10 ที่เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 2026 คัดแล้วว่าดี ทั้งสายกิน สายมู สายช้อป
หลายคนอาจสงสัยว่า ต้องบอกว่า เมืองหลวงของประเทศมาเลเซียอย่าง กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จะสายกิน สายมู สายช้อป สายคัลท์ หรือสายธรรมชาติ ใครได้ไปแล้วจะตกหลุมรักกัวลาลัมเปอร์ แถมยังเดินทางง่ายแพลนเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืนได้ชิลล์ ๆ ไม่ต้องรอวันหยุดยาว คัดที่เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ปี 2026 พร้อมเคล็ดลับการเดินทางและแหล่งช้อปปิ้งมาเลเซียที่คุณไม่ควรพลาด!
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ทำความรู้จัก “กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงแห่งเสน่ห์ของมาเลเซีย
- เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ เดือนไหนดี?
- กัวลาลัมเปอร์ มีอะไรเที่ยว?
- อาหารกัวลาลัมเปอร์มาเลย์เด็ดขนาดไหน?
- สถานที่ช้อปปิ้ง และการเดินทางในกัวลาลัมเปอร์ยากไหม?
- การเดินทางในกัวลาลัมเปอร์เป็นยังไง?
- แจกแพลนเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืน
ทำความรู้จัก “กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงแห่งเสน่ห์ของมาเลเซีย
เรามาติวเข้มชั่วโมงประวัติศาสตร์กันสักหน่อยดีกว่า กัวลาลัมเปอร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1857 โดยกลุ่มนักขุดแร่ชาวจีนที่เดินทางมาค้นพบสายแร่ดีบุกจำนวนมากบริเวณแม่น้ำกลัง (Klang River หรือ Sungai Klang) ส่วนคำว่า “กัวลาลัมเปอร์” หมายถึง “ปากแม่น้ำที่เป็นโคลน” (Muddy River Confluence) ซึ่งมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของบริเวณแม่น้ำกลังและแม่น้ำกอมบัก (Gombak River หรือ Sungai Gombak) ไหลมาบรรจบกัน การค้นพบแร่ดีบุกทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานและชุมชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 กัวลาลัมเปอร์กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของคาบสมุทรมลายู กระทั่งหลังมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1957 กัวลาลัมเปอร์ยังคงเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางของประเทศจนถึงปัจจุบัน
เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ เดือนไหนดี
จริง ๆ แล้วกัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปีคล้ายกับบ้านเราครับ โดยมีฝนตกชุกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวกัวลาลัมเปอร์คือ เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นและฝนตกน้อย แล้วเมืองยังคึกคักไปด้วยกิจกรรมและเทศกาลต่าง ๆ ที่น่าสนใจอย่างมาก ส่วนคนที่ชอบอากาศเย็นสบาย แนะนำช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่มีเทศกาล และกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย ที่สำคัญเมืองนี้หาเสื้อผ้าใส่ง่าย และแต่งได้ทุกสไตล์ แต่จะให้ดีควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางจะดีที่สุด เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
กัวลาลัมเปอร์ มีอะไรเที่ยว?
"กัวลาลัมเปอร์" เป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซีย ที่รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว ที่นี่คุณจะได้เห็นตึกแฝดเปโตรนาส ตึกเมอร์เดกา 118 วัดถ้ำบาตู สตรีทอาร์ต และสวนสนุก Genting Highland เรียกว่ามาเมืองเดียวเที่ยวได้ครบทุกแนว หลายคนจึงนิยมแพลนทริปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืน และตามเก็บให้ครบทุกแหล่งท่องเที่ยวตามกระแส หรือจะหาสถานที่ท่องเที่ยวนอกกระแสก็ชิลล์ไปอีกแบบ
1. ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers)
แน่นอนว่า มาถึงกัวลาลัมเปอร์แล้วต้องเช็คอินที่ ตึกแฝดเปโตรนาส อาคารเก่าแก่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของมาเลเซียได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่น่าทึ่งที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอาร์เจนตินา เซซาร์ เปลลี (Cesar Pelli) ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอันมีเอกลักษณ์ของอิสลามผสมผสานกับความทันสมัย สร้างเสร็จในปี 1998 และเคยได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 451.9 เมตร มี 88 ชั้น และมีสะพานลอยฟ้า (Skybridge) เชื่อมระหว่างตึกทั้งสองที่ชั้น 41 และ 42 ใครที่อยากขึ้นไปชมวิวบนสะพานลอยฟ้าและจุดชมวิวต้องจองตั๋วล่วงหน้า หรือจะเดินเล่นในสวนสาธารณะ KLCC Park และช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า Suria KLCC ที่อยู่ในตึกแฝดก็เพลินไปอีกแบบ
2. สะพานซาโลมา (Saloma Link Bridge)
เพียง 300-400 เมตรจากตึกแฝดเปโตรนาส มีจุดเช็กอินที่ถ่ายรูปสวยสะกดทั้งกลางวันและยามค่ำคืน สะพานซาโลมา เป็นสะพานลอยที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในกัวลาลัมเปอร์ สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างย่านกัมปุงบารู (Kampung Baru) และใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างสองย่านนี้ให้สั้นลง
สะพานแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ซิเรห์จุนจุง” (Sireh Junjung) หรือใบพลูที่ใช้ในพิธีแต่งงานของชาวมาเลเซีย ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กและกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ยามค่ำคืนสวยงามด้วยไฟ LED กว่า 4,000 ดวงที่เปลี่ยนสีได้ เรียกว่าเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมเพราะถ่ายรูปออกมาจะเห็นสะพานซาโลมาคู่กับตึกเปโตรนาสที่เป็นฉากหลังได้อย่างสวยงาม
3. มัสยิดจาเม็ก (Jamek Mosque)
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาดคือ “มัสยิดจาเม็ก” (Jamek Mosque) มีชื่อเต็มว่า “มัสยิดสุลต่านอับดุล ซามัด จาเม็ก” (Masjid Jamek Sultan Abdul Samad Jamek) เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1909 ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำคลางและแม่น้ำกอมบัค ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองกัวลาลัมเปอร์ ได้รับออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Arthur Benison Hubback ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโมกุลทางตอนเหนือของอินเดีย
4. จัตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square)
ใกล้กับมัสยิดจาเม็ก เป็นที่ตั้งของ “จัตุรัสเมอร์เดก้า” หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “ดาตารัน เมอร์เดก้า” (Dataran Merdeka) หนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของกัวลาลัมเปอร์และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นจุดที่มาเลเซียประกาศอิสรภาพจากอังกฤษเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1957 และอาคารสโมสรสลังงอร์ (Royal Selangor Club) สนามคริกเก็ตของชาวอังกฤษ โดดเด่นด้วยอาคารสไตล์ทิวดอร์ (Tudor Style Architecture) สถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมในอังกฤษช่วงราชวงศ์ทิวดอร์ รอบ ๆ จัตุรัสเมอร์เดก้ายังมีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่มีเอกลักษณ์ เป็นจุดถ่ายรูปที่จะทำให้คุณได้ภาพสวย ๆ เพียบ!
5. สายน้ำแห่งชีวิต (River of Life)
อีกหนึ่งจุดเช็กอินที่อยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสเมอร์เดก้า River of Life โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณที่แม่น้ำกลัง (Klang River) และแม่น้ำกอมบัก (Gombak River) ไหลมาบรรจบกัน เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำให้ใสสะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ ทางการมาเลเซียยังได้สร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการประดับไฟและน้ำพุที่สวยงาม ทำให้ River of Life กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของกัวลาลัมเปอร์ มีร้านอาหารอร่อย ๆ ให้นั่งชิลล์ และบริเวณริมแม่น้ำมีภาพวาดสตรีทอาร์ตที่มีเสน่ห์ให้ถ่ายรูปเก๋ ๆ ได้อย่างไม่มีสไตล์
6. วัดถ้ำบาตู (Batu Caves)
ขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นที่ตั้งของวัดศักดิ์สิทธิ์และศาสนาสถานของชาวฮินดูที่มีชื่อเสียงที่สุดของมาเลเซีย และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดูทั่วโลกเดินทางมาสักการะ โดยเฉพาะสายมูไม่ควรพลาด “วัดถ้ำบาตู” สร้างขึ้นในถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ราว 400 ล้านปี ค้นพบโดยชาวตะวันตกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู บริเวณด้านหน้ามีรูปปั้นพระขันธกุมารสีทอง (พระมูรุกันในศาสนาฮินดู) ที่มีความสูงถึง 42.7 เมตร สายมูนิยมมาขอพรโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย และประสบความสำเร็จ เชื่อกันว่าจะได้รับพรอันประเสิรฐ 6 ประการกลับไป
ใครไหวแนะนำให้เดินขึ้นบันไดหลากสี 272 ขั้น ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำหลัก (Temple Cave) ที่มีเทวลัยและเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของฮินดู รวมถึงถ่ายรูปจากด้านบนลงมา รับรองว่าทั้งสวยและหวาดเสียในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ วัดถ้ำบาตูยังเป็นสถานที่หลักในการประกอบพิธีไทปูซัม (Thaipusam) จัดขึ้นเพื่อสักการะพระขันธกุมาร ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ตามปฏิทินสากล สำหรับสายมู วัดถ้ำบาตูถือเป็นที่เที่ยวกัวลาลัมเปอร์ที่ไม่ควรพลาดที่สุดในลิสต์นี้
7. สตรีทอาร์ตยาลันอาลอร์ (Jalan Alor Street Art)
ถนนยาลันอาลอร์ ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่เรื่องอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมสตรีทอาร์ตสุดเก๋อีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่พลาดไม่ได้ในกัวลาลัมเปอร์ สตรีทอาร์ตที่มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้เลือกมากมาย มีทั้งภาพวาดแนวการ์ตูน ภาพวาดแนวเหมือนจริง และภาพวาดแนว Abstract ภาพวาดบางภาพก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ทำให้การชมสตรีทอาร์ตมีความหมายมากยิ่งขึ้น สตรีทอาร์ตจะมีการเปลี่ยนแปลงลวดลายอยู่เสมอ ทำให้คุณสามารถเดินทางมาเช็กอินได้บ่อยโดยไม่ต้องกลัวซ้ำ นอกจากนี้ ยาลันอาลอร์ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ชิค ๆ ทำให้การเดินชมสตรีทอาร์ตเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าประทับใจ
8. เก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands)
สถานที่ท่องเที่ยวมาแรงแห่งปี Genting Highlands ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงในรัฐปะหัง และอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 51 กิโลเมตร เก็นติ้งไฮแลนด์เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะเมืองแห่งความบันเทิงครบวงจร มีทั้งโรงแรมหรู สวนสนุก คาสิโน ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้ง ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,800 เมตร ทำให้เก็นติ้งไฮแลนด์มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีทั้งสวนสนุกกลางแจ้งขนาดใหญ่ “เก็นติ้ง สกายเวิลด์” (Genting SkyWorlds) ที่มีเครื่องเล่นสุดมันและธีมจากภาพยนตร์ชื่อดัง และสวนสนุกในร่ม “สกายโทรโพลิส อินดอร์ ธีมพาร์ค” (Skytropolis Indoor Theme Park) และนั่งกระเช้าลอยฟ้าอวาน่า สกายเวย์ (Awana SkyWay) ที่ให้บริการระหว่างสถานี Awana กับเก็นติ้งไฮแลนด์ ชมวิวที่สวยงามของภูเขาก็ชิลล์ไปอีกแบบ
9. วัดศรีมหามาเรียมมัน (Sri Mahamariamman Temple)
ถามว่า “วัดไหนในกัวลาลัมเปอร์ ที่สายมูไม่ควรพลาด” ต้องบอกว่า วัดศรีมหามาเรียมมัน หรือที่คนไทยเรียกว่า “วัดชีวา” วัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในกัวลาลัมเปอร์ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมาก วัดศรีมหามาเรียมมันสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1873 โดย K. Thamboosamy Pillai ชาวทมิฬที่อพยพมาจากอินเดีย ด้วยสถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียน (Dravidian) ที่งดงามและมีสีสันสดใส เดิมวัดนี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคล ก่อนจะเปิดให้เข้าสักการะ “พระแม่มารีอัมมัน” (Mariamman) เทวีแห่งฝนในศาสนาฮินดู ที่รู้จักกันดีในฐานะเทพผู้ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ หลายคนจึงนิยมมาขอพรเรื่องสุขภาพและขอให้หายจากโรคต่าง ๆ นั่นเอง
10. KL Tower
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกัวลาลัมเปอร์ KL Tower หรือ หอคอยกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Tower) เป็นหอสื่อสารที่มีความสูง 421 เมตร และหนึ่งในหอคอยที่สูงที่สุดในโลก หอคอยแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากสถาปัตยกรรมอิสลาม โดยมีโดมทรงหัวหอมที่สวยงาม ทั้งยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นกัวลาลัมเปอร์ได้แบบ 360 องศา นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท้าทายความสูงไปกับการเดินบนพื้นกระจก (Sky Box) และการปีนบันได (Tower Walk) หรือเพลิดเพลินกับการชมวิวกัวลาลัมเปอร์ในร้านอาหารหมุนได้ รวมไปถึงคาเฟ่และร้านอาหารให้เลือกมากมาย โดยหอคอยตั้งอยู่ใน Bukit Nanas Forest Reserve ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่ร่มรื่นสบายตา
อาหารกัวลาลัมเปอร์มาเลย์เด็ดขนาดไหน
พูดถึงการเที่ยวกัวลาลัมเปอร์แล้ว จะไม่พูดถึงอาหารก็ไม่ได้ ที่นี่คือสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง อาหารในกัวลาลัมเปอร์มีความหลากหลายเพราะได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ จีน อินเดีย หรือแม้แต่ตะวันตก เมนูท้องถิ่นที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนมาเลเซีย ได้แก่
- Nasi Lemak (นาซีเลอมัก): เป็นอาหารประจำชาติของมาเลเซีย ข้าวหอมมันที่หุงด้วยกะทิและห่อด้วยใบเตยทำให้มีกลิ่นหอมและมัน เสิร์ฟพร้อมปลากะตักทอด ไข่ต้ม และซอสซัมบัล (Sambal) เผ็ดหวาน บอกเลยว่ารสชาติกลมกล่อมจนอยากสั่งเพิ่มอีกจาน
- Assam Laksa (อัซซัมลักซา): เป็นอาหารขึ้นชื่อของปีนัง ประเทศมาเลเซีย เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่คล้ายราเม็งที่มีน้ำซุปเข้มข้นรสชาติเปรี้ยวเผ็ด ทำจากปลาแมคเคอเรลต้มกับเครื่องแกงและมะขามเปียก ใส่แฮโค (Hae ko) หรือน้ำพริกกะปิ ที่ทำให้อัซซัมลักซามีรสชาติเข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์
- Roti Canai (โรตีจาไน): เป็นอาหารเช้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซีย มีลักษณะเป็นแผ่นแป้งบาง ๆ ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน รับประทานคู่กับแกงหรือโรยด้วยน้ำตาลและนมข้นหวาน
- Teh Tarik (เต๊ะห์ตาริก): เครื่องดื่มยอดนิยมในมาเลเซียและสิงคโปร์ หรือที่คนไทยเรียกว่า “ชาชัก” รสชาติที่นุ่มนวลและกลิ่นหอมของชา บอกเลยว่า ร้านไหนในกัวลาลัมเปอร์ก็อร่อยหมดและสดชื่นสุด ๆ
ส่วนใครที่เป็นสายกินตัวจริง กัวลาลัมเปอร์มีร้านอาหารระดับมิชลินให้ลิ้มลองมากมาย คุณสามารถตามรอยนักชิมได้ ที่นี่ รับรองว่า คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารประจำชาติ และอาหารพื้นเมืองที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครแน่นอนครับ
สถานที่ช้อปปิ้ง และการเดินทางในกัวลาลัมเปอร์ยากไหม?
สำหรับสายช้อปตัวมัม กัวลาลัมเปอร์คือ สวรรค์อีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนจะมีที่ไหนบ้างเตรียมตัวไปช้อปกันได้เลย
- Bukit Bintang ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ที่นี่มีทั้งห้างหรูอย่าง Pavilion KL และตลาดกลางคืนที่ขายของราคาไม่แรง รวมไปถึงแหล่งของฝากน่ารัก ๆ
- Central Market หรือ Pasar Seni หากคุณอยากได้ของฝากที่ไม่เหมือนใครต้องแวะมาเช็คอินที่นี่ ทคุณจะเจอสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น งานศิลปะ และของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์
จะเห็นได้ว่ากัวลาลัมเปอร์ที่เที่ยวสำหรับสายช้อปมีให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรูจนถึงตลาดท้องถิ่นราคาเป็นมิตร ครบจบในเมืองเดียว
การเดินทางในกัวลาลัมเปอร์เป็นยังไง?
ส่วนเรื่องการเดินทางในกัวลาลัมเปอร์ ต้องบอกว่าสะดวกสุด ๆ ระบบขนส่งสาธารณะ MRT, LRT และ Monorail ครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญในเมือง แถมราคายังเป็นมิตรอีกด้วย หรือจะใช้บริการ Grab ซึ่งเป็นบริการเรียกรถที่นิยมมากในมาเลเซีย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยหายห่วงเช่นกันครับ
แจกแพลนเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืน
รู้จักที่เที่ยวกัวลาลัมเปอร์กันไปแล้ว วันนี้ชับบ์มีแพลนเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืน แบบจัดเต็มมาฝาก โดยจัดกลุ่มสถานที่ที่อยู่ใกล้กันไว้ในวันเดียว เพื่อให้เดินทางต่อเนื่องและประหยัดเวลามากที่สุด ดังนี้
วันที่ 1: ใจกลางเมืองและแลนด์มาร์กสุดไอคอนิก
เริ่มต้นเช้าวันแรกที่ ตึกแฝดเปโตรนาส (Petronas Twin Towers) ขึ้นชม Skybridge และจุดชมวิว จากนั้นเดินเล่นที่สวน KLCC Park และช้อปปิ้งในห้าง Suria KLCC ช่วงบ่ายเดินไปยัง สะพานซาโลมา (Saloma Link Bridge) ที่อยู่ห่างเพียง 300-400 เมตร แล้วต่อด้วยย่าน Bukit Bintang สำหรับช้อปปิ้งและหาของกิน ปิดท้ายค่ำวันแรกที่ สตรีทอาร์ตยาลันอาลอร์ (Jalan Alor) ลิ้มลองสตรีทฟู้ดและถ่ายรูปกับภาพวาด
วันที่ 2: ย่านเมืองเก่าและสายมูขอพร
เช้าวันที่สองนั่งรถไฟ KTM Komuter ขึ้นเหนือไปสักการะ วัดถ้ำบาตู (Batu Caves) เดินบันไดหลากสี 272 ขั้นและขอพรพระขันธกุมาร จากนั้นกลับเข้าเมืองมายังย่านเมืองเก่า เที่ยวชม มัสยิดจาเม็ก (Jamek Mosque) จัตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square) และสายน้ำแห่งชีวิต (River of Life) ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน เดินต่อไปยังย่านไชน่าทาวน์เพื่อสักการะ วัดศรีมหามาเรียมมัน (Sri Mahamariamman Temple) และช้อปของฝากที่ Central Market กับ Petaling Street ปิดท้ายค่ำด้วยจุดชมวิว 360 องศาที่ KL Tower
วันที่ 3: เที่ยวบนยอดเขาก่อนกลับ
วันสุดท้ายมุ่งหน้าสู่ เก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) นั่งรถบัสจาก KL Sentral แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้า Awana SkyWay ขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็นสบาย สนุกกับสวนสนุกและคาสิโน หรือช้อปปิ้งบนยอดเขา ก่อนเดินทางกลับเข้าเมืองในช่วงเย็นเพื่อเก็บของและเดินทางกลับ ทั้งนี้ หากมีเวลาไม่มากพอ สามารถสลับวันที่ 3 ไปเที่ยวเก็นติ้งไฮแลนด์แบบไปเช้า-เย็นกลับในวันที่ 2 แทนได้ เพื่อเผื่อเวลาสำหรับเที่ยวบินขากลับ
เคล็ดลับ: ควรจัดกลุ่มสถานที่ที่อยู่ใกล้กันไว้วันเดียวกัน และใช้ระบบรถไฟฟ้า MRT/LRT/Monorail ร่วมกับบัตร Touch 'n Go เพื่อความสะดวก ส่วนวันที่ไปเก็นติ้งไฮแลนด์ควรเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับราว 3-4 ชั่วโมง
หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ สำหรับทริปต่อไป เปิดใจให้กัวลาลัมเปอร์ดูสิครับ แล้วคุณจะตกหลุมรักเมืองนี้ ที่สำคัญจะเที่ยวให้สนุก ต้องมีชับบ์ประกันการเดินทางต่างประเทศ (Chubb Travel Insurance)ที่พร้อมดูแลและคุ้มครองคุณอย่างดีที่สุด ให้คุณเต็มที่กับทุกกิจกรรมสนุก ๆ ในกัวลาลัมเปอร์ได้ตามต้องการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02 611 4242
อ้างอิง: Malaysia Tourism, Lonely Planet
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าก่อนเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ไหม?
A: ไม่ต้อง คนไทยที่ถือพาสปอร์ตธรรมดาสามารถเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้นานสูงสุด 30 วัน เพียงแต่ต้องมีพาสปอร์ตที่อายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และปัจจุบันมาเลเซียกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกรอกแบบฟอร์ม Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ออนไลน์ล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งกรอกฟรีผ่านเว็บไซต์ทางการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย
Q: สกุลเงินที่ใช้ในกัวลาลัมเปอร์คืออะไร และควรแลกที่ไหน?
A: มาเลเซียใช้สกุลเงินริงกิต (Ringgit / MYR) อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 ริงกิต = 8 บาท แนะนำให้แลกเงินบางส่วนจากไทยก่อน แล้วไปแลกเพิ่มที่ร้านแลกเงิน (Money Changer) ในย่าน Bukit Bintang หรือ KL Sentral ซึ่งให้อัตราดีกว่าสนามบิน หรือจะกดเงินสดจากตู้ ATM และจ่ายผ่าน e-Wallet อย่าง Touch 'n Go eWallet ก็สะดวกเช่นกัน
Q: จากสนามบิน KLIA เข้าเมืองกัวลาลัมเปอร์อย่างไรให้สะดวกและประหยัด?
A: มีหลายตัวเลือก วิธีที่เร็วที่สุดคือรถไฟ KLIA Ekspres ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงสถานี KL Sentral ใจกลางเมือง ส่วนวิธีที่ประหยัดกว่าคือนั่งรถบัสสนามบิน (Airport Coach) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงแต่ราคาถูกกว่ามาก หรือจะเรียก Grab ก็สะดวกสำหรับคนเดินทางเป็นกลุ่มหรือมีสัมภาระเยอะ
Q: ควรเตรียมงบประมาณเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ 3 วัน 2 คืน ประมาณเท่าไหร่?
A: กัวลาลัมเปอร์เป็นจุดหมายที่ค่าใช้จ่ายเป็นมิตร โดยประมาณ ค่าที่พักระดับ 3 ดาวอยู่ที่ 800-1,500 บาทต่อคืน ค่าอาหารต่อวันประมาณ 300 - 500 บาท (ถ้ากินสตรีทฟู้ดจะถูกกว่านี้มาก) ค่าเดินทางในเมืองด้วยรถไฟฟ้าประมาณวันละ 100 - 150 บาท ดังนั้นงบรวมสำหรับทริป 3 วัน 2 คืนไม่รวมตั๋วเครื่องบินจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาทต่อคน
Q: ซิมการ์ดและอินเทอร์เน็ตในกัวลาลัมเปอร์ควรเตรียมอย่างไร?
A: สามารถซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นได้ที่สนามบิน KLIA ทันทีที่ถึง โดยซิมแบบนักท่องเที่ยวราคาประมาณ 200-300 บาท ใช้ได้ 7-30 วัน หรือจะเลือกใช้ eSIM ที่ซื้อออนไลน์จากไทยก่อนเดินทางก็สะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง และเปิดใช้งานได้ทันทีที่ถึงมาเลเซีย