Skip to Main Content

5 อันดับทะเลที่สวยที่สุดในโลก ชายหาดน้ำใสที่ต้องไปสักครั้ง

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก หาดทรายขาวน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับท้องฟ้าสีคราม

ท่ามกลางอากาศร้อนปรอทแตกขนาดนี้ หากจะมองหาที่พักร้อนสักที่หนึ่งคงไม่พ้นทะเลแน่นอน!! แต่พักทั้งทีให้ไปทะเลธรรมดา ๆ ก็คงฟินกันไม่สุด วันนี้เลยขอเสนอ 5 ทะเลที่สวยที่สุดในโลก ที่อยากชวนเพื่อน ๆ ไปฟิน ชุ่มฉ่ำรับหน้าร้อนที่คนอื่นต้องอิจฉาจนอยากจองตั๋วตามไปบ้าง ส่วนจะมีที่ที่เพื่อน ๆ คิดไว้ในใจหรือเปล่า มาดูกันเลย

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

 

 

เปิดวาร์ป 5 อันดับทะเลที่สวยที่สุดในโลก!

อันดับที่ 5 หาด Anse Source d’Argent เกาะ La Digue ประเทศเซเชลส์ (Seychelles)

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก หาด Anse Source d'Argent เกาะ La Digue

หาดนี้อยู่บนเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศเซเชลส์ ถ้าจะพูดถึงความสวยของที่นี่ ต้องเรียกได้ว่าสวรรค์บนดินย่อม ๆ เลยล่ะ ด้วยความโดดเด่นของทรายสีขาวขุ่นผสมกับทรายสีชมพู ทำให้ที่นี่สวยแปลกตากว่าหาดอื่น ๆ ที่คุณเคยสัมผัสมา บวกกับเป็นหาดที่มีแนวปะการังเรียงรายเป็นแนวยาวคอยป้องกันคลื่น ทำให้หาดแห่งนี้สงบเหมาะแก่การพักผ่อนสบาย ๆ และเหมาะกับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังอีกด้วยนะ

อันดับที่ 4 เกาะ Madeira ประเทศโปรตุเกส

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก เกาะ Madeira โปรตุเกส

เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากโปรตุเกสถึง 900 กิโลเมตรเลยล่ะ เกาะ Madeira เป็นเกาะที่ไม่มีหาดทรายเหมือนทะเลบ้านเรา แต่ในเรื่องทัศนียภาพรับรองว่าที่นี่เป็นหนึ่งในเกาะที่สวยที่สุดแน่นอน นอกจากนี้เกาะ Madeira ยังได้รับสมญานามว่าเป็นเกาะแห่งดอกไม้ และมีไวน์ที่เป็นของขึ้นชื่ออีกด้วย

ที่นี่เขาไม่ได้ขายหาดทราย แต่ขายหน้าผา เส้นทางเดินเลียบคลองส่งน้ำโบราณที่เรียกว่า Levada คือของเด็ดที่คนไปแล้วติดใจ เดินไปเรื่อย ๆ มองลงไปเห็นมหาสมุทรอยู่ข้างล่าง จุดหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือ Cabo Girão จุดชมวิวกระจกใสที่สูงจากระดับน้ำทะเลเกือบ 600 เมตร ใครกลัวความสูงเตือนไว้ก่อนนะ

เรื่องที่ต้องรู้ไว้ Madeira เป็นเขตปกครองตนเองของโปรตุเกส แปลว่าอยู่ในกลุ่มเชงเก้น คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อน และหนึ่งในเอกสารบังคับคือประกันการเดินทางวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร ครอบคลุมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศด้วย ไม่มีเอกสารตัวนี้ยื่นวีซ่าไม่ผ่านนะ

อันดับที่ 3 Grande Anse, เกาะ La Digue,ประเทศเซเชลส์ (Seychelles)

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก หาด Grande Anse เกาะ La Digue

เกาะ La Digue อีกหนึ่งทะเลที่สวยที่สุด ที่คุณจะได้สัมผัสกับหาดสีขาวทอดยาวกว่า 2 ไมล์ ตัดกับทะเลสีครามและท้องฟ้าใส ทำให้คุณมองเห็นได้สุดลูกหูลูกตา เพียงแค่นึกภาพตามก็ผ่อนคลายสุด ๆ แล้ว ที่นี่คือหาดที่ยาวที่สุดของเกาะ La Digue และเป็นหาดที่คนไปน้อยกว่า Anse Source d'Argent เพราะอยู่ไกลจากท่าเรือ ปั่นจักรยานจากหมู่บ้าน La Passe ราว ๆ 30 นาทีถึง (บนเกาะนี้ไม่มีรถยนต์ จักรยานคือพระเอก)

แต่มีเรื่องที่ต้องเตือนกันตรง ๆ Grande Anse ไม่มีแนวปะการังกันคลื่น น้ำลึกเร็วมาก และมีกระแสน้ำดูดที่แรงพอจะพาคนออกทะเลได้จริง คู่มือความปลอดภัยของกรมการท่องเที่ยวเซเชลส์ระบุชัดว่าหาดแห่งนี้ไม่มีไลฟ์การ์ดประจำการ (ทั้งประเทศมีแค่ 3 หาดที่มี) ช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ราวเมษายนถึงตุลาคมยิ่งอันตราย คลื่นสูงได้ถึง 2 เมตร

เพราะฉะนั้นถ้าจะมา มาถ่ายรูป มานั่งชิล มากินมื้อกลางวันที่ร้าน Loutier Coco ริมหาด อย่าฝืนลงว่ายน้ำเลย มีป้ายเตือนตรงไหนให้เชื่อป้าย ส่วนคนที่เล่นเซิร์ฟเป็นระดับชำนาญค่อยว่ากันอีกเรื่อง

อันดับที่ 2 ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives)

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก ประเทศมัลดีฟส์ วิลล่ากลางน้ำเรียงรายบนทะเลสีฟ้าใส

ชื่อที่ใครก็คุ้นเคย ที่นี่มีหาดทรายละเอียดสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าอ่อนและคราม น้ำใสราวกับคริสตัลทำให้เราสามารถมองเห็นปะการังสีเทอร์คอยส์ ฝูงปลาและสิ่งมีชีวิตสีสันต่าง ๆ ใต้น้ำ เนื่องจากมัลดีฟส์มีเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 1,190 เกาะ ซึ่งมีอาณาเขตกว้างถึง 90,000 ตร.กม. ทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับความงามและความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ข่าวดีสำหรับคนไทยคือมัลดีฟส์เป็นที่เดียวในลิสต์นี้ที่ไปง่ายที่สุด บินตรงจากกรุงเทพฯ ราว 4 ชั่วโมงครึ่ง ลงเครื่องแล้วรับ Visa on Arrival ฟรี อยู่ได้ 30 วัน ไม่ต้องยื่นล่วงหน้า

อีกเรื่องที่หลายคนไม่ทันคิด งบที่นี่ยืดหยุ่นกว่าที่คิดเยอะ ถ้าไม่จำเป็นต้องนอนวิลล่ากลางน้ำ ลองมองเกาะท้องถิ่นอย่าง Maafushi หรือ Thulusdhoo ดู ราคาต่างจากรีสอร์ตส่วนตัวหลายเท่า แต่น้ำทะเลก็ใสพอ ๆ กัน เพียงแต่ต้องเคารพกฎท้องถิ่นเรื่องการแต่งกายบนเกาะที่มีชุมชนมุสลิมอาศัยอยู่ด้วยนะ

อันดับที่ 1 เกาะ Providenciales

ทะเลที่สวยที่สุดในโลก หาด Grace Bay เกาะ Providenciales

อีกหนึ่งทะเลที่สวยที่สุด ตกเป็นของของเกาะ Providenciales ที่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ Turks & Caicos นักท่องเที่ยวมักเรียกเกาะนี้ว่า “Provo” เราจะได้สัมผัสน้ำทะเลใสและทรายขาวละเอียดชนิดว่า ใครที่มาสัมผัสต่างเรียกที่นี่ว่า “สวรรค์บนดิน” ที่นี่ยังเป็นแหล่งดำน้ำชั้นเยี่ยมที่มีทั้งแนวปะการังยาวสุดลูกหูลูกตา และเกาะเล็ก ๆ ที่สามารถไปหยุดแวะพักได้

หัวใจของเกาะนี้คือหาด Grace Bay ที่ทอดยาวราว 12 ไมล์ตามแนวชายฝั่งเหนือ คว้ารางวัลหาดที่ดีที่สุดในโลกจาก Tripadvisor Travellers' Choice และ World Travel Awards มาแล้วนับสิบครั้ง สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจาก Grande Anse คือมีแนวปะการังกั้นอยู่ห่างฝั่งราว 1 ไมล์ คลื่นเลยสงบมาก เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กเล็กไปด้วย และหาดกว้างขนาดนี้ทำให้ไม่รู้สึกแออัดแม้ในไฮซีซั่น

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไปยากที่สุดในลิสต์ คนไทยต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ต้องต่อเครื่องผ่านอเมริกาหรือแคนาดา แปลว่าอาจต้องมีวีซ่าทรานซิตของประเทศที่ต่อเครื่องด้วย เช็กให้ดีก่อนกดจองตั๋วนะ

ช่วงเวลาที่ควรไป วีซ่า และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนบิน

สรุปให้เห็นภาพรวมกันไว้ก่อนวางแผน

จุดหมาย

ช่วงที่ควรไป

ระยะทางจากกรุงเทพฯ

คนไทยเข้าประเทศ

เซเชลส์ (La Digue)

พ.ย. ถึง มี.ค.

ต่อเครื่อง 1 ครั้ง ราว 13-15 ชม.

ยื่น Travel Authorisation ออนไลน์ก่อนบิน มีค่าธรรมเนียม

Madeira โปรตุเกส

เม.ย. ถึง ต.ค.

ต่อเครื่อง 2 ครั้ง ราว 20 ชม.ขึ้นไป

ต้องขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้า

มัลดีฟส์

พ.ย. ถึง เม.ย.

บินตรง ราว 4.5 ชม.

Visa on Arrival ฟรี 30 วัน

Turks & Caicos

ธ.ค. ถึง เม.ย.

ต่อเครื่อง 2 ครั้ง ราว 26 ชม.ขึ้นไป

ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

 

ข้อมูลข้างต้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ก่อนเดินทางเช็กกับสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการของแต่ละประเทศอีกครั้งเสมอ

สามอย่างที่ควรเตรียมนอกจากชุดว่ายน้ำ

  1. ครีมกันแดดสูตร reef safe ทั้งเซเชลส์และมัลดีฟส์เข้มงวดเรื่องการปกป้องแนวปะการัง บางรีสอร์ตขอความร่วมมือชัดเจน
  2. สำเนาเอกสารเดินทางแบบดิจิทัล เก็บไว้ในคลาวด์และปรินต์ติดกระเป๋าอีกชุด ทริปที่ต้องต่อเครื่อง 2 ต่อ โอกาสกระเป๋าหลงทางสูงกว่าปกติ
  3. ประกันการเดินทาง อันนี้ไม่ใช่แค่เอกสารยื่นวีซ่า แต่เกาะที่เราพูดถึงกันมาทั้งหมดเป็นเกาะห่างไกลที่ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก และบางเคสต้องเคลื่อนย้ายทางอากาศไปโรงพยาบาลบนแผ่นดินใหญ่

เที่ยวทะเลไกลบ้าน อุ่นใจกว่าถ้ามีประกันเดินทาง

หลาย ๆ คนคงอยากจะรีบไปจองตั๋วกันเลยใช่ไหมล่ะ แต่ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมพกความอุ่นใจสำหรับการเดินทางไปด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance)  จะช่วยให้คุณสบายใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกจากบ้าน เพราะเมื่อเกิดไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย เสียหายชำรุด คุ้มครองครอบคลุมไปถึงปัญหาไฟลท์ดีเลย์ ประกันภัยการเดินทางก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ สนใจประกันภัยการเดินทาง โทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: Seychelles Tourism Department, Visit Turks and Caicos Islands

คำถามที่พบบ่อย

Q: บินจากกรุงเทพฯ ไปเกาะพวกนี้ ต้องต่อเครื่องกี่ต่อ

A: มัลดีฟส์ง่ายที่สุด มีเที่ยวบินตรงจากสุวรรณภูมิ ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนเซเชลส์ต้องต่อ 1 ครั้ง นิยมต่อที่ดูไบ อาบูดาบี หรือโคลัมโบ รวมเวลาเดินทางราว 13-15 ชั่วโมง สองที่ที่เหลือหนักหน่อย Madeira ต้องต่อในยุโรปแล้วบินต่ออีกทอดไปเกาะ ส่วน Turks & Caicos ต้องข้ามไปต่อเครื่องฝั่งอเมริกาเหนือ รวมแล้วเกิน 26 ชั่วโมง ใครมีวันลาจำกัดแนะนำให้เริ่มจากสองที่แรกก่อน

Q: ทริปแบบนี้ควรกันงบไว้เท่าไหร่

A: ตอบยากเพราะขึ้นกับสไตล์การเที่ยวมาก แต่ให้เห็นภาพคร่าว ๆ มัลดีฟส์แบบพักเกาะท้องถิ่น 5 วันเริ่มต้นได้ในหลักสี่หมื่นถึงหกหมื่นบาทต่อคนรวมตั๋ว ถ้าเป็นวิลล่ากลางน้ำก็คูณสองคูณสามขึ้นไป เซเชลส์กับ Madeira อยู่ราวแปดหมื่นถึงแสนต้น ส่วน Turks & Caicos แพงที่สุดเพราะทั้งค่าตั๋วและค่าที่พักสูง เผื่องบไว้แสนห้าขึ้นไปจะสบายใจกว่า ตัวเลขพวกนี้ขยับตามฤดูกาลและค่าเงินนะ อย่ายึดเป็นตายตัว

Q: พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุไปด้วยได้ไหม

A: ได้ แต่เลือกที่ให้ถูก Grace Bay ที่ Providenciales กับรีสอร์ตในมัลดีฟส์เหมาะที่สุดเพราะมีแนวปะการังกั้นคลื่น น้ำสงบ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ส่วนหาดที่คลื่นแรงและไม่มีไลฟ์การ์ดควรไปแค่ถ่ายรูป อีกเรื่องที่คนมักลืมคือระยะเวลาบิน ทริปที่ต้องนั่งเครื่องยี่สิบกว่าชั่วโมงอาจหนักเกินไปสำหรับเด็กเล็กหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ปรึกษาแพทย์ก่อนออกเดินทางจะดีที่สุด

Q: ประกันการเดินทางควรทำวงเงินเท่าไหร่

A: ถ้าไป Madeira หรือประเทศในกลุ่มเชงเก้น กฎกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 30,000 ยูโร ต้องครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินและการเคลื่อนย้ายกลับประเทศ ไม่มีไม่ได้เพราะเป็นเอกสารบังคับตอนยื่นวีซ่า ส่วนปลายทางอื่นที่ไม่บังคับ ก็ยังควรทำอยู่ดี เหตุผลง่าย ๆ คือเกาะพวกนี้ห่างไกล ถ้าเจ็บป่วยหนักจนต้องเคลื่อนย้ายทางอากาศ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อย่างเดียวก็หลักล้านแล้ว

Q: ถ้าไฟลต์ดีเลย์จนตกเครื่องต่อ หรือกระเป๋าหายระหว่างทาง ต้องทำยังไง

A: เก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วินาทีแรก กรณีกระเป๋าหายต้องแจ้งสายการบินที่สนามบินปลายทางทันทีและขอใบ Property Irregularity Report เอาไว้ อย่าเพิ่งออกจากสนามบินโดยไม่มีเอกสารตัวนี้ ส่วนไฟลต์ดีเลย์ให้ขอหนังสือยืนยันจากสายการบินระบุเหตุผลและระยะเวลาที่ล่าช้า พร้อมเก็บใบเสร็จค่าที่พักหรือค่าอาหารที่จ่ายไปเองระหว่างรอ เอกสารพวกนี้คือสิ่งที่ต้องใช้ตอนเคลมทั้งหมด