Skip to Main Content

เดินป่าญี่ปุ่น ที่ไหนดี: 5 เส้นทาง Hiking ญี่ปุ่น ชมธรรมชาติสุดอลังการ

Traveler admiring Mount Fuji beside Lake Kawaguchi in Fuji Five Lakes

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความนิยมในการเดินป่า (Hiking) มาแรงอย่างมาก เพราะผู้คนเริ่มโหยหาธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะในปี 2025-2026 รัฐบาลญี่ปุ่นผลักดันการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่สู่ชนบท ทำให้หลายคนนิยมเดินป่าและหันมาแต่งตัวสไตล์ “Yama Style” (แฟชั่นเดินป่า) กันมากขึ้น ชับบ์ ปักหมุด 5 สถานที่เดินป่ายอดนิยมของญี่ปุ่น ที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และคนที่รักการเดินป่าเป็นชีวิตจิตใจ

แจกพิกัด 5 เส้นทางเดินป่าญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่

จุดเด่นของการเดินป่าที่ญี่ปุ่น คือการจัดการเส้นทางที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัย ทำให้มือใหม่เข้าถึงความงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้ง่าย หรือปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็นธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทันทีหลังจบการเดินทาง

1. คามิโคจิ (Kamikochi, Nagano)

เจ้าของฉายา “เจแปนแอลป์” ที่สวยงามราวกับสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะ (Nagano) บนความสูงประมาณ 1,500 เมตรในเขตอุทยานแห่งชาติจูบุซังกากุ ท่ามกลางอ้อมกอดของภูเขาหิมะสะท้อนภาพลงบนแม่น้ำเบื้องล่างราวกับกระจกขนาดใหญ่ คามิโคจิ เป็นเส้นทางเดินป่าที่เดินง่ายสำหรับมือใหม่และท้าทายเล็กน้อยสำหรับมือโปร มีจุดไฮไลต์บริเวณสะพานคัปปะบาชิที่ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำอาซูสะ แนะนำให้ไปในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กลางเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน) เพราะคุณจะได้เห็นผืนสีส้มทองสะท้อนเงาบนผืนน้ำ

  • การเดินทาง: นั่งรถบัสตรงจากชินจูกุ (ใช้เวลาประมาณ 5-7 ชม.) หรือรถไฟ Azusa ลงมัตสึโมโตะแล้วต่อรถบัส รถส่วนตัวห้ามเข้าและต้องจอดที่ Sawando เพื่อต่อรถบัสหรือแท็กซี่
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน - 15 พฤศจิกายน
Hiker standing by a suspension bridge in the forested mountains of Kamikōchi

2. เส้นทางนากะเซนโด (Nakasendo Trail)

สำหรับคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่มีที่ไหนจะลงตัวไปกว่า นากะเซนโด เส้นทางประวัติศาสตร์สมัยเอโดะ โดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตระหว่าง “มาโงเมะ” (Magome) ถึง “สึมาโงะ” (Tsumago) ที่ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศดั้งเดิมไว้อย่างดี เดินลัดเลาะผ่านป่าไผ่ น้ำตก และทุ่งนา ท่ามกลางบรรยากาศแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น แวะพักดื่มชาในหมู่บ้านมาโกเมะและซึมาโกะ ที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมไม้สมัยเอโดะไว้อย่างดีเยี่ยม ระยะทางเดินประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่เหนื่อยจนเกินไปสำหรับมือใหม่ ที่อยากสัมผัสทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ซามูไรไปพร้อมกัน

  • การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานีนาโกย่า เปลี่ยนเป็นรถไฟสาย JR Shinano ลงสถานี Nakatsugawa หรือ Nagiso เพื่อต่อรถบัสไปจุดเดินป่า
  • เส้นทางยอดนิยม: Magome-juku ไปยัง Tsumago-juku (ประมาณ 8-9 กม.)

3. ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji)

แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากมาพิชิตสักครั้งในชีวิต แม้เส้นทางเดินป่าจะมีความลาดชันและอากาศเบาบาง แต่การได้ร่วมเดินเท้าท่ามกลางนักเดินทางจากทั่วโลก เพื่อมุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วจะพักค้างคืนบนสถานีชั้น 7-8 เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับความสูงได้ดีและบรรเทาอาการแพ้ความสูง พร้อมตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก (Goraiko) มือใหม่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และไม่ควรออกนอกเส้นทางที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย

  • การเดินทาง: ขึ้นรถไฟจากโตเกียวสถานี Shinjuku ถึง Kawaguchiko แล้วต่อรถบัสไปสถานีที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ (ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.)
  • เส้นทางเดินป่ายอดนิยม: เส้นทางโยชิดะ (Yoshida Trail) จังหวัดยามานะชิ เหมาะกับมือใหม่เพราะมีที่พักค้างคืนเยอะกว่า ส่วนเส้นทางฟูจิโนมิยะ (Fujinomiya Trail) มีความชันและมีหินเยอะกว่า
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิดอุทยาน: เดือนกรกฎาคม - กันยายน (ช่วงหน้าร้อน)
 Peaceful forest trail with autumn foliage in Yakushima

4. เส้นทางคุมาโนะ โคโด, วาคายามะ (Kumano Kodo, Wakayama)

เส้นทางเดินป่าศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าพันปีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก UNESCO เจ้าของฉายา “เส้นทางจาริกแสวงบุญ” ที่จะพาคุณเดินผ่านป่าสนโบราณขนาดใหญ่ และบันไดหินที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวครึ้ม (ที่มีความลื่นเล็กน้อย) เพื่อมุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าสน ระหว่างทางคุณจะได้พบกับศาลเจ้าเล็ก ๆ และบ่อน้ำพุร้อนกลางหุบเขา ที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินเท้า เป็นเส้นทางที่เน้นความสงบและการฝึกจิตวิญญาณ เหมาะสำหรับนักเดินป่าสายลุยที่ต้องการความสงบลึกซึ้งและซึมซับมนต์ขลังของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

  • การเดินทาง: ขึ้นรถไฟ JR Kuroshio Express จากสถานี Shin-Osaka หรือ Tennoji เมืองโอซาก้า ไปยังสถานี Shingu (ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. 30 นาที) จากสถานีสามารถต่อรถบัสท้องถิ่นเพื่อไปยัง ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ หรือเส้นทางเดินป่าคุมาโนะ
Sunlit pathway and torii gate among cedar trees at a traditional shrine in Takayama

5. อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง, ฮอกไกโด (Daisetsuzan, Hokkaido)

สำหรับใครที่ชอบความยิ่งใหญ่อลังการ ต้องมาที่อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซังที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโด เมืองแรก ๆ ของญี่ปุ่นที่ใบไม้จะเปลี่ยนสีและหิมะเริ่มตกก่อนใคร เส้นทาง Hiking ญี่ปุ่นมีความหลากหลาย ทั้งเดินผ่านทุ่งดอกไม้ภูเขาที่ผลิบานสะพรั่งไปจนถึงการลุยผ่านทุ่งลาวาและบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่กำมะถันพุ่งปุด ๆ ขึ้นมาจากพื้นดิน เป็นเส้นทางที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้น ดิบ และท้าทาย เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์เดินป่า หรือคนที่หลงใหลความบริสุทธิ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

  • การเดินทาง: จากสถานี Asahikawa Station นั่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปทาง Asahidake Ropeway (ประมาณ 1 ชั่วโมง) หรือ Sounkyo (ประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง)

ข้อควรรู้: เดินป่าญี่ปุ่น เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

การเดินป่าที่ญี่ปุ่นมีความเป็นระเบียบสูง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาธรรมชาติให้สมบูรณ์ที่สุด ชับบ์ รวม “กฎเหล็กและข้อควรรู้” ที่จะช่วยให้คุณดูเป็นนักเดินป่ามืออาชีพและท่องเที่ยวได้อย่างราบรื่นที่สุด

  • รักษาความสะอาดยืนหนึ่ง: ที่ป่าญี่ปุ่นจะไม่มีถังขยะวางไว้ตามข้างทางโดยเด็ดขาด คุณต้องพกถุงขยะส่วนตัวเพื่อนำขยะทุกชิ้น (รวมถึงทิชชู่ หรือเปลือกผลไม้) ลงมาทิ้งด้านล่างหรือโรงแรมเท่านั้น
  • ห้ามเด็ดดอกไม้ หรือเก็บของป่า: ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หิน หรือกิ่งไม้สวย ๆ ห้ามนำออกจากพื้นที่อุทยานฯ เด็ดขาด
  • คนขึ้นไปก่อนเสมอ: หากเจอทางแคบแล้วมีคนกำลังเดินสวนขึ้นมา ให้คนที่เดินลงหลบข้างทาง เพื่อให้คนเดินขึ้นไปก่อน เพราะการเดินขึ้นใหม่ ๆ นั้นเหนื่อยกว่า
  • ทักทายกันเล็กน้อย: เมื่อเดินสวนกับนักเดินป่าคนอื่น ๆ ชาวญี่ปุ่นนิยมทักทายว่า “คนนิจิวะ” (Konnichiwa) หรือ "Otsukaresama desu" (ขอบคุณในความเหนื่อย) เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพและเช็กความปลอดภัยของกันและกัน
Explorer hiking through a moss-covered cave in Aokigahara Forest near Mount Fuji
  • พกกระดิ่งไล่หมี (Kuma Suzu): บางเส้นทางอาจมีหมีตามธรรมชาติ ควรพกกระดิ่งไล่หมีติดกระเป๋าเป้ไว้เสมอ
  • ตรวจสอบสภาพอากาศ: คุณสามารถเช็กสภาพอากาศผ่านแอปฯ Yamap ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวป่าในญี่ปุ่น
  • ห้ามให้อาหารสัตว์: ไม่ว่าจะเป็นลิง กวาง หรือนก ห้ามให้อาหารเด็ดขาด เพราะจะทำให้พฤติกรรมสัตว์ป่าเสียไปและอาจเกิดอันตรายได้
  • ลงทะเบียนล่วงหน้า: บางเส้นทางโดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิหรือป่าลึก คุณต้องกรอก Climbing Plan (Tozan-todoke) เพื่อแจ้งเส้นทางและเวลาเดินทางไว้ เผื่อกรณีฉุกเฉินเจ้าหน้าที่จะสามารถค้นหาได้อย่างแม่นยำ
  • การใช้โดรน: ห้ามบินโดรนในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า ซึ่งขั้นตอนการขออนุญาตในญี่ปุ่นค่อนข้างซับซ้อนและเคร่งครัดมาก

แม้การเดินป่าในประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ และความปลอดภัยในการดูแลอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ แต่อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินที่สูงมาก ควรมี ประกันเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่คุ้มครองครอบคลุมและติดต่อฉุกเฉินได้ 24/7 ให้คุณสำรวจธรรมชาติได้อย่างอุ่นใจและได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที