เที่ยวซัปโปโร เมืองหลวงฮอกไกโด รวมพิกัดที่เที่ยว ของกิน คาเฟ่ยอดฮิต
พูดถึงฮอกไกโด คนไทยส่วนใหญ่นึกถึงซัปโปโรก่อนเป็นอันดับแรก ก็ไม่แปลก เพราะเป็นเมืองหลวงของเกาะ เป็นประตูบานใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ลงเครื่องที่นี่ แล้วค่อยกระจายไปเที่ยวเมืองอื่นต่อ ซัปโปโรเองก็มีอะไรเยอะกว่าที่คิด ไม่ได้มีดีแค่หิมะหน้าหนาว ทั้งแลนด์มาร์กกลางเมือง ของกินที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ไปจนถึงคาเฟ่นมสด ๆ ที่หากินที่อื่นยาก คำถามที่หลายคนถามก่อนไปคือ ควรไปเดือนไหน แล้วที่เที่ยวซัปโปโรตรงไหนบ้างที่ห้ามพลาด
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- รวมพิกัดที่เที่ยวซัปโปโร ห้ามพลาดสักจุดมีที่ไหนบ้าง?
- ของกินซัปโปโร ที่มาแล้วต้องลองมีอะไรบ้าง?
- คาเฟ่ยอดฮิตในซัปโปโรมีที่ไหนบ้าง?
- เดินทางสู่ซัปโปโร และการเที่ยวในเมืองสะดวกไหม?
รวมพิกัดที่เที่ยวซัปโปโร ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง?
มาถึงส่วนสำคัญของบทความ นั่นคือรวมที่เที่ยวซัปโปโรแบบคัดเฉพาะหมุดเด็ด ซึ่งข้อดีคือสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในเมือง สามารถนั่งรถไฟใต้ดินและเดินถึงได้ เผื่อเวลาไว้จุดละราว 1 ถึง 2 ชั่วโมง ก็เก็บได้วันละ 3 ถึง 4 แห่งสบาย ๆสวนโอโดริ และหอคอยทีวีซัปโปโร
สวนโอโดริ (Odori Park) เป็นสวนยาวพาดผ่านกลางเมืองกว่า 1.5 กิโลเมตร เปรียบเหมือนหัวใจของซัปโปโร หน้าหนาวคือลานหลักของเทศกาลหิมะ พอหน้าร้อนกลายเป็นที่นั่งพักผ่อนกินข้าวโพดย่างกับไอศกรีม ตรงปลายสวนมีหอคอยทีวีซัปโปโร (Sapporo TV Tower) ขึ้นไปชมวิวเมืองมุมสูงได้ กลางคืนแสงไฟจะสวยเป็นพิเศษ
หอนาฬิกาซัปโปโรและอาคารรัฐบาลเก่าอิฐแดง
หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) สร้างตั้งแต่ปี 1878 เป็นอาคารไม้สไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง เป็นจุดเช็กอินคลาสสิกที่ใคร ๆ ก็ต้องแวะถ่ายรูป เดินต่อไปไม่ไกลมีอาคารที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดเก่า (Akarenga) ตึกอิฐแดงสไตล์นีโอบาโรก ด้านหน้ามีสระน้ำกับสวนสวย ถ่ายรูปออกมาดีทุกฤดู
ภูเขาโมอิวะ จุดชมวิวกลางคืนที่ห้ามพลาด
อยากเห็นซัปโปโรทั้งเมืองในมุมเดียวใช่ไหม ต้องขึ้นกระเช้าไปบนภูเขาโมอิวะ (Mt. Moiwa) วิวกลางคืนจากตรงนี้ติดอันดับวิวกลางคืนสวยที่สุดของญี่ปุ่น แสงไฟทั้งเมืองทอดยาวไปจรดอ่าว ใครไปกันเป็นคู่จะพบว่าบรรยากาศโรแมนติกมาก เคล็ดลับคือขึ้นไปช่วงพระอาทิตย์ตกแล้วรอจนไฟเมืองติด คุ้มที่สุด หน้าหนาวลมบนยอดเขาแรงและหนาวกว่าในเมืองพอสมควร ควรเตรียมเสื้อกันลมไปด้วย
Shiroi Koibito Park สวนสนุกสายช็อกโกแลต
โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) ของบริษัท Ishiya เจ้าของคุกกี้เนยสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตที่เป็นของฝากยอดฮิตประจำฮอกไกโด ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่โรงงาน แต่ตกแต่งเป็นสวนสไตล์ยุโรปน่ารักมาก มีคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ และเวิร์กชอปทำคุกกี้เอง เด็ก ๆ ชอบเป็นพิเศษ และเหมาะกับคนที่ชอบของหวาน เป็นหนึ่งในที่เที่ยวซัปโปโรที่ต้องมา เวิร์กชอปทำคุกกี้ควรจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ เพราะรอบเต็มเร็วในช่วงวันหยุด
พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร และจิงกิสคัง
พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเดียวในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในโรงเบียร์อิฐแดงเก่า มีข้อมูลอัปเดตที่ควรรู้ก่อนไป จากเดิมที่เข้าชมฟรี ทางพิพิธภัณฑ์เริ่มเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้ใหญ่ 1,000 เยน อายุ 13 ถึง 19 ปี 500 เยน ระดับประถมและต่ำกว่าเข้าฟรี โดยเดินชมเองพร้อมออดิโอไกด์ที่มีภาษาอังกฤษให้เลือก ไม่ต้องจองล่วงหน้า ส่วนทัวร์แบบมีไกด์ราคา 2,000 เยน ต้องจองล่วงหน้าและบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น เดินดูประวัติเบียร์ซัปโปโรที่เก่าแก่ที่สุดเจ้าหนึ่งของประเทศ จบทริปด้วยการชิมเบียร์สดคู่กับเมนูจิงกิสคัง (เนื้อแกะย่างกระทะโดม) ที่ลานเบียร์ข้าง ๆ อร่อยไปอีกแบบ พิพิธภัณฑ์เปิด 11.00 ถึง 18.00 น. ปิดวันจันทร์
โจซังเค ออนเซ็น แช่น้ำร้อนใกล้เมือง
อยากแช่ออนเซ็นแต่ไม่อยากเดินทางไกล โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen) อยู่ห่างจากตัวเมืองแค่ราวชั่วโมงเดียว เป็นเมืองออนเซ็นในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ หน้าใบไม้เปลี่ยนสีสวยเป็นพิเศษ มีทั้งเรียวกังให้พักค้างคืนและบ่อแช่เท้าฟรีให้แวะระหว่างเดินเล่น
โอตารุ เมืองคลองคลาสสิกใกล้ ๆ ที่ควรเผื่อเวลาไป
ถ้ามีเวลาเหลือสักวัน นั่งรถไฟจากซัปโปโรราว 40 นาทีไปโอตารุ (Otaru) เมืองท่าเก่าที่มีคลองคลาสสิกขนาบด้วยโกดังอิฐ หนึ่งในที่เที่ยวซัปโปโรสุดฮิต ตอนกลางคืนมีไฟตะเกียงส่องริมคลองสวยจับใจ เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องแก้วกับกล่องดนตรี และซูชิสด ๆ ในราคาไม่แพง เป็นทริปเสริมที่หลายคนชอบพ่วงกับซัปโปโร ถ้ามาต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะตรงกับเทศกาล Otaru Snow Light Path ที่จุดตะเกียงหิมะริมคลองพอดี
ของกินซัปโปโร ที่มาแล้วต้องลองมีอะไรบ้าง?
มาฮอกไกโดทั้งที ถ้าไม่ได้กินก็เหมือนมาไม่ถึงเพราะที่นี่คือดินแดนวัตถุดิบชั้นเลิศของญี่ปุ่น และของกินหลายอย่างก็เกิดที่ซัปโปโรเป็นที่แรก
- เริ่มจากราเมงมิโซะ (Miso Ramen) ที่เป็นต้นตำรับของซัปโปโรเลย น้ำซุปเต้าเจี้ยวเข้มข้นร้อน ๆ เหมาะกับการกินตอนหิมะตกที่สุด ลองไปตรอกราเมง (Ramen Yokocho) ย่านซูซูกิโนะ มีร้านอัดกันแน่นให้เลือกชิม ต่อด้วยซุปเคอร์รี่ (Soup Curry) อีกเมนูที่เกิดในซัปโปโร เป็นแกงกะหรี่น้ำใสใส่ผักลูกใหญ่กับไก่ทั้งชิ้น เผ็ดร้อนกำลังดี
- สายซีฟู้ดต้องไปตลาดนิโจ (Nijo Market) สั่งข้าวหน้าซีฟู้ดรวมหรือไคเซ็นด้ง ทั้งปูยักษ์ ไข่หอยเม่น (อูนิ) ไข่ปลาแซลมอน สด ๆ จัดเต็มชาม ส่วนใครชอบเนื้อย่าง จิงกิสคังคือเมนูประจำถิ่นที่กินคู่เบียร์ซัปโปโรแล้วลงตัวสุด ปิดท้ายด้วยของหวาน นมฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้น ซอฟต์ครีมนมสดที่นี่อร่อยจนหลายคนสั่งซ้ำ ส่วนเมล่อนยูบาริหน้าร้อนก็หวานฉ่ำไม่แพ้กัน ตลาดนิโจเปิดตั้งแต่เช้าและร้านส่วนใหญ่ปิดราวบ่ายสาม แนะนำให้มากินเป็นมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน
ซัปโปโรเป็นเมืองที่จริงจังเรื่องกาแฟกับขนมมาก ส่วนหนึ่งเพราะวัตถุดิบอย่างนม เนย และครีมที่นี่ดีระดับท็อปของประเทศ สาย specialty coffee ต้องลองร้าน Morihico คาเฟ่ในตำนานของซัปโปโรที่ดัดแปลงจากบ้านไม้เก่า บรรยากาศอบอุ่น กลิ่นกาแฟคั่วหอมตั้งแต่หน้าประตู ส่วนสายขนมห้ามพลาดชีสทาร์ตอบใหม่ ๆ ของ Kinotoya กับชีสเค้กเนื้อนุ่มของ Snaffle's ที่กลายเป็นของฝากติดไม้ติดมือ ใครชอบบรรยากาศสบาย ๆ ลองเดินแถวย่านมารุยามะ (Maruyama) มีคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารักซ่อนตัวอยู่เต็มไปหมด เดินเล่นเพลิน ๆ ก็หมดไปครึ่งวันได้ไม่ยาก
อีกจุดที่คนท้องถิ่นแวะคือคาเฟ่ในสถานีซัปโปโรและใต้ดินย่านโอโดริ ซึ่งเดินถึงกันได้โดยไม่ต้องออกไปเจอหิมะเลย เหมาะกับวันที่อากาศติดลบเป็นพิเศษ
เดินทางสู่ซัปโปโรและการเที่ยวในเมืองสะดวกไหม?
จากกรุงเทพฯ มีบินตรงไปลงสนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose ใช้รหัส CTS) ใช้เวลาราว 6 ถึง 7 ชั่วโมง สายการบินที่บินตรงก็มีทั้ง Thai Airways, AirAsia X ส่วน Thai Vietjet Air มีเที่ยวบินที่แวะพักที่ไทเปก่อนต่อไปซัปโปโร เลือกตามงบ และเวลาที่มี ตารางบินเส้นทางนี้ปรับตามฤดูกาล ควรตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งก่อนจอง พอลงเครื่องนั่งรถไฟ JR สาย Rapid Airport เข้าตัวเมืองซัปโปโรแค่ราว 40 นาที
ส่วนการเดินทางในเมืองซัปโปโรนั้นเดินทางง่ายมาก มีรถไฟใต้ดิน 3 สาย รถราง และรถบัสครบ ที่เที่ยวซัปโปโรส่วนใหญ่กระจุกอยู่รอบสถานีซัปโปโรกับย่านโอโดริ-ซูซูกิโนะ เดินถึงกันได้สบาย ถ้าจะออกไปไกลหน่อยอย่างโอตารุหรือโจซังเค ก็มีรถไฟกับรถบัสตรงให้ ไม่ต้องเช่ารถก็เที่ยวได้ครบ ถ้าวันไหนต้องนั่งรถไฟใต้ดินหลายเที่ยว บัตรเหมาจ่ายรายวันของรถไฟใต้ดินซัปโปโรจะคุ้มกว่าซื้อตั๋วทีละใบ
เที่ยวซัปโปโรให้สนุก และสบายใจตลอดทริป ก่อนเดินทางควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศ Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟลต์ดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งเที่ยวหน้าหนาวที่พื้นลื่นและอากาศติดลบ การมีประกันติดตัวไว้ก็ยิ่งอุ่นใจเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยมีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: Japan-Guide, Sapporo
คำถามที่พบบ่อย
Q: เที่ยวซัปโปโรกี่วันถึงจะพอ?
A: ถ้าเที่ยวเฉพาะในเมืองซัปโปโร 2 ถึง 3 วันก็พอเก็บไฮไลต์หลักได้ครบ แต่ถ้าอยากพ่วงโอตารุ โจซังเค หรือออกไปเล่นสกีนอกเมือง แนะนำเผื่อไว้ 4 ถึง 5 วันจะกำลังสบาย ไม่ต้องรีบ
Q: คนไทยไปซัปโปโรต้องขอวีซ่าไหม?
A: คนไทยถือพาสปอร์ตธรรมดาเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุด 15 วัน แต่ก่อนเดินทางควรลงทะเบียน Visit Japan Web ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรได้เร็วขึ้น และควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดอีกครั้งก่อนบิน
Q: งบประมาณเที่ยวซัปโปโรต่อทริปประมาณเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยวและฤดูเลย ช่วงเทศกาลหิมะค่าตั๋วเครื่องบินกับที่พักจะแพงกว่าปกติพอสมควร ถ้าวางแผนล่วงหน้า จองตั๋วเนิ่น ๆ และเลือกพักย่านที่ต่อรถไฟสะดวก ก็ช่วยคุมงบได้เยอะ ค่ากินกับค่าเดินทางในเมืองถือว่าไม่แรงเท่าโตเกียว
Q: ไปซัปโปโรหน้าหนาวต้องเตรียมเสื้อผ้ายังไง?
A: หน้าหนาวซัปโปโรติดลบ และมีหิมะหนา ควรแต่งตัวแบบเลเยอร์ ชั้นในเก็บความร้อน ตามด้วยเสื้อกันหนาวตัวหนากันลมกันน้ำ อย่าลืมหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และที่สำคัญคือรองเท้ากันลื่นกันหิมะ เพราะพื้นทางเดินลื่นกว่าที่คิด
Q: ช่วงเทศกาลหิมะควรจองที่พักล่วงหน้านานแค่ไหน?
A: ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นไฮซีซันสุด ที่พักกลางเมืองเต็มไว และราคาพุ่งเร็วมาก แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน ยิ่งจองเร็วยิ่งได้ทั้งห้องดีและราคาดี