10 ที่เที่ยวจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) ประเทศจีน อัปเดตใหม่ 2569
จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต ด้วยทิวทัศน์ของเสาหินควอตซ์ซานด์สโตนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางสายหมอกบางเบา จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของภูเขาลอยฟ้าในภาพยนตร์ Avatar ตั้งอยู่ในมณฑลหูหนานทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน พื้นที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ตั้งแต่ปี 1992 และยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี
ก่อนเดินทาง ควรรู้ว่าตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยได้เปิดใช้ระบบจองตั๋วแบบกำหนดช่วงเวลาเข้า (Timed Entry System) ผู้เยี่ยมชมต้องจองช่วงเวลาเข้าล่วงหน้า และต้องพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดการเยี่ยมชม เนื่องจากมีการใช้ระบบจดจำใบหน้าสำหรับเข้าประตูและขึ้นลิฟต์หรือกระเช้าต่าง ๆ
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ทำความรู้จักจางเจียเจี้ย ก่อนออกเดินทาง
- ควรเที่ยวเมืองจางเจียเจี้ยช่วงไหน
- 10 ที่เที่ยวเส้นทางจางเจียเจี้ย ที่ไม่ควรพลาด
- เคล็ดลับการวางแผนเที่ยวจางเจียเจี้ย
ทำความรู้จักจางเจียเจี้ย ก่อนออกเดินทาง
จางเจียเจี้ยเป็นเมืองระดับจังหวัดในมณฑลหูหนาน ห่างจากเมืองฉางซาราว 330 กิโลเมตร มีสนามบินจางเจียเจี้ย เหอฮัว (Zhangjiajie Hehua Airport) รองรับเที่ยวบินตรงจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเมืองสำคัญอื่น ๆ ตัวเมืองจางเจียเจี้ยอยู่ห่างจากเมืองอู่หลิงหยวน (Wulingyuan) ซึ่งเป็นที่ตั้งประตูทางเข้าอุทยานประมาณ 30 กิโลเมตร สามารถนั่งรถประจำทางได้ในราคาเพียง 12 หยวน
ควรเที่ยวเมืองจางเจียเจี้ยช่วงไหน
ฤดูที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือนคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) เนื่องจากอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและเดินป่า ควรหลีกเลี่ยงวันหยุดทองของจีน อย่างช่วงตรุษจีนและวันชาติ 1 ตุลาคม เพราะนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก
10 ที่เที่ยวเส้นทางจางเจียเจี้ย ที่ไม่ควรพลาด
1. อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)
อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยเป็นอุทยานป่าแห่งชาติแห่งแรกของจีน ก่อตั้งในปี 1982 และเป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอู่หลิงหยวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO มีเนื้อที่กว่า 48 ตารางกิโลเมตร อัดแน่นไปด้วยเสาหินกว่า 3,000 ยอดที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าไม้เขียวชอุ่ม บัตรเข้าอุทยานมีอายุ 4 วัน แต่หากเวลาจำกัด 2 วันก็เพียงพอสำหรับไฮไลท์สำคัญ ภายในอุทยานมีรถบัสไฟฟ้าฟรีให้บริการตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม
2. เขตยวนเจียเจี้ย – ภูเขาอวตาร (Yuanjiajie Scenic Area)
ยวนเจียเจี้ยคือหัวใจหลักของอุทยาน และเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวต้องมาให้ได้ ที่นี่คือบ้านของ "ภูเขาฮัลเลลูยา" (Hallelujah Mountain) หรือ Southern Sky Pillar เสาหินสูง 1,080 เมตรที่ฐานเรียวแหลมจนดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ โดยเฉพาะในวันที่มีหมอกปกคลุมจะงดงามราวภาพวาด นอกจากนี้ยังมีสะพานหินธรรมชาติ "สะพานที่หนึ่งใต้ฟ้า" (No.1 Bridge Under Heaven) เชื่อมระหว่างยอดเขา แนะนำให้มาถึงตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน
3. ลิฟต์ร้อยมังกร (Bailong Elevator)
ลิฟต์ไป่หลง หรือลิฟต์ร้อยมังกร คือลิฟต์กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 326 เมตร ใช้เวลาขึ้นไม่ถึง 2 นาทีก็ถึงยอดเขา ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ทิวทัศน์ของเสาหินนับร้อยยอดที่โอบล้อมอยู่จะทำให้อ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยกให้เป็นไฮไลท์ตลอดการเดินทาง ค่าลิฟต์ขึ้นลงจำหน่ายแยกจากบัตรเข้าอุทยาน
4. เขาเทียนจื่อ (Tianzi Mountain Nature Reserve)
เขาเทียนจื่อหรือ "จักรพรรดิท้องฟ้า" เป็นจุดชมวิวแบบ "อยู่เหนือเมฆ" ที่ขึ้นชื่อที่สุดในจางเจียเจี้ย สันเขาที่ทอดยาวและยอดเขาที่โผล่พ้นทะเลหมอกดูราวกับเมืองลอยฟ้าในตำนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักถ่ายภาพที่อยากได้ภาพสวยงาม โดยช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นเป็นเวลาทองสำหรับการถ่ายภาพ สามารถขึ้นไปได้โดยกระเช้าหรือรถบัสสายภายในอุทยาน
5. ภูเขาเทียนเหมิน (Tianmen Mountain)
เทียนเหมินซาน หรือภูเขาประตูสวรรค์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่แยกออกมาจากอุทยานหลัก และเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของจางเจียเจี้ย จุดเด่นคือถ้ำธรรมชาติ "ประตูสวรรค์" ที่แสงแดดลอดผ่านเข้ามาได้อย่างงดงาม พร้อมด้วยกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลก บันได 999 ขั้นสู่ประตูสวรรค์ และทางเดินกระจกบนหน้าผาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจแข็งพอ
หมายเหตุ: ตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 ส่วนบนของกระเช้าหลักอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง สามารถใช้บริการรถบัสและบันไดเลื่อนแทนได้
6. สะพานกระจกแกรนด์แคนยอน (Zhangjiajie Grand Canyon Glass Bridge)
สะพานกระจกจางเจียเจี้ยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2016 และยังคงครองใจนักท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความยาว 430 เมตร และแขวนอยู่สูงจากพื้น 300 เมตร พื้นสะพานที่ทำจากกระจกนิรภัย 3 ชั้นช่วยให้มองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างตื่นเต้นเร้าใจ บริเวณโดยรอบยังมีเส้นทางเดินป่าและซิปไลน์ภายในแกรนด์แคนยอนให้เลือกเล่น ควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า ราคาตั๋วสะพานพร้อมแคนยอนอยู่ที่ 219 หยวน
7. ลำธารแส้ทอง (Golden Whip Stream)
ลำธารแส้ทองหรือ Jinbian Stream เป็นเส้นทางเดินป่าระยะทาง 7.5 กิโลเมตรที่ผ่านกลางป่าภายในอุทยาน ริมน้ำใสสะอาด ผาหินสูงชัน และป่าไม้เขียวสด บรรยากาศเงียบสงบและเย็นสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเบรกจากความตื่นเต้นของจุดชมวิวสูงชัน เส้นทางไม่ยากและเดินได้ทุกระดับ โดยเฉพาะช่วงสายจนถึงบ่ายต้น แสงแดดส่องผ่านเรือนยอดไม้ลงมาสวยงามมาก
8. ถ้ำมังกรเหลือง (Yellow Dragon Cave)
ถ้ำหวงหลง หรือถ้ำมังกรเหลือง ถือได้ว่าเป็นถ้ำท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของจีน ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยนับพันรูปทรง แม่น้ำใต้ดิน และน้ำตกใต้ดินที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ ความยาวระบบถ้ำกว่า 15 กิโลเมตร การเที่ยวชมใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับวันที่ฝนตกหรืออยากพักจากแสงแดดกลางแจ้ง
9. ทะเลสาบเป่าเฟิง (Baofeng Lake)
ทะเลสาบเป่าเฟิงตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติซัวซีวัลเลย์ ล้อมรอบด้วยเสาหินและป่าเขียว บรรยากาศสงบเงียบและงดงามต่างออกไปจากจุดชมวิวแบบสูงชัน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือพายชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติ ราคาค่าเข้า 110 หยวน หากเวลาจำกัดอาจข้ามจุดนี้ได้
10. เมืองโบราณฟ่งหวง (Fenghuang Ancient Town)
ฟ่งหวง หรือ "เมืองนกฟีนิกซ์" อยู่ห่างจากตัวเมืองจางเจียเจี้ยราว 1 ชั่วโมงโดยรถไฟความเร็วสูง เป็นเมืองโบราณริมแม่น้ำที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมบ้านไม้ยกพื้น (Stilted Houses) ของชาวเมียวและถูเจียไว้อย่างสมบูรณ์ ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนผิวน้ำสวยงามราวภาพวาด สตรีทฟู้ดท้องถิ่น อาหารรสเผ็ดจัด และหัตถกรรมพื้นบ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เหมาะสำหรับเพิ่มลงในทริปเป็นวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ
เคล็ดลับการวางแผนเที่ยวจางเจียเจี้ย
โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวนิยมใช้เวลา 3–5 วันในการสำรวจจางเจียเจี้ยอย่างครบถ้วน หากมีเวลา 2 วันแนะนำให้ใช้วันแรกสำรวจยวนเจียเจี้ยและเขาเทียนจื่อ ส่วนวันที่สองเที่ยวหวงสื่อไจ้และเดินลำธารแส้ทอง บัตรเข้าอุทยานราคาประมาณ 245 หยวน (4 วัน) รถบัสไฟฟ้าฟรีภายในอุทยาน แต่ค่ากระเช้าและลิฟต์คิดแยก แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์ก่อนเดินทางเสมอ
เที่ยวจางเจียเจี้ยเต็มไปด้วยกิจกรรมผาดโผน ทั้งการเดินป่า ทางเดินกระจก และลิฟต์ความสูงระดับโลก ก่อนออกเดินทางไปต่างประเทศควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศจากชับบ์ Chubb Travel Insurance จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวจีนได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจสนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง: Postcards From Mimi, Lauren's Lighthouse
คำถามที่พบบ่อย
Q: ต้องใช้วีซ่าอะไรในการเดินทางไปจางเจียเจี้ย?
A: คนไทยที่ต้องการเดินทางไปจีนต้องยื่นขอวีซ่าจีน (China Visa) ล่วงหน้า อย่างไรก็ดี จีนมีนโยบายยกเว้นวีซ่า 30 วันสำหรับพลเมืองไทยเมื่อเข้าผ่านบางช่องทาง ควรตรวจสอบนโยบายล่าสุดกับสถานทูตจีนหรือกรมการกงสุลก่อนเดินทางทุกครั้ง
Q: จางเจียเจี้ยเหมาะสำหรับเดินทางคนเดียวหรือไม่?
A: เดินทางคนเดียวได้สบาย รถบัสไฟฟ้าภายในอุทยานให้บริการฟรีและครอบคลุม แผนที่และป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษในจุดสำคัญ แต่ควรดาวน์โหลดแอปแผนที่ออฟไลน์และเตรียม WeChat Pay หรือ Alipay ไว้ล่วงหน้าเพราะร้านค้าส่วนใหญ่รับเฉพาะชำระเงินดิจิทัล
Q: ช่วงเวลาไหนที่หมอกปกคลุมสวยที่สุดในจางเจียเจี้ย?
A: หมอกในจางเจียเจี้ยมักปรากฏในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) และหลังฝนตกในช่วงฤดูร้อน บรรยากาศหมอกบางล้อมเสาหินให้ภาพที่งดงามที่สุด แต่ต้องอาศัยโชคด้านอากาศด้วย ควรวางแผนอยู่หลายวันเผื่อไว้หากต้องการโอกาสได้เห็นหมอก
Q: อาหารในจางเจียเจี้ยเป็นอย่างไร และมีอาหารฮาลาลหรือไม่?
A: อาหารท้องถิ่นของมณฑลหูหนานขึ้นชื่อเรื่องรสเผ็ดจัดจ้าน มีทั้งอาหารพื้นบ้านของชาวถูเจียและเมียว ราคาอาหารในตัวเมืองถูกกว่าในอุทยาน ร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่มีน้อยมาก ผู้ที่ต้องการอาหารฮาลาลแนะนำเตรียมขนมและอาหารสำรองมาบางส่วน
Q: ควรเตรียมร่างกายอย่างไรสำหรับการเดินป่าในจางเจียเจี้ย?
A: เส้นทางในอุทยานมีทั้งแบบเดินง่ายและแบบที่ต้องปีนบันไดหลายร้อยขั้น แนะนำสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่มีพื้นกันลื่น เตรียมน้ำดื่มและอาหารว่างสำหรับวันที่เดินนานหลายชั่วโมง หากมีปัญหาข้อเข่าหรือหัวใจ ควรเลือกใช้ลิฟต์และกระเช้าเป็นหลักแทนการเดินขึ้นเขา