Skip to Main Content

ตามรอย ‘แชงกรีล่า’ สัมผัสอาณาจักรแห่งศรัทธา ณ ประตูสู่หลังคาโลก

The ancient city of Shangri-La reflects in the water on a clear day, China

หากจะมีสถานที่ใดบนโลกที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก ชื่อของ ‘แชงกรีล่า’ (Shangri-La) คงเป็นหนึ่งในดินแดนยูโทเปียแห่งนั้น เมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาแห่งมณฑลยูนนาน ประเทศจีน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ตราตรึงใจผ่านการเดินทางที่จะพาเราไปสัมผัสกับจิตวิญญาณแห่งทิเบต วัฒนธรรมที่งดงาม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามราวกับอยู่ในสรวงสรรค์ ชับบ์ จะพาคุณไปสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของนครแชงกรีล่า เพื่อให้คุณเตรียมเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปค้นหาความสงบสุขแห่งชัมบาลาด้วยตัวเอง

**ข้อควรระวัง: การเดินทางไปเที่ยวแชงกรีล่าเป็นเส้นทางที่ท้าทายต่อร่างกายและจิตใจ สำหรับคนที่มีอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด หัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีความกังวลเรื่องสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง และอย่าลืมซื้อประกันเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) เพื่อความอุ่นใจตลอดทริป 

บันทึกประวัติศาสตร์จาก ‘จงเตี้ยน’ สู่ ‘แชงกรีล่า’

The ancient city of Shangri-La faces the valleys and green fields in spring

ดินแดนที่เรารู้จักในนาม ‘แชงกรีล่า’ ในปัจจุบันนั้น มีชื่อเดิมว่า ‘จงเตี้ยน’ (Zhongduan) เมืองโบราณที่ซ่อนเร้นอยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขาเหิงต้วน (Hengduan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ โดยคำว่า ‘จง’ หมายถึง ‘ศูนย์กลาง’ และ ‘เตี้ยน’ หมายถึง ‘ทุ่งหญ้า’ หรือ ‘อาณาจักร’ ที่ซึ่งวัฒนธรรมทิเบตได้หยั่งรากลึกลงบนผืนดินอย่างสงบสุขมานานกว่าพันปี ทั้งยังเป็นเมืองสำคัญบนถนนสายใบชาและอาชา (Ancient Tea Horse Road) เส้นทางการค้าโบราณที่สูงชันที่สุดในโลก ถนนซึ่งกองคาราวานหยุดพักแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างจีน ทิเบต และเอเชียใต้ ที่นี่จึงเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งชาวทิเบต, ชาวน่าซี, ชาวไป๋ และชาวฮั่น ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

Scenic view of mountains against sky, Shangri-La, China

จุดเปลี่ยนที่ทำให้จงเตี้ยนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2001 เมื่อรัฐบาลจีนเปลี่ยนชื่อเมืองจงเตี้ยนเป็น ‘แชงกรีล่า’ โดยได้แรงบันดาลใจจากดินแดนในฝันที่ซ่อนตัวอยู่ในหิมาลัยจากนวนิยายอมตะเรื่อง Lost Horizon ผลงานของ เจมส์ ฮิลตัน (James Hilton) นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการยอมรับว่า ดินแดนแห่งนี้มีความงดงามและความสงบสุข ดั่งที่เจมส์ได้พรรณนาภาพฝันไว้ในนวนิยายของเขา

ทว่าเบื้องหลังชื่ออันชวนฝันนั้น มีความจริงที่ซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะ เจมส์ ฮิลตัน ไม่เคยย่างเท้าสู่แผ่นดินจงเตี้ยนเลยสักครั้ง ภาพของแชงกรีล่าในจินตนาการของเขา ถือกำเนิดขึ้นจากการปะติดปะต่อเรื่องราวของนักสำรวจผู้กล้าหาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจเซฟ ร็อก (Joseph Rock) นักพฤกษศาสตร์และนักสำรวจชาวออสเตรีย-อเมริกัน ผู้บันทึกภาพจำเกี่ยวกับดินแดนลี้ลับแถบทิเบตและยูนนานไว้ให้โลกได้ประจักษ์ แชงกรีล่าในโลกวรรณกรรมของเจมส์จึงมิได้มีต้นกำเนิดจากเมืองจงเตี้ยนโดยตรง หากแต่เป็นจินตนาการที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นจากตำนานเล่าขานนั้นเอง

เรื่องราวของแชงกรีล่าจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “สรวงสวรรค์บนโลกมนุษย์” หรือ “ดินแดนในอุดมคติ” (Utopia) ที่ซ่อนเร้นจากโลกภายนอก ดินแดนที่จะนำพาผู้คนเข้าถึงความสงบสุขแห่งจิตวิญญาณ บ้างก็ยกย่องให้เป็น ‘ชัมบาลา’ แห่งสุดท้าย ดินแดนที่ผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบร่มเย็น มีคุณธรรม และมีความรุ่งเรืองทางด้านขนบธรรมเนียมและพุทธธรรม แต่ไม่ว่าคุณจะนิยามแชงกรีล่าแบบไหน สถานที่แห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวในฝันที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง

เที่ยวแชงกรีล่า เดือนไหนดีสุด

ช่วงเวลาที่รื่นรมย์ที่สุดในการเยี่ยมชมแชงกรีล่าคือ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - ตุลาคม) เพราะแชงกรีล่าตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 3,160 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงหนาวจัดในฤดูหนาว และอาจมีฝนตกบ่อยในฤดูร้อน ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจไปเที่ยวแชงกรีล่าช่วงเวลาใด แนะนำให้หลีกเลี่ยงวันหยุดนักขัตฤกษ์และเดือนสิงหาคมของทุกปี (ช่วงปิดเทอม) เพราะชาวจีนส่วนใหญ่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างเมืองและทำให้นักท่องเที่ยวหนาแน่น

การเดินทางไปแชงกรีล่า

A woman with a backpack walks on an old street in the ancient city, Shangri-La, China

มีตัวเลือกมากมายในการเดินทางไปแชงกรีล่า เขตปกครองตนเองชนชาติทิเบต ตี๋ชิ่ง (Diqing Tibetan Autonomous Prefecture) มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ขึ้นอยู่กับความต้องการและความสะดวกสบายของคุณ ได้แก่

  • เครื่องบิน: วิธีเดินทางสู่แชงกรีล่าที่รวดเร็วและสะดวกสบายที่สุด แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ ๆ อย่างคุนหมิง, ลี่เจียง, เฉิงตู และลาซา ลงสู่สนามบิน Diqing Shangri-La Airport (DIG) จากนั้นใช้บริการแท็กซี่ (Didi) หรือนั่ง Airport Shuttle Bus จากสนามบินไปยังเมืองเก่าแชงกรีล่าประมาณ 5.6 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 15 นาที
  • รถไฟความเร็วสูง: วิธีใหม่ที่สะดวกสบายและรวดเร็วสำหรับการเดินทางในมณฑลยูนนาน รถไฟจะออกเดินทางจากเมืองลี่เจียงไปลงที่สถานีรถไฟแชงกรีล่า (Shangri-la Railway Station) ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง หากคุณเดินทางจากคุณหมิงต้องนั่งรถไฟมาลงที่ลี่เจียงก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงไปยังแชงกรีล่า
  • รถบัส: นั่งรถบัสจากเมืองลี่เจียงไปยังแชงกรีล่าใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงาม

เมื่อเดินทางถึงสถานีรถไฟหรือสนามบิน คุณสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองเก่าจงเตี้ยน หรือเมืองเก่าตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient City) ศูนย์กลางของที่พัก ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ด้วยการใช้บริการแท็กซี่ (Didi) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด หรือจะนั่งรถเมล์ท้องถิ่นไปยังเมืองเก่าก็ได้เช่นกัน

4 สถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวห้ามพลาดใน ‘แชงกรีล่า’

ท่ามกลางความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบทิเบตดั้งเดิม วิถีชีวิตอันเรียบง่าย และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ดินแดนหลังคาโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับเหล่านักเดินทางผู้มอบประสบการณ์แปลกใหม่ หากคุณมีเวลาเราแนะนำ 4 สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ที่เปรียบดั่งหัวใจและจิตวิญญาณของแชงกรีล่า

ภูเขาหิมะสือข่า (Shika Snow Mountain)

Snowy peak of Shiga with Buddhist prayer flags, China

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ทางธรรมชาติ ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวทิเบต รายล้อมด้วยธงมนต์ (Prayer Flags) หลากสีสันตัดกับสีขาวของภูเขาหิมะสูงตระหง่าน โดยคำว่า ‘สือข่า’ (Shika) ในภาษาทิเบตหมายถึง “ภูเขาที่เต็มไปด้วยกวางแดง” สัตว์มงคลในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต และเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยกวางสีแดง ที่ชาวทิเบตเชื่อกันว่าจะนำพาโชคดีมาให้แก่ผู้ที่พบเห็น โดยอุทยานแห่งชาติระดับ 4A มีความสูงถึง 4,449 เมตร ด้วยความสูงระดับนี้ต้องขึ้นกระเช้าลอยฟ้า (Cableway) ถึงสองช่วงและใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตลอดทางคุณจะได้ชื่นชมกับวิวแบบพาโนรามาของภูเขาหิมะและทะเลสาบ Spiritual Rhino Lake ที่สวยงาม มองเห็นธารน้ำใสที่ไหลผ่านหุบเขาที่เกิดจากหิมะละลายบนยอดเขา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสน้ำในทะเลสาบจะสะท้อนสีครามของท้องฟ้าราวกับก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่ในทะเลสาบ การไปเยือนภูเขาหิมะสือข่าจะให้ความรู้สึกประทับใจและสงบสุข ราวกับการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งดินแดนแชงกรีล่าที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง

เมืองโบราณตู๋เค่อจง (Dukezong Ancient Town)

Young woman traveler walking in Dukezong Ancient Town, Shangri-la

หากภูเขาหิมะสือข่าคือความยิ่งใหญ่และความสวยงามของธรรมชาติ เมืองโบราณตู๋เค่อจง เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญทางการค้าและวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ในแบบแชงกรีล่า เมืองโบราณอายุกว่า 1,300 ปี เดิมเป็นศูนย์กลางการค้าขายและจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางการค้าชาและม้า (Tea-Horse Road) ในยุคโบราณ โดดเด่นด้วยอาคารไม้สไตล์ทิเบตโบราณ แม้เมืองนี้จะเคยประสบเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 2014 เหตุการณ์ร้ายแรงทางประวัติศาสตร์ได้ทำลายสิ่งปลูกสร้างและสถานที่สำคัญต่าง ๆ ลง แต่ทางการจีนก็ได้บูรณะเมืองขึ้นมาใหม่ให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด หมายความว่า บางพื้นที่ของเมืองแชงกรีล่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็สวยงามตระการตาดังเช่นภาพจำในอดีตนั่นเอง

เมื่อไปถึงเมืองโบราณแล้วควรเดินทางขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ ‘วัดกุยซาน’ (Guishan Temple) หรือ ‘วัดต้าฝอ’ (Dafo Temple) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เพื่อหมุน “กงล้อพระธรรมจักรทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก” มีความสูงกว่า 20 เมตร เชื่อกันว่าการได้หมุนกงล้อนี้จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลและความโชคดี ใครที่พักค้างคืนที่เมืองตู๋เค่อจงคุณจะได้เห็นเมืองเก่าที่เปลี่ยนเป็นดินแดนที่สวยงามราวกับเทพนิยาย เมื่อแสงไฟสีเหลืองสว่างไสวไปทั่วสถาปัตยกรรมโบราณ ทำให้เมืองนี้ได้รับสมญานามว่า “นครแห่งจันทรา” (Moonlight City) ที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการแสดงพื้นเมือง ชิมอาหารทิเบตดั้งเดิม เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมและของที่ระลึกเก๋ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยในมุมเมือง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่คุณจะได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวทิเบตในแชงกรีล่าอย่างลึกซึ้ง

วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery)

Songzanlin Monastery in Shangri-La surrounded by Tibetan architecture. china

เจ้าของฉายา “พระราชวังโปตาลาน้อย” แห่งมณฑลยูนนาน มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘วัดกุ้ยหัว’ วัดพุทธนิกายทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 1679 ในสมัยของทะไลลามะองค์ที่ 5 และมีสถาปัตยกรรมแบบทิเบตสวยงามแบบเดียวกับพระราชงวังโปตาลา วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ระดับความสูง 3,300 เมตรเหนือตัวเมืองแชงกรีล่า โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการและมีเอกลักษณ์ ล้อมรอบด้วยวิหารขนาดเล็กทั้ง 8 ทิศ การได้เดินเท้าขึ้นบันไดเพื่อไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ ภายในเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ และสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุมีค่า เช่น พระพุทธรูปทองคำ ตะเกียงทอง และพระคัมภีร์ทิเบตโบราณ ฯลฯ พร้อมกับฟังเสียงสวดมนต์ก้องกังวานของพระลามะนับร้อยรูป ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จิตใจสงบและรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

** เกร็ดความรู้: วัดซงจ้านหลิน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองแชงกรีล่าไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถประจำทาง รถแท็กซี่ หรือรถเช่าได้อย่างสะดวกสบาย บริเวณด้านหน้าของวัดมีทะเลสาบลาหมู่ยางชั่ว (Lamuyangcuo Lake) ซึ่งเป็นจุดที่นิยมถ่ายรูปวัดสะท้อนบนผิวน้ำ และมีข้อห้ามในการถ่ายภาพด้วยแฟลชภายในวัด เนื่องจากแสงแฟลชสามารถทำลายความสวยงามของภาพวาดได้

อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าชั่ว (Pudacuo National Park)

A horse drinks water from a lake in Pudukkottai National Park, Shangri-La, China

ดินแดนมหัศจรรย์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาแห่งแชงกรีล่า ตอบโจทย์ผู้ที่หลงรักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะคนที่หลงใหลการเดินป่า อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าชั่วก็ไม่ต่างอะไรกับดินแดนในฝันของเหล่านักเดินทาง อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนที่ตั้งขึ้นตามมาตรฐานการอนุรักษ์ระดับโลก และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางธรรมชาติ กินพื้นที่กว้างกว่า 1,313 ตารางกิโลเมตรเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ทะเลสาบสวยงามอย่าง ทะเลสาบซู่ตู (Shudu Lake) และทะเลสาบปี้ถ่า (Bita Hai Lake) ตลอดเส้นทางเดินไม้ที่ทอดตัวยาวคุณจะได้พบกับทุ่งหญ้าเขียวขจี ฝูงจามรีและม้าที่เล็มหญ้าอย่างอิสระ ป่าสนโบราณ และดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์จึงมอบความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายไม่เหมือนใคร

** เกร็ดความรู้: สำหรับใครที่อยากชมนกหายากและทุ่งดอกไม้หลากสีสัน ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) ดูจะตรงใจคุณมากที่สุด ช่วงเวลาที่ผืนป่าฟื้นคืนจากการหลับใหลใต้หิมะขาว ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีดอกไม้ป่าเล็ก ๆ บานสะพรั่งทั่วทั้งผืนป่า ทำให้อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าชั่วดูราวกับดินแดนของเหล่าแฟร์รี่ตัวน้อย

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางสู่แชงกรีล่า

ด้วยระดับความสูงเฉลี่ย 3,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้การเดินทางไปเยือนแชงกรีล่าต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อให้ทริปในฝันของคุณเป็นไปด้วยความสุขและสนุกสนาน เรามีเคล็ดลับดี ๆ ในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปแตะขอบฟ้าแชงกรีล่ามาฝาก ได้แก่

  • เคล็ดลับรับมือกับโรคแพ้ความสูง (Altitude Sickness - AMS): สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรรู้ คือเมื่อขึ้นไปอยู่บนที่สูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หลายคนอาจมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับ อาการมักจะเริ่มปรากฏใน 6-10 ชั่วโมงแรกหลังจากขึ้นที่สูง และสามารถหายเองภายใน 1-3 วัน

    เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้แล้ว แนะนำให้เคลื่อนไหวช้า ๆ ในวันแรกที่ไปถึง พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการออกแรงเยอะ ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ควรดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ ที่สำคัญก่อนเดินทางควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยา ‘Diamox’ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันอาการได้ และซื้อออกซิเจนกระป๋องขนาดพกพาจากร้านค้าท้องถิ่นติดตัวไว้เสมอ ใครมี Smartwatch ที่วัดออกซิเจนในเลือดได้ก็ช่วยได้เช่นกัน โดยค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) ปกติควรอยู่ระหว่าง 95-100% หากค่าต่ำกว่า 90% อาจบ่งชี้ถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ การสูดดมออกซิเจนกระป๋องจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น

  • การจัดกระเป๋า: ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่ซ้อนกันได้หลายชั้น เพราะอากาศบนแชงกรีล่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา กลางวันแดดแรงอาจจะร้อนจัด แต่ช่วงเช้าและกลางคืนอากาศหนาวเย็น มีหมอกบางในตอนเช้า โดยเฉพาะฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เช่น Heat tech และควรเช็คอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเดินทาง ควรเตรียมแว่นกันแดด ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA++++ หมวก ครีมทาผิว และลิปบาล์ม ที่สำคัญควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับการเดิน

  • เตรียมยารักษาโรค: ยาพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก ยาแก้วิงเวียนศีรษะ ยาทาแผล ยาดม ฯลฯ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางเพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิต โรคปอด โรคหัวใจ รวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ควรเตรียมยารักษาโรคประจำตัวไปด้วย

การเดินทางไปเที่ยว แชงกรีล่า เปรียบเสมือนเส้นทางที่จะพาคุณไปค้นพบความสงบสุขในจิตใจ สัมผัสวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกมานานนับพันปี และตื่นตาตื่นใจไปกับความยิ่งใหญ่งดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าคุณจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือไม่ ดินแดนแห่งนี้จะมอบความทรงจำที่ตราตรึง และเรียกหาให้คุณกลับไปอีกครั้งอย่างแน่นอน ที่สำคัญควรมี ประกันภัยเดินทางจากชับบ์ (Chubb Travel Insurance) เพื่อนรู้ใจที่พร้อมไปกับคุณทุกเส้นทาง พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป 


*แผนประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ อันเกิดจาก หรือสืบเนื่องจาก หรือเกิดขึ้นในขณะที่ (1) ไต่หน้าผาที่ต้องใช้เครื่องมือช่วย หรือ (2) ปีนเขาที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 3,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล