รวม 14 ที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์ พร้อมล่าแสงเหนือ ชมฟยอร์ด ไปเดือนไหนดี?
นอร์เวย์ (Norway) เป็นหนึ่งในประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทั้งฟยอร์ด ภูเขา ทะเล เมืองเก่าบรรยากาศคลาสสิก รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ยากอย่างแสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืน จึงเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางที่ชื่นชอบธรรมชาติ และความสงบแบบยุโรปเหนือ
การท่องเที่ยวนอร์เวย์มีจุดเด่นที่ความหลากหลาย ทั้งเมืองหลวงที่ทันสมัย ฟยอร์ดระดับมรดกโลก และจุดล่าแสงเหนือทางตอนเหนือของประเทศ บทความนี้รวบรวมที่เที่ยวนอร์เวย์ที่ได้รับความนิยม พร้อมข้อมูลช่วงเวลาที่เหมาะสม และการเตรียมตัว เพื่อให้คุณวางแผนทริปได้อย่างครบถ้วน
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ที่เที่ยวนอร์เวย์ในเมือง และแลนด์มาร์กมีที่ไหนบ้าง?
- ฟยอร์ด และเส้นทางธรรมชาติในนอร์เวย์ที่ห้ามพลาดคือที่ไหน?
- จุดล่าแสงเหนือ และชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในนอร์เวย์อยู่ที่ไหน?
- เที่ยวนอร์เวย์เดือนไหนดี ล่าแสงเหนือ และชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนช่วงใด?
- เดินทาง และเตรียมตัวท่องเที่ยวนอร์เวย์อย่างไร?
ที่เที่ยวนอร์เวย์ในเมืองและแลนด์มาร์กมีที่ไหนบ้าง?
เริ่มจากเมืองสำคัญ และแลนด์มาร์กที่สะท้อนทั้งความทันสมัย และประวัติศาสตร์ของนอร์เวย์ เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง และสถาปัตยกรรม
เที่ยวนอร์เวย์ที่กรุงออสโล (Oslo)
เมืองหลวงของประเทศที่เป็นศูนย์รวมความเจริญ และวัฒนธรรม โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทั้งแบบเก่า และใหม่ รายล้อมด้วยธรรมชาติทั้งทะเลสาบ และป่าเขา มีการควบคุมมลพิษอย่างเคร่งครัดจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองอากาศดี ภายในเมืองมีสถานที่น่าสนใจ เช่น โอเปร่าเฮาส์ออสโลที่ออกแบบเป็นทรงเรขาคณิตทันสมัย พิพิธภัณฑ์มุงค์ (Munch Museum) ที่จัดแสดงภาพ The Scream ผลงานชิ้นเอกของเอ็ดวาร์ด มุงค์ พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง และลานกระโดดสกีโฮลเมนโคลเลนที่มองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา
เมืองเบอร์เกน (Bergen)
เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และเคยเป็นเมืองหลวงเก่า จุดเด่นคือย่านเมืองเก่าบริกเกน (Bryggen) ที่มีอาคารไม้โบราณสีสันสวยงามริมท่าเรือ ในอดีตเคยเป็นโกดังสินค้า ปัจจุบันปรับเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ อาคารเก่าแก่เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เหมาะกับการเดินเล่นชมวิวท่าเรือ และเป็นที่เที่ยวนอร์เวย์ที่ห้ามพลาด
ยอดเขาฟลอยเอน (Mount Floyen)
ที่เที่ยวนอร์เวย์ยอดฮิตคือ จุดชมวิวเมืองเบอร์เกนจากมุมสูงที่ได้รับความนิยม ความพิเศษคือการเดินทางขึ้นเขาด้วยรถรางไฟฟ้าที่ค่อย ๆ ไต่ระดับ พร้อมหน้าต่างกระจกชมวิวตลอดเส้นทาง เป็นรถรางชมวิวที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่าร้อยปี เมื่อถึงด้านบนจะได้เห็นทิวทัศน์เมืองและท่าเรือแบบพาโนรามา
เมืองทรอนด์ไฮม์ (Trondheim)
เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศที่ก่อตั้งโดยชาวไวกิ้งมาตั้งแต่ครั้งอดีต จึงเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุด จุดไฮไลต์คือสะพานเก่าข้ามแม่น้ำนีเดลวา ที่สองฝั่งเต็มไปด้วยอาคารสไตล์นอร์วีเจียนสีสันสดใส เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเมือง รวมถึงมหาวิหารนิดารอสที่เป็นอาสนวิหารยุคกลางขนาดใหญ่ที่สุดของสแกนดิเนเวีย
สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland Sculpture Park)
สวนสาธารณะในกรุงออสโลที่จัดแสดงผลงานของประติมากรชื่อดัง กุสตาฟ วิกเกอร์แลนด์ เป็นประติมากรรมรูปมนุษย์ในอิริยาบถต่าง ๆ ทั้งจากหินแกรนิตและการหล่อด้วยสำริด ผลงานชิ้นเอกคือเสาหินขนาดใหญ่ที่แสดงถึงวัฏจักรชีวิตมนุษย์ ถือเป็นสวนประติมากรรมขนาดใหญ่ที่มีผลงานจัดแสดงจำนวนมาก
ท่าเรือเอเคอร์บรูค (Aker Brygge)
ย่านริมน้ำในกรุงออสโลที่ท่องเที่ยวนอร์เวย์สายชิล มีทั้งห้างสรรพสินค้า ย่านช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และคาเฟ่ พร้อมวิวท่าเรือที่มีเรือยอชต์จอดเรียงราย เหมาะกับการเดินเล่นทั้งกลางวัน และชมบรรยากาศแสงสียามค่ำคืน จึงเป็นจุดที่ช่วยให้สัมผัสวิถีชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี
ฟยอร์ด และเส้นทางธรรมชาติในนอร์เวย์ที่ห้ามพลาดคือที่ไหน?
ฟยอร์ดคืออ่าวที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งในอดีต และเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวนอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามให้สัมผัส
ซอก์งเนฟยอร์ด (Sognefjord)
ฟยอร์ดที่ยาว และลึกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ ทอดยาวอยู่ระหว่างเทือกเขาเป็นระยะทางไกล และมีทางแยกเป็นแนเรยฟยอร์ด (Naeroyfjord) ที่ได้รับการยกย่องเรื่องความงาม และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับไกแรงเกอร์ฟยอร์ดเป็นที่เที่ยวนอร์เวย์สายธรรมชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวในฟยอร์ดนอกจากชมวิวจากบนหน้าผาแล้ว ยังสามารถล่องเรือเฟอร์รีชมทิวทัศน์สองข้างทางได้อย่างเพลิดเพลิน
ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord)
ฟยอร์ดที่ได้รับสมญานามว่าราชินีแห่งฟยอร์ด ตั้งอยู่ใกล้เมืองโอเลซุน วิวโดยรอบสวยงามอลังการและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการล่องเรือชมวิว พร้อมชมน้ำตกเซเว่นซิสเตอร์สที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง และขึ้นจุดชมวิวดัลส์นิบบาที่มองเห็นฟยอร์ดจากมุมสูง
โทรลส์ทุงกา (Trolltunga)
ที่เที่ยวนอร์เวย์ยอดนิยมกับหน้าผาหินที่ยื่นออกมาจากผาสูง จนได้ชื่อในภาษาอังกฤษว่าลิ้นของโทรลล์ เป็นจุดชมวิวฟยอร์ดที่สวยงาม และท้าทาย ด้านล่างเป็นทะเลสาบกว้าง เส้นทางเดินเท้าค่อนข้างไกล และเปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน จึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าและมีการเตรียมตัวที่ดี
รถไฟสายฟลัมส์บานา (Flamsbana)
เส้นทางรถไฟเก่าแก่ที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดเส้นทางจะได้ชมทัศนียภาพธรรมชาติ ทั้งหุบเขา ทะเลสาบ หมู่บ้าน และน้ำตกที่เกิดจากการละลายของหิมะ รถไฟจะแล่นลอดอุโมงค์ที่เจาะผ่านภูเขาไปจนถึงสถานีปลายทางบนที่สูง เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ นิยมเดินทางต่อเนื่องกับการล่องเรือแนเรยฟยอร์ดในทริปเดียว
ถนนข้ามทะเลแอตแลนติก (Atlantic Ocean Road)
เที่ยวนอร์เวย์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยเส้นทางเลียบมหาสมุทรแอตแลนติกที่เชื่อมระหว่างเมืองคริสเตียนซุนด์และเมืองโมลเด ตัดผ่านเกาะน้อยใหญ่และล้อมรอบด้วยวิวทะเล และภูเขา จุดเด่นคือสะพานโค้งที่คดเคี้ยวอย่างสวยงาม พร้อมจุดแวะชมวิวระหว่างทาง จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถที่สวยที่สุดของประเทศ
จุดล่าแสงเหนือ และชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในนอร์เวย์อยู่ที่ไหน?
ปิดท้ายด้วยพิกัดทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นจุดชมปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หลายคนใฝ่ฝัน ทั้งแสงเหนือในฤดูหนาว และพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อน
เมืองทรอมโซ (Tromso)
เที่ยวนอร์เวย์ที่เมืองบนเกาะกลางทะเลในเขตอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นจุดชมแสงเหนือยอดนิยมในฤดูหนาว และชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อน บรรยากาศในเมืองเรียบง่าย และเงียบสงบ โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีสันสดใส นอกจากชมปรากฏการณ์ธรรมชาติแล้วยังมีกิจกรรมล่องเรือชมวาฬ และสถานที่น่าสนใจอย่างมหาวิหารอาร์กติก และสวนพฤกษศาสตร์
หมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten)
หมู่เกาะกลางทะเลนอร์วีเจียนที่บรรยากาศสวยงามราวภาพวาด เป็นเกาะน้อยใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะ พร้อมหมู่บ้านชาวประมงกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องวิว ได้แก่ เรเนอ (Reine) และแฮมนอย (Hamnoy) เป็นอีกหนึ่งพิกัดยอดนิยมสำหรับการชมแสงเหนือ
นอร์ทเคป (North Cape)
แหลมทางตอนเหนือสุดที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนจะมีแสงอาทิตย์ส่องสว่างตลอดทั้งวันทั้งคืน สามารถมาชมได้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม พร้อมวิวมหาสมุทรกว้างไกล จึงเป็นจุดหมายที่นักเดินทางสายธรรมชาติไม่ควรพลาดเวลามาเที่ยวนอร์เวย์
เที่ยวนอร์เวย์เดือนไหนดี ล่าแสงเหนือ และชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนช่วงใด?
นอร์เวย์เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ และกิจกรรมในแต่ละช่วงต่างกัน จึงควรเลือกเวลาให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการชม
หากต้องการล่าแสงเหนือ ควรเดินทางในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูหนาวที่ท้องฟ้ามืดยาวนาน โดยเฉพาะเมืองทางตอนเหนืออย่างทรอมโซและหมู่เกาะโลโฟเทน ส่วนผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ควรเดินทางในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีแสงอาทิตย์ตลอดวัน เหมาะกับพื้นที่ทางเหนืออย่างนอร์ทเคป
สำหรับผู้ที่ต้องการล่องเรือชมฟยอร์ด เดินป่า และขับรถชมเส้นทางธรรมชาติ ช่วงฤดูร้อนราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่น และกลางวันยาวนานที่สุด เส้นทางเดินเขาอย่างโทรลส์ทุงกาก็เปิดในช่วงนี้ ส่วนฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่า และบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น
เดินทาง และเตรียมตัวท่องเที่ยวนอร์เวย์อย่างไร?
เนื่องจากนอร์เวย์มีพื้นที่ทอดยาว และสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัว การวางแผนการเดินทาง และการเตรียมตัวเรื่องสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การเดินทางท่องเที่ยวนอร์เวย์ระหว่างเมืองสามารถใช้เที่ยวบินภายในประเทศเพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะการเดินทางไปยังเมืองทางตอนเหนือ ส่วนการเดินทางในเขตฟยอร์ดนิยมใช้รถไฟสายเบอร์เกน รถบัส และเรือเฟอร์รีร่วมกัน สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นอาจเลือกเช่ารถยนต์เพื่อขับชมเส้นทางธรรมชาติ ในทางปฏิบัติแนะนำให้วางแผนเส้นทาง และจองที่พักล่วงหน้า เนื่องจากบางพื้นที่มีที่พักจำกัด
ด้านการเตรียมตัว ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ พร้อมเสื้อกันลม และกันน้ำ เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงได้ง่ายแม้ในฤดูร้อน โดยเฉพาะพื้นที่ทางเหนือและบนภูเขาที่อากาศเย็นกว่าปกติ หากเดินทางในฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ถุงมือ และรองเท้ากันลื่นเพิ่มเติม
เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: visitnorway.com, whc.unesco.org, whc.unesco.org
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าเดินทางไปเที่ยวนอร์เวย์หรือไม่?
A: นอร์เวย์เป็นสมาชิกในกลุ่มเชงเกน ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเกนก่อนเดินทาง โดยเตรียมเอกสารตามที่กำหนด และยื่นล่วงหน้าเป็นระยะเวลาพอสมควร ทั้งนี้เงื่อนไขและเอกสารอาจมีการปรับเปลี่ยน จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูต หรือศูนย์รับยื่นวีซ่าที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางทุกครั้ง
Q: นอร์เวย์ใช้สกุลเงินอะไร และใช้บัตรได้สะดวกหรือไม่?
A: สกุลเงินที่ใช้คือโครนนอร์เวย์ ประเทศนี้เป็นสังคมที่นิยมใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิตจึงได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายแทบทุกที่ ในทางปฏิบัติแนะนำให้เตรียมบัตรที่รองรับการใช้งานในต่างประเทศ และอาจสำรองเงินสดไว้เล็กน้อยสำหรับกรณีจำเป็น
Q: ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเที่ยวนอร์เวย์เป็นอย่างไร?
A: นอร์เวย์จัดเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทั้งค่าที่พัก อาหาร และการเดินทาง จึงควรวางแผนงบประมาณล่วงหน้าและเผื่อค่าใช้จ่ายไว้พอสมควร การจองที่พักและตั๋วเดินทางล่วงหน้ารวมถึงการเลือกซื้ออาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ตในบางมื้อ อาจช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้
Q: เดินทางระหว่างเมืองในนอร์เวย์ด้วยวิธีใดได้บ้าง?
A: การเที่ยวนอร์เวย์สามารถเดินทางได้หลายวิธี ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับระยะทางไกล รถไฟที่เชื่อมเมืองสำคัญ รถบัส และเรือเฟอร์รีสำหรับเขตฟยอร์ด นอกจากนี้การเช่ารถยนต์ก็เป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับการขับชมเส้นทางธรรมชาติ แนะนำให้ศึกษาเส้นทาง และตารางเดินทางล่วงหน้าเพื่อความสะดวก
Q: ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบใดสำหรับการเดินทางไปนอร์เวย์?
A: ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบเป็นชั้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิ พร้อมเสื้อกันลม และกันน้ำ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แม้ในฤดูร้อนพื้นที่ทางเหนือ และบนภูเขาก็ยังมีอากาศเย็น หากเดินทางในฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนา หมวก ถุงมือ และรองเท้าที่เหมาะกับพื้นลื่น