10 ที่เที่ยวฮอกไกโดห้ามพลาด พร้อมพิกัดเด็ดเที่ยวฮอกไกโดครบทุกฤดู
ชวนคนรักลมหนาว และธรรมชาติออกเดินทางสู่ “เกาะฮอกไกโด” ประเทศญี่ปุ่น เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะฮอนชู โอบล้อมด้วยภูเขาสูง อากาศเย็นสบายตลอดปี และมีหิมะปกคลุมนานหลายเดือน ทำให้การท่องเที่ยวฮอกไกโดเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักหิมะ สกีรีสอร์ต และเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ชวนคุณไปท้าทายความหนาวเย็นใน 10 ที่เที่ยวยอดนิยมของฮอกไกโด เจ้าของฉายา “สวรรค์แห่งฤดูหนาว” (Winter Wonderland) ที่คนทั่วโลกตกหลุมรัก!
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- อัปเดต 10 ที่เที่ยวฮอกไกโดยอดฮิต พร้อมพิกัด
- บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond หรือ Aoiike)
- น้ำตกหนวดขาว “ชิราฮิเกะ” (Shirahige Waterfall)
- ทะเลสาบชิโกะซึ (Lake Shikotsu)
- หุบเขานรกโนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu)
- โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
- สกีรีสอร์ตระดับโลก (Ski Resort)
- ล่องเรือคลองโอตารุ (Otaru Canal)
- กระเช้าลอยฟ้า ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate Ropeway)
- เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)
- ล่องเรือตัดน้ำแข็งครั้งหนึ่งในชีวิต
- เที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง บินตรงจากกรุงเทพฯ ได้เลยไหม?
- เที่ยวฮอกไกโดเดือนไหนดี?
อัปเดต 10 ที่เที่ยวฮอกไกโดยอดฮิต พร้อมพิกัด
1.บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond หรือ Aoiike)
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด บ่อน้ำที่เกิดจากการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันโคลนถล่มจากภูเขาไฟโทคาจิ (Mount Tokachi) ตั้งอยู่ในเมืองบิเอะ (Biei) โดยฉายา “Aoiike” หรือ “บ่อน้ำสีฟ้า” มาจากน้ำบริสุทธิ์ที่มีสีฟ้าใสอย่างน่าอัศจรรย์ สีฟ้าของน้ำเกิดจากอนุภาคคอลลอยด์ของอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ที่อยู่ในน้ำสะท้อนแสงสีฟ้าออกมา โดยสีของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ รายล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว บ่อน้ำจะกลายเป็นลานน้ำแข็งสีขาวสะอาดตา มีการประดับไฟในช่วงกลางคืน ทำให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามตราตรึง
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3LrPjvsUom4a8JZw7
- การเดินทาง: นั่งรถบัส Dohoku Bus Biei - Shirogane จากสถานี Biei ลงป้าย Blue Pond Entrance ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที จากนั้นเดินเท้าต่อไปยังบ่อน้ำอีกประมาณ 7 - 8 นาที
- เวลาเปิด - ปิด: 7.00 - 19.00 น. (พฤษภาคม – ตุลาคม) และ 8.00-21.30 น. (พฤศจิกายน – เมษายน)
2. น้ำตกหนวดขาว “ชิราฮิเกะ” (Shirahige Waterfall)
ไม่ไกลจากบ่อน้ำสีฟ้ามี “น้ำตกชิราฮิเกะ” เป็นต้นน้ำของบ่อน้ำสีฟ้า และมีสะพาน “Blue River Bridge” ให้ข้ามไปชมความงดงามของสายน้ำสีฟ้า หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด น้ำตกแห่งนี้เกิดจากธารน้ำใต้ดินจากเทือกเขาโทคาจิ (Mount Tokachi) ไหลจากหน้าผาสูงชันลงสู่แม่น้ำบิเอะเบื้องล่าง เมื่อสายน้ำสีขาวนวลไหลลงมาผสมกับน้ำในแม่น้ำเกิดเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่สวยงามแปลกตา ด้วยลักษณะของน้ำตกที่ดูคล้ายหนวดเคราสีขาวจึงเป็นที่มาของชื่อ "ชิราฮิเกะ" แปลว่า "หนวดขาว" ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xzdtDBr3V7vWMUP1A
- การเดินทาง: นั่งรถบัส Dohoku Bus Biei - Shirogane จากสถานี Biei ลงป้าย Shirogane Onsen
- เวลาเปิด - ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง
3. ทะเลสาบชิโกะสึ (Lake Shikotsu)
“ชิโกะสึ” เป็นทะเลสาบบริเวณปล่องภูเขาไฟที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นทะเลสาบที่ใสสะอาดที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ - โทยะ (Shikotsu - Toya National Park) โอบล้อมด้วยภูเขาไฟ 3 แห่ง คือ ภูเขาเอนิวะ (Mount Eniwa) ภูเขาฟุปุชิ (Mount Fuppushi) และภูเขาทารุมาเอะ (Mount Tarumae) คุณสามารถพายเรือคายัคชมความสวยงามของผืนน้ำใสสะอาดราวกระจก ล่องเรือชมความสวยงามของธรรมชาติ หรือเดินป่าได้อย่างปลอดภัย ภายใต้คำแนะนำ และการดูแลของเจ้าหน้าที่ ในช่วงฤดูหนาวจะมี “เทศกาลน้ำแข็งชิโกะสึ” (Lake Shikotsu Ice Festival) จัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในยามค่ำคืนจะมีการประดับด้วยไฟหลากสีสันเป็นภาพที่สวยงาม และน่าประทับใจสุด ๆ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/hv81JzmyEmcUvtbm8
- การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Chitose Station หรือสนามบิน New - Chitose ลงป้าย Shikotsuko
- เวลาเปิด - ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง แต่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เปิด - ปิด 09.00 – 17.00 น.
4.หุบเขานรกโนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu)
“หุบเขานรกจิโงคุดานิ” (Jigokudani) เป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงในเมืองโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ฮอกไกโด หุบเขาแห่งนี้มีล้อมรอบไปด้วยภูเขาไฟ และมีควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจในเวลาเดียวกัน ราวกับเดินเข้าไปในขุมนรกทั้งที่ยังมีลมหายใจ จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่า เมืองนี้ถูกปกครองโดยปีศาจ ถึงกับจัดให้มี “เทศกาลแห่งนรก” (Noboribetsu Hell Festival) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี มีการแสดงตีกลองไทโกะที่ทรงพลัง และขบวนแห่เอ็นมะ (Enma Daio) บริเวณย่านออนเซ็นโนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu Onsen) แล้วเมืองนี้ยังเป็นเมืองออนเซ็นชั้นเลิศที่มีน้ำพุร้อนเปี่ยมด้วยแร่ธาตุ ให้คุณผ่อนคลายกับการแช่ออนเซ็นท่ามกลางวิวหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสะอาดตา
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rcNdhLKm1N1uW9TM9
- การเดินทาง: นั่งรถบัส Donan จากสถานี JR Noboribetsu ลงสถานี Noboribetsu Onsen จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 600 เมตร
- เวลาเปิด - ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง
5.โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
ตื่นตาตื่นใจไปกับโลกแห่งช็อกโกแลตราวกับมีเวทมนตร์ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพยนตร์ “Charlie and The Chocolate Factory” สวนสนุกธีมโรงงานช็อกโกแลตแห่งเมืองซัปโปโร สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักช็อกโกแลต ซึ่ง โรงงานช็อกโกแลตแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมาจาก “คุกกี้ชิโรอิโคอิบิโตะ” (Shiroi Koibito) ที่เปิดให้เข้าชมกระบวนการผลิตอย่างไม่เป็นความลับ นำโดย “ด็อกเตอร์จูเลียน แดนดิโน อิชมิตตี” ผู้หลงใหลในช็อกโกแลต และ “พรูมีกับรามุล” เทพยดาแห่งช็อกโกแลต พร้อมร่วมเวิร์กช็อปตกแต่งคุกกี้ชิโรอิโคอิบิโตะในแบบของตัวเอง แล้วยังมีหอนาฬิกากลไก ที่มีเหล่าสัตว์มาเดินพาเหรดให้ชมกันทุกวัน รถไฟนำเที่ยวชิโรอิโคอิบิโตะ สวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ และร้านขนมมากมาย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pqRieG4X4eSgTo2RA
- การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ลงสถานี Miyanosawa จากนั้นเดินต่อประมาณ 500 เมตร
- เวลาเปิด - ปิด: 10.00 - 18.00 น.
- เว็บไซต์: https://www.shiroikoibitopark.jp/en/
6.สกีรีสอร์ตระดับโลก (Ski Resort)
ฮอกไกโดเป็นสวรรค์ของนักเล่นสกี และผู้ที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาว เพียบพร้อมไปด้วยสกีรีสอร์ตให้เลือกเช็กอินมากมาย โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่นสกีในฮอกไกโดคือ เดือนธันวาคม - มีนาคมของทุกปี โดยเฉพาะเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ที่มีหิมะตกหนัก ทำให้เป็นช่วงที่สวยงามที่สุด โดยรีสอร์ตที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องยกให้รุสุสึ (Rusutsu) สกีรีสอร์ตนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมให้เลือกสนุกมากมาย ฟุราโนะ (Furano) สกีรีสอร์ตที่เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสกีระดับโลก ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาโทคาจิ (Tokachi) และนิเซโกะ (Niseko) สกีรีสอร์ตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพของหิมะ และทิวทัศน์ที่งดงาม หรือจะสนุกกับการขี่เลื่อนสุนัขก็มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิต
- เช็กลิสต์ สกีรีสอร์ต: https://www.japan.travel/en/sports/snow/hokkaido/ski-resorts/
7.ล่องเรือคลองโอตารุ (Otaru Canal)
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในฮอกไกโด ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ (Otaru) อดีตเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของฮอกไกโด คลองแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังโกดังต่าง ๆ ริมคลอง ทำให้คลองโอตารุมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของเมืองเก่าแห่งนี้เป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อการขนส่งทางเรือลดความสำคัญลงคลองโอตารุจึงได้รับการปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยยังคงรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ไว้อย่างมีเอกลักษณ์ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้า คาเฟ่เก๋ ๆ และร้านอาหารมากมาย พร้อมบริการล่องเรือชมความสวยงามของทิวทัศน์สองฝั่งคลอง ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเก่าได้อย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งวัน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Te34ixne9XmvEQTy9
- การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงสถานี Otaru จากนั้นเดินต่อประมาณ 900 เมตร
- เวลาเปิด - ปิด: 09.00 - 21.00 น. ทุกวัน โดยรอบเรือ เรือออกทุก ๆ 30 - 60 นาที
8.กระเช้าลอยฟ้า ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate Ropeway)
“ฮาโกดาเตะ” เป็นเมืองท่าที่มีเสน่ห์ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด เมืองที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม อาหารทะเลสดใหม่ และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันตก และญี่ปุ่นได้อย่างมีสไตล์ ใครมาถึงฮาโกดาเตะแล้วต้องไม่พลาดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปบนจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองฮาโกดาเตะได้แบบพาโนรามา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในโลก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกดินจนถึงหัวค่ำ ที่จะได้เห็นแสงไฟจากเมืองเป็นเส้นโค้งระหว่างช่องแคบสึงารุ และท่าเรือฮาโกดาเตะ จากจุดนี้ให้คะแนนความโรแมนติกเต็มร้อย!
อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับอาคารสไตล์ตะวันตก โบสถ์ออร์โธดอกซ์ฮาโกดาเตะ (Hakodate Orthodox Church) ศาลากลางประชาคมเก่าฮาโกดาเตะ (Old Public Hall of Hakodate Ward) ที่โมโตมาจิ (Motomachi) และย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติในอดีต รวมถึงเดินเล่นชิลล์ ๆ ริมอ่าวฮาโกดาเตะ หรือเดินถ่ายรูปรัว ๆ ที่โกดังอิฐแดงเก่าแก่ (Kanemori Red Brick Warehouse) ที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ของเมือง
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/2mxebb5gGqHXq13y6
- การเดินทาง: นั่งรถรางลงที่สถานี Jujigai แล้วเดินราว 10 นาที ไปยัง Sanroku Eki-mae แล้วขึ้นกระเช้าลอยฟ้า หรือขึ้นรถ Shuttle Bus สาย Mt. Hakodate Ropeway ไปยัง Sanroku Eki-mae แล้วขึ้นกระเช้าลอยฟ้า
- เวลาเปิด - ปิด: 10.00 - 22.00 น. (เมษายน - กันยายน) และ 10.00 - 21.00 น. (ตุลาคม - ต้นพฤจิกายน)
9.เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)
เทศกาลกระท่อมหิมะที่โด่งดังที่สุดในฮอกไกโด ต้องยกให้ “เทศกาลหิมะซัปโปโร” ซึ่งจัดขึ้นในเมืองซัปโปโร เทศกาลที่มีชื่อเสียงนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ให้มาสัมผัสความงามของประติมากรรมหิมะ และน้ำแข็งอันตระการตา โดยมีต้นกำเนิดมาจากประติมากรรมหิมะฝีมือของนักเรียนมัธยมในซัปโปโร 6 ชิ้น ในสวนโอโดริ (Odori Park) เมื่อปี ค.ศ. 1950 ก่อนจะพัฒนาเป็นเทศกาลขนาดใหญ่ในปัจจุบัน จัดขึ้นใน 3 สถานที่หลัก ได้แก่ สวนโอโดริ (Odori Park) ซูซูกิโนะ (Susukino) และสึโดม (Tsudome)
โดยทั่วไปจะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น และมีหิมะหนาที่สุดในฮอกไกโด นอกจากนี้ ฮอกไกโดยังมีเทศกาลฤดูหนาวอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เทศกาลน้ำแข็งโซอุนเคียว (Sounkyo Ice Fall Festival) และเทศกาลทะเลสาบชิคาริเบ็ทสึโคตัน (Lake Shikaribetsu Kotan) ใครชอบงานศิลปะท่ามกลางหิมะโปรยปราย เทศกาลหิมะซัปโปโรคือจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดของคุณ!
- ช่วงจัดงาน: เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
- การเดินทาง: ในช่วงเทศกาลจะมีรถบัสพิเศษให้บริการระหว่างสถานที่จัดงานต่าง ๆ ทำให้เดินทางสะดวกสบาย
- เว็บไซต์: https://www.japan-guide.com/e/e5311.html
10.ล่องเรือตัดน้ำแข็งครั้งหนึ่งในชีวิต
ด้วยความที่ฮอกไกโดตั้งอยู่ทางทิศใต้ของขั้วโลกเหนือ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี เลยมีปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งที่ไหลมาจากไซบีเรีย ผ่านทะเลโอค็อตสค์ (The Sea of Okhotsk) มาลอยอยู่เหนือผิวทะเลโอะโฮสึคุ (Ohōtsuku) ให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลที่ปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง พร้อมให้บริการเรือเที่ยวพิเศษที่ท่าเรือตัดหิมะในเมืองอะบะชิริ (Abashiri) และเมืองมอมเบทสึ (Mombetsu) ตลอดการล่องเรือจะได้ยินเสียงแผ่นน้ำแข็งที่ถูกเรือกระแทกตัดออกเป็นเสี่ยง ๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจและประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยวฮอกไกโด แล้วถ้าคุณโชคดีอาจได้เห็นสัตว์จากทะเลฝั่งตอนเหนืออย่างเจ้าแมวน้ำลายจุดอีกด้วย
เที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง บินตรงจากกรุงเทพฯ ได้เลยไหม?
ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยไปสนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ซัปโปโร เมืองหลวงของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง จากนั้นสามารถนั่งรถไฟ JR จากสนามบินฯ เข้าไปในตัวเมืองซัปโปโรได้เลย โดยรถไฟจะออกทุก 15 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 - 45 นาที หรือใช้บริการรถบัสเข้าเมืองซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง รถจะออกจากสนามบินทุก 10 - 15 นาที และใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หรือเดินทางไปยังเมืองท่องเที่ยวใกล้ซัปโปโรจากสนามบินนิวชิโตเสะได้เช่นกัน (สถานีรถบัสอยู่ชั้น 1F)
เที่ยวฮอกไกโดเดือนไหนดี?
ด้วยสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี ทำให้ฮอกไกโดเป็นเมืองขายดีในทุกซีซั่นเลยก็ว่าได้ ไฮไลท์อยู่ที่ฤดูหนาวที่รายล้อมไปด้วยหิมะขาว และความหนาวเย็น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ส่วนคนที่ชอบอากาศหนาวเป็นพิเศษช่วงเดือนมกราคมของทุกปีดูจะตอบโจทย์คุณที่สุด เพราะอุณหภูมิอาจจะลงไปอยู่ต่ำกว่า -10 องศาฯ โดยฮอกไกโดมี 4 ฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็มีเสน่ห์ และความสวยงามที่แตกต่างกันไป นั่นคือ
- ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): เดือนเมษายน - พฤษภาคมของทุกปี เป็นฤดูกาลที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งเกาะ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นประมาณ 5 - 15 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมธรรมชาติ และเดินป่า
- ฤดูร้อน (Summer): เดือนมิถุนายน - สิงหาคมของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ย 20 - 30 องศาเซลเซียส ให้คุณชื่นชมทุ่งดอกไม้ผลิบานหลากสีสัน ท่ามกลางอากาศอุ่นสบายกำลังดี แล้วยังมีเทศกาลดอกไม้ไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายงานอีกด้วย
- ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn): เดือนกันยายน - พฤศจิกายนของทุกปี ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามทั่วเกาะฮอกไกโด อุณหภูมิเฉลี่ย 10 - 20 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับคนรักการแช่ออนเซ็น
- ฤดูหนาว (Winter): เดือนธันวาคม - มีนาคมของทุกปี ช่วงเวลาที่หนาวเย็นยะเยือกอุณหภูมิเฉลี่ย -10 ถึง 5 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเล่นสกี แช่ออนเซ็น และชมการประกวดประติมากรรมน้ำแข็ง
เพราะความโดดเด่นของการท่องเที่ยวฮอกไกโดคือ กิจกรรมสนุก ๆ และการผจญภัยสุดขั้วในฤดูหนาว จึงจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ทั้งการเจ็บป่วย และอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด การซื้อประกันการเดินทางไว้ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้ทุกทริป แนะนำประกันภัยการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ประกันที่พร้อมดูแล และคุ้มครองคุณอย่างดีที่สุด ด้วยแผนประกันการเดินทางต่างประเทศที่เหมาะกับทุกเส้นทาง สนใจประกันภัยการเดินทาง โทร.02 611 4242
อ้างอิง: Hokkaido Official Tourism Site, Sapporo Snow Festival Official Website
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าก่อนเที่ยวฮอกไกโดไหม?
A: ไม่ต้อง ถือพาสปอร์ตไทยเข้าญี่ปุ่นได้แบบไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อท่องเที่ยว พักได้สูงสุด 15 วันต่อครั้ง โดยต้องเหลืออายุพาสปอร์ตอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมคือ ตั๋วเครื่องบินขาออกจากญี่ปุ่น หลักฐานที่พัก และเงินสำหรับใช้จ่ายระหว่างทริป ส่วนระบบ JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorization) ที่หลายคนกังวลกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ได้เริ่มใช้ตอนนี้ โดยมีแผนเริ่มราวปีงบประมาณ 2028 ของญี่ปุ่น (เมษายน 2028 ถึงมีนาคม 2029) สำหรับการเดินทางในปี 2026 - 2027 ยังใช้ระบบเดิม คือพาสปอร์ตอย่างเดียว
Q: ค่าใช้จ่ายเที่ยวฮอกไกโด 5 วันต่อคนประมาณเท่าไร?
A: ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว แต่ถ้าเที่ยวแบบกลาง ๆ ไม่หรูเกิน ไม่ประหยัดเกินไป งบประมาณคร่าว ๆ อยู่ที่ 35,000 - 55,000 บาทต่อคน รวมตั๋วเครื่องบินไป - กลับ 18,000 - 25,000 บาท ที่พัก 3,500 - 5,000 บาทต่อคืน อาหาร 800 - 1,500 บาทต่อวัน ค่าเดินทางภายในเกาะ JR Pass 5 วันประมาณ5,000 บาท และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวอีกรวม ๆ ราว 3,000 - 5,000 บาท ถ้าไปช่วงเทศกาลหิมะซัปโปโร ค่าที่พักอาจสูงกว่าปกติเกือบ 2 เท่า
Q: เที่ยวฮอกไกโดต้องเตรียมเสื้อผ้าอะไรบ้างในฤดูหนาว?
A: เน้นการแต่งตัวแบบ Layering หรือใส่ซ้อน 3 ชั้น ชั้นในสุดเป็นชุดฮีทเทคหรือ Thermal underwear ชั้นกลางเป็นเสื้อกันหนาวขนแกะ หรือฟลีซ ชั้นนอกสุดเป็นแจ็คเก็ตกันลมกันน้ำที่กันความหนาวระดับ -10 ถึง -20 องศาได้ ที่ลืมไม่ได้คือถุงมือกันน้ำ หมวกคลุมหูกันหนาว ผ้าพันคอ ถุงเท้าหนา และรองเท้ากันลื่นแบบมีดอกยางลึก เพราะถนนในฮอกไกโดจะเป็นน้ำแข็งช่วงต้นปี ถ้าไม่อยากซื้อรองเท้าใหม่ ลองหาที่ครอบรองเท้ากันลื่น (Snow Spike) จากร้าน 100 เยนก็ใช้ได้
Q: ฮอกไกโดมีอาหารท้องถิ่นอะไรห้ามพลาด?
A: เมื่อมาเที่ยวฮอกไกโดของกินที่ขึ้นชื่อมีเยอะมาก แต่ที่ห้ามพลาดเลยมีราเมงมิโสะแบบซัปโปโร น้ำซุปเข้มข้นกินอุ่นท้องดี ซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry) เมนูต้นตำรับของซัปโปโรที่หากินที่อื่นยาก เจงกิสข่าน (Genghis Khan) เนื้อแกะย่างบนกระทะทรงโดมแบบฉบับฮอกไกโด ปูยักษ์สามชนิด ทั้งปูทาราบะ ปูซูไว และปูขน นั่งทานสด ๆ ที่ตลาดฮาโกดาเตะ หรือนิโจ ของหวานเด่นคือไอศกรีมนมสด เพราะฮอกไกโดเป็นแหล่งผลิตนมคุณภาพอันดับต้นของญี่ปุ่น และคุกกี้ Shiroi Koibito ที่เป็นของฝากยอดฮิต
Q: ขับรถเที่ยวในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาวอันตรายไหม?
A: ขับได้ แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถนนช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคมมักปกคลุมด้วยหิมะ และน้ำแข็ง คนที่ไม่เคยขับรถบนหิมะมาก่อนอาจรู้สึกตกใจที่รถลื่นไถลง่ายกว่าปกติมาก ข้อแนะนำเบื้องต้นคือเช่ารถที่ติดยางหิมะ (Studless Tire) ทุกคัน ลดความเร็วเหลือ 60 - 70% ของปกติ เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้น 2 - 3 เท่า และหลีกเลี่ยงการขับช่วงค่ำ หรือเช้ามืดที่ทัศนวิสัยต่ำ ถ้าไม่ชินจริง ๆ การใช้รถไฟ JR หรือรถบัสภายในเกาะก็เพียงพอสำหรับทริปเที่ยวฮอกไกโดทั่วไป