Skip to Main Content

อุทยานปี้เผิงโกว (Bipenggou) หุบเขาใบไม้เปลี่ยนสีแดนเสฉวน

อุทยานปี้เผิงโกว หุบเขาใบไม้เปลี่ยนสีแดงส้มตัดกับยอดเขาหิมะ

เมื่อพูดถึงมณฑลเสฉวน หลายคนมักนึกถึงจิ่วจ้ายโกวหรือภูเขาสี่ดรุณีเป็นอันดับแรก แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดหมายธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงามไม่แพ้กัน นั่นคือ อุทยานปี้เผิงโกว (Bipenggou) หุบเขาที่ได้รับฉายาว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเสฉวนตะวันตก ด้วยภูมิประเทศที่ผสมผสานภูเขาหิมะ ป่าดึกดำบรรพ์ ทะเลสาบ และน้ำตกไว้ในที่เดียว

จุดเด่นอีกข้อของปี้เผิงโกวคือเดินทางสะดวก เพราะภายในอุทยานมีรถบริการตลอดเส้นทาง ผู้ที่ไม่ถนัดเดินไกลจึงเที่ยวได้เช่นกัน อีกทั้งยังมาเยือนได้ทุกฤดูกาล บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำหรับวางแผนเที่ยวปี้เผิงโกว ทั้งจุดไฮไลต์ ช่วงเวลาที่เหมาะสม และการเดินทางเอาไว้ให้แล้ว

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ

 

อุทยานปี้เผิงโกวอยู่ที่ไหน และมีอะไรน่าสนใจ?

อุทยานปี้เผิงโกว ภาพมุมกว้างของหุบเขาในเขตอาป้า มณฑลเสฉวน

ก่อนวางแผนเดินทาง ควรทำความเข้าใจที่ตั้งและลักษณะพื้นที่ก่อน เพื่อให้จัดตารางทริปได้เหมาะสมกับเวลาที่มี

ปี้เผิงโกวเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า (Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture) ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ห่างจากเมืองเฉิงตูออกไปราว 200 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหุบเขาที่มีระดับความสูงหลากหลาย ตั้งแต่ราว 2,000 เมตรไปจนถึงกว่า 5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ป่าดึกดำบรรพ์ ทุ่งหญ้า น้ำตก และทะเลสาบที่ใสสะอาด

นอกจากทัศนียภาพแล้ว อุทยานปี้เผิงโกวยังอุดมด้วยพืชพรรณนานาชนิด และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น แพนด้าแดง ลิงสีทอง และกวางชะมด จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งการพักผ่อนชมวิว การศึกษาธรรมชาติ และการเดินป่า

จุดไฮไลต์ในอุทยานปี้เผิงโกวมีที่ไหนบ้าง?

พิกัดต่อไปนี้คือจุดชมวิวหลักที่ผู้มาเยือนส่วนใหญ่ไม่พลาด โดยสามารถใช้รถบริการภายในอุทยานเดินทางเชื่อมต่อกันได้

 

ทะเลสาบหลงหวัง (Longwang Lake)

อุทยานปี้เผิงโกว ทะเลสาบหลงหวัง (Longwang Lake) สีน้ำเขียวมรกต

ทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนภูเขา สีของน้ำเปลี่ยนไปตามฤดูกาล บางช่วงเป็นสีฟ้าใส บางช่วงเป็นสีเขียวมรกต ผิวน้ำนิ่งสงบจนสะท้อนเงาภูเขาหิมะได้ชัดเจน มีสะพานไม้ให้เดินเข้าไปชมบรรยากาศในระยะใกล้ จึงเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยม

 

ทะเลสาบปันหยาง (Panyang Lake)

อุทยานปี้เผิงโกว ทะเลสาบปันหยาง (Panyang Lake) ล้อมรอบด้วยป่าและภูเขา

ทะเลสาบอัลไพน์บนพื้นที่สูงที่ขึ้นชื่อเรื่องความใสของน้ำ ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้ ดอกไม้ และใบไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้เป็นทั้งจุดถ่ายภาพธรรมชาติและพื้นที่ศึกษาสิ่งมีชีวิต ชื่อปันหยางมาจากชื่อของแพะภูเขาชนิดหนึ่งที่พบได้ในบริเวณนี้

 

เยี่ยนจื่อเหยียน (Yanziyan)

ปี้เผิงโกว จุดชมวิวเยี่ยนจื่อเหยียน (Yanziyan) มองเห็นภูเขาหิมะในระยะใกล้

จุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดในเส้นทางท่องเที่ยว เนื่องจากอากาศเบาบางและหนาวเย็น จึงควรค่อย ๆ เดินเพื่อปรับตัว จุดนี้มองเห็นวิวภูเขาหิมะได้ในระยะใกล้ พร้อมทัศนียภาพมุมกว้างของทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตกโดยรอบ

เที่ยวปี้เผิงโกวช่วงไหนดีที่สุด?

ปี้เผิงโกวเปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์แตกต่างกัน จึงควรเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการสัมผัส

 

ฤดูใบไม้ผลิ

เที่ยวปี้เผิงโกว ฤดูใบไม้ผลิ

ราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่ธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวา ดอกไม้หลากสีบานทั่วป่า โดยเฉพาะดอกท้อที่บานในช่วงต้นฤดู ท้องฟ้าโปร่งมองเห็นยอดเขาหิมะได้ชัดเจน อุณหภูมิยังค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ราว 2 ถึง 15 องศาเซลเซียส จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย

 

ฤดูร้อน

เที่ยวปี้เผิงโกว ฤดูร้อน ป่าเขียวขจีกลางหุบเขา

ราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อากาศไม่ร้อนจัด อุณหภูมิอยู่ที่ราว 12 ถึง 20 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นสบาย ช่วงต้นฤดูอาจมีฝนตกบ้าง บรรยากาศร่มรื่น ภูเขาปกคลุมด้วยใบไม้สีเขียว และเป็นช่วงที่ทะเลสาบกับน้ำตกมีน้ำเต็ม เหมาะกับการเดินป่าและชมธรรมชาติ

 

ฤดูใบไม้ร่วง

อุทยานปี้เผิงโกว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ป่าสีแดงส้มเหลืองตัดกับยอดเขาหิมะ

ราวเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เป็นช่วงไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ผลัดใบเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง ตัดกับยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และสะท้อนเงาลงบนผืนน้ำ อุณหภูมิอยู่ที่ราว 1 ถึง 17 องศาเซลเซียส ช่วงปลายฤดูเริ่มมีหิมะตก

 

ฤดูหนาว

เที่ยวปี้เผิงโกว ฤดูหนาว หุบเขาและป่าสนปกคลุมด้วยหิมะสีขาว

ราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็นมาก อุณหภูมิอยู่ที่ราวลบ 5 ถึง 3 องศาเซลเซียส หิมะตกสะสมจนหุบเขากลายเป็นสีขาว นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมฤดูหนาวและแช่น้ำพุร้อนได้ ทางเดินบางช่วงอาจมีหิมะหรือน้ำแข็งปกคลุม จึงควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นลื่น

เดินทางไปอุทยานปี้เผิงโกวอย่างไร?

จุดตั้งต้นการเดินทางส่วนใหญ่คือเมืองเฉิงตู ซึ่งมีทั้งเที่ยวบินและรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ก่อนต่อรถเข้าสู่พื้นที่อุทยาน

จากเฉิงตูสามารถขึ้นรถบัสที่สถานีซินหนานเหมิน (Xinnanmen Bus Station) ไปยังปี้เผิงโกวได้โดยตรง ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง อีกทางเลือกคือขึ้นรถบัสจากสถานีฉาเตี้ยนจื่อ (Chadianzi Bus Station) ไปลงที่อำเภอหลี่เสี้ยน (Lixian) แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่เข้าสู่พื้นที่อีกช่วงหนึ่ง ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นอาจเลือกใช้บริการเหมารถพร้อมคนขับ เพื่อความสะดวกในการแวะจุดต่าง ๆ ระหว่างทาง

เมื่อถึงอุทยาน ภายในมีรถบริการรับส่งไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นมีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปยังทะเลสาบปันหยางและเยี่ยนจื่อเหยียน การใช้รถบริการช่วยประหยัดเวลาและแรง เหมาะกับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายวัน แม้ทัศนียภาพระหว่างทางจะเห็นได้ไม่ชัดเท่าการเดินเท้า แต่ก็แลกมากับความสะดวกสบายที่มากกว่า

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปเที่ยวบนพื้นที่สูง?

เนื่องจากปี้เผิงโกวตั้งอยู่บนพื้นที่สูง อุณหภูมิและปริมาณออกซิเจนจึงแตกต่างจากพื้นราบ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวได้อย่างปลอดภัยและสบายตัวมากขึ้น

ในทางปฏิบัติ แนะนำให้สวมเสื้อผ้าแบบหลายชั้นที่กันลมและกันความเย็นได้ พร้อมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินทางไกลและพื้นลาดชัน เนื่องจากอากาศบนที่สูงเบาบาง ควรเดินช้าลงและพักเป็นระยะเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง นอกจากนี้ควรเตรียมครีมกันแดดและยาประจำตัวติดตัวไปด้วย

 

เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242

อ้างอิง: chinadiscovery.com, etripchina.com, sichuantravelguide.com

 

คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวได้ครบ?

A: โดยทั่วไปแนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับพื้นที่อุทยานอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม เพื่อเก็บจุดไฮไลต์หลักตามเส้นทางรถบริการ แต่เนื่องจากระยะทางจากเฉิงตูค่อนข้างไกล หลายคนจึงนิยมวางแผนแบบค้างคืนในบริเวณใกล้เคียง และมักรวมเข้ากับการเที่ยวสถานที่อื่นในเสฉวนเป็นทริปหลายวัน

Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีนหรือไม่?

A: ปัจจุบันไทยและจีนมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาเพื่อการท่องเที่ยว ภายในระยะเวลาพำนักที่กำหนด เงื่อนไขอาจมีการปรับเปลี่ยน จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

Q: ภายในพื้นที่มีที่พักและร้านอาหารหรือไม่?

A: ในบริเวณอุทยานและพื้นที่ใกล้เคียงมีที่พักและร้านอาหารให้บริการ รวมถึงโรงแรมที่อยู่ในเขตอุทยาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการค้างคืนเพื่อชมบรรยากาศยามเช้า อย่างไรก็ดี จำนวนห้องพักมีจำกัดและได้รับความนิยมสูงในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จึงควรจองล่วงหน้า

Q: เดินทางจากปี้เผิงโกวไปเที่ยวที่อื่นในเสฉวนต่อได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้ เพราะพื้นที่นี้อยู่ในเส้นทางเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นของเสฉวน เช่น ภูเขาสี่ดรุณีและธารน้ำแข็งต้ากู่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมวางแผนเที่ยวหลายจุดต่อเนื่องกันในทริปเดียว โดยใช้เฉิงตูเป็นจุดเริ่มต้นและจุดเชื่อมต่อ

Q: ควรเตรียมเงินสดหรือใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน?

A: ร้านค้าในจีนนิยมชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันมากกว่าเงินสด แนะนำให้ติดตั้งแอปชำระเงินที่รองรับบัตรต่างประเทศและผูกบัตรให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ทั้งนี้ควรพกเงินสดติดตัวไว้บางส่วนสำหรับร้านเล็กหรือกรณีที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ภูเขาไม่เสถียร