7 ที่เที่ยวนาโกย่ายอดฮิต ทั้งที่เที่ยว ที่กิน ที่ช้อป อัปเดต 2026
นาโกย่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มักถูกมองข้ามเมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางหลักอย่างโอซาก้าหรือเกียวโต แต่กลับเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยของดีซ่อนอยู่มากมายกว่าที่คิด
เมืองใหญ่อันดับสี่ของญี่ปุ่น เป็นบ้านเกิดของโตโยต้า มีปราสาทเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ย่านช้อปปิ้งที่เดินได้ทั้งวัน แถมยังเป็นประตูสู่สวนจิบลิและหมู่บ้านมรดกโลกอีกหลายแห่ง ที่เที่ยวนาโกย่าจึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่แออัด แต่ของยังครบ ปีนี้นาโกย่าที่เที่ยวมีอะไรอัปเดตบ้าง ไปดูกันทีละจุด
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ปราสาทนาโกย่า แลนด์มาร์กคู่เมืองกับปลาทองบนหลังคา
- ศาลเจ้าอัตสึตะจิงกู ศาลเจ้าใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น
- โอเอซิส 21 และมิไรทาวเวอร์ จุดถ่ายรูปกลางเมือง
- ย่านช้อปปิ้งโอสุ สวรรค์ของสายของมือสองและสตรีทฟู้ด
- สวนจิบลิ (Ghibli Park)
- โทคุกาวะเอ็น สวนไดเมียวกลางเมืองที่สวยทุกฤดู
- ปราสาทอินุยามะ ปราสาทดั้งเดิมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
1. ปราสาทนาโกย่า แลนด์มาร์กคู่เมืองกับปลาทองบนหลังคา
เริ่มที่ไฮไลต์สำคัญของเมืองก่อน ปราสาทนาโกย่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมานาน หอคอยกลางหลังใหญ่มีปลาคาร์ปหัวสิงห์สีทอง (ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าคินชาจิ) ประดับบนหลังคา เด่นจนกลายเป็นภาพจำของนาโกย่าไปแล้ว ตัวปราสาทเดิมเริ่มสร้างในสมัยโทคุงาวะ อิเอยาสุ ให้กับลูกชาย ก่อนจะถูกไฟไหม้ช่วงสงครามแล้วบูรณะขึ้นใหม่ ใครชอบประวัติศาสตร์แนะนำให้เดินเลยไปดูพระราชวังฮมมารุที่ข้างใน งานบูรณะละเอียดมาก ช่วงซากุระบานกับใบไม้เปลี่ยนสีอาจมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น แต่ก็สวยงามคุ้มค่าการรอคอย
2. ศาลเจ้าอัตสึตะจิงกู ศาลเจ้าใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น
สำหรับที่เที่ยวนาโกย่าสายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอแนะนำอัตสึตะจิงกู ที่นี่เป็นศาลเจ้าใหญ่รองจากศาลเจ้าอิเสะจิงกู มีผู้มาสักการะราว 7 ล้านคนต่อปี และเป็นที่ประดิษฐานดาบคุซานางิ หนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิญี่ปุ่น เดินเข้าไปในเขตศาลเจ้าแล้วบรรยากาศเปลี่ยนทันที ต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น เงียบสงบ เหมือนหลุดออกจากเมืองไปคนละโลก
3. โอเอซิส 21 และมิไรทาวเวอร์ จุดถ่ายรูปกลางเมือง
ย่านซากาเอะคือหัวใจการช้อปของนาโกย่า เริ่มที่โอเอซิส 21 ก่อน ด้านบนมีหลังคาแก้วขนาดใหญ่ชื่อ "เรือมิสึ โนะ อุชู" ที่เดินเล่นกลางอากาศได้ ส่วนใต้ดินมีร้านค้ากว่า 30 ร้าน ตกเย็นไฟติดสวยมาก ถ่ายรูปขึ้นทุกมุม ข้าง ๆ กันคือมิไรทาวเวอร์ หอคอยเก่าแก่ที่รีโนเวตใหม่ มีจุดชมวิว Sky Deck สูง 90 เมตร และ Sky Balcony สูง 100 เมตร มองเห็นวิวเมืองได้ไกลถึงภูเขาฮาคุซัง ด้านล่างเป็นสวนฮิซะยะโอโดริที่เพิ่งเปิดใหม่ รวมสวนกับร้านดัง ๆ ทั่วญี่ปุ่นไว้กว่า 40 ร้าน เดินเล่นได้อย่างสบาย ย่านซากาเอะถือเป็นหนึ่งในนาโกย่าที่เที่ยวได้เพลินทั้งกลางวันและกลางคืน
4. ย่านช้อปปิ้งโอสุ สวรรค์ของสายของมือสองและสตรีทฟู้ด
มาถึงดาวเด่นของทริปนาโกย่ายุคนี้ สวนจิบลิ (Ghibli Park) อยู่ที่เมืองนางาคุเตะ จังหวัดไอจิ ไม่ไกลจากตัวเมืองนาโกย่า เปิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ตั้งอยู่ในสวนรำลึกเอ็กซ์โป 2005 ไอจิ จุดเด่นคือไม่ได้เน้นเครื่องเล่นหวาดเสียวเหมือนสวนสนุกทั่วไป แต่ให้เดินดื่มด่ำกับโลกในหนังจิบลิท่ามกลางธรรมชาติ
ตอนนี้สวนแบ่งออกเป็น 5 โซน ทั้ง Ghibli's Grand Warehouse, Hill of Youth, Dondoko Forest, Mononoke Village และ Valley of Witches ซึ่งเป็นโซนใหม่ล่าสุด โซนโกดังใหญ่ในร่มถ่ายรูปกับโนเฟซบนรถไฟได้ ส่วนหุบเขาแม่มดให้บรรยากาศแบบปราสาทฮาวล์อย่างเต็มที่
มีข้อควรทราบสำคัญคือตั๋วทุกใบต้องจองล่วงหน้า ไม่มีขายหน้างาน และวันยอดนิยมมักขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะฉะนั้นถ้าตั้งใจจะไปต้องวางแผนจองตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรรอจองในวันเดินทางเพราะอาจไม่ทัน การเดินทางก็ง่าย นั่งรถไฟใต้ดินสายฮิกาชิยามะไปสุดสายที่สถานีฟูจิกาโอกะ ใช้เวลาราว 30 นาที แล้วต่อรถไฟลินิโมะเข้าไปอีกนิด
6. โทคุกาวะเอ็น สวนไดเมียวกลางเมืองที่สวยทุกฤดู
ถ้าชอบสวนญี่ปุ่นแท้ ๆ ห้ามพลาดโทคุงาวะเอ็น เป็นสวนเดินรอบสระน้ำตรงกลางตามแบบสวนไดเมียวยุคเอโดะ มีน้ำตกและธารน้ำคดเคี้ยวก่อนไหลลงสระที่จำลองเป็นมหาสมุทร ฤดูไหนก็มีเสน่ห์คนละแบบ ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วงงดงามเป็นพิเศษ เดินถัดไปอีกนิดมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะโทคุงาวะ ที่จัดแสดงของล้ำค่าของตระกูลโทคุงาวะที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น สายประวัติศาสตร์ที่เที่ยวนาโกย่าที่นี่จะอินมาก
7. ปราสาทอินุยามะ ปราสาทดั้งเดิมเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ที่เที่ยวนาโกย่าที่สุดท้าย อันนี้ใกล้และง่ายมาก นั่งรถไฟสายเมเท็ตสึจากสถานีนาโกย่าราว 30 นาทีก็ถึงสถานีอินุยามะ เดินต่ออีกนิดถึงตัวปราสาท ปราสาทอินุยามะเป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มองเห็นวิวแม่น้ำคิโซะกับภูเขารอบ ๆ จากหอคอย ตัวปราสาทไม่ได้ใหญ่ แต่บันไดไม้เก่ากับวิวด้านบนคุ้มค่าการปีนจริง ๆ ช่วงซากุระบานริมแม่น้ำสวยมาก ใกล้ ๆ ยังมีสวนอุระคุเอ็นให้แวะอีกด้วย
เที่ยวนาโกย่าให้สนุกและสบายใจตลอดทริป ก่อนออกเดินทางควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศจาก Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีไฟลต์ดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: japan-guide.com, matcha-jp.com
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยไปเที่ยวนาโกย่าต้องขอวีซ่าไหม
A: ไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 15 วัน คนไทยที่ถือพาสปอร์ตธรรมดาเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 15 วัน ให้เริ่มนับวันแรกที่เครื่องลงถึงญี่ปุ่นเป็นวันที่ 1 ไม่ใช่วันที่ออกจากไทย ส่วนระบบ JESTA ที่หลายคนเริ่มได้ยิน ยังไม่บังคับใช้ คาดว่าจะเริ่มใช้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันพกเพียงพาสปอร์ตกับตั๋วขากลับก็เพียงพอ
Q: ไปเที่ยวนาโกย่าช่วงไหนดีที่สุด
A: ขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยากสัมผัส ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนคือช่วงซากุระ ส่วนกลางถึงปลายพฤศจิกายนเป็นใบไม้เปลี่ยนสี อากาศกำลังเย็นสบาย หน้าร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม) ร้อนชื้นพอ ๆ กับประเทศไทย ถ้าไม่ชอบร้อนแนะนำให้เลี่ยง แต่ถ้าตั้งใจจะต่อไปทาคายามะหรือชิราคาวาโกะ หน้าหนาวสวยที่สุด
Q: จากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์เข้าเมืองนาโกย่ายังไง
A: ง่ายมาก สนามบิน NGO มีรถไฟสาย Meitetsu เชื่อมตรงเข้าเมือง ขบวนเร็วสุดคือ μ-SKY ใช้เวลาราว 28 นาทีถึงสถานีเมเท็ตสึนาโกย่า ค่าโดยสารประมาณ 1,230 เยน ซึ่งรวมค่าที่นั่งจองแล้ว ใครไม่รีบนั่ง Limited Express ธรรมดาก็ได้ ราคาถูกลงแต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย
Q: เที่ยวนาโกย่ากี่วันถึงจะพอ
A: เฉพาะตัวเมือง 2 วันก็เดินได้ครบ แต่เสน่ห์ของนาโกย่าคือทำเล นั่งรถต่อไปไหนก็ใกล้ ถ้ามีเวลาสัก 3-4 วันจะดีกว่าเยอะ เผื่อวันไปสวนจิบลิ เมืองเก่าทาคายามะ หรือหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ โดยรวมแล้วนาโกย่าเหมาะเป็นเมืองฐานพักมากกว่าจุดหมายเดี่ยว ๆ
Q: เดินทางในเมืองนาโกย่าใช้อะไร บัตรโดยสารคุ้มไหม
A: ในเมืองใช้รถไฟใต้ดินกับรถบัสเป็นหลัก ใครนั่งหลายต่อในวันเดียวแนะนำบัตรเหมาจ่ายรายวันไปเลย คุ้มกว่าซื้อทีละเที่ยว มีบัตรชื่อ Donichi Eco Kippu ราคาถูกเป็นพิเศษ แต่ใช้ได้เฉพาะเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 8 ของทุกเดือน ถ้าไม่อยากคิดเยอะ พกบัตร IC อย่าง Manaca หรือ Suica แตะเข้าออกได้เลย แถมจ่ายในร้านสะดวกซื้อได้ด้วย