20 ที่เที่ยวเซินเจิ้น 2026 สวนสนุก เมืองเก่า ช้อปปิ้ง ครบในทริปเดียว
เซินเจิ้น (Shenzhen) เป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของจีนในมณฑลกวางตุ้ง ตั้งอยู่ติดกับฮ่องกงและเดินทางข้ามพรมแดนได้สะดวก ขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัยของตึกระฟ้าและเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับย่านเมืองเก่าอายุหลายร้อยปี สวนสาธารณะ และแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักไม่แพ้เมืองใหญ่ไหน ๆ ในจีน จึงเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งสายเที่ยว สายกิน และสายถ่ายรูปในเมืองเดียว
บทความนี้รวบรวม 20 ที่เที่ยวเซินเจิ้นที่ได้รับความนิยม พร้อมจัดกลุ่มตามสไตล์ให้เลือกเที่ยวได้ง่าย ทั้งสายเมืองทันสมัยและสวนสนุก สายวัฒนธรรมและเมืองเก่า สายธรรมชาติและสวนสาธารณะ ไปจนถึงแหล่งช้อปกิน พร้อมข้อมูลช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว วิธีเดินทาง และของฝากน่าซื้อ เพื่อให้วางแผนเที่ยวเซินเจิ้นด้วยตัวเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ที่เที่ยวเซินเจิ้นสายเมืองทันสมัยและสวนสนุกมีที่ไหนบ้าง?
- เซินเจิ้น ที่เที่ยวสายวัฒนธรรมและเมืองเก่ามีอะไรบ้าง?
- เที่ยวเซินเจิ้นสายธรรมชาติและสวนสาธารณะที่ไหนดี?
- ช้อปปิ้งและกินอะไรดีเมื่อไปเที่ยวเซินเจิ้น?
- ของฝากเซินเจิ้น ซื้ออะไรกลับบ้านดี?
- ไปเที่ยวเซินเจิ้นเดือนไหนดี?
- เดินทางไปเซินเจิ้นและเดินทางในเมืองอย่างไร?
ที่เที่ยวเซินเจิ้นสายเมืองทันสมัยและสวนสนุกมีที่ไหนบ้าง?
เริ่มจากกลุ่มแลนด์มาร์กที่สะท้อนความทันสมัยของเมือง ทั้งตึกชมวิว สวนสนุก และจุดถ่ายรูปที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์เมืองเทคโนโลยีของจีน
ศูนย์การเงินนานาชาติผิงอัน (Ping An International Financial Center)
ตึกที่สูงที่สุดในเมืองและถือเป็นไอคอนของเซินเจิ้น มีจุดชมวิวบนชั้นสูงที่มองเห็นเมืองแบบพาโนรามา ตัวอาคารออกแบบทันสมัย จึงเป็นโลเคชันถ่ายรูปยอดนิยมทั้งของนักท่องเที่ยวและคนรุ่นใหม่
วินโดว์ออฟเดอะเวิลด์ (Window of the World)
สวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวที่จำลองสถานที่สำคัญจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว เช่น หอไอเฟล พีระมิดอียิปต์ ทัชมาฮาล และโคลอสเซียม แบ่งเป็นโซนตามภูมิภาค พร้อมการแสดงแสงสีเสียงในช่วงค่ำ เหมาะกับการเดินชมและถ่ายรูปรอบโลกในวันเดียว
หมู่บ้านวัฒนธรรมพื้นบ้านจีน (Splendid China Folk Village)
แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จำลองสถานที่สำคัญและหมู่บ้านพื้นเมืองจากหลายมณฑลของจีนในรูปแบบย่อส่วน เช่น กำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้าม พร้อมการแสดงพื้นบ้านจากหลายชนเผ่า และโซนอาหารพื้นเมืองให้ได้ลิ้มลอง
สวนสนุกแฮปปี้วัลเลย์ (Happy Valley Shenzhen)
สวนสนุกขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นหลายโซนในธีมแตกต่างกัน ทั้งโซนยุโรป โซนผจญภัย และโซนธรรมชาติ มีเครื่องเล่นหลากหลายตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงเครื่องเล่นหวาดเสียว รวมถึงสวนน้ำที่เปิดในช่วงฤดูร้อน และการแสดงกลางแจ้งในช่วงค่ำ
เซินเจิ้นซาฟารีปาร์ก (Shenzhen Safari Park)
สวนสัตว์แบบเปิดขนาดใหญ่ที่ให้สัตว์อยู่ในบรรยากาศธรรมชาติ มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงโซนสัตว์ทะเลและการแสดงต่าง ๆ ผู้ที่อยากสัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิดสามารถเลือกนั่งรถชมสัตว์ในพื้นที่เปิดได้
ชิงช้าสวรรค์แฮปปี้ฮาร์เบอร์ (Happy Harbour)
ชิงช้าสวรรค์ที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน โดยช่วงค่ำจะมีไฟประดับหลากสีและมองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน เหมาะกับการมาถ่ายรูปและชมบรรยากาศแบบโรแมนติก
เซินเจิ้น ที่เที่ยวสายวัฒนธรรมและเมืองเก่ามีอะไรบ้าง?
แม้จะเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี แต่เซินเจิ้นก็ยังมีย่านเมืองเก่าและมุมวัฒนธรรมให้เดินเล่น เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ งานศิลปะ และการถ่ายภาพบรรยากาศย้อนยุค
เมืองโบราณหนานโถว (Nantou Ancient Town)
ย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองและการค้าในอดีต ปัจจุบันยังคงสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม ทั้งตรอกแคบ กำแพงอิฐ และบ้านเก่าที่ดัดแปลงเป็นคาเฟ่และแกลเลอรี เดินเล่นและถ่ายรูปได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติเมืองให้แวะเข้าชม
หมู่บ้านฮากกาโบราณกันเคิง (Gankeng Hakka Town)
ชุมชนโบราณของชาวฮากกาที่สร้างในลักษณะกำแพงล้อมรอบเพื่อป้องกันภัยในอดีต โดดเด่นด้วยเรือนอิฐและไม้ที่เรียงตัวเป็นวงล้อม มีลานกลางและตรอกแคบแบบดั้งเดิม เหมาะกับการเดินชมบ้านโบราณ เช่าชุดถ่ายภาพ และเรียนรู้วัฒนธรรมจีนใต้
ป้อมปราการต้าเผิง (Dapeng Ancient City)
เมืองป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง เคยทำหน้าที่ป้องกันชายฝั่งในอดีต ปัจจุบันเดินเล่นและถ่ายรูปตามซอกซอยได้เหมือนย้อนเข้าไปในภาพยนตร์จีนสมัยก่อน มีร้านขนมโบราณ งานฝีมือ และเสื้อผ้าจีนให้เลือกชม
หมู่บ้านจิตรกรรมสีน้ำมันต้าเฟิน (Dafen Oil Painting Village)
หมู่บ้านศิลปะที่ทุกซอกซอยเต็มไปด้วยภาพวาดสีน้ำมัน บางร้านมีศิลปินนั่งวาดให้ชมหน้าร้าน มีทั้งงานออกแบบเองและภาพเลียนแบบผลงานศิลปินชื่อดัง เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและการเดินถ่ายรูป
วัดกวนตี้ (Guandi Temple)
ศาสนสถานที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหลังคาลายมังกรและรูปปั้นเทพเจ้ากวนอู ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรด้านหน้าที่การงานและการค้า บรรยากาศภายในค่อนข้างสงบ มีมุมถ่ายรูปงานแกะสลักแบบจีนโบราณ เหมาะกับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น
เที่ยวเซินเจิ้นสายธรรมชาติและสวนสาธารณะที่ไหนดี?
ในเซินเจิ้น ที่เที่ยวกลางแจ้งและสวนสาธารณะก็มีให้เดินเล่นได้ทั้งวัน หลายแห่งเป็นพื้นที่สีเขียวกลางเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนและชมวิว
สวนเซินเจิ้นทาเลนท์ (Shenzhen Talent Park)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เปรียบเหมือนโอเอซิสกลางเมือง มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นและทะเลสาบให้นั่งพักผ่อน พร้อมลู่วิ่งและบริการเช่าจักรยาน เหมาะกับการเดินเล่น ปิกนิก และออกกำลังกายแบบสบาย ๆ
สวนพฤกษศาสตร์เซียนหูและทะเลสาบแฟรี่ (Fairy Lake Botanical Garden)
สวนพฤกษศาสตร์ที่มีทะเลสาบสร้างขึ้นอยู่ภายใน ตกแต่งด้วยสะพานเล็ก ๆ และเจดีย์แบบจีนที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น มีร้านกาแฟเล็ก ๆ ให้แวะนั่งจิบระหว่างเดินชมธรรมชาติ
สวนเหลียนหัวซาน (Lianhuashan Park)
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีต้นไม้และดอกไม้ให้ชมตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ด้านบนเนินเป็นจุดชมวิวเมืองที่ได้รับความนิยมในช่วงเย็น เพราะมองเห็นตึกระฟ้าย่านฝูเถียนเรียงกันเป็นฉากหลัง ทางเดินขึ้นไม่ชันมาก ใช้เวลาราว 15 ถึง 20 นาที
สวนปี้เจียซาน (Bijiashan Park)
สวนสาธารณะบนยอดเขาที่มองเห็นวิวเมืองได้รอบทิศ เหมาะกับการเดินขึ้นเขาแบบไม่หนักและชมธรรมชาติระหว่างทาง สามารถนั่งพักปิกนิกและชมวิวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน คนท้องถิ่นนิยมมาเดินออกกำลังกายตอนเช้าตรู่ ถ้ามาช่วงกลางวันควรเตรียมน้ำและหมวกไปด้วย
โอ้เบย์ (OH Bay)
โครงการไลฟ์สไตล์ริมอ่าวที่ออกแบบให้เป็นแหล่งพักผ่อนและชมวิวทะเลแบบโมเดิร์น มีทางเดินริมอ่าว คาเฟ่ และลานกิจกรรมกลางแจ้ง ไฮไลต์คือการชมพระอาทิตย์ตกและแสงไฟยามค่ำคืน จึงเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของคนรุ่นใหม่
ช้อปปิ้งและกินอะไรดีเมื่อไปเที่ยวเซินเจิ้น?
ปิดท้ายด้วยแหล่งช้อปปิ้งและของกินที่เป็นเสน่ห์สำคัญของเมือง ตั้งแต่ถนนคนเดินไปจนถึงศูนย์การค้าทันสมัย เหมาะกับสายช้อปและสายกินโดยเฉพาะ
ถนนคนเดินตงเหมิน (Dongmen Pedestrian Street)
แหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่และคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง มีร้านค้าเรียงรายทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงสตรีทฟู้ดและร้านอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู หากซื้อของตามแผงลอยสามารถต่อรองราคาได้ แต่ควรตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อน
หลอวู ซิตี้ (Luohu Commercial City)
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายชั้นใกล้ด่านพรมแดนติดกับฮ่องกง เป็นจุดยอดนิยมสำหรับซื้อของก่อนหรือหลังข้ามแดน มีสินค้าหลากหลายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา และร้านตัดชุด ในทางปฏิบัติควรต่อรองราคาก่อนซื้อเสมอ
ศูนย์การค้าซีเวิลด์ (Sea World)
ย่านช้อปปิ้งที่มีแลนด์มาร์กเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในสระน้ำ ปัจจุบันดัดแปลงเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และโรงแรม พร้อมการแสดงน้ำพุในช่วงค่ำ เหมาะกับการมาเดินเล่นและถ่ายรูปในบรรยากาศหรูหรา
ห้างโคโค่พาร์ก (COCO Park)
ศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่ครบครัน มีสินค้าแบรนด์ต่างประเทศให้เลือกหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของแต่งบ้าน ตกแต่งสวยงามตามเทศกาล และมีย่านบันเทิงยามค่ำคืนอยู่บริเวณใกล้เคียง เหมาะกับสายช้อปและสายถ่ายรูป
ของฝากเซินเจิ้น ซื้ออะไรกลับบ้านดี?
เที่ยวจนพอใจแล้ว เรื่องต่อไปที่หลายคนคิดไม่ออกคือของฝาก เซินเจิ้นมีของให้เลือกกว้างกว่าที่คิด เพราะเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมและเมืองการค้าในเวลาเดียวกัน
สายแก็ดเจ็ต
สายแก็ดเจ็ตมักตรงไปที่ย่านหัวเฉียงเป่ย (Huaqiangbei) ซึ่งเป็นศูนย์รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่หูฟัง สายชาร์จ พาวเวอร์แบงก์ ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมมือถือสารพัดแบบ ราคาถูกกว่าซื้อในไทยพอสมควร แต่ควรทดลองสินค้าหน้าร้านก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
สายวัฒนธรรม
ส่วนของฝากสายวัฒนธรรมก็มีให้เลือกไม่น้อย ภาพวาดสีน้ำมันจากหมู่บ้านต้าเฟินเป็นตัวเลือกที่คนนิยมซื้อมากที่สุด สั่งขนาดได้ตามต้องการและม้วนใส่กระบอกพกกลับได้ ใบชาจีนจากกวางตุ้ง ชุดกาน้ำชา พัดจีน และงานผ้าไหมก็หาซื้อได้ตามย่านเมืองเก่าอย่างหนานโถวและต้าเผิง
สายของกิน
ฝั่งของกินยอดฮิตคือขนมพื้นเมืองแบบกวางตุ้ง ผลไม้อบแห้ง และลิ้นจี่แปรรูป (เซินเจิ้นขึ้นชื่อเรื่องลิ้นจี่มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเมืองเล็ก ๆ) ส่วนวัยรุ่นมักไม่พลาดของสะสมจากแบรนด์ดีไซน์จีนและสกินแคร์แบรนด์ท้องถิ่นที่หาซื้อได้ตามห้างอย่างโคโค่พาร์กและหลอวู ซิตี้ ถ้าซื้อของเยอะ อย่าลืมเผื่อน้ำหนักกระเป๋าขากลับไว้ด้วย
ไปเที่ยวเซินเจิ้นเดือนไหนดี?
เซินเจิ้นตั้งอยู่ในเขตกึ่งร้อนชื้น จึงสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะไม่มีช่วงที่อากาศหนาวจัดจนเดินเที่ยวลำบาก แต่ละฤดูก็มีบรรยากาศแตกต่างกันไป
ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้งและชมสวนดอกไม้มากที่สุด ส่วนฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนชื้นและอาจมีฝนหรือพายุในช่วงบ่าย จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันแดดและกันฝน สำหรับฤดูหนาวอากาศค่อนข้างเย็นสบายและไม่หนาวจัด ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะกับการเดินเที่ยวในเมืองเช่นกัน
อีกเรื่องที่ควรเช็กก่อนจองตั๋วคือช่วงวันหยุดยาวของจีน เช่น ตรุษจีนและวันชาติจีนต้นเดือนตุลาคม เพราะคนเดินทางเยอะเป็นพิเศษ ราคาที่พักขยับขึ้น และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจะแน่นกว่าปกติหลายเท่า
เดินทางไปเซินเจิ้นและเดินทางในเมืองอย่างไร?
เซินเจิ้นเดินทางสะดวกทั้งจากไทยและจากฮ่องกง โดยมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง ลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน (SZX) และยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับฮ่องกงที่อยู่ติดกันได้หลายวิธี
ผู้ที่อยู่ฮ่องกงสามารถข้ามมาเซินเจิ้นได้ด้วยรถไฟฟ้าที่วิ่งไปยังด่านพรมแดน รถโดยสาร หรือเรือเฟอร์รี ด่านที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อยคือด่านหลอหู ด่านฝูเถียน และด่านเซินเจิ้นเบย์ ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองในช่วงที่มีผู้เดินทางหนาแน่น โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์และเย็นวันศุกร์
ส่วนการเดินทางภายในเมืองแนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งครอบคลุมทั่วเมืองและราคาประหยัด เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด สถานีมีป้ายภาษาอังกฤษกำกับชัดเจน จึงไม่ยากสำหรับคนที่มาครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีรถเมล์และแท็กซี่เป็นทางเลือกเพิ่มเติม
ด้านการชำระเงิน ปัจจุบันจีนนิยมใช้การจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป็นหลัก โดยสามารถผูกบัตรกับแอปที่รองรับได้ ในทางปฏิบัติแนะนำให้เตรียมช่องทางการจ่ายเงินแบบดิจิทัลไว้ล่วงหน้า และสำรองเงินสดสกุลหยวนไว้บางส่วนสำหรับกรณีจำเป็น
เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: sz.gov.cn, eyeshenzhen.com
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเดินทางไปเซินเจิ้นหรือไม่?
A: การเดินทางเข้าจีนสำหรับคนไทยมีทั้งช่วงที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าและเงื่อนไขที่อาจปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบาย รวมถึงมีมาตรการผ่านแดนแบบไม่ต้องขอวีซ่าในบางกรณี ในทางปฏิบัติแนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขและเอกสารล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางทุกครั้ง
Q: จากสนามบินเซินเจิ้นเป่าอันเข้าเมืองอย่างไร?
A: สนามบินเซินเจิ้นเป่าอันอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง มีรถไฟฟ้าใต้ดินเชื่อมต่อเข้าย่านใจกลางเมืองอย่างฝูเถียนและหลอหูโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 40 ถึง 60 นาที นอกจากนี้ยังมีรถบัสสนามบินไปยังโรงแรมย่านหลักและแท็กซี่ให้เลือก ผู้ที่มาถึงดึกควรเช็กเวลารอบสุดท้ายของรถไฟฟ้าไว้ล่วงหน้า
Q: เที่ยวเซินเจิ้นควรพักย่านไหนดี?
A: ย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมพักมี 3 ย่านหลัก คือ ฝูเถียนซึ่งเป็นใจกลางย่านธุรกิจ เดินทางสะดวกและใกล้ห้างใหญ่ หลอหูที่อยู่ติดด่านพรมแดนฮ่องกงและใกล้แหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ และหนานซานที่อยู่ใกล้ซีเวิลด์ สวนสนุก และวิวริมอ่าว การเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟฟ้าจะช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้มาก
Q: ควรเตรียมแอปพลิเคชันหรืออินเทอร์เน็ตอย่างไรก่อนไปเซินเจิ้น?
A: ในจีนมีบางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงควรเตรียมแอปแผนที่ แอปแปลภาษา และช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับใช้งานระหว่างเดินทางเพื่อความสะดวก
Q: เที่ยวเซินเจิ้นควรใช้เวลากี่วัน?
A: โดยทั่วไปการเที่ยวเซินเจิ้นแบบครอบคลุมจุดสำคัญมักใช้เวลาประมาณสามถึงสี่วัน ซึ่งเพียงพอสำหรับการเที่ยวทั้งแลนด์มาร์กทันสมัย ย่านเมืองเก่า สวนสาธารณะ และแหล่งช้อปปิ้ง หากมีเวลาน้อยสามารถเลือกเที่ยวเฉพาะโซนที่สนใจเพื่อให้เหมาะกับระยะเวลาเดินทาง