Skip to Main Content

เที่ยวคามิโคจิ (Kamikochi) สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ และจุดชมเจแปนแอลป์

เที่ยวคามิโคจิ สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ และจุดชมเจแปนแอลป์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ และการเดินป่า คามิโคจิ (Kamikochi) คือจุดหมายที่ควรมีอยู่ในแผนการเดินทาง เพราะเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างดีแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ผู้มาเยือนสามารถเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ แล้วมองเห็นแนวเทือกเขาเจแปนแอลป์ตอนเหนือได้อย่างชัดเจน จนหลายคนเปรียบบรรยากาศที่นี่ว่าใกล้เคียงกับเขตภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์

จุดเด่นอีกข้อคือเส้นทางเดินส่วนใหญ่เป็นทางราบ และได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์เดินป่าจึงเที่ยวได้เช่นกัน บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำหรับวางแผนเที่ยวคามิโคจิ ทั้งจุดไฮไลต์ เส้นทางเดิน ช่วงเวลาที่เหมาะสม และการเดินทางเอาไว้ให้แล้ว

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

คามิโคจิ (Kamikochi) อยู่ที่ไหน และมีอะไรน่าสนใจ?

ก่อนวางแผนเดินทาง ควรทำความเข้าใจลักษณะพื้นที่ และที่ตั้งก่อน เพื่อให้จัดตารางทริปได้เหมาะสมกับเวลาที่มี

คามิโคจิ (Kamikochi) เป็นพื้นที่ธรรมชาติในจังหวัดนากาโน่ (Nagano) และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) ลักษณะเป็นที่ราบสูงทอดยาวไปตามแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) ระยะทางราว 15 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และป่าไม้เขียวขจี ตัวพื้นที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 เมตร ทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่ราบอย่างชัดเจน และมีอากาศเย็นสบายแม้ในช่วงฤดูร้อน

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto) และทาคายามะ (Takayama) ที่นี่จึงเหมาะกับการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ ส่วนผู้ที่ต้องการใช้เวลากับธรรมชาติให้นานขึ้น ภายในอุทยานก็มีที่พักไว้ให้บริการเช่นกัน

เที่ยวคามิโคจิมีจุดไฮไลต์ที่ไหนบ้าง?

แทบทุกจุดในพื้นที่ให้ทัศนียภาพที่แตกต่างกันออกไป พิกัดต่อไปนี้คือจุดที่ห้ามพลาดเวลามาเที่ยวคามิโคจิที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมา และอยู่ในระยะที่เดินถึงกันได้ง่าย มีที่ไหนบ้างไปดูกัน

 

สะพานคัปปะ (Kappa Bridge)

สะพานคัปปะ จุดชมวิวใจกลางคามิโคจิ หนึ่งในแลนด์มาร์กเที่ยวคามิโคจิห้ามพลาด

สะพานแขวนที่ทอดข้ามแม่น้ำอาซุสะ ถือเป็นใจกลางของพื้นที่ และเป็นจุดชมวิวที่ผู้มาเยือนแทบทุกคนแวะถ่ายภาพ เบื้องหน้าสะพานมองเห็นแนวเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka) ได้เต็มตา บริเวณโดยรอบมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับท่ารถบัสและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับการเดินสำรวจ

 

บึงไทโช (Taisho Pond)

บึงไทโช จุดชมวิวเงาสะท้อนภูเขาบนผิวน้ำ ที่เที่ยวคามิโคจิสุดฮิต

บึงน้ำที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยาเกะดาเกะ (Mt. Yakedake) ในอดีต จนกั้นทางน้ำ และกลายเป็นบึงในปัจจุบัน จุดเด่นคือผิวน้ำที่นิ่งจนสะท้อนเงาภูเขาโดยรอบได้ชัดเจน ยังพบตอไม้ที่ยืนต้นตายอยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นร่องรอยจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทัศนียภาพจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาที่มาเยือน ทั้งยามเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้น ช่วงที่หิมะปกคลุมยอดเขา และช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

 

บึงเมียวจิน (Myojin Pond)

บึงเมียวจิน บึงน้ำใสในเขตศาลเจ้าโฮทากะ หนึ่งในที่เที่ยวคามิโคจิที่ต้องมาสักครั้ง

บึงน้ำใสที่ตั้งอยู่ในเขตศาลเจ้าโฮทากะ (Hotaka Shrine) บรรยากาศโดยรอบจึงเงียบสงบ และมีความศักดิ์สิทธิ์แตกต่างจากจุดอื่น หากเดินไปจนสุดท่าน้ำที่ยื่นเข้าไปในบึง จะพบระฆัง และกล่องรับบริจาคสำหรับผู้ที่ต้องการสักการะ ในแต่ละปีบริเวณนี้ยังมีการจัดพิธีตามความเชื่อแบบชินโตด้วย

 

แม่น้ำอาซุสะ (Azusa River)

แม่น้ำอาซุสะ สายน้ำใสที่เป็นหัวใจของ Kamikochi

แม่น้ำสายหลักที่เปรียบได้กับหัวใจของพื้นที่ ต้นน้ำไหลมาจากเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ น้ำจึงใสจนมองเห็นพื้นด้านล่าง เส้นทางเลียบแม่น้ำได้รับการดูแลอย่างดี และเดินได้สบาย เหมาะกับการนั่งพักผ่อนริมน้ำโดยมีแนวภูเขาเป็นฉากหลัง

 

บึงทะชิโระ (Tashiro Pond)

บึงทะชิโระ จุดแวะระหว่างเส้นทางเดินในคามิโคจิ

บึงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมเส้นทางเดินเชื่อมระหว่างบึงไทโชกับสะพานคัปปะ บรรยากาศเงียบสงบ และมีผู้คนน้อยกว่าจุดหลัก โดยรอบล้อมด้วยภูเขา และพรรณไม้ที่ผลัดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงเป็นจุดพักที่เหมาะกับการแวะระหว่างทาง

 

บึงดาเกะซาวะ (Dakesawa Marsh)

เที่ยวคามิโคจิที่บึงดาเกะซาวะ พื้นที่ชุ่มน้ำใกล้สะพานคัปปะ

พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ห่างจากสะพานคัปปะเพียงเดินเท้าราวห้าถึงสิบนาที ให้ความรู้สึกสงบไม่แพ้จุดอื่น เหมาะกับผู้ที่มีเวลาไม่มากแต่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในระยะใกล้

 

ลานกางเต็นท์โคะนาชิไดระ (Konashidaira)

ลานกางเต็นท์โคะนาชิไดระ ที่พักแรมกลางธรรมชาติของคามิโคจิ

ลานกางเต็นท์ที่อยู่ห่างจากท่ารถบัสเพียงเดินเท้าราวสิบห้านาที ภายในมีร้านค้าขนาดเล็ก และโรงอาบน้ำสาธารณะให้บริการ ผู้ที่ไม่ต้องการกางเต็นท์ก็มีบ้านพักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้เลือกเช่นกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการค้างคืนเพื่อชมบรรยากาศยามเช้า และท้องฟ้ายามค่ำคืน

เส้นทางเดินในคามิโคจิมีแบบไหนให้เลือก?

เส้นทางภายในพื้นที่มีหลายระดับความยาก ตั้งแต่เดินเล่นแบบสบายไปจนถึงเส้นทางสำหรับนักปีนเขาที่มีประสบการณ์ ก่อนเข้าเส้นทางเดินป่าหรือปีนเขา ควรลงทะเบียนตามระเบียบของอุทยานทุกครั้ง

 

เส้นทางเลียบแม่น้ำอาซุสะ

เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำอาซุสะ เส้นทางพื้นฐานของ Kamikochi

เส้นทางพื้นฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นทางราบ เดินสะดวก ระยะทางราว 9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 ชั่วโมง ครอบคลุมจุดไฮไลต์สำคัญเกือบครบ จึงเหมาะกับผู้ที่มีเวลาเพียงหนึ่งวัน

 

ภูเขายาเกะดาเกะ (Yakedake)

เส้นทางปีนภูเขายาเกะดาเกะสำหรับผู้เริ่มต้น ไฮไลท์เด็ดของคามิโคจิ

เส้นทางปีนภูเขายาเกะดาเกะ ภูเขาไฟสำหรับผู้เริ่มต้น ระยะทางราว 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 6 ชั่วโมง สามารถเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความท้าทายจากเส้นทางเดินพื้นราบ

 

ภูเขาโชกะทาเกะ (Chogatake)

เส้นทางเดินป่าภูเขาโชกะทาเกะระดับกลาง ที่ห้ามพลาดเวลามา Kamikochi

เส้นทางสำหรับนักเดินป่าระดับกลาง มีแผนการเดินหลายรูปแบบให้เลือกตามระยะเวลาที่มี ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน จึงควรวางแผนที่พักบนเส้นทางล่วงหน้า

 

เส้นทางระดับสูงและระดับมืออาชีพ

เส้นทางเดินป่าระดับสูงจากคามิโคจิสู่ยอดเขาเจแปนแอลป์

สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้ว มีเส้นทางที่ท้าทายขึ้นอย่างภูเขาคิตะ-โฮะตะคาดาเกะ (Kita-Hotakadake) ระยะทางราว 34 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมง และภูเขายาริ (Yari) ระยะทางราว 39 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง โดยต้องใช้เวลาเดินสองวัน และมีการปีนเขาหลายรูปแบบ เส้นทางกลุ่มนี้ค่อนข้างเสี่ยง จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เพียงพอเท่านั้น

เที่ยวคามิโคจิช่วงไหนดีที่สุด?

คามิโคจิ (Kamikochi) ที่เที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีเสน่ห์ในแต่ละฤดูกาลแตกต่างกันชัดเจน โดยพื้นที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ก่อนจะปิดในฤดูหนาวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

 

ฤดูใบไม้ผลิ

คามิโคจิในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้เริ่มผลิใบเขียว

เริ่มตั้งแต่ช่วงเปิดอุทยานกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนมิถุนายน ช่วงแรกอาจยังมีหิมะหลงเหลือในบางพื้นที่ อุณหภูมิอยู่ที่ราว 1 ถึง 19 องศาเซลเซียส จากนั้นต้นไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมอากาศที่อบอุ่นขึ้น ข้อควรทราบคือร้านค้าและที่พักบางแห่งอาจยังไม่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

 

ฤดูร้อน

คามิโคจิในฤดูร้อน อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินป่า

ราวเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน แม้จะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศยังเย็นสบาย อุณหภูมิอยู่ที่ราว 12 ถึง 24 องศาเซลเซียส เนื่องจากพื้นที่อยู่สูง และล้อมรอบด้วยป่าเขา ช่วงนี้ตรงกับวันหยุดฤดูร้อนของญี่ปุ่น และเป็นฤดูกาลปีนเขา จึงมีผู้เดินทางค่อนข้างมาก

 

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

คามิโคจิช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทัศนียภาพสีเหลืองส้มแดง

ราวกลางเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นอีกช่วงที่ได้รับความนิยมสูง เพราะใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง โดยช่วงที่แนะนำสำหรับการชมคือกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิช่วงต้นฤดูอยู่ที่ราว 10 ถึง 14 องศาเซลเซียส เมื่อเข้าเดือนพฤศจิกายนจะลดลงเหลือราวลบ 4 ถึง 9 องศาเซลเซียส และบางปีเริ่มมีหิมะตกช่วงปลายเดือน

 

เดินทางไปคามิโคจิอย่างไร?

การเดินทางเข้าพื้นที่ทำได้หลายรูปแบบ แต่ทุกเส้นทางต้องต่อรถบัสหรือแท็กซี่ในช่วงสุดท้าย เนื่องจากรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปในเขตอุทยานไม่ได้

หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากโตเกียว ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่ต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดด้านนอกอย่างซาวันโดะ (Sawando) แล้วต่อรถบัสอีกประมาณ 20 ถึง 30 นาที ส่วนผู้ที่เลือกรถบัสโดยสารสามารถขึ้นได้จากสถานีหลักในโตเกียว เช่น ชินจูกุ ใช้เวลาราว 5 ถึง 7 ชั่วโมง

อีกทางเลือกคือรถไฟ โดยขึ้นรถไฟด่วนพิเศษอาซึสะจากสถานีชินจูกุไปลงที่สถานีมัตสึโมโตะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที จากนั้นต่อรถบัสอีกราว 1 ชั่วโมง 50 นาที นอกจากนี้ยังมีรถบัสตรงจากเมืองใหญ่อื่น เช่น นาโกย่า โอซาก้า และทาคายามะ ซึ่งบางเส้นทางให้บริการเฉพาะบางช่วงของปี จึงควรตรวจสอบตารางเดินรถล่วงหน้าทุกครั้ง

 

กฎระเบียบอะไรที่ควรรู้ก่อนเข้าอุทยาน?

เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จึงมีข้อปฏิบัติที่เข้มงวดกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่

ข้อปฏิบัติหลักที่ควรทราบ ได้แก่ ห้ามนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าพื้นที่ ห้ามเก็บพืชพรรณ แมลง หรือสัตว์ออกนอกอุทยาน ไม่ควรเข้าใกล้หรือให้อาหารสัตว์ป่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าพื้นที่ ห้ามปั่นจักรยานบนเส้นทางเดิน และห้ามใช้อากาศยานไร้คนขับ นอกจากนี้ยังไม่มีถังขยะภายในอุทยาน ผู้มาเยือนจึงต้องพกถุงขยะติดตัว และนำขยะกลับออกไปด้วย ส่วนห้องน้ำสาธารณะมีการเก็บค่าบำรุงรักษา จึงควรเตรียมเหรียญติดตัวไว้

อีกข้อที่ควรทราบคือภายในพื้นที่ไม่มีตู้เอทีเอ็มให้บริการ แนะนำให้เตรียมเงินสดไปให้เพียงพอ และเนื่องจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้มากในแต่ละช่วงเวลาของวัน ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมกันลมติดตัวไปด้วยแม้จะเดินทางในฤดูร้อน

 

เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: Japan Alps Kamikochi, Kamikochi Travel Guide, GoNAGANO

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวคามิโคจิได้ครบ?

A: หากต้องการเก็บจุดไฮไลต์หลักตามเส้นทางเลียบแม่น้ำ หนึ่งวันเต็มก็เพียงพอ แต่หากต้องการชมบรรยากาศยามเช้า และช่วงพลบค่ำที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน แนะนำให้ค้างคืนภายในพื้นที่หนึ่งคืน ส่วนผู้ที่วางแผนเดินเส้นทางปีนเขา ควรเผื่อเวลาไว้มากกว่านั้นตามระดับของเส้นทางที่เลือก

Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือไม่?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา โดยพำนักได้สูงสุด 15 วัน ทั้งนี้เงื่อนไข และระบบลงทะเบียนก่อนเดินทางอาจมีการปรับเปลี่ยน จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

Q: ควรเตรียมรองเท้าและอุปกรณ์แบบใด?

A: สำหรับเส้นทางพื้นราบเลียบแม่น้ำ รองเท้าผ้าใบที่สวมสบายก็เพียงพอ แต่หากวางแผนเดินเส้นทางที่ยาวขึ้นหรือปีนเขา ควรใช้รองเท้าเดินป่าที่หุ้มข้อและมีดอกยางยึดเกาะดี ในทางปฏิบัติแนะนำให้เตรียมเสื้อกันฝนแบบพกพา หมวก และน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เนื่องจากสภาพอากาศบนที่สูงเปลี่ยนแปลงได้เร็ว

Q: มีร้านอาหารและที่พักภายในพื้นที่หรือไม่?

A: ภายในคามิโคจิมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักให้บริการ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บริเวณสะพานคัปปะ และใกล้ท่ารถบัส ที่พักมีตั้งแต่โรงแรม เรือนพักแบบญี่ปุ่น ไปจนถึงลานกางเต็นท์ เนื่องจากจำนวนห้องพักมีจำกัด และเปิดเฉพาะบางช่วงของปี จึงควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

Q: คามิโคจิมีสัญญาณโทรศัพท์และ Wi-Fi ให้ใช้ไหม?

A: สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด บางจุดในเส้นทางเดินแทบไม่มีสัญญาณ ส่วน Wi-Fi มีให้บริการเฉพาะบางจุด เช่น บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ท่ารถบัส และที่พักบางแห่ง แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่และข้อมูลเส้นทางแบบออฟไลน์ไว้ล่วงหน้า และแจ้งกำหนดการเดินทางให้คนใกล้ตัวทราบก่อนเข้าเส้นทางเดินป่า