อัปเดต 21 สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ควรไปสักครั้ง ฉบับอัปเดตปี 2026
ชวนไปส่องความสวยงามของธรรมชาติอันเลื่องชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวจีน และเมืองโบราณจีนที่สวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ ชับบ์รวม 21 สถานที่ท่องเที่ยวจีน หมดกังวลเที่ยวจีน เมืองไหนดี? เพราะเราคัดเน้น ๆ เอาใจสายเที่ยวชิลล์ ๆ ด้วยตัวเอง หรือสายทัวร์กับครอบครัวก็สะดวกสบายไปอีกแบบ แต่จะให้ดีเที่ยวจีนอย่างอุ่นใจต้องมี ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ยืนหนึ่งเรื่องประกันการเดินทางที่พร้อมดูแลคุณในทุกทริปทั่วโลก เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ตะลุยแผ่นดินใหญ่กันเลย
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ชิงเต่า
- ฟูหรงเจิ้น (Furong Town)
- เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang)
- ซีอาน (Xian)
- ฉางซา (Changsha)
- ฉงชิ่ง (Chongqing)
- กุ้ยโจว (Guizhou)
- เฉิงตู (Chengdu)
- เสฉวน (Sichuan)
- กุ้ยหลิน (Guilin)
- คุนหมิง (Kunming)
- ต้าหลี่ (Dali)
- ลี่เจียง (Lijiang)
- ปักกิ่ง (Beijing)
- เซี่ยงไฮ้ (Shanghai)
- หางโจว (Hangzhou)
- ฮาร์บิน (Harbin)
- ซีนิง และทะเลสาบชิงไห่ (Xining & Qinghai Lake)
- ซานย่า ไหหนาน (Sanya, Hainan)
- ทิเบต (Tibet / Lhasa)
- เขาหวงซาน (Huangshan / Yellow Mountain)
1. ชิงเต่า (Qingdao)
"ชิงเต่า" (Qingdao) เป็นเมืองท่าสำคัญของจีน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในมณฑลซานตง รายล้อมด้วยขุนเขา สายน้ำ และชายหาดที่ทอดยาวกว่า 700 กิโลเมตร จึงทำให้เมืองนี้มีทัศนียภาพที่งดงามราวกับดินแดนในฝัน ในอดีตเมืองนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของเยอรมนีในช่วงศตวรรษที่ 20 จึงทำให้มีอาคารสไตล์ยุโรปเรียงรายอยู่ทั่วเมือง ผสมผสานกับธรรมชาติที่สวยงามจนได้รับฉายาว่า "เมืองสวิสแห่งตะวันออก" นอกจากนี้ชิงเต่ายังเป็นบ้านเกิดของ "เบียร์ชิงเต่า" (Tsingtao) ที่โด่งดังไปทั่วโลก จุดเริ่มต้นมาจากการก่อตั้งโรงกลั่นเบียร์ของกลุ่มพ่อค้าชาวเยอรมันที่มาอาศัยในชิงเต่า และอาคารสไตล์โกธิกสีแดงถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยม
สถานที่ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ "ภูเขาเหลาซาน" (Laoshan Mountain) ถูกขนานนามว่าเป็น "ถิ่นกำเนิดของลัทธิเต๋า" ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A มีจุดชมวิวสวยหลายจุด โดยเฉพาะยอดจูเฟิง (Jufeng Peak) ที่สูง 1,133 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทะเลและท้องฟ้าได้ไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซาน (Xiaoyushan Park) สวนสาธารณะบนเนินเขาที่เป็นจุดยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีมุมมองพาโนรามา 360 องศาของเมืองชิงเต่า ท่าเรือจ้านเฉียว (Zhanqiao Pier) โบสถ์เซนต์ไมเคิลสถาปัตยกรรมเยอรมัน และชายหาดหมายเลขหนึ่ง (No.1 Bathing Beach) ก็เป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน ชิงเต่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสเมืองจีนในบรรยากาศแบบยุโรป มีทั้งทะเล ภูเขา สถาปัตยกรรม และเบียร์รสเยี่ยมในเมืองเดียว
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vHqf36HWx4D85Ayq7
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติชิงเต่าเจียวตง (Qingdao Jiaodong International Airport) หรือนั่งรถไฟความเร็วสูงจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มาลงที่สถานีชิงเต่าได้
2. ฟูหรงเจิ้น (Furong Town)
สถานที่ท่องเที่ยวจีนฟูหรงเจิ้นหรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมู่บ้านดอกบัวแดง” หมู่บ้านโบราณที่สร้างอยู่ริมผาน้ำตกสูงเกือบ 60 เมตร ในมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์พีเรียตของจีน ทั้งยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “Hibicus Town” ที่ฉายในปี ค.ศ.1986 ทำให้ฟูหรงเจิ้นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติ ที่ชื่นชอบในความสวยงามบริสุทธิ์ของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมจีนที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน (เมษายน-ตุลาคม) ที่น้ำจะชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ ที่นี่จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาชื่นชมความงามของหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางม่านน้ำตกและหุบเขาสูงตระหง่าน ปัจจุบันฟูหรงเจิ้นเป็นที่อยู่อาศัยของชาวฮั่นและชาวถู่เจียน ชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มาตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (ค.ศ.25-220) หรือนานเกือบ 2,000 ปีเลยทีเดียว
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Uwp7JVZAZBvz1T2fA
- การเดินทาง : นั่งรถไฟจากเมืองจางเจียเจี่ยลงสถานีฟูหรงเจิ้น (Furong Zhen Railway Station) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นนั่งรถบัสมาลงที่หมู่บ้านได้เลย
3. เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang)
เจ้าของฉายา “เวนิสแห่งเมืองจีน” อย่างเฟิ่งห่วง (แปลว่า “หงส์”) สถานที่ท่องเที่ยวจีน ที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองเซียงซี มณฑลหูหนาน ประเทศจีน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1704 สมัยราชวงศ์ชิง และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO ในปี ค.ศ. 2008 ตัวเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งของแม่น้ำถัวเจียง (Tuojiang River) โดยมีสะพานหงเฉียวทำหน้าที่เชื่อมเขตเมืองเก่าและเมืองใหม่เข้าด้วยกัน ทั้งยังเป็นแลนด์มาร์คอันสวยงามของเฟิ่งหวงอีกด้วย เมืองโบราณแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามริมแม่น้ำถัวเจียง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือนแบบยกสูงของชนเผ่าม้ง (แม้ว) และชนเผ่าถู่เจีย ทำให้เมืองเฟิ่งหวงมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ในประเทศจีน อีกทั้งความสวยงามของเมืองโบราณที่ทอดตัวยาวริมแม่น้ำสีมรกต ให้คุณเพลิดเพลินกับการล่องเรือชมเมืองเฟิ่งหวงอย่างเนิบช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟินกับอาหารพื้นเมืองที่เลื่องชื่ออย่าง หมูรมควัน ไก่อบดิน เต้าหู้เหม็น และเหล้ากีวี่พร้อมสัมผัสแสงสีของเมืองโบราณยามค่ำคืน ที่ทำให้เมืองเฟิ่งหวงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xin6KT69RoR5yFc29
- การเดินทาง : สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ สนามบินนานาชาติฉางซาหวงหัว (Changsha Huanghua International Airport) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลหูหนาน จากสนามบินสามารถขึ้นรถบัสไปลงที่เมืองเฟิ่งหวง หรือนั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองใหญ่ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ลงที่สถานีรถไฟฉางซาแล้วขึ้นรถบัสไปลงที่เฟิ่งหวงก็ได้
4. ซีอาน (Xian)
ซีอานเดิมมีชื่อว่า “ฉางอัน” เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนอย่างมาก นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์สำคัญถึง 13 ราชวงศ์ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตก ราชวงศ์ฮั่น และราชวงศ์ถัง ยุคสมัยที่ซีอานเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดและเป็นศูนย์กลางอารยธรรมจีนโบราณ ตลอดจนศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญในเส้นทางสายไหม แล้วยังมีสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกอย่าง “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” (Emperor Qinshihuang’s Mausoleum) กองทัพทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ ทำให้ซีอานเปรียบเสมือนบันทึกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งของประเทศจีน ที่บอกเล่าความเชื่อของชีวิตหลังความตายและความเป็นอมตะผ่านกองทัพทหารดินเผาที่ซ่อนอยู่ใต้ดินมากว่า 2,700 ปี ปัจจุบันยังมีการค้นพบใหม่ ๆ ทางโบราณคดีและเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุดของสุสานแห่งนี้ ใกล้กันยังมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้ชมโบราณวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jG5WJUrVGsLUNvMcA
- การเดินทาง: จากสนามบินนานาชาติเซียนหยาง (Xi'an Xianyang International Airport) สามารถนั่งรถไฟไปลงเมืองซีอานได้เลย หรือจะนั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองใหญ่อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ลงสถานีซีอานก็ได้เช่นกัน
5. ฉางซา (Changsha)
เมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ทั้งยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวและราชวงศ์ฮั่นที่ซีอานพัฒนาจนกลายเป็นเมืองท่าสำคัญริมแม่น้ำเซียง นอกจากนี้ ฉางซายังเป็นที่รู้จักในฐานะบ้านเกิดของ “เหมา เจ๋อตง” (Mao Zedong) อดีตผู้นำพรรคพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนอีกด้วย สถานที่เที่ยวไฮไลท์ของที่นี่คือ “อุทยานจางเจียเจี้ย” (Zhangjiajie National Forest Park) หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการขนานนามว่าสวยงามที่สุดของจีน และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง “Avatar” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ไม่ควรพลาดภายในอุทยานนี้คือ “เขาเทียนเหมินซาน” (Tianmen Mountain) หรือ “ประตูสวรรค์” หนึ่งในภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ท่ามกลางภูเขาหินเรียงรายสลับกันสุดลูกหูลูกตาที่มีความสวยงามทางธรรมชาติติดอันดับ 1 ใน 4 ของโลก ใช้เวลาไปกับเมืองน่าค้นหาแห่งนี้ด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก แล้วอย่าพลาดโชว์ดี ๆ อย่างโชว์นางจิ้งจอกขาวที่ขนนักแสดงมากกว่า 600 ชีวิต เพื่อบอกเล่าตำนานความรักคู่เมืองฉางชา ระหว่างนางพญาจิ้งจอกขาวกับชายหนุ่มคนตัดฟืน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ZdFUBB8A2ouXtqucA
- การเดินทาง: นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานาชาติฉางซาหวงหัว (Changsha Huanghua International Airport) นั่งรถบัสหรือรถไฟความเร็วสูงจากเมืองใหญ่อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว มาลงที่สถานีฉางซาได้เลย
6. ฉงชิ่ง (Chongqing)
หนึ่งในที่เที่ยวจีนที่ไม่ควรพลาด ด้วยเพราะมหานครฉงชิ่งผสมผสานความทันสมัยและธรรมชาติสุดอลังการเข้าไว้ด้วยกัน เมืองท่าสำคัญริมแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจในประเทศจีน ด้วยภูมิประเทศที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อน อาคารบ้านเรือนที่สร้างตามแนวหน้าผา และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาเยือนฉงชิ่งคือ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges) หรือ “เทียนเชิงซ่านเฉียว” มรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยงามตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ราว 300-500 เมตร และมีสะพานหินธรรมชาติขนาดมหึมา 3 แห่งทอดข้ามระหว่างภูเขา ราวกับว่าธรรมชาติสร้างสรรค์ “สะพานสวรรค์” ขึ้นมา ให้คุณตื่นเต้นไปกับการเดินบน “สะพานแก้วสวรรค์” หรือระเบียงกระจกสูง 1,200 เมตร และชื่นชมโรงเตี๊ยมเก่าแก่สมัยราชวงศ์ถัง โดยเฉพาะสะพานสวรรค์ทั้ง 3 แห่งถึงเส้นทางจะไกลแต่ความสวยงามของธรรมชาติคุ้มกับเหงื่อที่เสียไปแน่นอน!
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/KqAhHFcwPYtdAYrKA
- การเดินทาง: จากประเทศไทยมีไฟลท์บินตรงลงเมืองฉงชิ่งที่สนามบินนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย (Chongqing Jiangbei International Airport) ประตูสู่เมืองฉงชิ่ง จากนั้นให้นั่งรถบัสหรือรถไฟเข้าตัวเมือง
7. กุ้ยโจว (Guizhou)
เมืองที่มีชื่อเสียงด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางธรรมชาติ ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง หุบเขา และแม่น้ำใสสะอาด ทำให้กุ้ยโจวเป็นเหมือนอัญมณีซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไฮไลท์เด่นที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้คือ “น้ำตกชื่อสุ่ย” (Chishui Grand Waterfall) หรือ “น้ำตกหวีสวย” (Beauty’s Comb Waterfall) ครองแชมป์น้ำตกสวยงามเป็นอันดับ 1 ของประเทศจีน มีความสูงถึง 76 เมตร และกว้างถึง 81 เมตร เป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวที่ไหลผ่านภูเขาสายรุ้ง (Danxia Landform) ไหลลงจากหน้าผาสูงผ่านเมืองชื่อสุ่ยและทอดยาวไปตลอดทาง นักท่องเที่ยวที่ข้อเข่ามีปัญหาขาไม่แข็งแรงก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการผจญภัยที่นี่ เพราะเขาอำนวยความสะดวกให้ขั้นสุดด้วยการเจาะภูเขาทำลิฟต์นำนักท่องเที่ยวลงสู่ชั้นล่างของน้ำตก ใครชักชวนผู้หลักผู้ใหญ่ไปเที่ยวด้วยแล้วเจอแบบนี้ล่ะก็ถึงไหนถึงกัน นอกจากนี้ กุ้ยโจวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง ทั้งน้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Falls) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เมืองโบราณเจิ้นหยวง (Zhenyeun) หมู่บ้านม้ง และอุทยานแห่งชาติป่าหินแดง เรียกว่าไปเมืองเดียวเที่ยวได้ครบทุกอารมณ์เลยล่ะ
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/WVi28GHBq5BewviEA
- การเดินทาง :นั่งเครื่องบินตรงจากประเทศไทยลงสนามบินนานาชาติกุ้ยหยางหลงตงเป่า (Guiyang Longdongbao International Airport) และนั่งรถไฟหรือรถบัสเข้าไปในตัวเมือง
8. เฉิงตู (Chengdu)
นอกจากเฉิงตูจะเป็นบ้านอันอบอุ่นของแพนด้า และมีศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์เฉิงตูให้เที่ยวชมความน่ารักอย่างใกล้ชิด เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ยังมีอะไรให้เราได้สัมผัสมากมาย ทั้งวัดโบราณศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาเขียวขจี ถนนคนเดินที่มีชีวิตชีวา และอาหารเลิศเรียงรายสองข้างทาง อุดมสมบูรณ์ด้วยลำธาร น้ำตก และทะเลสาบสีมรกตราวกระจกใส โดยเฉพาะ “อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว” (Jiuzhaigou) ที่ได้รับการบรรจุเข้าลิสต์มรดกโลกทางธรรมชาติไปแบบไม่มีข้อกังขา ด้วยความสวยงามมหัศจรรย์ของธรรมชาติและทะเลสาบสีมรกต ที่รวมหุบเขา 3 แห่งเข้าไว้ด้วยกันคือ หุบเขาซู่เจิ้ง (Shuzheng Valley) หุบเขาเจ้อจ่าหวาโกว (Zechawagou Valley) และหุบเขารื่อเจ๋อโกว (Rizegou Valley) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมพักในอุทยานแห่งชาติช่วงเดือนตุลาคม เพราะตรงกับช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี ที่ต้นไม้น้อยใหญ่จะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นใบไม้หลากสีสันสวยงาม
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pBmzBH7N4nUKwKAE7
- การเดินทาง: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว (Chengdu Shuangliu International Airport) หนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
9. เสฉวน (Sichuan)
เสฉวน หรือที่หลายคนเรียกว่า "สี่ชวน" เป็นหนึ่งในมณฑลที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ธรรมชาติที่สวยงาม และอาหารจีนเสฉวนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้เสฉวนเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ใครมาถึงเสฉวนแล้วไม่ควรพลาดทะเลสาบหลากสีที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ และยอดเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมงดงามตลอดปีของ “อุทยานธารน้ำมังกรเหลือง” หรือ “ฮวงหลง” (Huanglong Pools National Park) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1992 ด้วยความสวยงามของสระน้ำสีมรกตที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สระสวรรค์ในแดนดิน” และคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ก่อนจะปิดทำการให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูในช่วงพฤศจิกายน-มีนาคมของทุกปี นอกจากนี้ เสฉวนยังมี “พระใหญ่เล่อซาน” (Leshan Giant Buddha) พระพุทธรูปสลักจากหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความสูงถึง 71 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิน จุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย ได้แก่ แม่น้ำต้าโตู่ แม่น้ำหลิงชาน และแม่น้ำมิน ในเมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวน พระใหญ่เล่อซานสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง โดยใช้เวลาในการสร้างถึง 90 ปี
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jz5PoB3yEDNDQiVU7
- การเดินทาง: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว (Chengdu Shuangliu International Airport) หนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน จากนั้นคุณสามารถนั่งรถบัสหรือรถไฟไปเที่ยวเสฉวนได้
10. กุ้ยหลิน (Guilin)
สถานที่ท่องเที่ยวจีน กุ้ยหลินตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน แต่ยังคงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ว่ามองด้วยตาหรือถ่ายรูปออกมามุมไหนกุ้ยหลินก็สวยงามตระการตา ใครไปเที่ยวเมืองจีนต้องไม่พลาดปักหมุดเมืองนี้เป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องไป โดยเฉพาะสายธรรมชาติตัวจริง เพราะที่นี่อุดมไปด้วยขุนเขากว่า 27,000 ยอด และสายน้ำหลีเจียงสีเขียวมรกตกว้างไกลกว่า 400 กิโลเมตร มีเขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill หรือ Xiangbishan) หนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของเมืองกุ้ยหลิน ด้วยรูปทรงคล้ายช้างกำลังก้มดื่มน้ำนี่เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง แนะนำให้ล่องแพแบบดั้งเดิมเพื่อชมความงดงามของธรรมชาติแบบใกล้ชิด
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LGVFjxd31qn2xsMe8
- การเดินทาง: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติฉางชุนหลงเจีย (Guilin Liangjiang International Airport)
11. คุนหมิง (Kunming)
คุณหมิงในวันนี้กลายเป็นเมืองที่เติบโตร่วมกับวัฒนธรรมได้อย่างเหลือเชื่อ วัดเก่าแก่ยังคงได้รับการดูแลอย่างดี ดั่งเช่น “วัดหยวนทง” (Yuantong Temple) ศาสนสถานสำคัญที่หลอมรวมศิลปะแบบวัดไทย พม่า และธิเบต เข้าด้วยกันได้อย่าลงตัว ก่อสร้างเป็นอารามเพื่อพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองคุนหมิง ได้รับการก่อสร้างมาตั้งแต่ราชวงศ์ถัง อายุยาวนานกว่า 1,200 ปี มีเอกลักษณ์ที่หลังคาสีเหลืองอร่าม ซึ่งนับเป็นสีที่ใช้ได้เฉพาะฮ่องเต้นั่นเอง ด้านหลังของวัดยังมีโบสถ์ที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ชาวไทยที่ไปเที่ยวจีนนิยมกราบไหว้เพื่อเสริมสิริมงคล
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1GHshrXAfL6tvScm7
- การเดินทาง: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิง (Kunming Changshui International Airport)
12. ต้าหลี่ (Dali)
ห่างจากคุนหมิงประมาณ 400 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของต้าหลี่ เมืองที่มีเสน่ห์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เมืองนี้มีชื่อเสียงในเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมของชนชาติไป๋และไตที่มีเอกลักษณ์ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ต้าหลี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาชางซาน (Cangshan Mountain) ที่ตั้งอยู่บนความสูงถึง 4,000 เมตร เป็นต้นกำเนิดของทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) หนึ่งใน 7 ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยม มีบริการนั่งเรือชมความสวยงามของภูเขาที่สะท้อนเงาในทะเลสาบใสสะอาด ไฮไลท์อยู่ที่ “เมืองโบราณต้าหลี่” (Dali Ancient City) สถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเติมเต็มความคึกคักได้ตลอดปี เพราะรวมเจดีย์สามองค์ในวัดฉงเซิ่ง ทะเลสาบเอ๋อไห่ น้ำพุหูเตี๋ย กำแพงเมือง ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ต้องห้ามพลาดสำหรับผู้มาเยือน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/v5kXXPBxkrUCybCLA
- การเดินทาง: มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิง (Kunming Changshui International Airport) จากนั้นนั่งรถบัสไปลงที่เมืองต้าหลี่ หรือใช้บริการทัวร์นำเที่ยว
13. ลี่เจียง (Lijiang)
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจีนเมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์และความโรแมนติกไม่เหมือนใคร ลี่เจียงตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติอันงดงามในมณฑลยูนนาน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และบรรยากาศแสนผ่อนคลายของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ผสมผสานความเป็นชาวฮั่น นาซี่ และทิเบตเข้าไว้ด้วยกัน ชมความงดงามของไป๋สุ่ยเหอ (Baishui He Lake) หรือ “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” (Blue Moon Valley) ทะเลสาบสีฟ้าเทอควอยซ์ใสสะอาดบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาและมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) สุดอลังการที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวและไอเย็นตลอดปี สวยสะกดทุกสายตาเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีนเลยทีเดียว ด้านหลังภูเขาหิมะมังกรหยกมีน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงไปจนกลายเป็นธารน้ำที่ปกคลุมไปด้วยไอเย็นสีขาวฟ้งกระจาย ชวนให้คุณตกหลุมรักลี่เจียงจนอยากจะมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/z8vJ71fxY2iaAuqbA
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิง (Kunming Changshui International Airport) จากนั้นนั่งรถบัสไปลงที่เมืองลี่เจียง หรือใช้บริการทัวร์นำเที่ยว
14. ปักกิ่ง (Beijing)
เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ปักกิ่งเป็นศูนย์รวมมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ "พระราชวังต้องห้าม" (Forbidden City) หรือกู้กง มรดกโลกยูเนสโก มีห้องพักกว่า 9,000 ห้องที่เคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิจีนมากกว่า 24 พระองค์ "จัตุรัสเทียนอันเหมิน" (Tiananmen Square) จัตุรัสสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ "กำแพงเมืองจีน" ที่ด่านปาต้าหลิง (Badaling) ซึ่งเป็นส่วนที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด ไม่ควรพลาดชมวิวเมืองจากยอดเขาจิงซาน (Jingshan Park) ที่มองเห็นพระราชวังต้องห้ามทั้งหมดในมุมพาโนรามา
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dKHEgUyMVYmUTsjf9
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งแคปิตัล (Beijing Capital International Airport) หรือท่าอากาศยานต้าซิง (Beijing Daxing International Airport) ที่เปิดใหม่ล่าสุด
15. เซี่ยงไฮ้ (Shanghai)
"ปารีสแห่งตะวันออก" เซี่ยงไฮ้คือเมืองที่มีชีวิตชีวาและทันสมัยที่สุดในจีน ย่านหว่ายทาน (The Bund) คือหัวใจหลักของเซี่ยงไฮ้ โดยมีอาคารเก่าแก่สไตล์ยุโรปอาณานิคมเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำหวงผู่ ตรงข้ามกันคือย่านผู่ตง (Pudong) ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าทันสมัยซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความก้าวหน้าของจีนยุคใหม่ ไม่ควรพลาดย่านเทียนจื่อฝาง (Tianzifang) และย่านซินเทียนตี้ (Xintiandi) แหล่งรวมคาเฟ่ ร้านอาหาร และงานศิลปะสุดชิค และสวนหยู่หยวน (Yu Garden) สวนแบบจีนดั้งเดิมอายุกว่า 450 ปีที่ซ่อนตัวอยู่กลางใจเมือง
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZkGRwrpHzHYhhqbAA
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง (Shanghai Pudong International Airport) หรือท่าอากาศยานหงเฉียว (Hongqiao International Airport)
16. หางโจว (Hangzhou)
"สวรรค์บนดิน" คือฉายาที่คนจีนโบราณมอบให้แก่หางโจว เมืองในมณฑลเจ้อเจียงที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ทะเลสาบซีหู" (West Lake / Xi Hu) มรดกโลกยูเนสโกที่สวยงามดุจภาพวาด รอบทะเลสาบมีสะพานหยกแตก (Broken Bridge) ซุ้มประตู ศาลา และสวนดอกบัวที่สวยงามตามแต่ละฤดูกาล ไม่ควรพลาดชมโชว์แสงสีน้ำ "Impression West Lake" กลางทะเลสาบที่ผู้กำกับ Zhang Yimou ออกแบบไว้อย่างงดงาม และชมวัฒนธรรมชาเขียวที่หางโจวเป็นแหล่งผลิตชาหลงจิ่ง (Longjing Tea) ที่ดีที่สุดในจีน
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VvReAv31Rzv9cmiy8
- การเดินทาง : นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเซี่ยงไฮ้มาลงหางโจวใช้เวลาเพียง 45 นาที หรือบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติหางโจวเซียวซาน (Hangzhou Xiaoshan International Airport)
17. ฮาร์บิน (Harbin)
"เวนิสแห่งตะวันออก" และ "เมืองแห่งน้ำแข็ง" ฮาร์บิน เมืองหลวงของมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นจุดหมายยอดฮิตในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) เมื่ออุณหภูมิลดลงถึง -30 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดเทศกาล "Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival" เทศกาลน้ำแข็งและหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีปราสาทน้ำแข็งขนาดใหญ่โตและแสงสีสุดอลังการที่สร้างจากน้ำแข็งจากแม่น้ำซงฮวาเจียง ย่านจงหยางต้าเจีย (Zhongyang Dajie) ถนนคนเดินรูปแบบยุโรปในรัสเซียก็น่าแวะสัมผัส
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/YrShj5rvyHRXBVPM7
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ ผ่านปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาร์บินไท่ผิง (Harbin Taiping International Airport)
18. ซีนิง และทะเลสาบชิงไห่ (Xining & Qinghai Lake)
มณฑลชิงไห่คือดินแดนที่สูงที่สุดในจีน รู้จักกันในชื่อ "หลังคาโลก" ไฮไลต์หลักคือ "ทะเลสาบชิงไห่" (Qinghai Lake) ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีน ที่ระดับความสูง 3,196 เมตร สีน้ำทะเลสาบแตกต่างกันไปตามฤดูกาล สวยงามมากในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เมื่อทุ่งดอกเรพซีดสีเหลืองทองบานรอบทะเลสาบ สร้างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางรถไฟชิงไห่–ทิเบต (Qinghai–Tibet Railway) ที่สูงที่สุดในโลกก็เริ่มต้นจากเมืองซีนิง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความงามของที่ราบสูงทิเบตในแบบที่ไม่เหมือนใคร
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/svDFVinY8JqcbWE48
- การเดินทาง : บินจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ สู่สนามบินนานาชาติซีนิงเฉาเจียปาว (Xining Caojiabu International Airport)
19. ซานย่า ไหหนาน (Sanya, Hainan)
"ฮาวายแห่งจีน" เกาะไหหนานคือจุดหมายพักผ่อนริมทะเลระดับโลกของจีน ซานย่าเมืองท่องเที่ยวทางใต้ของเกาะมีชายหาดงดงามหลายแห่ง โดยเฉพาะ "อ่าวยาหลง" (Yalong Bay) ที่มีน้ำทะเลใสสะอาดและทรายขาวละเอียด "อ่าวซานย่า" (Sanya Bay) ที่เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ตกดิน และ "อ่าวต้าตงไห่" (Dadonghai) ที่คึกคักมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีสวนหัวใหญ่ (Nanshan Cultural Tourism Zone) ที่ประดิษฐาน "พระกวนอินทะเลจีนใต้" สูง 108 เมตร อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของจีน
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/t2SyzDzNbZCJcrMH6
- การเดินทาง : มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติซานย่าฟีนิกซ์ (Sanya Phoenix International Airport)
20. ทิเบต (Tibet / Lhasa)
ดินแดนหลังคาโลกที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงอันอ้างว้าง ทิเบตคือจุดหมายสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง ศูนย์กลางคือ "ลาซา" (Lhasa) เมืองหลวงที่ระดับความสูง 3,650 เมตร มี "พระราชวังโปตาลา" (Potala Palace) มรดกโลกยูเนสโกที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา เป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทิเบต รวมถึงวัดโจคัง (Jokhang Temple) ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวทิเบต และย่านบาร์กอร์ (Barkhor) ถนนวนรอบวัดที่เต็มไปด้วยร้านค้าหัตถกรรมและผู้แสวงบุญ หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องขอใบอนุญาตพิเศษ (Tibet Travel Permit) ก่อนเดินทางเข้าทิเบต
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/WJUECxQwtkwAEYV98
- การเดินทาง : นั่งรถไฟชิงไห่–ทิเบตจากซีนิงหรือปักกิ่ง หรือบินจากเมืองใหญ่ในจีนสู่ท่าอากาศยานนานาชาติลาซาก็องกา (Lhasa Gonggar International Airport)
21. ภูเขาหวงซาน (Huangshan / Yellow Mountain)
"ภูเขาที่สวยที่สุดในจีน" ภูเขาหวงซาน (Huangshan) หรือ Yellow Mountain ตั้งอยู่ในมณฑลอานฮุย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1990 ภูเขาแห่งนี้โดดเด่นด้วย "เสาหินแกรนิต" สูงชันที่แทงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลาง "ทะเลเมฆสีขาว" ซึ่งเป็นฉากที่นักวาดภาพและกวีจีนโบราณต่างบันทึกไว้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาดอกบัว (Lotus Peak) ยอดเขาแสงอรุณ (Bright Summit Peak) หรือ "ต้นสนต้อนรับแขก" (Welcoming Pine Tree) สัญลักษณ์อันโดดเด่นของภูเขาแห่งนี้ที่ผ่านพ้นกาลเวลามายาวนาน ยามพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินบนยอดเขาหวงซานคือช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวต่างแย่งกันตั้งกล้องเพื่อบันทึกภาพความงดงามที่ไม่มีวันเหมือนกันสักวัน ใกล้เคียงยังมี "หมู่บ้านฮุ่ยโจว" (Huizhou Villages) อย่าง หงคุน (Hongcun) และซีตี้ (Xidi) สถาปัตยกรรมจีนยุคหมิง-ชิงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเช่นกัน บรรยากาศราวกับอยู่ในภาพวาดจีนแบบดั้งเดิม
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/U7TNwhY8jD3bXHvK8
- การเดินทาง : นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเซี่ยงไฮ้มาลงสถานีหวงซาน-เป่ยฝาน (Huangshan North Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจากหางโจวใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถบัสไปยังบริเวณภูเขา และขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสู่ยอดเขา
ประเทศจีนยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและเมืองเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO อีกหลายแห่งที่รอให้คุณออกเดินทางไปค้นหา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเสมอ พาหัวใจไปออนทัวร์สัมผัสกลิ่นอายความเป็นจีนแผ่นดินใหญ่หลากหลายมุมเมืองอย่างเต็มที่ ในปี 2569 จีนยังคงขยายเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ดียิ่งขึ้นทุกปีและควรซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศของชับบ์ (Chubb Travel Insurance) เพื่อความอุ่นใจเราพร้อมดูแลอย่างดีที่สุด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 611 4242ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-18.00 น. และบริการสายด่วนฉุกเฉินทั่วโลกตลอด 24/7 โทร. +662 039 5770
**อ้างอิง : en.visitchina.com, whc.unesco.org
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางไปจีนไหม?
A: ตั้งแต่ปี 2567 จีนได้ประกาศยกเว้นวีซ่าให้พลเมืองไทยเข้าประเทศได้ 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า อย่างไรก็ตามนโยบายนี้อาจมีการปรับเปลี่ยน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตหรือกรมการกงสุลก่อนเดินทางเสมอ สำหรับการเดินทางเข้าทิเบตต้องขอใบอนุญาตพิเศษแยกต่างหาก
Q: ควรเดินทางท่องเที่ยวจีนช่วงเวลาใดของปีดีที่สุด?
A: ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวจีนโดยทั่วไปคือฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เพราะอากาศสบาย ทัศนียภาพสวยงาม และใบไม้เปลี่ยนสีในหลายเมือง อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงช่วง Golden Week (ต้นเดือนตุลาคม) ที่ชาวจีนเดินทางจำนวนมาก ส่วนฮาร์บินเหมาะไปช่วงธันวาคม–มกราคมเพื่อชมเทศกาลน้ำแข็ง
Q: แอปอะไรที่ควรติดตั้งก่อนเที่ยวจีน?
A: จีนมีการบล็อก Google Maps, Google Search, Facebook, Instagram และ LINE ดังนั้นควรติดตั้ง VPN เชื่อถือได้ก่อนเดินทาง นอกจากนี้แนะนำโหลด Baidu Maps สำหรับนำทาง, DiDi สำหรับเรียกแท็กซี่, Alipay หรือ WeChat Pay สำหรับชำระเงิน และ Pleco สำหรับแปลภาษาจีน
Q: ควรแลกเงินหยวนก่อนเดินทางหรือแลกที่จีนดีกว่า?
A: แนะนำให้แลกเงินหยวนบางส่วนในไทยก่อนเดินทาง และแลกเพิ่มที่สนามบินหรือธนาคารในจีนเพื่อให้ได้อัตราที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบันระบบชำระเงินออนไลน์ผ่าน Alipay และ WeChat Pay ใช้งานได้กว้างขวางมากในจีน นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถผูกบัตรเครดิตต่างประเทศกับ Alipay เพื่อชำระเงินได้แล้วในปัจจุบัน
Q: ที่เที่ยวจีนแห่งไหนเหมาะกับการพาครอบครัวและเด็กไปมากที่สุด?
A: เฉิงตูเป็นตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว เพราะมีศูนย์แพนด้าที่เด็ก ๆ รัก อาหารเสฉวนสุดอร่อย และการเดินทางสะดวก เซี่ยงไฮ้ก็เหมาะมากเพราะมีสวนสนุก Shanghai Disneyland และแหล่งช้อปปิ้งครบครัน กุ้ยหลินเหมาะสำหรับครอบครัวสายธรรมชาติที่ชอบล่องเรือชมภูเขา ส่วนซีนิงและทะเลสาบชิงไห่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ชอบทัศนียภาพแบบเงียบสงบ