เที่ยวแบบแบ็คแพ็ค เที่ยวคนเดียวรอบโลก เส้นทางที่ไหนดี
การเที่ยวแบบแบ็คแพ็คหรือการแบกเป้เดินทางด้วยตนเองเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เพราะให้อิสระในการกำหนดเส้นทาง งบประมาณ และจังหวะการเดินทางได้เอง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและผู้คนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง
สำหรับผู้ที่สนใจการเที่ยวแบ็คแพ็คคนเดียวแต่ยังไม่แน่ใจว่าเที่ยวแบบแบ็คแพ็คที่ไหนดี บทความนี้ได้รวบรวมเส้นทางและจุดหมายที่น่าสนใจจากหลายมุมโลก พร้อมแนวทางการเตรียมตัว เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ
- เที่ยวแบบแบ็คแพ็คที่ไหนดี สำหรับมือใหม่ในเอเชียใกล้ไทย?
- เที่ยวแบบแบ็คแพ็คสายเมืองและธรรมชาติในเอเชียตะวันออกมีที่ไหน?
- เที่ยวแบ็คแพ็คสายทะเลและภูเขาที่ไหนน่าไป?
- จัดเป้เที่ยวแบคแพคต้องพกอะไรบ้าง?
- วางงบเที่ยวแบบแบ็คแพ็คยังไงให้คุ้ม?
- เตรียมตัวเที่ยวแบบแบ็คแพ็คคนเดียวอย่างไรให้ปลอดภัย?
เที่ยวแบบแบ็คแพ็คที่ไหนดี สำหรับมือใหม่ในเอเชียใกล้ไทย?
หากถามว่าเที่ยวแบบแบ็คแพ็คที่ไหนดีสำหรับการเริ่มต้น ควรเริ่มจากจุดหมายในเอเชียที่อยู่ใกล้ไทย เดินทางสะดวก และค่าใช้จ่ายไม่สูง เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการแบกเป้เดินทางด้วยตนเอง
วังเวียง ประเทศลาว
วังเวียงเป็นเมืองในภาคกลางของประเทศลาวที่เดินทางได้หลายรูปแบบ ทั้งรถไฟ รถโดยสาร และรถยนต์ เมืองนี้ยังคงบรรยากาศท้องถิ่นที่เงียบสงบ ล้อมรอบด้วยภูเขา พร้อมกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย เช่น ล่องห่วงยาง พายเรือคายัค ปีนเขา และโหนซิปไลน์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับนักเดินทางมือใหม่
ปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ปีนังเป็นเกาะทางตอนเหนือของมาเลเซียที่เดินทางสะดวก ทั้งทางรถและเครื่องบิน เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมเก่าแก่และงานศิลปะบนกำแพงที่กระจายอยู่ทั่วเมือง พร้อมวัฒนธรรมที่หลากหลายและชายหาดที่สวยงาม จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมืองและเก็บภาพบรรยากาศ
โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
โฮจิมินห์เป็นเมืองทางตอนใต้ของเวียดนามที่นิยมทำเป็นเส้นทางต่อเนื่องไปยังเมืองดาลัดและมุยเน่ เมืองดาลัดมีอากาศเย็นสบายและกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยานและเดินป่า ส่วนมุยเน่มีทะเลทรายและกิจกรรมทางทะเลให้ทำหลากหลาย อีกทั้งค่าใช้จ่ายโดยรวมไม่สูง จึงเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าสำหรับนักเดินทาง
เที่ยวแบบแบ็คแพ็คสายเมืองและธรรมชาติในเอเชียตะวันออกมีที่ไหน?
หากต้องการสัมผัสเมืองทันสมัยควบคู่กับธรรมชาติ การเที่ยวแบบแบ็คแพ็คในเอเชียตะวันออกก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยระบบคมนาคมที่สะดวกและปลอดภัย
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
โตเกียวเป็นเมืองที่เดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีมาตรฐาน เหมาะกับการเดินเที่ยวด้วยตนเอง จุดหมายที่ไม่ควรพลาดคือการชมภูเขาไฟฟูจิบริเวณทะเลสาบคาวากูจิโกะ ที่สามารถปั่นจักรยานชมวิวและพักผ่อนได้ นอกจากนี้ยังมีย่านช้อปปิ้งและวัฒนธรรมให้สัมผัสอีกมากมาย ทะเลสาบคาวากูจิโกะตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถบัสหรือรถไฟ จะไปเช้าเย็นกลับก็ได้ หรือค้างสักคืนเพื่อรอดูฟูจิช่วงเช้าที่ฟ้ามักเปิดกว่าตอนบ่าย
จางเจียเจี้ย ประเทศจีน
จางเจียเจี้ยเป็นจุดหมายทางธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยเสาหินสูงตระหง่าน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ชื่อดัง นิยมทำเป็นเส้นทางต่อเนื่องกับเมืองเก่าเฟิ่งหวงและเมืองฉางซา ไฮไลต์คือทางเดินกระจกบนเขาเทียนเหมินและอุทยานอู่หลิงหยวน จึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและการเดินสำรวจ
เที่ยวแบ็คแพ็คสายทะเลและภูเขาที่ไหนน่าไป?
ปิดท้ายด้วยจุดหมายสายทะเลและภูเขาที่ให้ประสบการณ์ธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม การเที่ยวแบ็คแพ็คในเส้นทางเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง
หมู่เกาะมัลดีฟส์
มัลดีฟส์ขึ้นชื่อเรื่องทะเลที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของโลก แม้จะเป็นการเที่ยวแบ็คแพ็ค แต่ก็สามารถเลือกที่พักและกิจกรรมได้ตามงบประมาณ ภายในมีกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย เช่น การดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก พายเรือคายัค และการชมสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับผู้ที่รักท้องทะเล เคล็ดลับของสายงบน้อยคือเลือกพักเกสต์เฮาส์บนเกาะท้องถิ่น (Local Island) อย่างเกาะมาฟูชิ ซึ่งราคาย่อมเยากว่ารีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวมาก แต่ต้องรู้กติกาก่อนไป เพราะบนเกาะท้องถิ่นไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่าย และควรแต่งกายสุภาพ ส่วนชุดว่ายน้ำใส่ได้เฉพาะบริเวณ Bikini Beach ที่จัดไว้ให้
โพคารา ประเทศเนปาล
โพคาราเป็นเมืองแห่งกิจกรรมกลางแจ้งในประเทศเนปาล มีทั้งการเดินป่า ปั่นจักรยาน และร่มร่อน จุดหมายยอดนิยมคือการเดินป่าขึ้นสู่ค่ายฐานอันนาปุระนา ซึ่งต้องอาศัยความพร้อมทั้งร่างกายและการเตรียมตัว เพราะใช้เวลาเดินเท้าหลายวัน จึงเป็นเส้นทางที่ท้าทายและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย
จัดเป้เที่ยวแบ็คแพ็คต้องพกอะไรบ้าง?
หัวใจของการเที่ยวแบ็คแพ็คคือพกเท่าที่จำเป็น เป้ยิ่งเบายิ่งเดินทางคล่อง ทริปหลายสัปดาห์ใช้เป้ขนาดประมาณ 40–50 ลิตรก็กำลังดี ถ้าอยากถือขึ้นเครื่องโดยไม่ต้องโหลด ให้เช็กขนาดและน้ำหนักกับสายการบินก่อน เพราะสายการบินโลว์คอสต์หลายเจ้าจำกัดกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไว้ราว 7 กิโลกรัม ของที่ควรมีติดเป้ ได้แก่
- เสื้อผ้าเนื้อผ้าแห้งเร็ว 4–5 ชุดที่ซักสลับได้ และเสื้อกันลมหรือกันฝนแบบพับเก็บได้
- รองเท้าเดินสบายที่ใส่จนชินแล้ว 1 คู่ กับรองเท้าแตะอีก 1 คู่ไว้ใส่ในห้องน้ำรวม
- ผ้าเช็ดตัวไมโครไฟเบอร์ที่แห้งไวและกินพื้นที่น้อย
- ปลั๊กแปลงขั้วแบบใช้ได้หลายประเทศ และพาวเวอร์แบงก์ (ต้องถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามใส่กระเป๋าโหลด)
- ชุดยาสามัญ ยาประจำตัว พลาสเตอร์ปิดแผล และครีมกันแดด
- กุญแจล็อกแบบรหัส และถุงกันน้ำสำหรับใส่โทรศัพท์หรือเอกสาร
เทคนิคง่าย ๆ คือจัดเป้เสร็จแล้วลองสะพายเดินสัก 30 นาที ถ้ารู้สึกหนักไป ให้เอาของประเภท "เผื่อได้ใช้" ออกก่อน เพราะส่วนใหญ่หาซื้อที่ปลายทางได้
วางงบเที่ยวแบบแบคแพคยังไงให้คุ้ม?
งบเที่ยวแบบแบคแพคขึ้นอยู่กับปลายทางเป็นหลัก เที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้งบต่อวันน้อยกว่ายุโรปหรืออเมริกาใต้ค่อนข้างมาก วิธีวางงบที่ใช้ได้จริงคือแยกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกคือค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ก้อนที่สองคืองบรายวันสำหรับที่พัก อาหาร การเดินทางในเมือง และค่าเข้าชม จากนั้นกันเงินสำรองฉุกเฉินไว้อีกราว 10–15% ของงบทั้งหมด ส่วนเทคนิคประหยัดที่สายแบคแพคใช้กันบ่อย ได้แก่
- จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าและเดินทางช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว ค่าตั๋วและค่าที่พักมักถูกลงชัดเจน
- พักโฮสเทลแบบห้องรวม (Dorm) ราคาต่อคืนต่ำกว่าโรงแรมมาก แถมได้เจอเพื่อนร่วมทางใหม่ ๆ
- ใช้รถไฟหรือรถบัสกลางคืนสำหรับเส้นทางไกล ประหยัดทั้งเวลาและค่าที่พักไปอีกหนึ่งคืน
- กินอาหารท้องถิ่นตามตลาดหรือร้านที่คนในพื้นที่กิน มักอร่อยกว่าและถูกกว่าร้านย่านท่องเที่ยว
- เช็กบัตรโดยสารรายวันหรือบัตรรวมสถานที่ท่องเที่ยว (City Pass) ของแต่ละเมือง บางเมืองคุ้มกว่าจ่ายแยกทีละครั้ง
เตรียมตัวเที่ยวแบบแบ็คแพ็คคนเดียวอย่างไรให้ปลอดภัย?
การเดินทางคนเดียวมีเสน่ห์และให้อิสระ แต่ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัว การเตรียมตัวที่ดีจึงช่วยให้การเที่ยวแบบแบ็คแพ็คปลอดภัยและราบรื่นมากขึ้น
ในทางปฏิบัติแนะนำให้ศึกษาข้อมูลและกฎหมายของประเทศปลายทาง ตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าประเทศและอายุหนังสือเดินทางให้เพียงพอ พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญและทำสำเนาเก็บไว้ทั้งแบบดิจิทัลและกระดาษ ควรจองที่พักในทำเลที่ปลอดภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะคืนแรกและกรณีเดินทางถึงในเวลากลางคืน และควรแจ้งกำหนดการเดินทางให้คนใกล้ชิดทราบ
นอกจากนี้ควรมีช่องทางการจ่ายเงินหลายรูปแบบ ทั้งบัตรและเงินสดสำรองในสกุลเงินสากล แยกเก็บไว้คนละที่เพื่อลดความเสี่ยง และควรทำประกันการเดินทางที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมจุดหมายที่จะไป เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง
เมื่อวางแผนเส้นทางและเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เพิ่มความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยการซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ (Chubb Travel Insurance) ที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 6 ล้านบาท และชดเชยค่ารักษาพยาบาลเท่ากันทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 85 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง การชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้าแบบเหมา ๆ ไม่ต้องใช้ใบเสร็จ และความคุ้มครองอื่น ๆ อีกมากมาย มีให้เลือกทั้งประกันการเดินทางต่างประเทศแบบรายเที่ยว และรายปีสำหรับนักเดินทางประจำ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลตลอดทริป สนใจประกันการเดินทางต่างประเทศชับบ์ สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ หรือโทร. 02-611-4242
อ้างอิง: smartraveller.gov.au, smartraveller.gov.au, gov.uk/
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เที่ยวแบบแบ็คแพ็คช่วงไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับปลายทาง เพราะแต่ละประเทศมีฤดูท่องเที่ยวต่างกัน เช่น เนปาลเหมาะกับการเดินป่าช่วงตุลาคม–พฤศจิกายน และมีนาคม–พฤษภาคม มัลดีฟส์เป็นหน้าแล้งช่วงธันวาคม–เมษายน ส่วนญี่ปุ่นอากาศดีช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ก่อนจองตั๋วจึงควรเช็กสภาพอากาศของปลายทางในเดือนที่จะไปทุกครั้ง
Q: ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เที่ยวแบ็คแพ็คคนเดียวได้ไหม?
A: ได้ แอปแปลภาษาหลายตัวดาวน์โหลดชุดภาษาไว้ใช้แบบออฟไลน์ได้ และบางแอปแปลข้อความจากกล้องได้ทันที ช่วยเรื่องอ่านเมนูหรือป้ายบอกทางได้มาก อีกเคล็ดลับคือบันทึกชื่อและที่อยู่ที่พักเป็นภาษาท้องถิ่นไว้ในโทรศัพท์ เพื่อยื่นให้คนขับรถหรือคนในพื้นที่ดูได้ทันที และจำคำทักทายกับคำขอบคุณในภาษาท้องถิ่นไว้สักไม่กี่คำ
Q: พักโฮสเทลห้องรวมตอนเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค ควรเลือกแบบไหน?
A: ห้องรวมมักมีทั้งแบบคละเพศ (Mixed Dorm) และแบบเฉพาะผู้หญิง (Female Dorm) นักเดินทางหญิงที่ไปคนเดียวอาจเลือกแบบเฉพาะผู้หญิงเพื่อความสบายใจ ควรเลือกห้องที่จำนวนเตียงไม่มากเกินไป เตียงมีม่านกั้น มีปลั๊กไฟและไฟอ่านหนังสือประจำเตียง และเลี่ยงห้องชั้นล่างที่อยู่ติดถนนหรือทางเข้าออก ระหว่างพักก็ควรเคารพเวลาพักผ่อนของคนอื่น เช่น จัดของให้เสร็จก่อนปิดไฟ
Q: เที่ยวแบ็คแพ็คต่างประเทศ ใช้อินเทอร์เน็ตแบบไหนคุ้ม?
A: ทางเลือกหลักคือแพ็กเกจโรมมิ่งจากค่ายมือถือไทยที่ใช้ง่ายแต่มักแพงกว่า eSIM ท่องเที่ยวที่ซื้อและติดตั้งออนไลน์ได้ก่อนเดินทาง (โทรศัพท์ต้องรองรับ eSIM) และซิมการ์ดท้องถิ่นที่มักคุ้มที่สุดถ้าอยู่ในประเทศนั้นนาน แต่บางประเทศต้องใช้หนังสือเดินทางลงทะเบียน ถ้าเที่ยวหลายประเทศต่อเนื่อง eSIM แบบใช้ได้หลายประเทศจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนซิมบ่อย
Q: ก่อนเที่ยวแบบแบ็คแพ็คต่างประเทศ ต้องฉีดวัคซีนอะไรไหม?
A: ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและกิจกรรมที่จะทำ ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือน เพราะวัคซีนบางชนิดต้องฉีดหลายเข็มหรือต้องรอให้ภูมิคุ้มกันขึ้น วัคซีนที่มักแนะนำสำหรับนักเดินทาง เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและไข้ไทฟอยด์ ส่วนวัคซีนอื่นแพทย์จะพิจารณาเพิ่มตามเส้นทางและกิจกรรมของแต่ละคน