ที่เที่ยวเกาะเชจู 18 จุดห้ามพลาด เที่ยวเกาะเชจู เกาหลีใต้ด้วยตัวเอง
เกาะเชจู (Jeju Island) เป็นเกาะท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาไฟในอดีตที่รวมทั้งน้ำตก ถ้ำลาวา หน้าผาหิน และแนวชายฝั่งทะเลไว้ในพื้นที่เดียวกัน บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบสงบ มีทั้งจุดชมวิวธรรมชาติระดับมรดกโลก เส้นทางเดินเขา ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล รวมถึงหมู่บ้านและตลาดท้องถิ่นที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะได้อย่างชัดเจน
จุดเด่นของ เกาะเชจู เกาหลีใต้ คือสามารถเที่ยวได้ครบทั้งสายธรรมชาติ ถ่ายรูป ชิมอาหาร และเรียนรู้วัฒนธรรมในทริปเดียว บทความนี้รวบรวมพิกัดบน เกาะเชจู ที่เที่ยวได้หลากหลายแนว พร้อมข้อมูลสำหรับวางแผนทริปเอาไว้ให้แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนมาเที่ยวเป็นครั้งแรก
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- ที่เที่ยวเกาะเชจูสายธรรมชาติและภูมิประเทศภูเขาไฟมีที่ไหนบ้าง?
- ชายหาดและจุดถ่ายภาพดอกไม้บนเกาะเชจูอยู่ที่ไหน?
- ที่เที่ยวเกาะเชจูสายวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง และแหล่งเรียนรู้มีอะไรบ้าง?
- เที่ยวเกาะเชจูช่วงไหนดีที่สุด?
- เดินทางไปเกาะเชจูและเดินทางบนเกาะอย่างไร?
- เตรียมตัวก่อนไปเกาะเชจูต้องรู้อะไรบ้าง? อาหารและของขึ้นชื่อบนเกาะเชจูมีอะไรบ้าง?
ที่เที่ยวเกาะเชจูสายธรรมชาติและภูมิประเทศภูเขาไฟมีที่ไหนบ้าง?
เริ่มจากพิกัดธรรมชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเกาะภูเขาไฟได้ชัดเจนที่สุด ทั้งน้ำตก ภูเขา ถ้ำลาวา และหน้าผาหิน ซึ่งหลายแห่งอยู่ในพื้นที่มรดกโลก
ยอดเขาซองซานอิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong)
แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเกาะ คนที่นี่เรียกกันว่า Sunrise Peak เป็นปล่องภูเขาไฟโบราณที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลทางฝั่งตะวันออก ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี 2007 เดินขึ้นถึงยอดใช้เวลาราว 20 ถึง 30 นาที ตามบันไดที่ทำไว้อย่างดี พอถึงด้านบนจะเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาตัดกับหมู่บ้านชาวประมงหลากสีเบื้องล่าง ใครอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจริง ๆ ต้องมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall)
น้ำตกธรรมชาติขนาดใหญ่บริเวณชานเมืองซอกวิโพ ทางตอนใต้ของเกาะ ความสูงราว 22 เมตร โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นท่ามกลางหน้าผาและป่าเขียวขจี ก่อนถึงตัวน้ำตกจะได้เดินตามเส้นทางในหุบเขาผ่านลำธารและสะพานหินธรรมชาติ หากมาในช่วงฤดูฝนจะเห็นน้ำตกไหลแรงและสวยงามกว่าฤดูอื่น เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการเดินป่า
ภูเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park)
ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้และเป็นอุทยานแห่งชาติที่เกิดจากภูเขาไฟในอดีต ทำให้ภูมิประเทศโดยรอบอุดมสมบูรณ์และหลากหลาย ทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้า และปล่องภูเขาไฟบริเวณยอดเขา พื้นที่โดยรอบยังมียอดเขาย่อยและพรรณพืชจำนวนมากกระจายอยู่ทั่ว พร้อมเส้นทางเดินป่าหลายระดับให้เลือกตามความถนัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติและเดินป่า
น้ำตกจองบัง (Jeongbang Waterfall)
น้ำตกที่แปลกกว่าที่อื่นตรงที่สายน้ำไหลจากหน้าผาลงสู่มหาสมุทรโดยตรง ซึ่งหาได้ยากมากในเอเชีย ความสูงราว 23 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร ภาพที่ได้คือสายน้ำสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีคราม บวกกับโขดหินบะซอลต์สีดำที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะภูเขาไฟ เสียงน้ำกระทบหินผสมกับเสียงคลื่นให้ความรู้สึกที่รูปถ่ายให้ไม่ได้ ตัวน้ำตกอยู่ในเมืองซอกวิโพ เดินจากที่จอดรถไม่ไกล
ถ้ำมันจังกุล (Manjanggul Cave)
ถ้ำลาวาขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ เกิดจากการไหลของลาวาในอดีต มีความยาวรวมหลายกิโลเมตร แต่เปิดให้เข้าชมเพียงบางส่วน ภายในถ้ำอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะได้เห็นโครงสร้างลาวาธรรมชาติหลายรูปแบบ ทั้งหินงอก หินย้อย และผนังลาวาลายคลื่น โดยมีไฮไลต์อยู่ที่เสาลาวาขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเสาลาวาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
หน้าผาจูซังจอลลี แดโพ (Daepo Jusangjeolli Cliff)
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากเสาหินบะซอลต์ทรงหกเหลี่ยม เรียงตัวเป็นระเบียบทอดยาวตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะ คล้ายงานศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเอง บรรยากาศโดยรอบเปิดโล่งมองเห็นทะเลกว้างสุดสายตา พร้อมเสียงคลื่นซัดกระทบหน้าผาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพยอดนิยม
ชายหาดและจุดถ่ายภาพดอกไม้บนเกาะเชจูอยู่ที่ไหน?
สำหรับสายถ่ายภาพและผู้ที่ชอบบรรยากาศสดใส เกาะเชจู ที่เที่ยวกลุ่มนี้เน้นชายหาด ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล และมุมถ่ายรูปที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา
หาดฮัมด็อก (Hamdeok Beach)
ชายหาดยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และคลื่นที่ไม่แรงมาก จึงเหมาะทั้งการเล่นน้ำ เดินเล่นริมชายหาด และถ่ายรูปวิวทะเล บริเวณใกล้ชายหาดมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และจุดนั่งชมวิว หากต้องการบรรยากาศเงียบสงบและราคาที่พักย่อมเยากว่า แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
ซอบจิโกจิ (Seopjikoji)
แหลมทุ่งหญ้าที่ยื่นออกไปในทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ทางเดินเลียบหน้าผาพาไปจบที่ประภาคารสีขาวบนเนิน วิวจากตรงนั้นเห็นซองซานอิลชุลบงอยู่ไกล ๆ ช่วงที่คนนิยมมากที่สุดคือปลายฤดูใบไม้ผลิที่ดอกเรพซีดสีเหลืองบานทั่วเนิน เดินทั้งเส้นใช้เวลาราว ๆ ชั่วโมงเดียว ไม่เหนื่อย เหมาะกับคนที่อยากได้รูปสวยแต่ไม่อยากปีนเขา
เทศกาลดอกซากุระเชจู (Jeju Cherry Blossom Festival)
หนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของฤดูใบไม้ผลิบนเกาะ ไฮไลต์คือซากุระพันธุ์คิงเชอร์รีซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของเชจู ดอกใหญ่ สีชมพูเข้ม และกลีบหนา ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากพื้นที่อื่น เทศกาลจัดขึ้นตามแนวถนนและจุดสำคัญของเมือง เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และชมอุโมงค์ซากุระ โดยช่วงเวลาจัดงานอยู่ราวต้นฤดูใบไม้ผลิและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปี
เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย (Jeju Hydrangea Festival)
เทศกาลดอกไม้ในช่วงต้นฤดูร้อนที่ได้ชมดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งหลากเฉดสี ทั้งฟ้า ม่วง ชมพู และขาว เรียงรายตลอดแนวทางเดิน มักจัดขึ้นในสวนดอกไม้หลายแห่งของเมือง ซึ่งแต่ละที่จะมีการจัดสวนและมุมถ่ายภาพแตกต่างกันไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเชจูในบรรยากาศสดใสของฤดูร้อน โดยช่วงเวลาจัดงานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปี
ป่าลับ (Secret Forest)
พื้นที่ธรรมชาติในหมู่บ้านกุจวา ประกอบด้วยป่าสนไซเปรส ทุ่งหญ้า กำแพงหิน และกระท่อมไม้แบบชนบท สามารถเดินเล่นตามเส้นทางที่ร่มรื่นและแวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ มุมยอดนิยมคือรถบรรทุกและคาราวานสีเขียวมิ้นต์ บรรยากาศในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันไป เช่น ดอกเรพซีดสีเหลืองในฤดูใบไม้ผลิ และดอกไฮเดรนเยียในฤดูร้อน
ที่เที่ยวเกาะเชจูสายวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง และแหล่งเรียนรู้มีอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ที่สนใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เกาะเชจู ที่เที่ยวกลุ่มนี้รวมทั้งวัด ตลาด หมู่บ้านโบราณ แหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้เข้าใจเสน่ห์ของเชจูได้รอบด้าน
วัดยักชอนซา (Yakcheonsa Temple)
วัดพุทธขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเกาะใกล้เมืองซอกวิโพ มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์เกาหลีแบบดั้งเดิม ตัววัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูง จึงมองเห็นวิวทะเลโดยรอบได้ไกล ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และมีน้ำพุที่เชื่อกันว่าช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากสักการะขอพรแล้ว ยังเหมาะกับการมาพักผ่อนให้จิตใจสงบ
ตลาดซอกวิโพ โอลเล่ (Seogwipo Maeil Olle Market)
ตลาดท้องถิ่นยอดนิยมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะได้อย่างชัดเจน ภายในมีทั้งโซนตลาดสด ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และร้านขายของฝาก บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก มีทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะมาเดินเล่น เหมาะกับการเดินชิมอาหารและซื้อของในที่เดียว
หมู่บ้านซองอึบ (Seongeup Folk Village)
หมู่บ้านโบราณที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนแบบดั้งเดิมของเชจูไว้อย่างสมบูรณ์ ทั้งบ้านหิน หลังคามุงฟาง และกำแพงหินที่เรียงตัวตามวิถีชนบท เหมาะแก่การเดินชมพร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ในบางช่วงของปีที่หมู่บ้านยังมีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การแต่งชุดฮันบก การสาธิตงานฝีมือ และการแสดงศิลปะพื้นเมือง
ถนนช้อปปิ้งชิลซองโร (Jeju Chilseong-ro Shopping Street)
ถนนการค้าสายหลักที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของฝาก ร้านอาหาร และสตรีทฟู้ด บริเวณโดยรอบยังรายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น ตลาดทงมุนซึ่งเป็นตลาดดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของเชจู ย่านร้านหมูดำที่ขึ้นชื่อ และศูนย์การค้าใต้ดินที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและเดินเล่นในเมือง
ไร่ชาโอซุลลอค (Osulloc Tea Museum)
ที่ที่คนรักชาเขียวและมัทฉะไม่ควรพลาด ไร่ชาโอซุลลอคตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ ล้อมรอบด้วยเนินไร่ชาเขียวกว้างสุดสายตา ด้านในมีพิพิธภัณฑ์ชาที่เล่าประวัติวัฒนธรรมชาเกาหลี และร้านขายผลิตภัณฑ์ชาให้เลือกหลายอย่าง เมนูที่คนส่วนใหญ่มาแล้วต้องสั่งคือไอศกรีมมัทฉะกับเค้กชาเขียว ข้าง ๆ กันยังมี Innisfree Jeju House ที่มีเวิร์กช็อปทำสบู่แฮนด์เมดและสกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสมจากเกาะ
พิพิธภัณฑ์แฮนยอ (Haenyeo Museum)
แหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและวิถีชีวิตของแฮนยอ หรือหญิงดำน้ำพื้นเมืองของเชจู ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ภายในจัดแสดงประวัติ เครื่องมือดำน้ำแบบดั้งเดิม ภาพถ่าย และเรื่องเล่าการทำงานใต้ท้องทะเล ช่วยให้เข้าใจบทบาทสำคัญของแฮนยอที่มีต่อชุมชนชายฝั่งได้อย่างลึกซึ้ง
อควาแพลนเน็ต เชจู (Aqua Planet Jeju)
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่รวมชีวิตใต้ทะเลหลากหลายสายพันธุ์ไว้ภายในอาคารเดียว บรรยากาศภายในกว้างขวางและมีหลายโซนให้ร่วมสนุก ทั้งอุโมงค์ใต้น้ำที่ชมปลาว่ายผ่านแบบรอบทิศ และโซนจัดแสดงสัตว์ทะเลอย่างเพนกวิน แมวน้ำ และฉลาม พร้อมโชว์ให้อาหารสัตว์ทะเลหลายรอบต่อวัน เหมาะทั้งครอบครัว คู่รัก และผู้ที่สนใจโลกใต้น้ำ
เที่ยวเกาะเชจูช่วงไหนดีที่สุด?
เกาะเชจูเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่เสน่ห์ในแต่ละฤดูกาลแตกต่างกัน จึงควรเลือกเวลาให้เหมาะกับกิจกรรมที่วางแผนไว้
ฤดูใบไม้ผลิราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายและมีเทศกาลดอกไม้ เหมาะกับการเดินเที่ยวและถ่ายรูป ฤดูร้อนราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมอากาศอบอุ่นและเป็นช่วงที่ชายหาดคึกคัก แต่ก็เป็นฤดูฝนที่น้ำตกไหลแรงสวยงาม ฤดูใบไม้ร่วงราวเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าโปร่ง เหมาะกับการเดินเขาและชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูหนาวอากาศเย็นกว่าฤดูอื่นแต่ยังอบอุ่นกว่าพื้นที่ตอนบนของเกาหลี บางช่วงมีหิมะปกคลุมยอดเขาฮัลลาซาน จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวติดตัว
เดินทางไปเกาะเชจูและเดินทางบนเกาะอย่างไร?
เกาะเชจูมีสนามบินนานาชาติเป็นของตัวเอง การเดินทางจากเมืองหลักในเกาหลีจึงสะดวก แต่การเดินทางบนเกาะต้องวางแผนล่วงหน้าเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัว
จากกรุงโซลหรือเมืองใหญ่อื่นสามารถเดินทางเข้าเกาะได้โดยเที่ยวบินภายในประเทศที่ใช้เวลาไม่นาน เมื่อถึงเกาะแล้ว การเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยวนิยมใช้รถบัสท้องถิ่นซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ หรือเช่ารถยนต์สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่สากล ซึ่งช่วยให้ยืดหยุ่นและเข้าถึงจุดที่รถสาธารณะไปไม่สะดวก อีกทางเลือกคือการใช้บริการแท็กซี่หรือรถเช่าพร้อมคนขับสำหรับกลุ่มที่ต้องการความสะดวก ในทางปฏิบัติแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันแผนที่และแอปเรียกรถของเกาหลีไว้ล่วงหน้า
อาหารและของขึ้นชื่อบนเกาะเชจูมีอะไรบ้าง?
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยว เกาะเชจู เกาหลีใต้ ยังขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้เฉพาะบนเกาะ ซึ่งควรหาโอกาสลองสักครั้ง
เมนูและของขึ้นชื่อที่แนะนำ ได้แก่ หมูดำเชจูที่เนื้อนุ่มและมีรสชาติเข้มข้น อาหารทะเลสดจากฝีมือการดำน้ำของแฮนยอ เช่น หอยเป๋าฮื้อและปลาดิบ ส้มเชจูซึ่งเป็นผลไม้ประจำเกาะที่นิยมนำไปแปรรูปเป็นน้ำส้มและขนม รวมถึงช็อกโกแลตส้มและขนมพื้นเมืองที่เหมาะกับการซื้อเป็นของฝาก แนะนำให้เตรียมเงินสดสกุลวอนไว้สำหรับร้านเล็กและตลาดท้องถิ่น
เมื่อเตรียมเอกสารและวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยวและรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 0 2611 4242
อ้างอิง: visitjeju.net, english.visitkorea.or.kr, whc.unesco.org
คำถามที่พบบ่อย
Q: ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวได้ครบ?
A: เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่รอบเกาะ โดยทั่วไปแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณสามถึงสี่วัน เพื่อให้เที่ยวได้ครบทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้โดยไม่เร่งรีบ หากมีเวลาน้อยควรเลือกเที่ยวเฉพาะโซนที่สนใจและจัดเส้นทางให้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันเพื่อประหยัดเวลาเดินทาง
Q: ควรพักโซนไหนดี ระหว่างเมืองเชจูกับซอกวิโพ?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์ทริป เมืองเชจูทางฝั่งเหนืออยู่ติดสนามบิน มีโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งหนาแน่นกว่า เหมาะกับคนที่มาสั้น ๆ หรือไม่ได้เช่ารถ ส่วนซอกวิโพทางฝั่งใต้เงียบกว่า อยู่ใกล้กลุ่มน้ำตกและจุดชมวิวชายฝั่ง เหมาะกับสายธรรมชาติ ถ้ามีเวลาสามวันขึ้นไปและเช่ารถขับเอง การแบ่งพักคนละฝั่งฝั่งละคืนสองคืนจะช่วยลดเวลาขับรถวนไปวนมาได้เยอะ
Q: บินตรงจากไทยไปเกาะเชจูได้เลยไหม?
A: โดยปกติยังไม่มีเที่ยวบินตรงแบบประจำจากไทยไปเชจู เส้นทางหลักคือบินเข้าอินชอนหรือกิมโปแล้วต่อเที่ยวบินภายในประเทศไปสนามบินเชจู (CJU) ซึ่งใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง บางฤดูกาลอาจมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำเปิดเป็นช่วง ๆ แนะนำให้เช็กกับสายการบินหรือตัวแทนก่อนจองที่พัก และถ้าต้องต่อเครื่อง ควรเผื่อเวลาต่อเครื่องไว้อย่างน้อยสามชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย
Q: บนเกาะเชจูใช้ภาษาอังกฤษได้แค่ไหน และเรื่องอินเทอร์เน็ตต้องเตรียมอะไร?
A: ในสนามบิน โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวหลักมีป้ายภาษาอังกฤษและพนักงานที่สื่อสารได้พอสมควร แต่ตามร้านอาหารท้องถิ่น ตลาด หรือคาเฟ่นอกเมือง อาจต้องพึ่งแอปแปลภาษาและการชี้รูปในเมนู ส่วนอินเทอร์เน็ตแนะนำให้เตรียมซิมท่องเที่ยว eSIM หรือ Pocket WiFi ไว้ล่วงหน้า เพราะแอปแผนที่ แอปเรียกรถ และตารางรถบัสของเกาหลีล้วนต้องใช้เน็ตตลอดเวลา
Q: เดินทางไปเกาะเชจูพร้อมเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุได้หรือไม่?
A: เดินทางได้ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับทุกวัย เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชายหาด และตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ดี สำหรับจุดที่ต้องเดินขึ้นเขาหรือเดินระยะไกล ควรเลือกเส้นทางระยะสั้นและเผื่อเวลาพักระหว่างทาง รวมถึงตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละสถานที่ล่วงหน้า