10 ที่เที่ยวมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อัปเดตเที่ยวรัสเซียปี 2026
รัสเซีย ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยให้ความสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และชมแสงเหนือที่เมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) การไปเที่ยวรัสเซียด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณเลือกช่วงเวลาที่ใช่และวางแผนการเดินทางมาอย่างดี ทริปนี้จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิต ชับบ์ มัดรวมที่เที่ยวสุดฮิตในมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พร้อมเคล็ดลับน่ารู้ก่อนไปเที่ยวรัสเซียในปี 2026
เที่ยวรัสเซีย ช่วงไหนดีสุด
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยนิยมไปรัสเซียคือ “ไม่ต้องขอวีซ่า” (สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน) ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบใหญ่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป โดยช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน (พฤษภาคม - กันยายน) เพราะอากาศเย็นสบาย (15-25°C) ดอกไม้ผลิบานหลากสีสัน รวมไปถึงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) สำหรับคนที่อยากสัมผัสหิมะแท้และบรรยากาศคริสต์มาสแบบรัสเซีย ทั่วทั้งเมืองจะประดับไฟสวยงามมาก แม้จะหนาวจัดจนติดลบ แต่การได้เห็นมหาวิหารเซนต์บาซิลท่ามกลางหิมะสีขาว เป็นภาพสวยงามที่หาชมที่ไหนไม่ได้นอกจากรัสเซีย
รวม 5 พิกัดเช็กอินใน ‘มอสโก’ เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่
มอสโก (Moscow) เมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์แห่งจักรวรรดิรัสเซียและความล้ำสมัยในแบบปัจจุบันได้อย่างลงตัว ชับบ์ รวม 5 พิกัดห้ามพลาดมาให้คุณ
1. จัตุรัสแดง (Red Square) หรือ (Krasnaya Ploshad)
พื้นที่แห่งประวัติศาสตร์และอำนาจของรัสเซียตั้งอยู่ใจกลางของกรุงมอสโก มีลักษณะเป็นลานกว้างกว้างประมาณ 70 เมตร ยาว 695 เมตร รวมพื้นที่ประมาณ 23,100 ตารางเมตร รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลายแห่ง เช่น มหาวิหารเซนต์เบซิล (St. Basil's Cathedral), พระราชวังเครมลิน (Kremlin), สุสานเลนิน (Lenin's Mausoleum) รวมถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ จัตุรัสแดงเคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานรัฐพิธีและเหตุการณ์สำคัญระดับโลกมาหลายศตวรรษ จัตุรัสแดงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน (Moscow Metro) รถบัส หรือรถราง ลงสถานี Okhotny Ryad (สาย 1 สีแดง) ทางออกจะอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (State Historical Museum) ซึ่งเป็นทางเข้าหลักด้านทิศเหนือของจัตุรัสแดง
2. มหาวิหารเซนต์เบซิล (St. Basil’s Cathedral)
“โบสถ์หัวหอมหลากสีสัน” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดและภาพจำที่ทำให้หลายคนนึกถึงรัสเซีย มหาวิหารเซนต์เบซิลสร้างขึ้นโดยซาร์อีวานที่ 4 หรือที่รู้จักกันว่า “อีวานผู้เหี้ยมโหด” เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือ Kazan Khanate มหาวิหารแห่งนี้มีโดมรูปหัวหอม 9 โดม ซึ่งแต่ละโดมมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างอย่างวิจิตรบรรจง ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญที่รวบรวมงานศิลปะทางศาสนาและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าไว้ภายใน
- การเดินทาง: ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจัตุรัสแดง (ฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์) คุณสามารถเดินเชื่อมต่อจากพื้นที่จัตุรัสแดงไปยังหน้ามหาวิหารได้ภายในไม่เกิน 5 นาที
3. พระราชวังเครมลิน (The Kremlin)
ป้อมปราการและที่พำนักของผู้นำรัสเซียมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ล้อมรอบด้วย “กำแพงเครมลิน” ปราการอิฐสีแดงอันแข็งแกร่งมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร และมีหอคอยรวม 20 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ ภายในเป็นที่ตั้งของพระราชวังเก่าแก่ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ พิพิธภัณฑ์ Armoury Chamber ที่เก็บรักษาเครื่องราชกกุธภัณฑ์และสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ซาร์ นอกจากจะเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีรัสเซีย ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- การเดินทาง: พระราชวังเครมลินอยู่ติดกับจัตุรัสแดง ทางเข้าสำหรับนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณสวนอเล็กซานเดอร์ (Alexander Garden) ทางทิศตะวันตกของกำแพงเครมลิน
4. ถนนอาร์บัต (Arbat Street)
หนึ่งในถนนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงมอสโก อดีตศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของเหล่านักคิด ศิลปิน และนักเขียนชื่อดังระดับโลก ปัจจุบันเป็นถนนคนเดินที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟชิค ๆ และลานแสดงดนตรีเปิดหมวกที่มีชีวิตชีวา ถนนอาร์บัตยังเป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวมอสโกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกลิ่นอายศิลปะและบรรยากาศแบบคลาสสิกของรัสเซีย
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานี Okhotny Ryad (สาย 1 สีแดง) ใกล้กับจัตุรัสแดงเพียง 2 สถานี ลงที่สถานี Biblioteka Imeni Lenina แล้วเดินเชื่อมต่อ หรือเปลี่ยนสายไปลงที่สถานี Arbatskaya เมื่อเดินขึ้นมาคุณจะพบกับจุดเริ่มต้นของถนนอาร์บัต หรือหากร่างกายพร้อมก็สามารถเดินเท้าจากจัตุรัสแดงระยะทาง 1.5 กิโลเมตร
5. สถานีรถไฟใต้ดินมอสโก (Moscow Metro)
สถานีรถไฟใต้ดินมอสโกเปรียบเสมือน “พระราชวังของปวงชน” ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยหินอ่อน โคมไฟระย้า และงานโมเสกสะท้อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของรัสเซีย แต่ละสถานีมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันจนได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลาและเป็นโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อทุกมุมเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การเดินทาง: จากจัตุรัสแดงเริ่มต้นที่สถานี Ploshchad Revolyutsii ชมรูปปั้นที่สวยงาม จากนั้นนั่งรถไฟไปลงสถานี Kurskaya เพื่อเปลี่ยนเป็น สาย 5 (สีน้ำตาล) และควรเช็กอินที่สถานี Komsomolskaya (สีน้ำตาล) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานีที่สง่างามที่สุดในมอสโก ตกแต่งด้วยเพดานสีเหลืองทองอร่ามในสไตล์บาโรก
5 พิกัดสวยสะกดตาใน “เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” เวนิสแห่งรัสเซีย
เมืองที่ได้ฉายาว่า “หน้าต่างสู่ยุโรป” เต็มไปด้วยลำคลองและสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่งดงาม ชับบ์ รวม 5 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องไปเช็กอินในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้แก่
1. พระราชวังฤดูหนาว (Hermitage Museum)
สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองสูงสุดของจักรวรรดิรัสเซีย และอดีตที่ประทับหลักของราชวงศ์โรมานอฟ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกสีเขียวขาว ปัจจุบันเป็นส่วนหลักของ Hermitage Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมผลงานศิลปะและสมบัติล้ำค่านับล้านชิ้นจากทั่วโลก สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญด้านศิลปะ แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเหตุการณ์ปฏิวัติรัสเซีย ทำให้เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Admiraltyskaya สถานีที่ใกล้ที่สุด จากนั้นเดินต่ออีกเพียง 5-7 นาทีก็จะถึงทางเข้าหลักของพระราชวัง
2. พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace)
เจ้าของฉายา “แวร์ซายแห่งรัสเซีย” สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือสวีเดนและแสดงออกถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ของจักรวรรดิรัสเซีย ความโดดเด่นอยู่ที่ระบบน้ำพุธรรมชาติกว่า 150 แห่งที่ทำงานโดยไม่ใช้ปั๊มน้ำ และมีรูปปั้น Grand Cascade สีทองอร่ามตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำพุ พระราชวังตั้งอยู่ริมอ่าวฟินแลนด์ รายล้อมด้วยสวนสไตล์ฝรั่งเศสและอังกฤษที่กว้างใหญ่ บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของราชวงศ์โรมานอฟ และความเป็นอัจฉริยะด้านวิศวกรรมชลประทานในยุคนั้น
- การเดินทาง: นั่งเรือเร็ว Hydrofoil จากท่าเรือบริเวณหน้าพระราชวังฤดูหนาว (Hermitage) ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที มุ่งหน้าสู่ท่าเรือปีเตอร์ฮอฟโดยตรง หรือนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Avtovo แล้วต่อรถตู้สาธารณะ (Minibus) สาย K-300 หรือ K-424 จอดที่หน้าทางเข้าสวนของพระราชวัง
3. โบสถ์หยดเลือด (Church of the Savior on Spilled Blood)
หนึ่งในแลนด์มาร์คที่วิจิตรที่สุดของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 บริเวณจุดที่พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ ความโดดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบรัสเซียที่มีโดมรูปหัวหอมหลากสีสัน คล้ายกับมหาวิหารเซนต์เบซิลในกรุงมอสโก ผนังและเพดานภายในโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยโมเสกล้ำค่าครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,500 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคอลเลกชันโมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โบสถ์แห่งนี้จัดเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่สะท้อนประวัติศาสตร์และรำลึกถึงจักรพรรดิผู้ปลดปล่อยทาสของรัสเซีย
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Nevsky Prospekt หรือสถานี Gostiny Dvor เดินเท้าต่อประมาณ 5-10 นาที
4. ป้อมปราการปีเตอร์แอนด์พอล (Peter and Paul Fortress)
ต้นกำเนิดของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชทรงโปรดให้สร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันการรุกรานจากสวีเดน ภายในเป็นที่ตั้งของมหาวิหารปีเตอร์แอนด์พอลซึ่งมียอดแหลมสีทองสูงสง่า ทั้งยังเป็นสถานที่ฝังพระบรมศพของจักรพรรดิและจักรพรรดินีรัสเซียเกือบทุกพระองค์ตั้งแต่ยุคพระเจ้าปีเตอร์มหาราชจนถึงราชวงศ์โรมานอฟ ป้อมแห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นคุกคุมขังนักโทษการเมืองคนสำคัญ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่บอกเล่าเรื่องราวในยุคบุกเบิกและความเปลี่ยนแปลงในรัสเซียได้อย่างครบถ้วนที่สุด
- การเดินทาง: ป้อมปราการตั้งอยู่บนเกาะกระต่าย (Zayachy Island) ตรงข้ามกับพระราชวังฤดูหนาว แนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดินลงสถานี Gorkovskaya จากนั้นเดินผ่านสวน Alexander Park ไปทางแม่น้ำเนวาเพียง 5-10 นาที
5. พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace)
พระราชวังฤดูร้อนสไตล์ร็อกโกโกที่สะท้อนถึงความหรูหราฟุ่มเฟือยของราชสำนักรัสเซีย โดดเด่นด้วยตัวอาคารสีฟ้าสดใสตัดกับลวดลายปั้นปิดทองคำเปลวและสวนขนาดมหึมา ไฮไลต์อยู่ที่ “ห้องอำพัน” (Amber Room) ที่ประดับตกแต่งด้วยแผ่นอำพันแท้และทองคำหรูหรา งดงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก แม้ตัวพระราชวังจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่การบูรณะอย่างประณีตทำให้สถานที่แห่งนี้กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความรุ่งเรืองของจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัสเซียอีกครั้ง
- การเดินทาง: พระราชวังตั้งอยู่ที่เมืองพุชกิน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25-30 กิโลเมตร นั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานี Moskovskaya จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถตู้ (Minibus/ Marshrutka) สาย K-342 หรือ K-545 ลงหน้าพระราชวัง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที
เคล็ดลับเที่ยวรัสเซีย อัปเดตปี 2026
รัสเซียในปี 2026 ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ทรงเสน่ห์และคุ้มค่ากับการมาเยือน เรามีเคล็ดลับเที่ยวรัสเซียด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกสบายในปี 2026 มาฝาก
- วีซ่า: สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน
- ลงทะเบียนออนไลน์: สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศ จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “Gosuslugi RuID” และได้รับ QR Code ก่อนเดินทาง เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
- การแลกเงิน: แนะนำให้พกเงินสด (รูเบิล - RUB) และเตรียมบัตร Travel Card ที่รองรับการใช้งานในรัสเซีย เนื่องจากระบบชำระเงินบางอย่างอาจมีข้อจำกัด ควรใช้เงินดอลลาร์สหรัฐหรือเงินยูโรแลก และควรแลกที่ธนาคาร โรงแรมที่พัก หรือที่สนามบิน จะดีกว่าการแลกผ่านร้านค้าตามท้องถนนทั่วไป
- SIM Card: หาซื้อซิมท้องถิ่นอย่าง MTS หรือ Beeline ได้ที่สนามบิน หรือใช้ eSIM เพื่อความสะดวกในการใช้งานแผนที่และแอปแปลภาษา
- รัสเซียเข้า Line ได้ไหม: จำเป็นต้องเปิด VPN หรือใช้ซิมโรมมิ่งจากไทย หากใช้ซิมท้องถิ่นของรัสเซีย (MTS, Megafon, Beeline) อาจจะถูกบล็อก ทำให้ไม่สามารถใช้งาน LINE และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ได้สะดวก
ไม่ว่าคุณจะหลงรักประวัติศาสตร์ ชื่นชมงานศิลปะ หรืออยากสัมผัสอากาศหนาวเย็นแบบสุดขั้ว เพียงเตรียมตัวให้พร้อมและมีประกันเดินทาง แผ่นดินหมีขาวแห่งนี้ก็พร้อมจะเปิดอ้อมกอดต้อนรับคุณด้วยความประทับใจแน่นอน อย่าลืมซื้อ ประกันเดินทางชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ให้คุณเที่ยวรัสเซียอย่างอุ่นใจไปกับเรา