20 ที่เที่ยวชิงเต่า เมืองจีนฟีลยุโรป ที่ต้องไปสักครั้งฉบับอัปเดต
ถ้าพูดถึงเมืองในจีนที่ให้ฟีลยุโรปที่สุด ชิงเต่า (Qingdao) คือคำตอบที่ใครหลายคนไม่รู้จักแต่พอได้ไปแล้วต้องหลงรัก เมืองท่าสำคัญในมณฑลซานตงแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเหลือง รายล้อมด้วยขุนเขาและชายหาดยาวกว่า 700 กิโลเมตร มีสถาปัตยกรรมสไตล์เยอรมันและยุโรปที่หลงเหลือจากยุคอาณานิคม ผสานกับความทันสมัยของเมืองจีนได้อย่างลงตัว บทความนี้รวบรวม 20 ที่เที่ยวชิงเต่าที่ต้องไปสักครั้ง พร้อมข้อมูลครบจบ
ยาวไปเลือกอ่านตามหัวข้อได้นะ
- ก่อนไปเที่ยวชิงเต่าควรรู้อะไรบ้าง
- 20 ที่เที่ยวชิงเต่า เมืองจีนฟีลยุโรป ที่ต้องไปสักครั้งมีที่ไหนบ้าง
- สะพานจ้านเฉียว (Zhan Qiao) สัญลักษณ์ของชิงเต่า
- ถนนปาต้ากวน (Badaguan) อุโมงค์ใบไม้สไตล์ยุโรป
- โบสถ์คาทอลิก นักบุญไมเคิล (St. Michael's Church)
- พิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมัน (Museum of Former German Governor's House)
- ภูเขาเหลาซาน (Laoshan Mountain) ถิ่นกำเนิดลัทธิเต๋า
- หาดฉือเหล่าเริน (Shilaoren Beach) ชายหาดยาวที่สุด
- หาด No.3 Bathing Beach ทะเลไซเบอร์ยามค่ำคืน
- ซาจื่อโข่ว (Shazi Kou) วิวหมู่บ้านชาวประมงสไตล์อิตาลี
- ถนนคนเดินจงซาน (Zhongshan Road) ย่านเก่าแก่ฟีลยุโรป
- ถนนพีฉายย่วน (PiChai Yuan) ถนนแห่งสตรีทฟู้ด
- ถนนคนเดินไท่ตง (Taidong San Lu) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด
- ถนนหลงเจียงลู่ (Longjiang Road) กราฟฟิตี้การ์ตูนสุดฮิต
- พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)
- พิพิธภัณฑ์ทหารเรือชิงเต่า (Qingdao Naval Museum)
- พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิงเต่า (Qingdao Underwater World)
- จุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซาน (Xiaoyushan Park) วิวพาโนรามา 360 องศา
- สวนสาธารณะซิกแนล ฮิลล์ (Signal Hill Park) หอคอยหมุนได้
- Qingdao Haitian Center ชั้น 81 จุดชมวิวสูงที่สุด
- จัตุรัส 54 (May Fourth Square) ประติมากรรมลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
- สวนจงซาน (Zhongshan Park) สวนซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี
ก่อนไปเที่ยวชิงเต่าควรรู้อะไรบ้าง
ชิงเต่าเป็นเมืองท่าสำคัญในมณฑลซานตง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน อากาศได้รับอิทธิพลจากทะเลทำให้เย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียส ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเที่ยวชิงเต่าคือฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) เพราะอากาศสดชื่น ทัศนียภาพสวยงาม และไม่แออัดมากเกินไป ส่วนฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) อุณหภูมิอาจลงต่ำถึง -5 องศาเซลเซียส ทำให้สถาปัตยกรรมยุโรปดูโรแมนติกราวกับอยู่ในยุโรปจริงๆ
20 ที่เที่ยวชิงเต่า เมืองจีนฟีลยุโรป ที่ต้องไปสักครั้งมีที่ไหนบ้าง
1. สะพานจ้านเฉียว (Zhan Qiao) สัญลักษณ์ของชิงเต่า
สะพานจ้านเฉียวสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงเมื่อปี ค.ศ. 1892 เพื่อการขนส่งทางทหาร ปัจจุบันทอดยาว 440 เมตรจากถนนจงซานออกสู่ทะเล ปลายสุดมีศาลาหุ้ยหลาน (Hui Lan Ge) ทรงแปดเหลี่ยม 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องสีสดใส ภายในมีบันไดวน 34 ขั้น พาขึ้นไปยังจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา หากไม่ได้ไปสะพานนี้ถือว่ายังไปไม่ถึงชิงเต่า
เวลาเปิด-ปิด : สะพานเปิดตลอด 24 ชั่วโมง / ศาลาเปิด 07.00–19.00 น. (พ.ค.–ต.ค.) และ 08.00–17.30 น. (พ.ย.–เม.ย.)
ค่าเข้าชม : สะพานฟรี ค่าเข้าศาลา 4 หยวน
2. ถนนปาต้ากวน (Badaguan) อุโมงค์ใบไม้สไตล์ยุโรป
ถนนแปดสายในย่านปาต้ากวนตั้งชื่อตามด่านกำแพงเมืองจีน เป็นแหล่งรวมอาคารสถาปัตยกรรมยุโรปกว่า 200 หลัง ทั้งสไตล์เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษที่หลงเหลือจากยุคอาณานิคม บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่ผลัดเปลี่ยนตามฤดูกาล ไฮไลต์สุดของที่นี่คือช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง สวยงามราวกับอุโมงค์ในยุโรป
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม : ฟรี
3. โบสถ์คาทอลิก นักบุญไมเคิล (St. Michael's Church)
โบสถ์นักบุญไมเคิลออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Arthur Bialucha สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1934 ด้วยหินแกรนิตสีเหลืองผสมสถาปัตยกรรมแบบโกธิคและโรมาเนสก์ โบสถ์ที่ใหญ่และโอ่อ่าที่สุดในชิงเต่า ครอบคลุมพื้นที่กว่า 11,480 ตารางเมตร หอระฆังสูง 56 เมตร ประดับไม้กางเขนสูง 4.5 เมตร เป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าพันคน
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 หยวน / เด็ก 5 หยวน
4. พิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมัน (Museum of Former German Governor's House)
อาคารสไตล์ยุโรปอายุกว่า 100 ปีที่เป็นที่เที่ยวชิงเต่าสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ ที่สร้างในปี ค.ศ. 1905 ออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายปราสาท เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1999 ภายในตกแต่งสไตล์อาร์ตนูโว จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ ภาพถ่าย และโบราณวัตถุจากยุคอาณานิคมเยอรมัน
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–19.00 น. (1 พ.ค.–7 ต.ค.) และ 09.00–16.30 น. (พ.ย.–มี.ค.) ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : 13–20 หยวน
5. ภูเขาเหลาซาน (Laoshan Mountain) ถิ่นกำเนิดลัทธิเต๋า
ภูเขาเหลาซานเป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ถิ่นกำเนิดของลัทธิเต๋า" จัดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A สูงสุดของจีน ยอดจูเฟิง (Jufeng Peak) สูง 1,133 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้วิวทะเลและท้องฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา บนภูเขายังมีไทชิงกง (Taiqing Palace) วัดที่เก่าแก่ที่สุดบนภูเขาอายุกว่า 2,000 ปี สร้างในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ และรูปปั้นเล่าจื๊อสูง 36 เมตรตั้งตระหง่านกลางแจ้ง
เวลาเปิด-ปิด : 07.00–17.30 น. (มี.ค.–มิ.ย. และ ก.ย.–พ.ย.) / 06.00–19.00 น. (ก.ค.–ส.ค.)
ค่าเข้าชม : 60–90 หยวน (ขึ้นกับฤดูกาล)
6. หาดฉือเหล่าเริน (Shilaoren Beach) ชายหาดยาวที่สุด
หาดฉือเหล่าเรินคือชายหาดที่ยาวที่สุดในเมือง ทอดยาวกว่า 2,100 เมตร น้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายสีขาว "ฉือเหล่าเริน" ในภาษาจีนหมายถึงหินผู้เฒ่า ตามเสาหินสูง 17 เมตรที่ถูกคลื่นกัดเซาะเป็นรูปคล้ายชายชรานั่งอยู่กลางทะเล พร้อมตำนานรักโศกนาฏกรรมของชาวประมงกับราชามังกร บรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินโรแมนติกมากเป็นพิเศษ
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม : ฟรี
7. หาด No.3 Bathing Beach ทะเลไซเบอร์ยามค่ำคืน
หาดนี้ได้รับฉายาว่า "ทะเลไซเบอร์" เพราะรอบๆ รายล้อมด้วยโรงแรมและตึกสูง ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนพื้นน้ำเป็นสีสันราวโลกอนาคต กลางวันก็คึกคักไม่แพ้กัน ทรายละเอียด น้ำใสและไม่ลึกมาก เหมาะสำหรับว่ายน้ำและเล่นชายหาด
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม : ฟรี
8. ซาจื่อโข่ว (Shazi Kou) วิวหมู่บ้านชาวประมงสไตล์อิตาลี
ท่าเรือประมงเก่าแก่เชิงเขาเหลาซานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่คล้ายชายฝั่งอามาลฟี (Amalfi Coast) ของอิตาลี หมู่บ้านชาวประมงสีสันสดใสเรียงรายตามเนินเขา ฉากหลังเป็นทะเลสีฟ้าคราม ช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์ตกผืนน้ำสะท้อนสีทองโรแมนติกมาก นอกจากนี้ยังมีตลาดอาหารทะเลสดและร้านอาหารให้เลือกชิมอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม : ฟรี
9. ถนนคนเดินจงซาน (Zhongshan Road) ย่านเก่าแก่ฟีลยุโรป
ถนนคนเดินจงซานที่เที่ยวชิงเต่าสำหรับสายช้อปปิ้ง เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1897 ช่วงที่เยอรมันเข้ามายึดครอง ทอดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร สองข้างทางรายล้อมด้วยอาคารสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกผสานกับร้านค้าและคาเฟ่สมัยใหม่ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปตลอดเส้น ร้านค้าหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น ของที่ระลึก ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นและสตรีทฟู้ดแสนอร่อย
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้า 09.00–22.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
10. ถนนพีฉายย่วน (PiChai Yuan) ถนนแห่งสตรีทฟู้ด
ถนนพีฉายย่วนเป็นถนนที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 ตั้งอยู่ห่างจากโบสถ์คาทอลิกเพียง 500 เมตร ได้รับฉายาว่าถนนแห่งสตรีทฟู้ด เพราะเดินเข้าไปในซอกซอยต่างๆ จะพบร้านอาหารเรียงรายตลอดสองข้างทาง ทั้งเมนูท้องถิ่น อาหารทะเลปรุงสด บาร์บีคิว หม่าล่า ขนมหวาน และอาหารตะวันตก เหมาะสำหรับสายกินที่อยากสัมผัสรสชาติแท้ๆ ของชิงเต่า
เวลาเปิด-ปิด : 11.00–22.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
11. ถนนคนเดินไท่ตง (Taidong San Lu) แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด
ถนนไท่ตงเป็นที่เที่ยวชิงเต่าสำหรับคนรักช้อปปิ้ง ในเขต Shibei เปรียบได้กับถนนหนานจิงของเซี่ยงไฮ้ คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านค้า ตั้งแต่แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Uniqlo, Nike, Adidas ไปจนถึงร้านเครื่องสำอางเกาหลีและตลาดกลางคืน ยังมี Street Art บนกำแพงตึกอพาร์ตเมนต์ที่เหล่าศิลปินท้องถิ่นสร้างสรรค์ไว้ให้ถ่ายรูป
เวลาเปิด-ปิด : ห้าง 10.00–22.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
12. ถนนหลงเจียงลู่ (Longjiang Road) กราฟฟิตี้การ์ตูนสุดฮิต
จุดนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2019 เมื่อเจ้าของร้านชานมเริ่มวาดภาพโทโทโร่บนผนังร้าน แล้วแพร่ขยายจนสองข้างถนนเต็มไปด้วยกราฟฟิตี้ตัวละครดัง ทั้งมาริโอ้, โปเกมอน, แม่มดน้อยกิกิ, Spirited Away, Ponyo on the Cliff และแม้แต่ลาบูบู้ กลายเป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวสายถ่ายรูปห้ามพลาด
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม.
ค่าเข้าชม : ฟรี
13. พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer Museum)
เบียร์ชิงเต่า (Tsingtao) เป็นของขึ้นชื่อของเมืองที่โด่งดังไปทั่วโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารโกธิกสีแดงอายุกว่าร้อยปีที่เริ่มต้นโดยกลุ่มพ่อค้าชาวเยอรมัน ภายในได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ของเบียร์ชิงเต่า ทั้งอุปกรณ์เก่าแก่ ขั้นตอนการผลิต และสามารถชิมรสชาติเบียร์สดได้ในตัว
เวลาเปิด-ปิด : 08.30–17.30 น.
ค่าเข้าชม : 50 หยวน (ต.ค.–มิ.ย.) / 60 หยวน (ก.ค.–ก.ย.)
14. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือชิงเต่า (Qingdao Naval Museum)
พิพิธภัณฑ์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1989 จัดแสดงประวัติศาสตร์และพัฒนาการของกองทัพเรือจีน ภายในมี 4 โซนหลักได้แก่ ห้องเครื่องแบบทหารจากยุคต่างๆ ของขวัญจากกองทัพเรือกว่า 60 ประเทศ โซนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีเรือรบขนาดต่างๆ อากาศยาน ขีปนาวุธ และรถถังสะเทินน้ำสะเทินบกให้ชมของจริงอย่างใกล้ชิด
เวลาเปิด-ปิด : 08.00–18.00 น. (พ.ค.–ต.ค.) / 08.30–17.00 น. (พ.ย.–เม.ย.)
ค่าเข้าชม : 30 หยวน
15. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิงเต่า (Qingdao Underwater World)
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจีน แบ่งเป็นหลายโซนน่าสนใจ อาทิ Dreamy Jellyfish Palace ที่แมงกะพรุนหลายสายพันธุ์แหวกว่ายท่ามกลางแสงสี Seal Pavilion ที่อยู่ของแมวน้ำ สิงโตทะเล และนกเพนกวิน รวมถึงอุโมงค์กระจกใต้น้ำยาวกว่า 80 เมตร เป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่สามารถชมฉลามและฝูงปลานับพันได้อย่างใกล้ชิด
เวลาเปิด-ปิด : 08.30–17.30 น.
ค่าเข้าชม : 110–130 หยวน (ตามฤดูกาล)
16. จุดชมวิวเสี่ยวอี๋ซาน (Xiaoyushan Park) วิวพาโนรามา 360 องศา
สวนสาธารณะบนเนินเขาสูง 60 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีศาลาจีนทรงแปดเหลี่ยม 3 ชั้น สูง 18 เมตร บนยอดเนิน ขึ้นไปแล้วมองเห็นชิงเต่าได้ทั้งเมือง รวมถึงสะพานจ้านเฉียว เกาะเสี่ยวชิงเต่า สวนหลู่ซุน และถนนปาต้ากวน เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนชายฝั่งซานตง
เวลาเปิด-ปิด : 07.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม : 10–15 หยวน
17. สวนสาธารณะซิกแนล ฮิลล์ (Signal Hill Park) หอคอยหมุนได้
สวนสาธารณะบนภูเขาสูง 98 เมตรใจกลางเมือง มีเส้นทางเดินที่ไม่ชันเกินไปหรือนั่งรถรางขึ้นได้ บนยอดมีอาคารสีแดงรูปร่างคล้ายเห็ดสูง 20 เมตร เป็นหอชมวิวแบบหมุนได้ 360 องศา เห็นได้ทั้งอ่าวหุ้ยฉวน สะพานจ้านเฉียว และโบสถ์คาทอลิก มีคาเฟ่สวยๆ ให้นั่งพักเล่นด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 06.00–21.30 น.
ค่าเข้าชม : 15 หยวน
18. Qingdao Haitian Center ชั้น 81 จุดชมวิวสูงที่สุด
ตึกสูงที่สุดในชิงเต่าความสูง 369 เมตร แบ่งเป็น 81 ชั้น ประกอบด้วยสำนักงาน โรงแรม และห้างสรรพสินค้า จุดชมวิวชั้น 81 มีหน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มองเห็นทั้งภูเขา ทะเล เมืองเก่าทางตะวันตก และเมืองใหม่ทางตะวันออก และยังมีส่วนพื้นกระจกใสยื่นออกนอกอาคารให้ชมวิว 360 องศาเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : ประมาณ 120 หยวน
19. จัตุรัส 54 (May Fourth Square) ประติมากรรมลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
จัตุรัสสาธารณะขนาดใหญ่ริมอ่าวฝูซาน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 ไฮไลต์คือประติมากรรม "May Wind" รูปเกลียวสีแดงขนาดใหญ่สื่อถึงสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ยามค่ำคืนเปิดไฟสว่างไสวดูโดดเด่นสวยงาม บริเวณโดยรอบมีสนามหญ้ากว้าง น้ำพุที่พุ่งสูงถึง 100 เมตร เป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่เหมาะแก่การมาเดินเล่นและถ่ายรูป
เวลาเปิด-ปิด : ตลอด 24 ชม
ค่าเข้าชม : ฟรี
20. สวนจงซาน (Zhongshan Park) สวนซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี
สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เป็นที่เที่ยวชิงเต่าที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสามด้าน ไฮไลต์คือถนนซากุระยาวกว่า 600 เมตรบริเวณทางเข้าหลัก ที่มีต้นซากุระนำเข้าจากญี่ปุ่นกว่า 20,000 ต้น ออกดอกสีชมพูสวยงามในช่วงกลางเดือนเมษายน–ต้นพฤษภาคม ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมีเมเปิ้ลสีแดงและแปะก๊วยสีเหลืองทองสวยงามไม่แพ้กัน
เวลาเปิด-ปิด : 09.00–21.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวชิงเต่าหรือต่างประเทศ ควรเพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการ ซื้อประกันการเดินทางจาก Chubb Travel Insurance ที่จะช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือจะเป็นการชดเชยไฟล์ตดีเลย์ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศรายเที่ยวหรือรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันภัยการเดินทางชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์หรือ โทร. 0 2611 4242
**อ้างอิง : Qingdao Tourism Official Website – qingdao.gov.cn China National Tourist Office – en.visitchina.com
คำถามที่พบบ่อย
Q: ชิงเต่าเหมาะกับการเที่ยวคนเดียวไหม?
A: เหมาะมากเพราะเมืองชิงเต่ามีระบบรถไฟใต้ดินถึง 8 สายที่เชื่อมสถานที่สำคัญทั่วเมือง เดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และราคาค่าโดยสารไม่แพง นักท่องเที่ยวคนเดียวสามารถวางแผนเที่ยวได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
Q: ชิงเต่าต้องขอวีซ่าจีนก่อนเดินทางไหม?
A: คนไทยต้องยื่นขอวีซ่าจีนก่อนเดินทางทุกครั้ง ยกเว้นในกรณีที่จีนมีนโยบายยกเว้นวีซ่าชั่วคราวสำหรับคนไทย ซึ่งควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ เนื่องจากนโยบายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
Q: อาหารที่ชิงเต่าต้องลองมีอะไรบ้าง?
A: ชิงเต่าขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด โดยเฉพาะหอยนางรม กุ้ง ปู และปลาสดๆ ที่ย่างหรือนึ่งในบรรยากาศริมทะเล นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นอย่าง จาจ้าง (Jajang Noodles) และแน่นอนว่าเบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer) สดๆ จากถัง ซึ่งรสชาติต่างจากที่ขายในขวดอย่างเห็นได้ชัด
Q: ชิงเต่ามีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยไหม?
A: มีสายการบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพ–ชิงเต่าทั้งแบบเที่ยวบินตรงและต่อเครื่อง ควรเปรียบเทียบราคาและตารางบินของแต่ละสายการบินก่อนจอง โดยใช้เวลาบินตรงประมาณ 4–5 ชั่วโมง
Q: ชิงเต่าใช้เงินสกุลอะไรและควรพกเงินสดไหม?
A: ชิงเต่าใช้สกุลเงินหยวน (RMB) เหมือนทั่วจีน ปัจจุบันระบบชำระเงินดิจิทัลอย่าง WeChat Pay และ Alipay ใช้งานได้แพร่หลายในร้านค้าส่วนใหญ่ แต่บางแหล่งท่องเที่ยวและตลาดท้องถิ่นยังคงรับเงินสดเป็นหลัก จึงควรเตรียมเงินสดหยวนติดตัวไว้บ้างเสมอ