10 ที่เที่ยวหางโจว อัปเดต 2026 มือใหม่ไม่ควรพลาดเช็กอินถ่ายรูป
หางโจว (Hangzhou) เมืองหลวงเก่าแก่ของมณฑลเจ้อเจียง ได้รับการยกย่องว่าเป็น "สวรรค์บนดิน" ตามคำกล่าวโบราณของจีนที่ว่า "บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูโจว และหางโจว" ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวหางโจวแบบครบเครื่องทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และมุมถ่ายรูปสวย ๆ บทความนี้ได้รวบรวม 10 จุดเช็กอินที่มือใหม่ห้ามพลาดในปี 2026 พร้อมเคล็ดลับการเดินทาง และวางแผนทริปแบบเข้าใจง่าย ไปดูกันเลยว่าหางโจวที่เที่ยวเด่น ๆ มีที่ไหนบ้าง
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- หางโจว (Hangzhou) เรื่องที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทางมีอะไรบ้าง?
- รวม 10 ที่เที่ยวหางโจวยอดฮิต ปี 2026
- เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวหางโจวสำหรับมือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง?
หางโจว (Hangzhou) เรื่องที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทางมีอะไรบ้าง?
หางโจวเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิก และความทันสมัยได้อย่างลงตัว เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Alibaba และเป็นเมืองที่ Marco Polo นักเดินทางชาวเวนิสเคยยกย่องว่างดงามที่สุดในโลก หางโจวมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี และมีแหล่งมรดกโลก UNESCO ถึง 3 แห่งทั้ง ทะเลสาบซีหู เจดีย์เหลยเฟิง และวัดหลิงอิ่น ส่วนการเดินทางสามารถมาจากเซี่ยงไฮ้โดยรถไฟความเร็วสูงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้เหมาะมากสำหรับทริปสั้น ๆ หรือจะต่อเป็นทริปยาว 3 - 4 วันก็คุ้มค่า
รวม 10 ที่เที่ยวหางโจวยอดฮิต ปี 2026
ทะเลสาบซีหู (West Lake) หัวใจของเมืองหางโจว
ทะเลสาบซีหูคือ สัญลักษณ์ของหางโจวที่ทุกคนต้องเห็นให้ได้สักครั้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในปี 2011 มีพื้นที่ประมาณ 6.5 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขา 3 ด้าน จุดเด่นคือ "10 ทิวทัศน์แห่งซีหู" เช่น สะพานต้วนเฉียว (Broken Bridge) เขื่อนซูตี๋ ศาลากลางน้ำซานถาน และเจดีย์เหลยเฟิง การเดินรอบทะเลสาบใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง หรือเช่าจักรยานเที่ยวก็ได้ อีกทางเลือกยอดฮิตคือ ลงเรือล่องทะเลสาบ ซึ่งเป็นวิวคลาสสิกที่ปรากฏในธนบัตรจีนมูลค่า 1 หยวน
วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple) วัดโบราณอายุนับพันปี
วัดหลิงอิ่นเป็นหนึ่งในวัดพุทธในหางโจวที่เก่าแก่ และสำคัญที่สุดของจีน มีอายุกว่า 1,600 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 326 โดยพระภิกษุชาวอินเดียชื่อ Hui Li ตั้งอยู่เชิงเขาหลิงอิ่นท่ามกลางป่าไผ่เขียวชอุ่ม ภายในมีพระพุทธรูปไม้การบูรขนาดใหญ่สูงประมาณ 24.8 เมตรอยู่ในวิหารใหญ่ เป็นพระพุทธรูปไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจีน บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระขอพร และถ่ายรูปสถาปัตยกรรมโบราณ
เจดีย์เหลยเฟิง (Leifeng Pagoda) ตำนานนางพญางูขาว
เจดีย์เหลยเฟิงตั้งอยู่ริมฝั่งใต้ของทะเลสาบซีหู สูง 71.68 เมตร มีทั้งหมด 5 ชั้น สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 977 และสร้างใหม่ในปี 2002 หลังจากพังทลายไปในปี 1924 จุดเด่นคือเป็นสถานที่ในตำนานเรื่อง "นางพญางูขาว" (White Snake Legend) ที่คนไทยคุ้นเคยผ่านซีรีส์จีนหลายเรื่อง ภายในมีลิฟต์พาขึ้นชั้นบนสุด วิวจากยอดเจดีย์มองเห็นทะเลสาบซีหูแบบพาโนรามา 360 องศา ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือตอนพระอาทิตย์ตกดิน ราคาค่าเข้าประมาณ 40 หยวน
เขาเฟยไหล (Feilai Peak) ภูเขาลอยฟ้า และแกะสลักพระพุทธรูปบนหิน
เขาเฟยไหลอยู่ติดกับวัดหลิงอิ่น ชื่อแปลว่า "ยอดเขาที่บินมาจากแดนไกล" ตามตำนานเล่าว่าเป็นยอดเขาที่บินมาจากอินเดีย จุดเด่นคือมีพระพุทธรูปแกะสลักบนผนังหินปูนมากกว่า 500 องค์ สร้างในศตวรรษที่ 10 - 14 ถือเป็นแหล่งศิลปะหินแกะสลักที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ของจีน การเดินสำรวจตามทางเดินท่ามกลางโขดหิน และถ้ำจะทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลา
หมู่บ้านชาเหมยเจียอู (Meijiawu Tea Village)
หากต้องการสัมผัสบรรยากาศชนบท และชาชั้นดีของจีน หมู่บ้านชาเหมยเจียอูในหางโจวคือคำตอบ เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกชาหลงจิ่ง (Dragon Well Tea) ชาเขียวที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในจีน ล้อมรอบด้วยเนินเขา และไร่ชาสีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา นักท่องเที่ยวสามารถชมการเก็บใบชา ทดลองคั่วชาด้วยมือเปล่าแบบดั้งเดิม และจิบชาในร้านน้ำชาท้องถิ่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - เมษายน) เป็นช่วงเก็บใบชาชุดแรกของปีที่มีคุณภาพสูงที่สุด
ศูนย์กีฬาโอลิมปิกหางโจว (Hangzhou Olympic Sports Center Stadium)
สัมผัสอีกมุมหนึ่งของหางโจวยุคใหม่ที่ทันสมัยและยิ่งใหญ่ ศูนย์กีฬาโอลิมปิกหางโจวคือหมุดหมายใหม่ที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในเขตปินเจียง (Binjiang District) ริมฝั่งแม่น้ำเฉียนถัง สนามกีฬาหลักที่ได้รับฉายาว่า "ดอกบัวใหญ่" (Big Lotus) เป็นสนามที่ มีความจุสูงถึง 80,000 ที่นั่ง ครอบคลุมพื้นที่ 229,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 6 ชั้น และชั้นใต้ดิน สามารถจุดคนได้ 80,000 คน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงดอกบัวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกบัวในทะเลสาบซีหู เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กเช็กอินที่ห้ามพลาด ปัจจุบันสนามกีฬาแห่งนี้ใช้สำหรับจัดแข่งกีฬา งานแสดงทางวัฒนธรรม และคอนเสิร์ต
ถนนเหอฟาง (Hefang Street) ย่านเก่าช้อปปิ้งของฝาก
ถนนเหอฝังเป็นถนนคนเดินโบราณที่อนุรักษ์อาคารสมัยราชวงศ์หมิง - ชิงไว้อย่างดี ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยร้านขายชา ร้านยาจีนโบราณ ร้านของที่ระลึก ร้านพัดกระดาษ และสตรีทฟู้ดหลากหลาย เช่น ขนมเค้กแป้งข้าว หมูพันเนื้อหมูตุ๋น น้ำเต้าหู้ ไข่ต้มใบชา เหมาะสำหรับเดินเที่ยวช่วงเย็น ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศจีนคลาสสิก
อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำซีซี (Xixi National Wetland Park)
อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำซีซีแห่งหางโจวเป็นสวนสาธารณะพื้นที่ชุ่มน้ำในเมืองแห่งแรกของจีน ได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ภายในมีลำคลองเล็ก ๆ สลับกับเกาะกว่า 60 เกาะ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และนกหลากหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือแบบดั้งเดิมเข้าไปสำรวจซอกซอยในสวนได้ เป็นมุมสงบที่แตกต่างจากความวุ่นวายในเมือง และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง
ซ่งเฉิง (Song Dynasty Town) เมืองจำลองย้อนยุคราชวงศ์ซ่ง
ซ่งเฉิงเป็นสวนสนุก และเมืองจำลองวัฒนธรรมราชวงศ์ซ่งที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุดในจีน มีการแสดงโชว์ "The Romance of the Song Dynasty" ที่ผสมผสานเทคโนโลยีแสงสีกับการแสดงศิลปะการต่อสู้ และการเต้นรำ ใช้เวลาประมาณ 70 นาที เป็นโชว์ที่คนจีนยอมรับว่าต้องดูสักครั้งในชีวิต เหมาะสำหรับครอบครัวที่มาเที่ยวกับเด็ก
เมืองโบราณอูเจิ้น (Wuzhen Water Town)
แม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองหางโจวโดยตรง แต่อูเจิ้นเป็นเมืองน้ำโบราณที่เดินทางจากหางโจวเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ถือเป็นวันเดย์ทริปยอดนิยม จุดเด่นคือบ้านไม้เก่าแก่สีขาวดำริมคลอง มีสะพานหิน และเรือไม้ให้นั่งชมบรรยากาศจีนโบราณสมัยราชวงศ์หมิง - ชิง แบ่งเป็น 2 โซนคือ East Gate (Dongzha) ที่คงความเป็นดั้งเดิม และ West Gate (Xizha) ที่พัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเต็มรูปแบบพร้อมร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมบูทีค ช่วงค่ำที่ไฟประดับสว่างไสวเป็นเวลาที่สวยที่สุดสำหรับถ่ายรูป
เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวหางโจวสำหรับมือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง?
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเที่ยวหางโจวคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) เพราะอากาศดี ไม่ร้อน และไม่หนาวจัดเกินไป ช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายนยังมีซากุระ และดอกเรปซีดบานสะพรั่งตามริมเขื่อนซูตี๋
- การเดินทางภายในเมืองสะดวกมาก รถไฟใต้ดินหางโจวเชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวหลักแทบทั้งหมด สามารถสแกน QR Code ผ่าน Alipay เข้าได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ส่วนการชำระเงินในจีนนิยมใช้ Alipay และ WeChat Pay เป็นหลัก นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถผูกบัตรเครดิต Visa หรือ Master ในแอป Alipay ได้แล้ว แต่ควรพกเงินสดหยวนติดตัวบ้างเผื่อร้านเล็ก ๆ ที่ไม่รับบัตร
- อย่าลืมดาวน์โหลดแอปแปลภาษา เช่น Google Translate หรือ Baidu Translate ติดเครื่องไว้ เพราะคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังพูดภาษาอังกฤษได้จำกัด และควรเตรียม VPN ก่อนเดินทางหากต้องใช้ Google หรือโซเชียลมีเดียระหว่างอยู่ในจีน
การเที่ยวต่างประเทศแม้จะวางแผนดีแค่ไหน ก็อาจเจอเหตุไม่คาดฝันได้เสมอ ทั้งเจ็บป่วย อุบัติเหตุ กระเป๋าหาย หรือไฟลท์ดีเลย์ ก่อนออกเดินทางไปหางโจวหรือจีนแผ่นดินใหญ่ ควรเพิ่มความอุ่นใจด้วยการ ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศจากชับบ์ Chubb Travel Insuranceที่ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปีสำหรับนักเดินทางตัวยง เพื่อให้คุณเที่ยวหางโจวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง: UNESCO, The official website for Hangzhou
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าไปเที่ยวหางโจวไหม?
A: ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา ไทยกับจีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา สามารถเข้าประเทศจีนเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานทูตจีนหรือกระทรวงการต่างประเทศก่อนเดินทางอีกครั้ง
Q: งบเที่ยวหางโจว 4 วัน 3 คืนใช้ประมาณเท่าไหร่?
A: งบเฉลี่ยต่อคนสำหรับทริป 4 วัน 3 คืนโดยประมาณ 18,000 - 30,000 บาท รวมค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับประมาณ 10,000 - 15,000 บาท ค่าโรงแรมระดับ 3 ดาวคืนละ 1,000 - 2,500 บาท ค่าอาหารวันละ 500 - 1,000 บาท และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวเฉลี่ย 40 - 200 หยวนต่อที่ ทั้งนี้ขึ้นกับระดับที่พัก และสไตล์การเที่ยวของแต่ละคน
Q: ภาษาอังกฤษใช้ได้ในหางโจวไหม?
A: ในโรงแรมระดับ 4 - 5 ดาว สนามบิน สถานีรถไฟหลัก และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างซีหู หรือวัดหลิงอิ่น มีป้ายภาษาอังกฤษ และพนักงานบางคนพูดอังกฤษได้ แต่ร้านอาหารท้องถิ่น ร้านค้าข้างถนน หรือคนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่พูดได้เฉพาะภาษาจีน แนะนำให้ใช้แอปแปลภาษา หรือจดชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไปด้วย
Q: ของฝากจากหางโจวมีอะไรน่าซื้อบ้าง?
A: ของฝากยอดฮิตได้แก่ ชาหลงจิ่ง (Longjing/Dragon Well Tea) ซึ่งเป็นชาเขียวชั้นดีของหางโจว ผ้าไหมหางโจวที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ พัดกระดาษจากถนนเหอฝัง กรรไกรจางเสี่ยวเฉวียน เครื่องหอม และกลิ่นบูชา ไข่ต้มใบชา และขนมโบราณต่าง ๆ เลือกซื้อได้ที่ถนนเหอฝังหรือร้านในย่านซีหู
Q: เที่ยวหางโจวกับเซี่ยงไฮ้ในทริปเดียวได้ไหม?
A: ทำได้ และเป็นเส้นทางยอดนิยมมาก เพราะรถไฟความเร็วสูงจากเซี่ยงไฮ้ไปหางโจวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีรถไฟออกทุก 10-15 นาที แนะนำให้บินลงที่เซี่ยงไฮ้ เที่ยวเซี่ยงไฮ้ 2 - 3 วัน แล้วนั่งรถไฟมาหางโจวต่ออีก 2 - 3 วัน ก่อนบินกลับจากหางโจวหรือย้อนไปเซี่ยงไฮ้ก็ได้ ประหยัดเวลาและได้เที่ยวครบสองเมืองในทริปเดียว