย็น โดยผังเมืองเป็นตารางหมากรุก คนลาวเรียกที่นี่ว่า ‘ตลาดเย็น’ เพราะเมื่อถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นเป็นต้นไป สถานที่แห่งนี้จะมีร้านรวงต่าง ๆ เปิดให้บริการอย่างคึกคัก นอกจากนี้ หากเป็นเวลากลางวันคุณยังสามารถเดินชมชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่และคาเฟ่ในตึกเก่าน่าเช็กอินอย่าง Savan Café ได้อีกด้วย

พระธาตุอิงฮัง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ที่มาเที่ยวลาวห้ามพลาด

17. พระธาตุอิงฮัง (That Ing Hang)

หรือพระธาตุอิงรังสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรรุ่งเรือง (ราวปี พ.ศ. 600) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าสุมินทะลาด อีกหนึ่งบันทึกระบุว่า พระธาตุอิงฮังสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 400 และเป็นประธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนม ตามคำแนะนำของสมณทูตจากอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช  และอัญเชิญพระสารีริกธาตุจากกรุงราชคฤห์มาบรรจุไว้ภายในเจดีย์ โดยมีปรากฏอยู่ในตำนานอุงรังคนิทาน กล่าวถึงหลังพระพุทธเจ้าเสด็จประทับ ณ บริเวณภูกำพร้า (ปัจจุบันคือที่ตั้งของพระธาตุพนม) พระองค์ได้เสด็จไปประทับอิง (หรือพิง) ต้นรังใต้ พระธาตุบริเวณนี้จึงได้ถูกตั้งชื่อว่า ‘พระธาตุอิงฮัง’ ปัจจุบันนี้เป็นพระธาตุเพียงองค์เดียวในประเทศลาวที่ไม่ได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลายแต่อย่างใด คงไว้ซึ่งศิลปะเก่าแก่ของลาวไว้เป็นอย่างดี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมประเพณีงานบุญพระธาตุอิงฮัง ทุกขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1

หอพระไตรปิฎกกลางน้ำ หนึ่งในที่เที่ยวลาวเชิงวัฒนธรรม และศาสนา

18. หอพระไตรปิฎกกลางน้ำ (Hotay Pidok)

ตั้งอยู่ภายในวัดหนองลำจัน (วัดจันทะสาโร) เมืองจำพอน จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะต้องถอดรองเท้าไว้ด้านหน้าวัด เดินสำรวจเที่ยวชมวัดด้วยเท้าเปล่า ที่สำคัญต้องแต่งกายสุภาพ เช่น นุ่งผ้าซิ่น หรือผ้าเบี่ยง เป็นการเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาวแห่งนี้ หอพระไตรปิฎกแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเจ้าอาวาสและบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 19 โดยเจ้าอาวาสรุ่นถัด ๆ มา ภายในมีคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ทั้งหมด 219 เรื่อง รวมแล้วกว่า 2,391 ฉบับ ทั้งคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา และภูมิปัญญาความรู้ต่าง ๆ หอพระไตรปิฎกแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสืบสาน และรักษาวัฒนธรรมกับวรรณกรรมเก่าแก่ของลาวให้ชนรุ่นหลังเรียนรู้

บ้านต้นไม้ สายรักธรรมชาติห้ามพลาดกับที่มาเที่ยวลาวนี้

19. บ้านต้นไม้ (The Gibbon Experience)

หรือเขตรักษาพันธุ์ธรรมชาติบ่อแก้วสถานที่เที่ยวลาวเชิงธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าไว้ให้มากที่สุด โดยเราสามารถนอนพักค้างคืนบนบ้านต้นไม้ ชมหมู่บ้านชาวเขา และทำกิจกรรมท่ามกลางป่าเขาสุดลูกหูลูกตาได้แบบส่วนตัว

ถ้ำกองลอ ที่เที่ยวลาวสายคนรักการผจญภัย

20. ถ้ำกองลอ (Tham Kong Lo)

แขวงคำม่วนเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในลาวซึ่งเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ต้องไม่พลาดการล่องเรือหางยาวลอดถ้ำกองลอ และที่สำคัญต้องไม่ลืมพกไฟฉายไปด้วย เพื่อสัมผัสธรรมชาติและชื่นชมความสวยงามอย่างใกล้ชิด เพราะที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวลาวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติไว้ได้อย่างครบถ้วน ส่วนท่านที่อยากทำกิจกรรมในน้ำก็สามารถลงเล่นน้ำได้ได้อีกด้วย

 

อัปเดต! เดินทางไปเที่ยวลาวยังไงดี? รวมทุกเส้นทางปี 2026

ในปี 2026 การเดินทางไปลาวมีตัวเลือกหลากหลายกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเที่ยวลาวด้วยตัวเองหรือไปเป็นกลุ่มก็ตาม ลองเลือกเส้นทางที่ตรงกับสไตล์ของคุณได้เลย

  • เครื่องบิน: สะดวกที่สุด บินตรงจากกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ หรือดอนเมือง) ไปเวียงจันทน์ หรือหลวงพระบางใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที มีทั้งการบินไทย Thai AirAsia และ Lao Airlines
  • รถไฟตรง กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์: ขบวน 133/134 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เวลา 21.25 น. ถึงสถานีคำสะหวาด (Khamsavath) ในเวียงจันทน์เวลา 09.05 น. วันรุ่งขึ้น มีตู้นอนชั้น 2 ปรับอากาศ ราคาประมาณ 780 - 900 บาท แนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะตั๋วหมดเร็วมาก
  • รถไฟความเร็วสูงลาว-จีน (LCR): เปิดให้บริการตั้งแต่ธันวาคม 2021 ย่นเวลาจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงเหลือ 1 ชั่วโมง และไปหลวงพระบางเพียง 2 ชั่วโมง จากเดิมต้องนั่งรถบัส 8 - 10 ชั่วโมง รถไฟมีวันละ 5 ขบวน วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กม.ต่อชม. จองตั๋วผ่านแอป LCR Tickets หรือผ่านโรงแรม หรือตัวแทนได้ เพราะตั๋วเปิดขายล่วงหน้าเพียง 3 วันเท่านั้น
  • รถทัวร์: เหมาะสำหรับคนที่อยากประหยัด มีรถทัวร์จากหนองคาย มุกดาหาร และอุดรธานีข้ามไปยังเวียงจันทน์ และสะหวันนะเขตทุกวัน
  • รถยนต์ส่วนตัว: ขับข้ามสะพานมิตรภาพไทย - ลาว (หนองคาย - เวียงจันทน์) หรือสะพานที่มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ต้องเตรียมใบขับขี่สากล และทำประกันรถยนต์ข้ามแดน

เที่ยวลาวเดือนไหนดี? และ 5 เรื่องควรรู้ก่อนไปประเทศลาว

ออกไปเที่ยวลาว สัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรมและผู้คน

แม้จะเป็นประเทศที่ไม่ไกลจากประเทศไทย สามารถเดินทางไปถึงได้สะดวก และใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังสามารถใช้ภาษาสื่อสารเข้าใจได้ไม่ยาก แต่เหตุไม่คาดฝัน หรืออุปสรรคอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นจึงควรเตรียมความพร้อม และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศปลายทางให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะ 5 สิ่งหลักที่ใช้ได้กับทุกทริป ดังนี้

เที่ยวช่วงฤดูหนาว (เดือน พ.ย. - ม.ค.)

เพราะความสนุกของทริปเที่ยวคือการได้เดินเล่นเก็บบรรยากาศ และภาพความประทับใจ ยิ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นกำลังดี ยิ่งทำให้เพลิดเพลินกับการเดินถ่ายภาพมุมสวยได้มากยิ่งขึ้น การเที่ยวลาวส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ไปในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน แนะนำให้ตรวจเช็กสภาพอากาศก่อนออกเดินทางล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน เพราะลาวมักมีปัญหาเรื่องหมอกควันจากการเผาป่าค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะแถวหลวงพระบาง และวังเวียง ควรเช็กค่าฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปอย่าง IQAir ก่อนเดินทาง

เที่ยวลาวกี่วันดี?

หากต้องการเที่ยวลาวด้วยตัวเองในระยะเวลาที่เหมาะสม เราแนะนำระยะเวลาในการเที่ยวลาวประมาณ 3 วัน 2 คืน โดยในวันแรกยังเป็นช่วงที่เราเพิ่งเดินทางมาถึง อาจจะยังไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวได้ไม่เยอะ พอเข้าวันที่ 2 จึงค่อยเริ่มเดินทางไปเที่ยวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น และปิดท้ายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบางจุดในวันกลับ ระยะเวลานี้จึงเป็นทริปเดินทางท่องเที่ยวแบบพอเหมาะกำลังดี

karst-mountains-with-rice-paddies-laos

การแลกแลกเงินกีบ (Kip)

แม้ประเทศไทยกับลาวจะมีวัฒนธรรม และผู้คนที่คล้ายกันมาก แม้แต่ค่าเงินบาท (Baht) ก็สามารถใช้ในประเทศลาวได้ แต่เวลาซื้อสินค้า หรือบริการต่าง ๆ เราก็มักจะได้รับเงินทอนเป็นเงินกีบอยู่เสมอ ซึ่งอาจเป็นข้อเสียเปรียบ หากเป็นช่วงที่ค่าเงินไทยมีค่าแข็งกว่า สำหรับคนที่วางแผนเดินทางเที่ยวลาวหลายวัน เราขอแนะนำให้แลกเงินกีบไว้ และควรแลกที่ประเทศลาว เพราะจะช่วยให้เราได้อัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ากว่า อัปเดตปี 2026 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 บาท = 670 กีบ (ควรเช็กเรทล่าสุดที่ธนาคารแห่ง สปป. ลาวก่อนแลก) และถึงแม้ในเมืองใหญ่ร้านค้าเริ่มรับชำระผ่าน QR Code แล้ว แต่ร้านเล็กและตลาดยังต้องใช้เงินสดเป็นหลัก

เตรียม Internet SIM

สิ่งสำคัญที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวมีความสะดวกมากขึ้น คือสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ช่วยในการสื่อสาร และหาเส้นทางในการเดินทางเที่ยวลาว และช่วยรีวิวข้อมูลได้ในขณะเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันเราสามารถเลือกใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต้นทางอย่าง Roaming หรือเลือกใช้ Internet SIM ที่ซื้อในประเทศลาวก็ได้

การแต่งกาย

เสน่ห์เมืองลาวที่ทำให้นักท่องเที่ยวชื่นชอบ และชื่นชมจนถึงปัจจุบัน คือวัฒนธรรมการแต่งกายที่สุภาพเหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณเขตวัด ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ และศักดิ์สิทธิ์ของคนลาว เมื่อต้องเดินทางเที่ยวลาวเราควรมีเสื้อผ้าสีอ่อน และปกปิดมิดชิดพกติดไปด้วย หรือผ้าคลุมเพื่อใช้เปลี่ยนเป็นชุดยาวแทนกระโปรงก็ได้

นอกจาก 5 สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศลาวแล้ว ยังมีสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือการทำประกันการเดินทางไว้ล่วงหน้า เพื่อความอุ่นใจตลอดทริป

แนะนำให้ซื้อ ประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์  (Chubb Travel Insurance) พร้อมช่วยเหลือคุณในกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ทรัพย์สินสูญหาย หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในต่างแดน ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลในลาว บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ   โทร. 0 2611 4242

** อ้างอิง Immigration of Lao ,Tourismlaos

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: เที่ยวลาว 3 วัน 2 คืน ต้องใช้งบเท่าไหร่ถึงจะพอ?

A: งบเที่ยวลาวแบบประหยัดอยู่ที่ประมาณ 7,000 - 10,000 บาทต่อคน (รวมตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟไป-กลับ ที่พักระดับกลาง อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ และรถท้องถิ่น) ส่วนสไตล์สบาย ๆ พักโรงแรม 4 ดาวจะอยู่ที่ 15,000 - 20,000 บาท สำหรับสายหรูแนวรีสอร์ตบูติกในหลวงพระบางอาจเริ่มต้นที่ 25,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทศกาล และช่วงวันหยุดด้วย

Q: นั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปหลวงพระบางได้ไหม ต้องต่อกี่ต่อ?

A: สามารถนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯไปหลวงพระบางได้ โดยต้องต่อ 2 ขบวน ขั้นแรกขึ้นรถไฟขบวน 133 จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปถึงสถานีคำสะหวาด (เวียงจันทน์) ใช้เวลาราว 12 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถต่อไปยังสถานีรถไฟลาว – จีน สายเวียงจันทน์ (ห่างประมาณ 10 กิโลเมตร) แล้วขึ้นรถไฟความเร็วสูง LCR ต่อไปหลวงพระบางอีก 2 ชั่วโมง รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 16 - 18 ชั่วโมง แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าทั้ง 2 ขบวน

Q: ในลาวใช้แอปไหนเรียกรถ หรือหาที่พักได้บ้าง?

A: สำหรับเรียกรถในลาวมีแอปหลักคือ Loca (แอปสัญชาติลาว) และ inDrive (ที่มักราคาถูกกว่า) ใช้ได้ทั้งในเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง ส่วน Grab ไม่เปิดให้บริการในลาว ด้านการจองที่พัก ใช้ Agoda, Booking.com หรือ Airbnb ได้ตามปกติ ส่วนร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวแนะนำให้เช็กใน Google Maps และ Tripadvisor ก่อน

Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าลาวไหม และพาสปอร์ตต้องเหลืออายุเท่าไหร่?

A: คนไทยได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) เข้าลาวได้สูงสุด 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางเข้าประเทศ และต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 1 - 2 หน้าสำหรับประทับตรา หากต้องการอยู่นานกว่านั้นสามารถขอต่อวีซ่าได้สูงสุด 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในลาว

Q: ของกินของฝากจากลาวอะไรที่ห้ามนำเข้าประเทศไทย?

A: สิ่งที่ห้ามนำเข้าไทยจากลาวตามกฎหมายศุลกากร และกรมปศุสัตว์คือ เนื้อสัตว์สด เนื้อแปรรูป (ไส้กรอก หมูยอ เนื้อตากแห้ง) ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงผักผลไม้สดบางชนิด และพืชที่มีดินติดมาด้วย ส่วนของแห้ง เช่น กาแฟลาว ข้าวเหนียวแพ็คถุงสูญญากาศ ผ้าทอมือ เครื่องเงิน นำกลับได้ตามปกติ แนะนำให้แจ้งศุลกากรหากมีสินค้ามูลค่ารวมเกิน 20,000 บาท