เที่ยวลี่เจียงครั้งเดียวให้คุ้ม! 7 ที่เที่ยวห้ามพลาด ไปเที่ยวลี่เจียงเดือนไหนดีที่สุด
ลี่เจียงไม่ใช่เมืองที่เดินครึ่งวันแล้วจบ บอกเลยว่าใครมาแบบรีบ ๆ มักจะเสียดายทีหลัง เพราะเมืองเล็ก ๆ ในมณฑลยูนนานแห่งนี้มีของให้ดูเยอะกว่าที่คิดมาก ทั้งเมืองเก่าอายุกว่า 800 ปี ภูเขาหิมะที่สูงเฉียดเมฆ ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ไปจนถึงคาเฟ่ลับ ๆ บนหลังคาบ้านไม้
ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลที่เที่ยวลี่เจียงอยู่ แล้วยังลังเลว่าควรไปเดือนไหน เที่ยวกี่วันถึงจะคุ้ม รวมถึงจะเที่ยวเองได้ไหม บทความนี้รวบมาให้ครบจบในที่เดียว อ่านจบแล้วแพลนทริปได้เลย
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ทำไมลี่เจียงถึงเป็นเมืองที่ใคร ๆ ก็อยากไปสักครั้ง
- ประวัติเมืองเก่าลี่เจียง มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ
- ไปเที่ยวลี่เจียงเดือนไหนดีสุด?
- 7 ที่เที่ยวลี่เจียงห้ามพลาด เก็บให้ครบรับรองคุ้ม
- เที่ยวลี่เจียงกี่วันถึงจะคุ้ม?
- ทริคเที่ยวลี่เจียงด้วยตัวเองง่าย ๆ
ทำไมลี่เจียงถึงเป็นเมืองที่ใคร ๆ ก็อยากไปสักครั้ง
เสน่ห์ของลี่เจียงอยู่ที่ความ "ครบ" ในเมืองเดียว สายธรรมชาติได้ภูเขาหิมะกับหุบเขา สายวัฒนธรรมได้เมืองเก่ากับวิถีชาวน่าซี ส่วนสายคาเฟ่กับสายถ่ายรูปก็แทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเดินไปทางไหนก็เจอมุมสวย
ที่หลายคนติดใจคือบรรยากาศ ถนนปูหินเก่า ลำธารใสไหลผ่านกลางเมือง เสียงน้ำเบา ๆ ตัดกับเสียงดนตรีพื้นเมือง ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจีนย้อนยุค ใครชอบเที่ยวช้า ๆ ซึมซับบรรยากาศ ที่นี่ตอบโจทย์สุด
ประวัติเมืองเก่าลี่เจียง มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ
เมืองโบราณลี่เจียง หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่าต้าเหยียนกู่เจิ้น (Dayan Old Town) ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง โดยชาวน่าซี (Naxi) ชนเผ่าที่มีทั้งภาษา ตัวอักษร และศาสนาตงปาเป็นของตัวเอง เมืองนี้เคยเป็นจุดพักสำคัญบนเส้นทางการค้าชาม้าโบราณ (Tea Horse Road) ที่เชื่อมที่ราบสูงทิเบตเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่
จุดที่แปลกกว่าเมืองโบราณอื่นคือ ลี่เจียงไม่มีกำแพงเมือง เพราะชาวน่าซีเชื่อว่าการสร้างกำแพงเหมือนการขังมังกรที่คุ้มครองเมืองเอาไว้ เลยเลือกเปิดเมืองให้โล่งแทน และในปี 1997 องค์การยูเนสโกก็ขึ้นทะเบียนเมืองเก่าลี่เจียงเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครอบคลุมทั้งต้าเหยียน ซู่เหอ และไป๋ซา
ไปเที่ยวลี่เจียงเดือนไหนดีสุด?
คำตอบสั้น ๆ คือ ฤดูใบไม้ร่วงดีที่สุด รองมาคือใบไม้ผลิ แต่ขอเล่าให้ครบทุกฤดูจะได้เลือกตามสไตล์ตัวเอง
ช่วงใบไม้ผลิ (มีนาคมถึงพฤษภาคม) อากาศกำลังสบาย ดอกไม้เริ่มบาน เดินเที่ยวทั้งวันได้แบบไม่เหนื่อย พอเข้าหน้าร้อน (มิถุนายนถึงสิงหาคม) ธรรมชาติเขียวขจีก็จริง แต่ฝนเยอะและคนแน่นเพราะตรงกับวันหยุดยาวของจีน ส่วนที่เด็ดสุดคือใบไม้ร่วง (กันยายนถึงพฤศจิกายน) ฟ้าใส อากาศเย็นกำลังดี ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีทอง ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม
แล้วหน้าหนาวล่ะ? (ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) หนาวจัดและบางวันมีหิมะ ถ้าทนหนาวได้ก็จะเจอลี่เจียงในอีกบรรยากาศหนึ่งที่สวยไปอีกแบบ แค่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอมาให้พร้อม
7 ที่เที่ยวลี่เจียงห้ามพลาด เก็บให้ครบรับรองคุ้ม
มาถึงพระเอกของงาน รวมที่เที่ยวลี่เจียงที่ถ้ามาแล้วไม่แวะถือว่าพลาด จัดเรียงให้เที่ยวต่อกันได้สะดวก
1. เมืองโบราณลี่เจียง (Dayan Old Town)
หัวใจของทริปอยู่ตรงนี้ เดินเล่นได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ ของน่าดูคือกังหันน้ำขนาดใหญ่ตรงทางเข้าเมือง (จุดถ่ายรูปยอดฮิต) สี่เหลี่ยมซื่อฟาง (Sifang Street) ที่กลางคืนคนจะออกมาเต้นรำพื้นเมืองกัน และถ้าอยากได้วิวมุมสูงสวย ๆ ให้เดินขึ้นไปที่สะพานว่านกู่ (Wangu Pavilion) ตอนพระอาทิตย์ตก แสงสวยมาก
กลางคืนเมืองนี้คนละโหมดกับกลางวันเลย บาร์สตรีทมีดนตรีสด แสงไฟประดับสองข้างลำธาร นั่งจิบเครื่องดื่มชิล ๆ ดูคนเดินไปมา ก็ฟินแล้ว
2. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)
ภูเขาที่สูงที่สุดในยูนนาน และเป็นสัญลักษณ์ของลี่เจียง นั่งกระเช้าขึ้นไปถึง Glacier Park ที่ความสูงราว 4,500 เมตร สัมผัสธารน้ำแข็งและวิวกว้างสุดลูกหูลูกตา อากาศบนนั้นหนาวและออกซิเจนเบาบาง เตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ ไปเลย จะเช่าเสื้อโค้ทที่ทางเข้าก็ได้
3. หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley)
อยู่ในเขตเดียวกับภูเขาหิมะมังกรหยก น้ำในหุบเขาเป็นสีฟ้าอมเทาคล้ายน้ำนม สีสวยแปลกตาแบบนี้มาจากตะกอนแร่ธรรมชาติ พอแสงดี ๆ น้ำจะใสจนสะท้อนภูเขาหิมะด้านหลังได้เหมือนภาพวาด จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือบันไดน้ำตกหลายชั้นที่ไหลลดหลั่นกันลงมา
4. สระน้ำมังกรดำ (Black Dragon Pool)
อยู่ห่างจากเมืองเก่าแค่ 1 ถึง 2 กิโลเมตร เข้าฟรี เปิดทั้งวัน จุดขายคือน้ำใสจนสะท้อนภูเขาหิมะมังกรหยกได้ชัดราวกับโปสการ์ด แนะนำให้มาเช้ามืดถ้าอยากเห็นยอดเขาแดง ๆ จากแสงแรกของวันกับสายหมอกบาง ๆ เหนือผิวน้ำ โรแมนติกมาก คนชอบถ่ายรูปจะอยู่ได้นาน
5. หมู่บ้านซู่เหอ (Shuhe Ancient Town)
เมืองเก่าอีกแห่งที่เป็นมรดกโลก อยู่ห่างจากเมืองเก่าลี่เจียงราว 4 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบและเป็นธรรมชาติกว่าต้าเหยียน เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย มาเที่ยวลี่เจียงแบบไม่รีบร้อน นั่งจิบชา เดินดูร้านงานฝีมือแบบสบาย ๆ
6. หมู่บ้านไป๋ซา (Baisha Village)
หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังคงวิถีชาวน่าซีไว้ชัดเจน ไฮไลต์คือจิตรกรรมฝาผนังไป๋ซา (Baisha Murals) อายุกว่า 500 ปี ที่ผสมศิลปะพุทธ เต๋า กับวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ที่นี่ยังมีคาเฟ่ที่ขึ้นไปถ่ายรูปบนหลังคาได้ ถ้าฟ้าใสจะเห็นภูเขาหิมะมังกรหยกแบบเต็ม ๆ ส่วนตัวคิดว่าไป๋ซาครึกครื้นกำลังดี ไม่อึดอัดเหมือนเมืองใหญ่
7. การแสดง Impression Lijiang
เที่ยวลี่เจียงชมโชว์กลางแจ้งสุดอลังการที่กำกับโดยจาง อี้โหมว ใช้นักแสดงจริงหลายร้อยชีวิต ทั้งเดิน วิ่ง เต้น ประสานกันเป็นแพตเทิร์นสวยงาม โดยมีภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลังธรรมชาติ มีวันละ 2 รอบ รอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ใครอยากดูสบาย ๆ สามารถจองที่นั่ง VIP ล่วงหน้า เห็นชัดทุกมุมและไม่ต้องเบียดใครอีกด้วย
เที่ยวลี่เจียงกี่วันถึงจะคุ้ม?
คำถามยอดฮิตเลย คำตอบคือ 3 วัน 2 คืน พอเที่ยวจุดหลักได้ครบ แต่ถ้าอยากไม่ต้องรีบและเก็บรอบนอกด้วย 4 วัน 3 คืนกำลังดี ลองดูแพลนตัวอย่างนี้
- วันแรก เดินทางถึงลี่เจียง เก็บกระเป๋าแล้วลุยเมืองเก่าต้าเหยียน เดินเล่นซอกซอย ตอนเย็นขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกที่สะพานว่านกู่ แล้วต่อด้วยมื้อค่ำในเมืองเก่า
- วันที่สอง ลุยภูเขาหิมะมังกรหยกตั้งแต่เช้า ขึ้นกระเช้า Glacier Park ช่วงบ่ายดูโชว์ Impression Lijiang แล้วแวะหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินก่อนกลับเข้าเมือง
- วันที่สาม สายชิล ไปหมู่บ้านซู่เหอกับสระน้ำมังกรดำ ถ่ายรูปวิวภูเขาสะท้อนน้ำ เย็น ๆ กลับมาช้อปของฝากในเมืองเก่า ส่วนวันสุดท้ายเก็บตกที่ที่ยังไม่ได้ไป ซื้อของฝากที่ค้างไว้ แล้วเดินทางกลับ
ทริคเที่ยวลี่เจียงด้วยตัวเองง่าย ๆ
- เที่ยวลี่เจียงเองไม่ยากอย่างที่คิด ขอแค่เตรียมตัวนิดหน่อย เรื่องการเดินทางจากไทย ทางที่ง่ายสุดคือบินตรงเข้าลี่เจียง (สนามบินลี่เจียงซานอี้) หรือจะบินลงคุนหมิงก่อนแล้วต่อรถไฟความเร็วสูงเข้าลี่เจียงก็เป็นอีกทางที่หลายคนชอบ ได้ดูวิวระหว่างทางด้วย พอถึงในเมืองเก่าเดินเท้าเอาได้สบาย ส่วนจุดไกลอย่างภูเขาหิมะหรือซู่เหอ เรียกแท็กซี่หรือใช้บริการรถทัวร์จะสะดวกกว่า
- อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือแอปแผนที่ Google Maps ใช้ในจีนได้ไม่เต็มที่ แนะนำโหลด Baidu Map หรือ Gaode Map ไว้ จะแม่นกว่าเยอะ และควรติดตั้ง VPN ตั้งแต่อยู่ไทย เพราะ Google, Facebook, Line ถูกบล็อกในจีน ถ้าไม่ลงไว้ก่อนจะลงทีหลังลำบาก
- เรื่องเสื้อผ้าก็เน้นตามฤดู หน้าหนาวมาแบบจัดเต็ม ถ้าจะขึ้นภูเขาหิมะให้เผื่อเสื้อหนาพิเศษไว้อีกชั้น ลี่เจียงเป็นเมืองที่ยิ่งเตรียมตัวดี ยิ่งเที่ยวสนุก แล้วพอได้ไปจริง ๆ คุณจะเข้าใจเองว่าทำไมคนถึงพูดถึงเมืองนี้กันไม่หยุด
เที่ยวจีนให้สนุกและสบายใจตลอดทริป ก่อนเดินทางควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศ Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาขึ้นที่สูงอย่างภูเขาหิมะมังกรหยกที่อาจมีอาการแพ้ความสูง หรือจะเป็นการชดเชยไฟลต์ดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: whc.unesco.org, chinahighlights.com
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยไปเที่ยวลี่เจียงต้องขอวีซ่าไหม
A: ช่วงนี้คนไทยเข้าจีนเพื่อการท่องเที่ยวได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน จากข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน แต่เงื่อนไขพวกนี้ปรับเปลี่ยนได้ ก่อนบินควรเช็กข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตจีนอีกรอบให้ชัวร์ และพกพาสปอร์ตที่อายุเหลือเกิน 6 เดือนไว้เสมอ
Q: เที่ยวลี่เจียงใช้งบประมาณเท่าไหร่ต่อคน
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว แต่ถ้าเป็นทริป 4 วัน 3 คืนแบบกลาง ๆ ไม่หรูไม่ประหยัดจัด ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับมักอยู่ราว 10,000 ถึง 18,000 บาท ส่วนค่ากิน ที่พัก ค่าเข้าสถานที่ และเดินทางในเมือง เผื่อไว้ประมาณ 1,500 ถึง 3,000 บาทต่อวันก็เที่ยวได้สบาย ค่ากระเช้าภูเขาหิมะกับโชว์เป็นก้อนใหญ่สุดที่ต้องกันไว้
Q: ที่ลี่เจียงจ่ายเงินยังไง ต้องพกเงินสดเยอะไหม
A: จีนแทบเป็นสังคมไร้เงินสดไปแล้ว ร้านส่วนใหญ่รับจ่ายผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay ซึ่งตอนนี้ผูกบัตรเครดิตหรือเดบิตต่างประเทศได้แล้ว แนะนำให้ตั้งค่าแอปตั้งแต่อยู่ไทย จะได้ไม่ต้องวุ่นหน้างาน พกเงินสดหยวนติดตัวไว้นิดหน่อยเผื่อร้านเล็ก ๆ หรือกรณีฉุกเฉินก็พอ
Q: เที่ยวลี่เจียงแล้วไปต่อที่ไหนได้อีกบ้าง
A: ลี่เจียงเป็นจุดตั้งต้นที่ดีมากสำหรับเที่ยวยูนนานต่อ ใกล้สุดคือเมืองโบราณต้าหลี่ที่นั่งรถไฟความเร็วสูงไปแค่ราว 2 ชั่วโมง หรือจะขึ้นเหนือไปแชงกรีล่าเพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบทิเบตก็ได้ ใครมีเวลาเยอะแนะนำให้รวมหลายเมืองในทริปเดียวไปเลย คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินกว่า
Q: ลี่เจียงเหมาะกับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุไหม
A: ทุกวัยสามารถเที่ยวลี่เจียงได้ แต่ถนนเป็นหินและมีเนินสูงต่ำ ต้องระวังเรื่องการลื่นและรองเท้าที่ใส่สบาย ส่วนภูเขาหิมะมังกรหยกที่สูงเกิน 4,000 เมตร คนที่มีโรคหัวใจ ความดัน หรือปัญหาระบบหายใจควรปรึกษาแพทย์ก่อน และเตรียมออกซิเจนกระป๋องติดตัว เด็กเล็กมาก ๆ กับผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่ไหวอาจเลือกเที่ยวเฉพาะด้านล่างแทน