Skip to Main Content

ตะลุยกิน 10 อาหารสิงคโปร์ เมนูต้นตำรับกับสูตรลับที่ต้องลอง

Seafood Laksa served with spicy dipping sauce and fresh vegetables

สิงคโปร์ไม่ได้เป็นเพียงดินแดนแห่งความล้ำสมัยและแหล่งช้อปปิ้งสุดหรูเท่านั้น แต่ยังเป็น “สวรรค์ของนักกิน” ตัวจริง ด้วยความโดดเด่นของอาหารพื้นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารจีน มาเลย์ และอินเดียเข้าด้วยกัน ทำให้อาหารสิงคโปร์มีความโดดเด่นและหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ชับบ์ พาคุณไปทำความรู้จัก 10 อาหารสิงคโปร์ที่ต้องลิ้มลองเมื่อไปเที่ยวสิงคโปร์ บอกเลยใครไม่ได้กินถือว่าพลาด!

1. ข้าวมันไก่สิงคโปร์ (Hainanese Chicken Rice)

Hainanese chicken rice with chicken soup 

ราชาแห่งอาหารสิงคโปร์ที่ทุกคนต้องยอมสยบ! เมนูระดับชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก แม้หน้าตาจะดูคล้ายคลึงกับข้าวมันไก่บ้านเรา แต่ความพิเศษของข้าวมันไก่สิงคโปร์อยู่ที่เนื้อไก่นุ่มฉ่ำจากการต้มอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟบนข้าวมันที่หุงด้วยน้ำซุปไก่และสมุนไพรจนหอมฟุ้ง ราดด้วยซอสที่ได้จากน้ำซุปต้มไก่สูตรลับของแต่ละร้าน รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม 3 อย่างคือ น้ำจิ้มพริก, ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำจิ้มขิงปั่นละเอียดผสมต้นหอมรสเผ็ดนิดๆ โดยเฉพาะ ‘น้ำจิ้มพริก’ (Chilli Sauce) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ มีรสเปรี้ยว เผ็ด และหอมกลิ่นขิงกับกระเทียม ช่วยตัดเลี่ยนและเสริมรสชาติของไก่กับข้าวมันได้อย่างลงตัว เป็นความเรียบง่ายที่อร่อยจนต้องยกนิ้วให้

2. ลักซา (Laksa)

Delicious laksa soup with seafood and noodles

ก๋วยเตี๋ยวรสชาติจัดจ้านถึงใจและเป็นอาหารประจำชาติของสิงคโปร์ ‘ลักซา’ เป็นก๋วยเตี๋ยวในซุปแกงกะทิรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร มีรสเผ็ดร้อนนิดๆ เค็มมันกลมกล่อม เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้จะเป็นเส้นคล้ายอุด้งแต่สั้นกว่าเรียกว่า ‘กาตง ลักซา’ (Katong Laksa) นิยมรับประทานคู่กับลูกชิ้นปลา, กุ้ง, หอยลาย, และทอดมันปลา เป็นเมนูที่สะท้อนวัฒนธรรมเปอรานากัน (ผสมผสานวัฒนธรรมจีนและมลายู) ได้อย่างชัดเจน ใครชอบอาหารรสจัดจ้านต้องลอง!

3. ปูผัดพริก (Chilli Crab)

Singaporean Chilli Crab served in an attractive white plate

หากพูดถึงเมนูซีฟู้ดอันเลื่องชื่อของสิงคโปร์ ต้องยกให้ ‘ปูผัดพริกสิงคโปร์’ ที่โด่งดังมาจากสตรีทฟู้ดของสิงคโปร์ในปี ค.ศ. 1956 โดยสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งขายเมนูนี้ที่ริมแม่น้ำกัลลัง (Kallang River) จนสามารถเปิดร้าน Palm Beach ได้ในที่สุด ปัจจุบัน ปูผัดพริกกลายเป็นเมนูห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละร้านจะคัดปูทะเลไซส์ใหญ่พิเศษเน้นความสดใหม่ นำมาผัดกับซอสรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ดเล็กน้อย ความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่เนื้อปูหวานๆ ตัดกับซอสสูตรลับรสชาติเข้มข้น นิยมรับประทานคู่กับหมั่นโถวร้อนๆ แล้วจิ้มซอสขลุกขลิกที่เหลือในจานจนเกลี้ยง ถือเป็นประสบการณ์การกินที่ฟินสุดๆ

4. บักกุ๊ดเต๋ (Bak Kut Teh)

Bak kut teh with Chinese herbs and meat served in a bowl

อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมของสิงคโปร์ บักกุ๊ดเต๋เป็นซุปกระดูกหมูร้อนๆ หอมกลิ่นสมุนไพรจีนอร่อยกลมกล่อม โดยคำว่า ‘บักกุ๊ดเต๋’ แปลว่า “ชาเนื้อกระดูกหมู” เพียงแต่ในซุปจะไม่มีส่วนผสมของชา เพราะเป็นซุปกระดูกหมูที่ต้มเคี่ยวกับเครื่องเทศและกระเทียมจนกระดูกหมูเปื่อยนุ่ม บักกุ๊ดเต๋ที่ได้รับความนิยมในสิงคโปร์เป็นสูตรแต้จิ๋ว ซึ่งน้ำซุปจะใสแต่รสชาติเผ็ดร้อนจากพริกไทย ซดร้อนๆ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น คล่องคอ และรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ บะหมี่ หรือปาท่องโก๋กรอบๆ คือความอร่อยถึงขีดสุด!

5. ฉ่าก๋วยเตี๋ยว (Char Kway Teow)

Singapore Char Kway Teow served on a black plate with chopsticks

อีกหนึ่งเมนูสตรีทฟู้ดห้ามพลาดของสิงคโปร์ ‘ฉ่าก๋วยเตี๋ยว’ เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งคล้ายกับผัดซีอิ๊วของบ้านเรา จะต่างก็ตรงส่วนผสมและรสชาติจะหวานๆ เค็มๆ มีกลิ่นหอมกระทะจากการผัดด้วยไฟแรง รวมถึงมีส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างกุนเชียง ลูกชิ้นปลา ซีฟูด ไข่ และถั่วงอก นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วบีบมะนาวเล็กน้อยให้รสเปรี้ยวหอมมะนาว บางร้านอาจใส่เบอราจัน (กระปิ) ลงไปให้รสเค็มนัวอร่อยไม่เหมือนใคร ฉ่าก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารพื้นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ปัจจุบัน กลายเป็นเมนูที่หารับประทานง่ายที่มีขายทั่วไปในสิงคโปร์

6. คายาโทสต์ (Kaya Toast)

Kaya toast set served with soft-boiled eggs and traditional kopi

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าพื้นเมืองสุดคลาสสิคแบบชาวสิงคโปร์แท้ๆ ด้วย ‘Kaya Toast’ ชุดขนมปังปิ้งสอดไส้ด้วยเนยสดและ ‘คายา’ หรือสังขยาใบเตยรสชาติหวานละมุน นำไปปิ้งให้หอมกรอบอร่อย นิยมรับประทานคู่กับกาแฟโบราณ ‘โกปี๊’ (Kopi) หรือเต (ชา) ร้อนๆ และไข่ลวกสองฟอง เหยาะซีอิ๊วและพริกไทยเล็กน้อย เป็นชุดอาหารเช้าที่เรียบง่ายแต่อร่อยจนน่าประทับใจ

7. สะเต๊ะ (Satay)

Singaporean satay served with dipping sauce and pickled vegetables

สะเต๊ะมีต้นกำเนิดมาจากอาหารพื้นเมืองของอินโดนีเซีย ก่อนจะเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศจะนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมและรสนิยมของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งสะเต๊ะของสิงคโปร์จะแตกต่างจากที่อื่นๆ ด้วยกระบวนการหมักเนื้อสัตว์ที่เข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ และให้รสหวานนำเล็กน้อย (บางคนอาจรู้สึกว่าหวานกว่าสะเต๊ะไทย) รวมถึงการนำซีฟูดมาทำเป็นสะเต๊ะทั้ง ‘สะเต๊ะกุ้ง’ และ ‘สะเต๊ะปลา’ ชาวสิงคโปร์นิยมรับประทานคู่กับ ‘เกอตูปัต’ (Ketupat) เป็นข้าวต้มห่อด้วยใบปาล์มหรือใบมะพร้าวนำมาสานเป็นรูปสี่เหลี่ยม และ ‘อาจาด’ เพื่อตัดเลี่ยนเช่นเดียวกับในบ้านเรา

8. อังกู๊ (Angku)

Beautiful red angku served on a plate with a bamboo stand

ของว่างมงคลอย่าง ‘อังกู๊’ หรือ ‘ขนมเต่า’ เป็นขนมมงคลของชาวจีนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสิงคโปร์ โดยคำว่า ‘อัง’ หมายถึง ‘สีแดง’ สีมงคลของชาวจีน และ ‘กู๊’ หมายถึง ‘เต่า’ สื่อถึงการมีอายุยืน จึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า ใครที่ได้ลิ้มลองอังกู๊แล้วจะโชคดีมีอายุยืนยาว ขนมอังกู๊ทำจากแป้งข้าวเหนียวสอดไส้ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเขียวกวนกับน้ำตาลให้รสชาติหวานมัน ถั่วทองหรือถั่วลิสงบดละเอียด ร้านขนมเก่าแก่เจ้าดังแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ทำอังกู๊สีพาสเทลหวานๆ ทำให้ดูน่ารักมากขึ้น นิยมรับประทานคู่กับชาจีนร้อน หรือซื้อเป็นของฝากก็ความหมายดีและน่าประทับใจเช่นกัน

9. โรจั๊ก (Rojak)

Rojak topped with crushed roasted peanuts and Indian salad dressing

อาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดจากวัฒนธรรมมลายู ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย (บางแห่งเรียกว่า ‘รูจั๊ก’) ลักษณะคล้ายกับ ‘ยำผลไม้’ หรือ ‘สลัดแขก’ ในบ้านเรา แต่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตัวซอสหรือ ‘น้ำยำ’ ซอสเข้มข้นสีดำที่ทำจากกะปิเคี่ยวกับน้ำตาล ใส่พริกและบีบมะนาว โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วบดและขิงซอยเพื่อให้รสเผ็ดร้อนเบาๆ เป็นเมนูสลัดที่มีครบทุกรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

10. โรตีปราตา (Roti Prata)

Roti Prata served with a rich curry on a black plate

ปิดท้ายด้วยอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียใต้ และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย (ในมาเลเซียเรียกว่า โรตีจาไน - Roti Canai) โดยคำว่า ‘ปราตา’ (Prata) แปลว่า ‘แบน’ ในภาษาทมิฬ บ่งบอกถึงแป้งโรตีที่มีลักษณะแบนเรียบ แม้จะเรียกว่า ‘โรตี’ เหมือนกัน แต่โรตีปราตามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโรตีที่เราคุ้นเคยในประเทศไทยอย่างชัดเจน ตัวแป้งภายนอกจะมีความกรอบ แต่ด้านในจะเหนียวนุ่มเป็นชั้นๆ (Flaky) คล้ายกับแป้งพายหรือครัวซองต์ ซึ่งเกิดจากการพับทบไปมาของแผ่นแป้ง ชาวสิงคโปร์นิยมรับประทานคู่กับแกงกะหรี่, แกงปลา, แกงไก่ หรือแกงเนื้อแกะ โดยใช้มือฉีกแผ่นโรตีปราตาให้เป็นชิ้นพอดีคำแล้วจิ้มลงในแกง คล้ายวัฒนธรรมการกินอาหารอินเดียนั่นเอง

การเดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์คงจะไม่สมบูรณ์แบบ หากไม่ได้ลิ้มลองอาหารสิงคโปร์ที่เปี่ยมด้วยรสชาติและเรื่องราวทางวัฒนธรรม หวังว่าลิสต์นี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนทริปตะลุยกินของทุกคน เตรียมท้องของคุณให้พร้อม แล้วไปสัมผัสสวรรค์ของนักกินกันได้เลย! เพื่อความอุ่นใจและหมดกังวลเรื่องสุขภาพอย่าลืมซื้อประกันเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) มือหนึ่งด้านประกันเดินทางต่างประเทศ ที่ได้รับความไว้ใจจากนักท่องเที่ยว พร้อมดูแลคุณอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง