10 ที่เที่ยวโอซาก้าสุดปัง! เที่ยวเดือนไหนให้ฟินสุด อัปเดต 2026
เมืองที่มีเสน่ห์เหลือล้นอย่าง “โอซาก้า” หรือ “โอซากะ” (Osaka) นับเป็นศูนย์รวมความคึกคักแห่งคันไซ (Kansai) เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ชวนคุณวางแผนเที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง จองตั๋วเครื่องบิน และเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย
พร้อมแล้วก็ไปเช็กอิน 10 ที่เที่ยวโอซาก้าที่มาถึงเมืองนี้แล้วไม่ควรพลาด บทความนี้รวบรวมทั้งแลนด์มาร์กระดับโลก ย่านกินดื่ม ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และจุดชมวิวพานอรามา พร้อมข้อมูลค่าเข้าชม เวลาเปิด-ปิด และวิธีเดินทางแบบครบจบในที่เดียว ฉบับอัปเดตล่าสุดปี 2026
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- รวม 10 ที่เที่ยวโอซาก้าห้ามพลาด
- ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
- ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (USJ)
- ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)
- ตลาดคุโรมง (Kuromon Ichiba Market)
- ศาลเจ้าโอซาก้าเทนมังงุ (Osaka Tenmangu Shrine)
- ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)
- ย่านชินเซไคและหอคอยสึเทนคาคุ (Shinsekai & Tsutenkaku)
- ตึกอุเมดะ สกาย (Umeda Sky Building)
- ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi)
- ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ (Sumiyoshi Taisha)
- เที่ยวโอซาก้าเดือนไหน โดนใจฟินได้สุด!
- เที่ยวโอซาก้าอุ่นใจตลอดทริป ด้วยประกันเดินทางชับบ์
รวม 10 ที่เที่ยวโอซาก้าห้ามพลาด
ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ Top 3 ของประเทศญี่ปุ่น ตัวปราสาทโอซาก้ามีทั้งหมด 8 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 7 เป็นส่วนจัดแสดงความเป็นมาของการก่อสร้างปราสาทในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 สัญลักษณ์ประจำเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า มีสวนสวยรายล้อมรอบปราสาทและเต็มไปด้วยต้นบ๊วยที่จะบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงกลางเดือนมีนาคม) และดอกซากุระที่พร้อมจะผลิบานให้ชื่นชมในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี โดยช่วงซากุระบานเต็มที่ของสวนปราสาทโอซาก้าในปี 2026 อยู่ราวปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน และในช่วงนี้ปราสาทมักขยายเวลาเปิดให้เข้าชมยาวขึ้นเป็นพิเศษ
ใกล้กันมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้าให้เข้าไปเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม การเดินทางไปยังปราสาทโอซาก้านั้นค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะมีสถานีรถไฟรายล้อมอยู่หลายจุด เนื่องจากสวนมีขนาดใหญ่จึงเข้าเยี่ยมชมปราสาทได้จากหลายประตู แนะนำให้ลงรถไฟสถานีทานิมาจิ ยงโจเมะ (Tanimachi Yonchome) เพราะอยู่ใกล้กับประตูใหญ่โอเทะมงมากที่สุด จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเข้าจากด้านหน้าปราสาทดื่มด่ำบรรยากาศได้แบบเต็มอิ่ม ช่วงไฮซีซันแถวซื้อตั๋วหน้าปราสาทมักยาว แนะนำซื้อบัตรออนไลน์ล่วงหน้าหรือสแกน QR หน้างานเพื่อลดเวลารอคิว
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pBbv2naiaDPnrRTeA
- ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าฟรี (สวนรอบปราสาทเดินเล่นได้ฟรี)
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เยี่ยมชมทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-17.00 น. (ปิดขายบัตรก่อนเวลาปิดประมาณ 30 นาที และปิดทำการช่วงปีใหม่ 28 ธ.ค.–1 ม.ค.)
ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Studios Japan หรือ USJ)
ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้คุณจะมากับกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว หรือจะเที่ยวโอซาก้าแบบลุยเดี่ยว หรือเป็นคู่รัก บอกเลยว่าห้ามพลาดสวนสนุกระดับโลกแห่งนี้ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปนได้เนรมิตพื้นที่ขนาดใหญ่ให้เป็นสวนสนุกระดับโลกที่อลังการงานสร้าง แนะนำให้ซื้อบัตรเข้าสวนสวนสนุกและหรือบัตร Express Pass ล่วงหน้า เพราะถ้าคุณไปต่อแถวซื้อบัตรด้านหน้าสวนสนุกอาจจะรอคิวยาวมาก มาเที่ยว USJ ทั้งทีจะได้เก็บเครื่องเล่นสนุก ๆ ให้ครบและไม่ต้องรอคิวนานไงล่ะ
แน่นอนว่าโซนยอดนิยมอย่าง The Wizarding World of Harry Potter คือไฮไลต์ที่ถอดแบบออกมาได้แบบเป๊ะปัง ตั้งแต่ป่าสนด้านหน้าจนถึงปราสาทฮอกวอร์ด เช่นเดียวกับเครื่องเล่นและร้านค้าในตรอกไดแอกอนที่ถอดแบบออกมาจากภาพยนตร์แทบทุกกระเบียดนิ้ว แล้วยังมีเครื่องเล่นสนุกสุดมันอีกเพียบทั้ง Despicable Me Minion Mayhem, The Flying Dinosaur และ The Amazing Adventures of Spider-Man The Ride 4K3D รวมไปถึง Super Nintendo World ที่จัดมาเอาใจสาวก Nintendo โดยเฉพาะ และล่าสุดยังมีการเปิดโซนต่อขยาย Donkey Kong Country (เครื่องเล่นรถรางตะลุยเหมือง Mine-Cart Madness) เพิ่มความสนุกให้แฟน ๆ ได้อีก โดยปี 2026 นับเป็นปีพิเศษเพราะ USJ ฉลองครบรอบ 25 ปี พร้อมอีเวนต์ Universal Cool Japan ตามฤดูกาล ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2026 การเข้าโซน Super Nintendo World และ Donkey Kong Country ต้องจองบัตรเข้าพื้นที่แบบระบุเวลา (Area Timed Entry) ผ่านแอปทางการของ USJ จึงควรดาวน์โหลดแอปและจองล่วงหน้า
นอกจากนี้ ยังมีขบวนพาเหรดสุดอลังการให้ชมอีกด้วย การเดินทางก็แสนง่ายด้วยรถไฟสาย JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City และเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 5 นาที ก็ถึงที่หมายแล้ว สนุกกันได้เลย!
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/xtNKRbWt6BkqCofq8
- ค่าเข้าชม: ตรวจสอบค่าบัตรเข้าสวนสนุกได้ ที่นี่ (ราคาบัตรอาจมีความเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เนื่องจากใช้ระบบราคาแบบผันแปรตามวัน บัตรช่วงวันหยุดหรือวันอีเวนต์มักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า)
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน โดยเวลาเปิด-ปิดเปลี่ยนแปลงตามแต่ละวัน (โดยทั่วไปราว 8.30/9.00 - 21.00 น.) ตรวจสอบเวลาที่แน่นอนได้ที่นี่
ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)
เที่ยวโอซาก้าต้องไม่พลาดชิงช้าสวรรค์ที่ครองสถิติใหญ่ที่สุดของโลก ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยความสูงที่ 112.5 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีต่อหนึ่งรอบ ตัวกระเช้าทำจากกระจกใสทำให้สามารถนั่งชมความสวยงามของโอซาก้าแบบพานอรามาได้เต็มอิ่ม จากจุดนี้สามารถมองเห็นยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์ได้ด้วย ชื่นชมความสวยงามของโอซาก้าในยามกลางวันที่สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโอซาก้าได้อย่างชัดเจน หรือจะชื่นชมช่วงเวลากลางคืนที่ทั่วทั้งเมืองจะประดับไฟระยิบระยับดูโรแมนติกไม่แพ้กัน
โดยตัวชิงช้าสวรรค์ประดับไฟ LED กว่าแสนดวงที่เปลี่ยนสีเพื่อบอกพยากรณ์อากาศของวันถัดไป จึงเป็นจุดถ่ายรูปยามค่ำคืนที่สวยไม่เหมือนใคร ใกล้กันยังมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium KAIYUKAN) ที่โด่งดังให้เที่ยวชมได้อย่างเพลิดเพลิน เหมาะสำหรับพาครอบครัวหรือคู่รักไปชมความสวยงามของโลกใต้ทะเล และสัตว์ชื่อดังขวัญใจชาวโอซาก้า การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟสาย Chuo Line ลงที่สถานี Osakako ใช้ทางออกที่ 2 จะมองเห็นชิงช้าสวรรค์ได้แบบเต็มตา จากนั้นเดินตรงไปได้เลย ไฮไลท์จะอยู่ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือช่วงเวลาที่ต้นแปะก๊วยสองฟากถนนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามสวยตราตรึง
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bnCKv5CBwBgXv2oE9
- ค่าเข้าชม: 900 เยน/ ท่าน (อายุ 3 ปีขึ้นไป) จองล่วงหน้าได้ ที่นี่
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. บางเดือนอาจมีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาในการเปิดให้บริการ คุณสามารถตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดได้ ที่นี่
ตลาดคุโรมง (Kuromon Ichiba Market)
สายกินห้ามพลาด “ตลาดคุโรมง” สตรีตฟูดเก่าแก่คู่เมืองโอซาก้า ที่ก่อตั้งมานานกว่า 100 ปี จนได้รับสมญานามว่า “ครัวแห่งโอซาก้า” ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 160 ร้าน ที่จำหน่ายทั้งอาหารทะเลแบบสด ๆ เนื้อวัวเกรดพรีเมียม จนถึงอาหารปรุงสำเร็จพร้อมเสิร์ฟให้นั่งรับประทานภายในร้าน อาหารขึ้นชื่อทั้งปูยักษ์ กุ้ง หอย ปู ปลา ผลไม้สดตามฤดูกาล รวมถึงอาหารพื้นเมืองของโอซาก้าก็มีให้เลือกกันแบบจุก ๆ ไปเลย
ของกินยอดนิยมที่ต้องลองได้แก่ ข้าวหน้าปลาทูน่าสด ซูชิ หอยเชลล์ย่าง ไข่หวานทามาโกะ และทาโกะยากิร้อน ๆ คุณยังสามารถหาซื้อปูทาราบะไซส์ใหญ่ได้จากตลาดคุโรมงได้เช่นกัน การเดินทางก็แสนสะดวกสบายเพราะทางเข้าตลาดตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Nippombashi สาย Sakaisuji Line โดยใช้ทางออกที่ 5 หรือ 10 รับรองว่าที่นี่ควรค่าแก่การไปลอง เที่ยวโอซาก้าทั้งทีต้องห้ามพลาด
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/FSg68mnFsXqKYBbD8
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น. (เวลาเปิด-ปิดของแต่ละร้านแตกต่างกัน โดยทั่วไปเปิดราว 8.30–9.00 น. และทยอยปิดช่วง 17.00–18.00 น. บางร้านอาจปิดในวันอาทิตย์)
ศาลเจ้าโอซาก้าเทนมังงุ (Osaka Tenmangu Shrine)
ศาลเจ้าที่โด่งดังแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ Sugawara Michizane นักปราชญ์ที่มีชีวิตอยู่จริงในยุคเฮอัน ท่านเป็นนักปราชญ์ที่มีความมานะอุตสาหะและความเฉลียวฉลาด ด้วยความขยันและรอบรู้จึงได้รับความไว้วางใจจากองค์จักรพรรดิให้ทำงานสำคัญต่างๆ แต่ภายหลังท่านกลับถูกศัตรูใส่ร้ายและเนรเทศไปอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนตรอมใจตาย ชาวญี่ปุ่นจึงยกย่องให้ท่านเป็นเทพเจ้าเทนจิน (Tenjin) หรือ “เทพเจ้าแห่งปัญญา” ยิ่งใกล้ฤดูการสอบแข่งขันของนักเรียนหรือข้าราชการ ศาลเจ้าแห่งนี้จะเนืองแน่นไปด้วยนักเรียนและนักศึกษาที่แวะเวียนมากราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้าเทนจินเป็นจำนวนมาก โดยทุกวันที่ 24-25 กรกฏาคมของทุกปี ศาลเจ้าแห่งนี้จะเป็นเจ้าภาพในการจัดเทศกาล “Tenjin Matsuri” ซึ่งจะมีผู้คนนับพันแต่งกายด้วยชุดโบราณร้องรำทำเพลงไปทั่วเมืองและล่องเรือไปตามแม่นํ้าโอกาวะ (Okawa River) เป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจอย่างมาก แล้วยังเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Minami morimachi และเดินต่อมาอีกประมาณ 5 นาที หรือลงสถานี Osaka Tenmangu ของสาย JR Tozai แล้วเดินเพียง 1 นาที
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/PtGEqVm6YNYKrV4z9
- ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
- เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น.
ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)
ถ้าพูดถึงภาพจำของการเที่ยวโอซาก้า คงหนีไม่พ้น "โดทงโบริ" ย่านกินดื่มและบันเทิงสุดคึกคักใจกลางย่านมินามิ (Minami) ที่เคยเป็นแหล่งโรงละครมาตั้งแต่สมัยเอโดะ จุดเช็กอินที่ทุกคนต้องมาคือป้ายไฟ "นักวิ่งกูลิโกะ (Glico Running Man)" เหนือสะพานเอบิสึบาชิ ซึ่งติดตั้งครั้งแรกตั้งแต่ปี 1935 และปัจจุบันเปลี่ยนเป็นจอ LED รวมถึงป้ายปูยักษ์ขยับได้ของร้าน Kani Doraku และป้ายร้านอื่น ๆ ที่สว่างไสวเต็มสองฝั่งคลอง
ที่นี่คือสวรรค์ของสายกินตามวัฒนธรรม "คุยดาโอเระ (Kuidaore)" หรือกินจนหมดตัว ทั้งทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ (ของทอดเสียบไม้) นอกจากเดินชิมริมถนนแล้ว ยังสามารถลงเรือ Tombori River Cruise ล่องชมป้ายไฟนีออนจากมุมผิวน้ำได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แนะนำให้มาช่วงค่ำเพราะแสงไฟจะสวยที่สุด การเดินทางสะดวกมาก ลงสถานี Namba (สาย Midosuji, Yotsubashi, Sennichimae) หรือสถานี Nippombashi แล้วเดินต่อเพียงไม่กี่นาทีฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): เดือนมกราที่หนาวเย็นได้ฟีลหิมะตกพอสวยงาม ไฮไลท์เด็ดเลยต้องยกให้เทศกาลการประดับไฟฤดูหนาวของปราสาทโอซาก้ายามค่ำคืน
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/vbv65AvfvBY3SnVf9
- ค่าเข้าชม: เดินเที่ยวฟรี ส่วน Tombori River Cruise ราคาประมาณ 2,000 เยน (ผู้ใหญ่) / นักเรียน 1,000 เยน / เด็กประถม 500 เยน และรวมอยู่ในบัตร Osaka Amazing Pass
- เวลาเปิด-ปิด: ย่านนี้คึกคักทั้งวันถึงดึก ส่วนเรือล่องคลองให้บริการทุกวันราว 11.00-21.00 น. ออกทุก 30 นาที
ย่านชินเซไค และหอคอยสึเทนคาคุ (Shinsekai & Tsutenkaku Tower)
อยากย้อนบรรยากาศโอซาก้าแบบเก่าต้องมา "ชินเซไค (Shinsekai)" ย่านเรโทรที่มีหอคอย "สึเทนคาคุ (Tsutenkaku)" เป็นสัญลักษณ์ หอคอยแห่งนี้สูง 103 เมตร สร้างครั้งแรกตั้งแต่ปี 1912 โดยได้แรงบันดาลใจจากหอไอเฟลและประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ ภายในมีจุดถ่ายรูปกับ "บิลลิเคน (Billiken)" เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่เชื่อกันว่าลูบฝ่าเท้าแล้วจะนำโชคดีมาให้ และยังมีเครื่องเล่นสไลเดอร์ Tower Slider ให้คนชอบความเสียวได้ลอง
รอบ ๆ หอคอยคือถนนคนเดินสไตล์ดั้งเดิมและตรอก "Jan-Jan Yokocho" ที่เรียงรายด้วยร้านคุชิคัตสึต้นตำรับ ของขึ้นชื่อประจำย่าน บรรยากาศยิ่งกลางคืนยิ่งสวยเพราะป้ายไฟและตัวหอคอยจะเปิดไฟเต็มที่ การเดินทางสะดวก ลงสถานี Ebisucho (สาย Sakaisuji) ทางออก 3 เดินประมาณ 3-5 นาที หรือสถานี Dobutsuen-mae และ Shin-Imamiya ก็ถึงได้ไม่ยาก
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/XdWJBStZYtPwt3YV7
- ค่าเข้าชม: จุดชมวิวประมาณ 1,500 เยน (ผู้ใหญ่) / 800 เยน (เด็ก) ส่วน Tower Slider และจุดชมวิวกลางแจ้งคิดค่าบริการเพิ่ม ราคาอาจเปลี่ยนแปลง
- เวลาเปิด-ปิด: จุดชมวิวหลักเปิดราว 10.00-20.00 น. (ปิดขายบัตรก่อนปิดประมาณ 30 นาที) แนะนำเช็กเว็บทางการก่อนไป
ตึกอุเมดะ สกาย (Umeda Sky Building)
สำหรับสายชมวิวพานอรามา "ตึกอุเมดะ สกาย (Umeda Sky Building)" คือหมุดหมายที่พลาดไม่ได้ ตึกสูง 173 เมตรนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงสองอาคารที่เชื่อมต่อกันด้านบน จนได้รับเลือกให้ติดทำเนียบ "20 อาคารน่าทึ่งที่สุดในโลก" เสน่ห์อยู่ที่บันไดเลื่อนกระจกใสที่พาขึ้นสู่ยอดตึกเหมือนกำลังลอยขึ้นฟ้า และจุดชมวิวลอยฟ้า "Kuchu Teien (Floating Garden Observatory)" แบบเปิดโล่ง 360 องศา ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าโอซาก้าได้รอบทิศ
ช่วงพระอาทิตย์ตกและยามค่ำคืนคือเวลาที่วิวสวยที่สุด เหมาะกับทั้งครอบครัวและคู่รัก (มีจุดคล้องกุญแจ "Heart Lock" ให้คู่รักด้วย) การเดินทางสะดวก เดินจากสถานี Osaka / Umeda ประมาณ 9-11 นาที
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zqx8QpogizoJCpfHA
- ค่าเข้าชม: จุดชมวิว Kuchu Teien ประมาณ 1,500 เยน (ผู้ใหญ่) เด็กต่ำกว่า 4 ปีเข้าฟรี (รวมอยู่ในบัตร Osaka Amazing Pass โดยเข้าฟรีถึงเวลา 15.00 น. หลังจากนั้นลด 10%)
- เวลาเปิด-ปิด: ประมาณ 9.30-22.30 น. (ปิดรับเข้าชม 22.00 น.)
ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi)
ถ้ามาเที่ยวโอซาก้าแล้วอยากช้อปแบบจัดเต็มต้องไม่พลาด "ชินไซบาชิ (Shinsaibashi)" ถนนช้อปปิ้งมีหลังคาคลุมความยาวประมาณ 600 เมตรที่อยู่ติดกับย่านโดทงโบริทางทิศเหนือ ภายในอาเขตเรียงรายด้วยร้านค้าหลากหลายกว่าร้อยร้าน ทั้งแฟชั่น เครื่องสำอาง ของฝาก ร้านยา และร้านอาหาร เดินช้อปได้สบายไม่ต้องกลัวแดดหรือฝน
บนถนนใหญ่มิโดสึจิที่ขนานกันยังเป็นแหล่งรวมแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ ส่วนใกล้ ๆ กันคือ "อเมริกามูระ (Amerikamura)" ย่านวัยรุ่นสไตล์สตรีท นักท่องเที่ยวต่างชาติยังขอคืนภาษี (Tax-Free) ได้ตามร้านที่ร่วมรายการ การเดินทางง่ายมาก ลงสถานี Shinsaibashi (สาย Midosuji หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi) ได้เลย โดยทั่วไปร้านค้าเปิดราว 11.00-20.00/21.00 น.
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/i7TZTprNayZE628W8
- ค่าเข้าชม: เดินช้อปฟรี (ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการช้อปปิ้ง)
- เวลาเปิด-ปิด: ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน โดยทั่วไปประมาณ 11.00-21.00 น.
ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ (Sumiyoshi Taisha)
ปิดท้ายด้วยศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง "สุมิโยชิไทฉะ (Sumiyoshi Taisha)" ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,800 ปี (เชื่อกันว่าก่อตั้งราวปี ค.ศ. 211) และเป็นศาลเจ้าใหญ่ต้นสังกัดของศาลเจ้าสุมิโยชิอีกราว 2,300 แห่งทั่วประเทศ จุดเด่นคือสะพานโค้งสีแดงสด "โซริบาชิ (Sorihashi)" หรือสะพานกลอง ที่เป็นสัญลักษณ์และมุมถ่ายรูปยอดนิยม รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบ "สุมิโยชิซุคุริ" อันเก่าแก่ ซึ่งอาคารหลักทั้งสี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ
ที่น่าสนใจคือศาลเจ้าแห่งนี้บูชา "เทพสุมิโยชิ" ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพผู้คุ้มครองการเดินทางทางทะเลให้ปลอดภัย จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการมาขอพรเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีผู้คนกว่า 2 ล้านคนมาไหว้พระขอพร (Hatsumode) การเดินทางสะดวก ลงสถานี "Sumiyoshi-Taisha" ของสาย Nankai เดินประมาณ 3 นาที หรือนั่งรถรางสาย Hankai ลงสถานี "Sumiyoshi-Toriimae"
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/eiNyZvGQcpvEF41T9
- ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมพื้นที่ทั่วไป
- เวลาเปิด-ปิด: ประมาณ 6.00-17.00 น. (เดือนตุลาคม-มีนาคมเปิด 6.30 น.) สะพานโซริบาชิเปิดไฟยามค่ำถึงราว 21.00 น.
เที่ยวโอซาก้าเดือนไหน โดนใจฟินได้สุด!
โอซาก้าเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น ที่คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลาให้เลือกเที่ยวได้ตามรสนิยม ได้แก่
- ฤดูหนาว(ธันวาคม - กุมภาพันธ์): เดือนมกราที่หนาวเย็นได้ฟีลหิมะตกพอสวยงาม ไฮไลท์เด็ดเลยต้องยกให้เทศกาลการประดับไฟฤดูหนาวของปราสาทโอซาก้ายามค่ำคืน อีกทั้งช่วงปีใหม่ยังเป็นเทศกาลไหว้พระขอพร (Hatsumode) ที่ศาลเจ้าสำคัญอย่างสุมิโยชิไทฉะและเทนมังงุคึกคักเป็นพิเศษ
- ฤดูใบไม้ผลิ(มีนาคม - พฤษภาคม): จัดว่าเป็นไฮซีซั่นแห่งการไปเยือนโอซาก้า เพราะกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นสบาย และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไม้นานาพรรณทั้งซากุระ ท้อ และบ๊วย ได้เวลาบานสะพรั่งชูช่อไปทั่วทั้งเมือง โดยซากุระมักบานเต็มที่ราวปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
- ฤดูร้อน(มิถุนาคม - สิงหาคม): อากาศจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น อบอุ่นไปจนร้อนพอ ๆ กับบ้านเรา ในฤดูนี้มีเทศกาลฤดูร้อน และงานแสดงดอกไม้ไฟละลานตาให้ดื่มด่ำยามค่ำคืน ไฮไลต์คือเทศกาล Tenjin Matsuri (24-25 ก.ค.) และ Sumiyoshi Matsuri (30 ก.ค.-1 ส.ค.) ที่เต็มไปด้วยขบวนแห่และพลุ
- ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน - พฤศจิกายน): สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสีเป็นเหลืองอมแดง นับเป็นสัญญาณส่งท้ายปีเก่าที่ธรรมชาติบอกให้เราเตรียมพร้อมการเปลี่ยนแปลงฤดูอีกครั้ง โดยใบไม้เปลี่ยนสีในโอซาก้ามักสวยช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ทั้งนี้ โอซาก้า และเมืองใกล้เคียงในภูมิภาคคันไซอย่าง นาระ และเกียวโต ล้วนเป็นปลายทางในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากซึมซับมรดกวัฒนธรรมไปพร้อมกับใบไม้เปลี่ยนสี
เที่ยวโอซาก้าอุ่นใจตลอดทริป ด้วยประกันเดินทางชับบ์
จะเห็นได้ว่า “โอซาก้า” เป็นอีกเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล พร้อมความอุ่นใจตลอดการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่คุ้มครองตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทางจนจบทริปครอบคลุมเกินกว่าคำว่าคุ้มค่า! ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลระหว่างเดินทาง บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีไฟลต์ดีเลย์ กระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือสูญหาย และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งแบบรายเที่ยวและรายปี เพื่อให้คุณเที่ยวโอซาก้าได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02 611 4242ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-18.00 น. และบริการสายด่วนฉุกเฉินทั่วโลกตลอด 24/7 โทร.+662 039 5770
อ้างอิง: Japan National Tourism Organization (JNTO), OSAKA INFO (Osaka Convention & Tourism Bureau)
คำถามที่พบบ่อย
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าไปเที่ยวโอซาก้าหรือไม่
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุด 15 วัน ควรมีหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และแนะนำให้ลงทะเบียนข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้าผ่านระบบ Visit Japan Web เพื่อความรวดเร็วที่ด่าน ทั้งนี้กฎระเบียบอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนเดินทางทุกครั้ง ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ biometric สามารถเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสูงสุด 15 วัน
Q: เดินทางจากสนามบินคันไซ (KIX) เข้าเมืองโอซาก้าอย่างไร
A: ตัวเลือกยอดนิยมคือรถไฟ หากพักย่านนัมบะ-โดทงโบริ ใช้รถไฟสาย Nankai โดยขบวน Airport Express ราคาประมาณ 930 เยน ถึงสถานีนัมบะภายในราว 43-45 นาที หรือขบวนพิเศษ Rapi:t ที่นั่งสำรองราคาประมาณ 1,490 เยน เร็วขึ้นเล็กน้อย หากพักย่านอุเมดะหรือชินโอซาก้า ใช้รถไฟ JR สาย Haruka Express ได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีรถลีมูซีนบัสวิ่งตรงสู่อุเมดะ นัมบะ และ USJ และสามารถใช้บัตร IC อย่าง ICOCA แตะจ่ายได้กับรถไฟทั่วไป รถไฟ Nankai Airport Express พาถึงสถานีนัมบะใน 43-45 นาที ค่าโดยสารราว 930 เยน โดยไม่ต้องจองที่นั่ง
Q: เที่ยวโอซาก้ากี่วันถึงจะพอ และเที่ยวเมืองใกล้เคียงได้ไหม
A: หากเที่ยวเฉพาะในเมือง 2-3 วันกำลังพอดีสำหรับเก็บไฮไลต์หลัก แต่ถ้าตั้งใจไป USJ แบบเต็มวันและเผื่อเวลาช้อปปิ้ง แนะนำ 3-4 วัน นอกจากนี้โอซาก้ายังเป็นฐานที่ดีสำหรับเที่ยวเมืองรอบ ๆ ในภูมิภาคคันไซ ทั้งเกียวโต นาระ และโกเบ ซึ่งนั่งรถไฟถึงได้ภายในราว 30-60 นาที จึงเหมาะกับการทำทริปไปเช้า-เย็นกลับ
Q: บัตรโดยสารหรือพาสแบบไหนคุ้มสำหรับเที่ยวโอซาก้า
A: หากเน้นเที่ยวในเมืองและเข้าหลายสถานที่ภายใน 1-2 วัน "Osaka Amazing Pass" คุ้มมาก ราคาประมาณ 3,500 เยน (1 วัน) และ 5,000 เยน (2 วัน) นั่งรถไฟใต้ดินและรถบัสในเมืองไม่จำกัด พร้อมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 40 แห่งฟรี เช่น ปราสาทโอซาก้า ตึกอุเมดะ สกาย และล่องเรือโดทงโบริ แต่พาสนี้ไม่ครอบคลุมรถไฟสาย JR ดังนั้นถ้าจะไปเกียวโต/นาระ/โกเบ ต้องจ่ายแยก ส่วนบัตร ICOCA (ประมาณ 2,000 เยน รวมเงินมัดจำที่ขอคืนได้) เหมาะกับการแตะจ่ายรายเที่ยวและใช้ได้กับรถไฟแทบทุกสาย Osaka Amazing Pass ราคา 3,500 เยนสำหรับ 1 วัน และ 5,000 เยนสำหรับ 2 วันติดต่อกัน รวมการเข้าชมสถานที่ราว 40 แห่งและขึ้นรถไฟใต้ดิน/รถบัสในเมืองไม่จำกัด แต่ไม่ครอบคลุมสาย JR ส่วน ICOCA ราคา 2,000 เยนเป็นแบบจ่ายต่อเที่ยว
Q: ที่โอซาก้าควรพกเงินสดหรือใช้บัตร และนักท่องเที่ยวซื้อของแบบ Tax-Free ได้ไหม
A: ปัจจุบันห้างสรรพสินค้า ร้านค้าใหญ่ และร้านสะดวกซื้อรับบัตรเครดิตและการจ่ายแบบไร้เงินสดมากขึ้น แต่ร้านเล็ก ตลาด หรือร้านสตรีตฟูดบางแห่งยังนิยมเงินสด จึงควรพกเงินสดติดตัวพอสมควรและทำบัตร IC ไว้ใช้กับระบบขนส่ง ส่วนการช้อปปิ้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอคืนภาษี (Tax-Free) ได้ที่ร้านที่ร่วมรายการ โดยต้องซื้อขั้นต่ำตามเงื่อนไขของร้านและแสดงหนังสือเดินทางขณะชำระเงิน